Connect with us

บทความเทคโนโลยี

เทคโนโลยีการสร้างบ้านยุคใหม่ จากความใส่ใจของพฤกษา สู่บ้านในฝันของคุณ

(Advertorial)

บ้าน คำนี้แทนความหมายได้หลายมุมนะครับ ถ้ามองในเชิงอสังหา บ้านคือสินทรัพย์ที่ต้องลงทุนสูง อาจต้องใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิตกว่าบ้านจะเป็นของเราโดยสมบูรณ์ หรือถ้ามองในมุมการใช้ชีวิต บ้านคือวิมานของเรา บ้านที่ดีก็สร้างความร่มเย็นในชีวิต สร้างช่วงเวลาพักผ่อนที่ดีให้เจ้าของบ้านได้ ซึ่งไม่ว่าจะมองแง่มุมไหน บ้านก็ต้องใส่ใจในรายละเอียดถึงจะเป็นบ้านที่ดีได้ ถ้ามองว่าบ้านคือสินทรัพย์ บ้านที่ก่อสร้างดี มีเทคโนโลยีการสร้างที่ดี ก็ย่อมสร้างมูลค่าได้มากกว่าบ้านที่โทรมเร็ว หรือถ้ามองในเชิงความสุขในบ้าน บ้านที่มีนวัตกรรมในการอยู่อาศัยในรูปแบบใหม่ๆ ก็ส่งเสริมให้ชีวิตมีความง่ายมากขึ้นครับ ซึ่งพฤกษา บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ก็นำความใส่ใจในรายละเอียดของบ้าน สู่การสร้างบ้านในฝันให้เป็นความจริงครับ

การที่คุณฝากชีวิตไว้กับใครสักคน คุณดูจากอะไร

ดูจากความตั้งใจ ความจริงใจ และความใส่ใจ แม้สิ่งเล็กๆ ที่คุณอาจมองข้าม มันคือความเชื่อมั่น ความผูกพันธ์อันยาวนาน ยั่งรากลึกจนกลายเป็นความไว้วางใจ เราไม่เคยหยุดมุ่งมั่น ทุ่มเท แม้แต่สิ่งเล็กๆ ที่คุณมองไม่เห็น และนั่นเอง ก็เพื่อรอยยิ้มเล็กๆ ของใครบ้างคน ที่มีความหมายยิ่งใหญ่

ใส่ใจ…ด้วยเทคโนโลยีการสร้างบ้าน

ด้วยนวัตกรรมการสร้างบ้านในยุคใหม่ ทำให้เรามีบ้านที่แข็งแรงและสร้างเสร็จเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ซึ่งพฤกษาได้เริ่มใช้ 2 เทคโนโลยีนี้แล้ว

Pruksa Precast

นวัตกรรมการก่อสร้างด้วยชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยที่สูงขึ้น ที่ให้ได้ทั้งความแข็งแกร่ง ประสิทธิภาพในการลดเสียงรบกวนเป็นเลิศ ตลอดจนพัฒนาประสิทธภาพการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ให้เสร็จรวดเร็วขึ้น พร้อมการควบคุมคุณภาพด้วยมาตรฐานระดับโลกจากเยอรมัน

Pruksa REM (Real Estate Manufacturing)

นวัตกรรมการก่อสร้างบ้านคุณภาพระบบอุตสาหกรรม เป็นระบบการบริหารจัดการเพื่อควบคุมและตรวจสอบคุณภาพการก่อสร้างในทุกขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านควบคุมทุกกระบวนการ เพิ่มความสามารถในการก่อสร้างสูงสุดจากพฤกษา ช่วยพัฒนาคุณภาพบ้าน และงานก่อสร้าง ให้มีคุณภาพยอดเยี่ยม จนคว้า 2 รางวัลระดับโลกในงาน ASQ ’s 2012 World Conference ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ที่นำวิธีการนี้มาใช้ และทำให้พฤกษาได้รับรางวัลระดับโลกครั้งนี้

ใส่ใจ…ด้วยเทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัย

นอกจากเทคโนโลยีในการสร้างบ้านแล้ว พฤกษายังคิดไกลกว่านั้น เพราะคำว่า “บ้าน” นอกจากจะเป็นที่พักพิงแล้ว ยังต้องมีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ล้ำยุคในตอนนี้ เทคโนโลยีของพฤกษาตัวไฮไลท์เลยคือ Pruksa Home Automation & Security System ระบบศูนย์การควบคุมบ้าน สามารถสั่งงานได้ง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัสผ่านสมาร์ทโฟน โดยมีความสามารถ

  • Smart Control : ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ Remote ภายในบ้าน ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ไหนก็ได้บนโลก
  • Smart Camera : ชุดกล้องรักษาความปลอดภัยติดตั้งภายในบ้าน สั่งงานและเรียกดูภาพผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลย
  • Smart Security : สัญญาณกันขโมยติดประตูบ้าน และเครื่องจับความเคลื่อนไหว ที่ดูความเคลื่อนไหวผ่านโทรศัพท์มือถือได้

ใส่ใจ…ด้วยนวัตกรรมการออกแบบ

พฤกษาเข้าใจดีว่าการซื้อบ้านคือการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต จึงมีการใช้เทคโนโลยียุคใหม่เพื่อให้การออกแบบบ้านเป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม ด้วย 4 เทรนด์ใหม่ของการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบันคือ

  • Safety Home บ้านแข็งแรง ปลอดภัยด้วยนวัตกรรม Precast และการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
  • Healthy Home บ้านใส่ใจสุขภาพ ทั้งการวางผังบ้านเพื่อระบบระบายอากาศที่ดี การใช้สีที่ไม่มีสารระคายเคืองต่อระบบหายใจ ห้องน้ำที่ได้คุณภาพปราศจากเชื้อรา และการออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างลงตัว
  • Green Home บ้านลดพลังงาน ออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม หลังคาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ฝ้าสำเร็จรูปป้องกันความร้อนประหยัดพลังงาน ผนังเบาสำเร็จรูปลดฝุ่น ลดมลภาวะ วงกบที่ทำจากไม้เทียม และวัสดุสังเคราะห์ที่ลดปัญหาการทำลายธรรมชาติ
  • Smart Home บ้านทันสมัย ระบบ Building Information Modeling การออกแบบ 3 มิติ ด้วยคอมพิวเตอร์ให้การสร้างบ้านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และระบบ Home Automation ควบคุมบ้านด้วยรีโมทคอนโทรลหรือผ่านโทรศัพท์มือถือ เช่น การ
    เปิด – ปิด ไฟฟ้า

ใส่ใจ…องค์ประกอบของสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

นอกจากตัวบ้านแล้ว เรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัวบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญ โครงการของพฤกษาจึงใส่ใจรายละเอียดของการอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน เพื่อสร้างความเกื้อกูลอาศัยระหว่างกัน

  • Fast Lane & Easy Pass : แยกทางเข้า – ออก ระหว่างลูกค้า และแขก
  • Bike Lane : เลนที่จัดสรรสำหรับรถจักรยาน
  • Solar Cell : ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รักษาสิ่งแวดล้อม
  • Jogging Track : สวนที่ออกแบบพิเศษสำหรับการออกกำลังกาย
  • CCTV : เพิ่มความปลอดภัยให้คุณได้อุ่นใจมากขึ้น ด้วยกล้องวงจรปิดทั้งบนถนนหลักถนนรอง และ Main Gate
  • Double Security Gate : ประตูทางเข้าโครงการ 2 ชั้น เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

ใส่ใจ…การบริการอย่างสร้างสรรค์

สำหรับสินทรัพย์มูลค่าสูงอย่างบ้าน ลูกค้าทุกคนย่อมต้องการบริการที่ใส่ใจเหนือกว่าสินค้าทั่วไป ซึ่งพฤกษาพร้อมดูแลตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ให้ทั้งคำปรึกษาเรื่องสินเชื่อเพื่อให้บ้านในฝันเป็นจริง อีกทั้งเมื่อส่งมอบ พฤกษาก็เตรียมบริการหลังการขายจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ที่พร้อมดูแลคุณทุกปัญหา และช่องทางการแจ้งปัญหาผ่าน pruksa.com ที่สะดวกครอบคลุมทุกช่วงเวลา และทุกไลฟ์สไตล์

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งดี ๆ ที่พฤกษามุ่งมั่น ทุ่มเท และใส่ใจ เพื่อส่งมอบบ้านที่ดีที่สุดเพื่อลูกค้าทุกคน

สอบถามข้อมูลพฤกษาเพิ่มเติม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement

บทความเทคโนโลยี

มุมมองป๋าเต็ด-ยุทธนา กับอนาคตของวงการเพลงในโลกไฮเทคโนโลยี

Published

on

เรื่องราวของเทคโนโลยีนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบกับเรื่องกีกๆ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ตโฟนอย่างเดียว แต่โลกดนตรีก็เปลี่ยนไปเยอะมากตามเทคโนโลยีที่อยู่รอบตัว ซึ่งเรื่องนี้คงไม่มีใครให้ข้อมูลได้ดีกว่า ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ผู้คร่ำหวอดในวงตรีเพลง ดีเจ และการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเสียงเพลงมายาวนาน ซึ่งให้ความเห็นภายในงาน Creative Talk Conference 2019 (CTC 2019) ไว้อย่างน่าสนใจครับ

สถานที่ที่ฟังเพลง มันเปลี่ยนวงการเพลงในแต่ละยุคแต่ละสมัย

  • ยุคเพลงคลาสสิก ทำเพลงเพื่อสรรเสริญพระเจ้า เครื่องดนตรีเลยต้องดัง และเสียงยาวๆ เลยกลายเป็นออแกนเป็นพระเอก
  • ต่อมาคนรวยอย่างฟังเพลงที่บ้าน ซึ่งห้องที่ฟังก็เปลี่ยนไป เสียงไม่ได้ก้องอย่างห้องใหญ่ ดนตรีเลยเปลี่ยนเป็นวงเล็กลง
  • ดนตรีแจ๊ส เกิดในผับ ต้องต่อสู้กับเสียงคนที่คุยกัน ทำให้เสียงดนตรีต้องดัง และมีจังหวะที่จะแทรกเข้าไประหว่างผู้คนได้
  • ปัจจุบัน สถานที่จัดคอนเสิร์ตของวงดังๆ กลายเป็นสถานที่ใหญ่มาก เช่นสนามกีฬา ซึ่งคนที่มาฟังก็แมสมากๆ เพลงจึงต้องมีท่อนที่จำง่ายๆ ให้คนร้องตามได้

เทคโนโลยีการบันทึกเสียง ก็เปลี่ยนรูปแบบเพลง

  • ยุคแผ่นเสียงต้องทำให้เพลงสั้นลง เพราะหน้าแผ่นเสียงมีจำกัด จะเพลงยาวแบบเพลงคลาสสิกที่มีหลาย Movement ก็ไม่ไหว
  • ยุควิทยุต้องเปิดทีละเพลง เพลงเลยสั้นลงเหลือราว 3.30 นาที เพราะนานไปเดี๋ยวคนหมุนหนี ทำให้สถานีวิทยุไม่เปิด
  • ยุคเทปมีหน้า B ก็เอาไว้ลงเพลงแปลกๆ ที่ไม่ฮิต เลยมีศัพท์เรียกว่า B side
  • ยุคหนึ่ง ringtone ฮิตมาก การแต่งเพลงก็ต้องดีไซน์ฮุคหนึ่ง ความยาวสัก 30 วิเพื่อไปอยู่ใน ringtone ได้เพราะๆ
  • ยุคโซเซียล อันนี้น่าสนใจมาก เมื่อ Tierra Whack ออกเพลง 1 นาทีทั้งอัลบั้ม เพื่อออกใน instragram ได้

เทรนด์วงการเพลงในอนาคตจะเป็นยังไง

  • ศิลปิน noname จะดังเร็วขึ้น ถ้าทำเพลงฮิตจริงๆ เพราะตอนนี้กระจายได้เร็วมากผ่าน Social Media (ลองดูตัวอย่างในบทความนี้นะครับ “10 ที่สุดของเนื้อร้องเพลงไทยในปี 2018” )
  • ธุรกิจคอนเสิร์ตเติบโตอย่างรุนแรง บัตรก็แพงขึ้น เพราะคนออกมาร่วมมากขึ้น
  • ตอนนี้ AI สามารถช่วยแต่งเพลงได้ โดยเฉพาะช่วยแต่งทำนอง แต่ง Beat ที่คนน่าจะติดหู
  • เพลงสำหรับผู้สูงอายุ คนแก่เริ่มใช้ออนไลน์มากขึ้นแล้ว
  • ไวนิลจะเริ่มกลับมา เทปก็กลับมาในบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มซื้อความทรงจำ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

สรุปเทรนด์เทคโนโลยี 2019 โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Techsauce

Published

on

เนื่องจากว่าเว็บแบไต๋นั้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นอีกหนึ่งหัวข้อในงาน CREATIVE TALK CONFERENCE 2019 (CTC 2019) คือเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีที่กำลังจะเกิดในปี 2019 ครับ ซึ่งในหัวข้อนี้ได้คุณมาร์ค-อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Blognone และ Brand Inside พร้อมคุณมิมี่-อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Techsauce ขึ้นให้ข้อมูลครับ

เทรนด์เทคโนโลยีปี 2019 คือ ABC

ความเห็นจากคุณมาร์ค เทรนด์เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนไปมากในปี 2019 คือ ABC ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย

AI – Artificial Intelligence

ซึ่งความหมายของปัญญาประดิษฐ์ในช่วงปี 2019 AI คือระบบ Automation หรือระบบช่วยทำงานต่างๆ นะครับ ยังไม่ใช่ AI แบบที่เป็นหุ่นยนต์แทนมนุษย์ได้เหมือน Terminator ตัวอย่างของ AI ในยุคปี 2019 เช่นการคัดแยกรูป ซึ่งถ้าไม่ใช้ AI จะต้องใช้แรงคนถึกแยกเอง ซึ่งลักษณะ AI แบบนี้จะเติบโตและหลากหลายขึ้นในปี 2019

แต่คุณมาร์คก็ตั้งข้อสังเกตว่า พื้นฐานของ AI คือมันพัฒนายากอยู่แล้ว ต้องใช้นักวิจัยเก่งๆ อ้างอิงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ระดับสูงถึงจะทำได้ ซึ่งทำให้การสร้าง AI แบบเฉพาะทางสักชุดหนึ่งทำยาก ถ้าบริษัทไม่มีทรัพยากรเพียงพอ แต่ถ้าเป็นงานทั่วไปที่คนทั่วไปใช้ เช่นแยกรูป แยกเสียง ก็มีบริษัทใหญ่ๆ ก็วิจัยและทำผลิตภัณฑ์ออกมาให้ใช้บริการแล้ว

BLOCKCHAIN

คุณมาร์คคาดว่าปี 2019 เทคโนโลยี Blockchain กำลังจะตายลง เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาสำหรับทุกอย่าง อย่างที่เราเห็นหลายๆ บริษัทประกาศว่าจะนำ Blockchain มาใช้ แต่สุดท้ายก็ออกสู่ตลาดจริงไม่ได้ ทำให้ทิศทางของ Blockchain ไปในกลุ่มเฉพาะมากขึ้น เพราะมันเหมาะสำหรับงานที่เป็นลำดับ หรือ sequential และยกตัวอย่างไปที่ BitTorrent ที่ออกแบบมาสำหรับยุคที่เน็ตช้าๆ พอเน็ตเร็วขึ้นก็ทำให้ BitTorrent เลื่อมความนิยมลงไป เพราะกด Steaming ก็ดูได้เลย

CLOUD

คลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่เกิดมานานแล้ว แต่ก็ยังมีความสำคัญอยู่ตลอด ตอนนี้เกิดกระแสในธุรกิจคือปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทำให้รายใหญ่กินรวบในตลาด รายเล็กๆ สู้ไม่ได้ทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยี ซึ่งทำให้รายใหญ่มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น

ความคิดเห็นด้านเทรนด์เทคโนโลยีจาก Techsauce

คุณมิมี่จาก Techsauce มองว่า AI จะมาคู่กับ Data เสมอ ทำให้องค์กรต้องเอาคนมาทำงานกับข้อมูลมากขึ้น แต่ปัญหาของทุกองค์กรคือหาคนไม่ได้ โดยเฉพาะคนไทยที่หายากมาก ทำให้ต้องไปดึงมาจากต่างประเทศ

และบริษัทไทยเริ่มถูกคุกคามมากขึ้น จากคู่แข่งที่เมื่อก่อนอยู่นอกวงการกัน กลายเป็นว่าตอนนี้คนที่รู้ข้อมูลดีที่สุดกลับเป็นบริษัท Technology แม้ว่าบริษัทเราจะอยู่ในธุรกิจมานาน เช่น แบงค์ หรือการสื่อสาร แต่ข้อมูลไปอยู่กับ facebook, google ที่รู้จักลูกค้าเรามากกว่า ปีที่ผ่านมาเราจึงเห็นว่าแบงค์เข้าไปจับมือกับบริษัทเทคโนโลยี เพื่อให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ และเก็บข้อมูลเองมากขึ้น

ถ้าเป็นนักธุรกิจ ตอนนี้เราต้องรู้เรื่องอะไร

  • มาร์ค Blognone – เทคโนโลยีภาพรวมของ 2019 เทียบกับ 2018, 2017 นั้นต่างไปไม่มาก เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อนหน้านี้ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนกันโหดมาก เช่นดูสมาร์ตโฟนตอนนี้ ไม่ได้ต่างกันมากแล้วในแต่ละปี เทรนด์ความก้าวหน้าตอนนี้คือใครต่อยอดได้เจ๋งกว่า ดีกว่า ก็จะชนะ ซึ่งคุณมาร์คยกตัวอย่างอย่างน่าสนใจว่า ปัจจุบันมีแคมเปญการตลาดเจ๋งๆ มากมายที่เล่นกับเทคโนโลยี แต่สุดท้ายผลแพ้ชนะของแคมเปญวัดกันที่ Operation หน้างานว่าใครจะจัดการได้ดีกว่า ถ้าสื่อสารออกไปดี ทั่วถึง แต่หน้างานไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ มีข้อผิดพลาดในการทำงาน สุดท้ายพังไปก็มีมาก
  • มิมี่ Techsauce – คือการปรับความคิดของคนที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี มองว่า People กับ Process เป็นกระบวนการสำคัญ ซึ่งต้องเริ่มจากคนที่เป็นหัวก่อน ต้องให้ความสำคัญ และเข้าใจภาพรวมว่าอะไรกำลังจะเปลี่ยนไป กระทบกับธุรกิจเรายังไง ตอนนี้อาจจะตื่นตัว กลัวโดน Disrupt แต่โฟกัสออกมาว่าจะทำอะไร แก้อะไร ต้องทำออกมาเป็น Action ให้ได้ แล้วจะหาเครื่องมือหรือเทคโนโลยีที่เหมาะกับปัญหาของเรา สรุปคือ ต้องรู้ก่อนว่าปัญหาของเราคืออะไรกันแน่ แล้วค่อยหาเครื่องมือ
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

บก. The STANDARD เล่าให้ฟัง อนาคตสื่อเป็นยังไง คนทำสื่อควรทำอย่างไรบ้าง?

Published

on

เป็นอีกหนึ่ง Session ในงาน Creative Talk Conference 2019 (CTC 2019) ที่น่าสนใจ เมื่อ เคน-นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ Editor-in-Chief ของสื่อยุคใหม่ที่เติบโตเร็วอย่าง THE STANDARD พูดในหัวข้อ “The Future of Content Creation” ซึ่งในฐานะของคนทำสื่อยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในไทย เราก็ต้องอยากฟังอยู่แล้วว่าคุณเคนมีแนวคิดอย่างไรบ้าง

ปัญหาของการสื่อสารใน Social Media ตอนนี้คือสารพัดสิ่งที่เปลี่ยนไปตลอด

เรื่องแรกที่คุณเคนพูดถึงคือเรื่อง Disruption ที่มาเป็นระลอกๆ กลุ่มแรกที่โดนคือเพลงที่โดนไปก่อนหน้านี้แล้วหลายปี ส่วนปี 2018 คือสื่อหรือแบงค์ และปี 2019 น่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์

สิ่งที่มา Disrupt คือ Platform ซึ่งแพลทฟอร์มหมายถึงตัวกลางที่แลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างกัน เมื่อก่อนผู้ผลิตกับผู้บริโภคเนื้อหาแยกกันอย่างชัดเจน ผู้อ่านก็ไม่สามารถเป็นผู้ผลิตได้ง่ายนัก แต่ตอนนี้ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันหมด มีโอกาสแสดงตัวให้คนอื่นได้ไถผ่านอย่างรวดเร็วเหมือนกัน ทุกคนเป็นสื่อได้หมด

ตอนนี้บรรณาธิการกลายเป็นหุ่นยนต์ (อัลกอริทึมของเฟซบุ๊ก) ข่าวที่ผ่านตาเราใช้หุ่นยนต์เลือกทั้งหมด

การจะสร้างเนื้อหาที่ดีได้ต้องเข้าใจ 3 อย่างคือ

  1. เข้าใจตัวเองว่าตัวเองเด่นเรื่องอะไร เช่น The Standard ทำนิตยสารมาก่อน ก็เก่งเรื่องการทำให้สวย หรือใส่ความคิดสร้างสรรค์ เราก็มุ่งทางนี้
  2. ต้องเข้าใจกลุ่มผู้อ่าน หรือกลุ่มที่อ่านสื่อของคุณเป็นใคร เราทำกำลังทำเนื้อหาให้ใครเสพ
  3. เข้าใจโลก เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ เข้าใจอัลกอริทึมว่าคิดยังไง

มองภาพ Social Media แทนอะไรในไทยตอนนี้

  • facebook คือสังคมเสมือนของไทย ทุกอย่างรวมอยู่ในนี้หมด เหมือนโลกเสมือนออนไลน์
  • Twitter คือเทรนด์ตอนนี้ เป็นตัวจุดกระแส กระแสหลายอย่างมาจาก # ทวิตเตอร์เป็นสิ่งที่ทำให้คนไปร่วมกับประเด็นนั้นๆ แตกต่างจาก facebook ที่คนจะบอกเรื่องของตัวเองออกมา
  • Instagram คือ Lifestyle Magazine
  • Youtube คือทีวี อย่างในต่างจังหวัดเปิดค้างไปเรื่อยๆ เลย วิ่งไปทั้งวันแทนช่องทีวีไปแล้ว
  • LINE Today เป็นหนังสือพิมพ์

ซึ่งเนื้อหาของเราก็เหมือนเป็นไข่ ที่เอาไปทำได้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นการจะไปอยู่กับแพลทฟอร์มไหนก็ต้องปรุงให้เหมาะกับแพลทฟอร์มนั้นๆ ไม่ใช่เนื้อหาเดียวกันไปอยู่ในทุกแพลทฟอร์ม ได้รับการปรุงแบบเดียว มันก็ไม่เกิด

สื่อระดับโลกจึงมี Social Media Editor เพื่อปรุงเนื้อหาเดียวกันให้แตกต่างกัน

พฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยน สื่อยุคเก่าคือ Lean back คนดูเหมือนนั่งชิวๆ พิงไปกับเบาะ แล้วรับสิ่งที่สื่อจะนำเสนอออกมาอย่างเดียว ส่วนปัจจุบันคนเสพสื่อเป็นแบบ Lean forward คือผู้บริโภคเป็นคนเลือกเนื้อหาได้ทันที และมีสิทธิโวยวายเมื่อทำเนื้อหาไม่ถูกใจ และเปลี่ยนได้ทันที

ทำให้คนทำสื่อไม่ใช่ผู้เลือกนำเสนอเนื้อหาอีกต่อไป คนทำสื่อเป็นผู้ถูกเลือกโดยผู้เสพสื่อ คนทำสื่อต้องถ่อมตัว เพราะเราเข้าไปอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่น ทำให้โฆษณาใน social น่ารำคาญมาก ในขณะที่โฆษณาทีวีไม่น่ารำคาญเท่า ซึ่งเรามีเวลาเพียง 1.7 วินาทีในการดึงคนให้สนใจ

เนื้อหาที่ดีคืออะไร

  1. มันน่าสนใจรึเปล่า เช่นข่าวดารา แมว พวกนี้น่าสนใจอยู่แล้ว แต่ผู้เสพก็ไม่ได้ความรู้อะไรเพิ่มเติม
  2. เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ แต่มันจะน่าเบื่อๆ หน่อย
  3. แต่ถ้าทำข้อมูลที่มีประโยชน์และน่าสนใจไปด้วย ก็จะได้ดียิ่งกว่า คือ เรื่องดี และ เล่าดี
    1. เรื่องดี มันเป็นเหมือนสูตรสำเร็จว่า เรื่องที่มีประโยชน์คืออะไร ไม่ว่าเมื่อไหร่ เรื่องดี เนื้อหาดี มันก็มีรูปแบบตายตัวของมัน
    2. แต่เล่าดีมันเปลี่ยนไปตามสื่อที่ไปอยู่ตลอดเวลา ต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ใช้เครื่องมือที่มีทั้งหมด เพื่อให้เล่าดี ตื่นตาตื่นใจ

สรุปพฤติกรรมผู้ใช้ตอนนี้

  1. ทุกอย่างต้องตอนนี้ Generation Now ยิ่งเร็ว ยิ่งดี
  2. ไม่สนใจว่าจะฉายเมื่อไหร่ ตอนไหน เพราะคนดูจะดูย้อนหลังเอาในเวลาที่เหมาะ Anywhere anytime
  3. รูปภาพและวิดีโอจู่โจมได้มากกว่าตัวอักษรอย่างเดียว
  4. คนแชร์เพราะเนื้อหาบอกตัวตนของตัวเอง

“ทางที่ดีที่สุดในการทำนายอนาคต คือสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!