จุดเริ่มต้นของแรงกระเพื่อมนี้มาจาก สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 (Pope Leo XIV) ที่ทรงเล็งเห็นถึงผลกระทบอันมหาศาลของเทคโนโลยีที่มีต่อสังคมมนุษย์ พระองค์จึงได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการออกสมณสาสน์ฉบับสำคัญชื่อว่า “Magnifica humanitas”
โดยเนื้อหาหลักมุ่งเน้นไปที่การตั้งคำถาม และให้คุณค่าเกี่ยวกับความหมายของการเป็นมนุษย์ ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต เอกสารฉบับนี้เปรียบเสมือนกรอบจริยธรรมที่ศาสนจักรต้องการสื่อสารไปยังชาวโลก รวมถึงเหล่าผู้สร้างเทคโนโลยี
แม้ในความเป็นจริง สมเด็จพระสันตะปาปาจะไม่ได้มีอำนาจทางกฎหมายที่จะไปสั่งระงับการพัฒนา AI หรือควบคุมบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ได้โดยตรงก็ตาม แต่พระองค์กลับมีสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่า นั่นคืออิทธิพลทางความคิด ต้องเล่าก่อนว่าการที่วาติกันสามารถส่งตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วม และดึงความสนใจจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับท็อปอย่าง Anthropic ได้ สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทชั้นนำก็เริ่มตระหนักแล้วว่า พวกเขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อปัญหาด้านจริยธรรม AI หรือมองข้ามเสียงสะท้อนจากผู้นำทางจิตวิญญาณได้อีกต่อไป
เมื่อ AI ไม่มีจริยธรรมจะส่งผลเสียแค่ไหน ?
ความกังวลของสมเด็จพระสันตะปาปาไม่ใช่เพียงเรื่องไกลตัว หรือเป็นแค่ทฤษฎีบนหน้ากระดาษ เพราะในโลกความเป็นจริง การปล่อยให้ AI ทำงานโดยไร้กรอบจริยธรรมได้สร้างโศกนาฏกรรมขึ้นแล้ว กรณีที่สะเทือนใจชาวไทยคือเหตุการณ์ของชายไทยวัย 76 ปีในสหรัฐอเมริกาที่มีภาวะสมองเสื่อม ที่ถูกแชตบอต AI ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่พูดคุยในเชิงโรแมนติก โดยแชตบอตอ้างว่าตนเองมีตัวตนอยู่จริง ๆ และชักชวนให้เขาเดินทางไปหาในเวลากลางคืน จนนำไปสู่อุบัติเหตุและเสียชีวิตในที่สุด รวมถึงยังมีกรณีของผู้ใช้งานในต่างประเทศ ที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงหลังจากเกิดความหมกมุ่นและถูกชักจูงโดยแชตบอตอีกด้วย
วาติกันไม่ได้ใช้วิธีต่อต้านแบบหัวชนฝา
ที่น่าสนใจคือวาติกันไม่ได้ใช้วิธีต่อต้านเทคโนโลยีแบบหัวชนฝา แต่กลับเลือกใช้วิธีเข้าหาพื้นที่วงใน เพื่อให้คำปรึกษาและร่วมออกแบบแนวทางด้านศีลธรรมให้กับ AI เป้าหมายหลักก็คือการกระตุ้นให้ผู้พัฒนาสร้างระบบที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความปลอดภัย และไม่ไปสร้างความเหลื่อมล้ำหรืออคติให้เพิ่มขึ้นในสังคม
ความเคลื่อนไหวของวาติกันในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมาก ว่าในยุคที่มนุษย์กำลังพยายามสร้างสมองกลให้มีความฉลาดทัดเทียมกับตัวเอง สิ่งที่ขาดไม่ได้และต้องพัฒนาควบคู่กันไปก็คือเข็มทิศทางศีลธรรม เพื่อคอยกำกับดูแลไม่ให้เทคโนโลยีอันทรงพลังนี้ หันกลับมาทำร้ายมนุษยชาติในท้ายที่สุด













