จับ MacBook Pro M1 มาทดสอบสุดโหด ใช้งานจริง 8 ชั่วโมงเต็ม แบตจะเหลือเท่าไหร่กันนะ!

Apple ประกาศเปิดตัวชิป Apple M1 หรือชิป Apple Silicon สถาปัตยกรรม ARM ตัวแรกที่ออกแบบมาเพื่อคอมพิวเตอร์ พร้อมกับการเปิดตัว MacBook Air, MacBook Pro 13″ และ Mac mini รุ่นใหม่

แน่นอนว่า #beartai เราก็ไม่รอช้า จัดมาทุกตัว มาลองของกันให้ดูว่าเจ้าชิป Apple M1 ตัวใหม่ ที่ใช้สถาปัตยกรรมตัวเดียวกันกับ iPhone และสมาร์ตโฟนที่เราใช้ ๆ กันทุกวันนี้เนี่ย มันจะเจ๋งขนาดไหน และมีปัญหาอะไรหรือไม่ เพราะว่านี่เป็น Generation แรกด้วย (โดยเราจะทำคลิปรีวิวเต็ม ๆ ออกมาในภายหลัง)

เดินทางไปสักการะแอปเปิ้ลและซื้อเครื่อง Macbook Pro มาเลย
เดินทางไปสักการะแอปเปิ้ลและซื้อเครื่อง Macbook Pro มาเลย

วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันในส่วนของชิป Apple M1 ซะมากกว่า เพราะภายนอกของตัวเครื่องนั้นไม่มีความแตกต่างจาก MacBook Pro 13 นิ้ว ปี 2020 รุ่น 2 พอร์ต ที่เราเคยรีวิวเลย

มาดูในส่วนของสเปกเครื่อง MacBook Pro 13″ M1 ที่เราจะเทสต์กันในวันนี้

  • ชิปเซ็ต: Apple M1 SoC 8 Core
  • กราฟิก: Apple M1 SoC 8 Core
  • แรม: 8GB (ใช้ร่วมกัน)
  • ความจุ: SSD 256GB

เล่าก่อนเข้าสู่เนื้อหาช่วงเจาะลึกในด้านต่าง ๆ ของชิป Apple M1

ชิป Apple M1 เป็นชิปสถาปัตยกรรม ARM หรือก็คือชิปที่นิยมใช้กันในอุปกรณ์พกพาทั้งหลาย เช่นมือถือของเรานี่แหละ ความน่าตื่นเต้นมันอยู่ที่ศักยภาพในการพัฒนาของ ARM มีมากกว่า x86 เพราชิปแบบ x86 นั้นเกิดมานานแล้วหลายปี

ARM เป็นชิปที่พัฒนามาเพื่ออุปกรณ์พกพาโดยเฉพาะ คำนึงถึงเรื่องการประหยัดพลังงานเป็นหลัก ชิป Apple M1 นั้นก็ออกแบบมาตามนั้น มี Core ที่เน้นศักยภาพ หรือ Performance Core ทั้งหมด 4 หัว และ Core ที่เน้นการประหยัดพลังงาน หรือ Efficiency Core อีก 4 หัว รวมเป็น 8 Core จึงเป็นชิปที่มีความยืดหยุ่นอย่างมาก

ตัวชิปนั้นใช้หน่วยความจำแบบ Unified memory หรือ UMA ซึ่งเป็นหน่วยความจำในรูปแบบที่จะแชร์ให้ระบบใช้ทั้งระบบ นั่นหมายความว่า ทั้ง VRAM และ RAM นั้นก็คือก้อนเดียวกัน และสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ได้ขนาด 8GB ทั้งคู่

ส่วนในเรื่องกราฟิก ชิป M1 นั้นไม่มี discrete graphic หรือการ์ดจอแยก มีเพียง​ GPU ที่ิอยู่ในตัวชิปแบบ SoC จึงนับว่าเป็นกราฟิกภายใน (iGPU – integrated graphic) และเป็นชิปแบบ 8 Core ด้วยเช่นกัน มีศักยภาพอยู่ระหว่าง GTX 1050 Ti และ GTX 1060 กลายเป็น iGPU ที่เร็วที่สุดในโลก (เร็วจริงไหมเดี๋ยวได้เทสต์กัน)

ในทบทดสอบนี้จะเป็นการทดสอบแบบยิงยาว เช้ายันเย็น เพื่อทั้งทดสอบประสิทธิภาพ และแบตเตอรีไปพร้อม ๆ กัน หลังจากนั้นเราจะมาดูกันว่าตั้งแต่ต้นจนจบแบตเตอรีจะเหลือรอดหรือไม่?

หมายเหตุ การทดลองนี้ไม่มีการปิดอะไรเพื่อเซฟแบตเตอรี ทั้ง WiFi, Bluetooth หรือแม้กระทั่งแสงของหน้าจอก็เปิดอัตโนมัติเอาไว้ครับ

ประสิทธิภาพ

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เรามาเทสต์ประสิทธิภาพของชิป Apple M1 กันด้วย Cinebench กันก่อน ซึ่งตัว benchmark ที่เรานำมาทดสอบนี้เป็นโปรแกรมที่ based on x86 นะครับ แปลว่าขณะที่เราทำการทดสอบ ตัวชิปถูกแบ่งไปประมวลผล Rosetta 2 เพื่อแปลงโคดสด ๆ ด้วย ประสิทธิภาพจึงจะดรอปกว่าความจริงหน่อย

Cinebench R23 (Rosetta 2)

  • Single-Core: 1501 คะแนน
  • Multi-Core: 7757 คะแนน

Geekbench (Native)

  • Single-Core: 1734 คะแนน
  • Multi-Core: 7582 คะแนน

ทดสอบ export ไฟล์วิดีโอ

เราจะทดสอบด้วยการใช้พรีเซ็ตเดียวกันหมดด้วยโปรแกรม Premiere Pro ที่รันผ่าน Rosetta 2 และ Final Cut Pro ที่รันแบบ native ด้วยฟุตเทจจาก Sony Xperia 1ii ไฟล์ 4K 30fps HDR (H.264) ความยาวรวม 1 นาที 30 วิ

  • Adobe Premiere Pro (Rosetta 2): 5.17 นาที
  • Final Cut Pro (Native): 4.40 นาที

ทดสอบ 3D

เทสต์ด้วยโปรแกรม Blender export ขนาด 1920 x 1080 (render 300) ด้วย Cycle Render ใช้เวลา 1.50 นาที

ทดสอบเล่นเกม

เราใช้เกม Dying Light ที่ต้องรันผ่าน Rosetta 2 อีกทีเพราะตัวเกมไม่รองรับชิป ARM ปรับภาพความละเอียด 1080p กราฟิกระดับกลาง ได้ FPS เฉลี่ยที่ 49 fps เต็มที่ 60fps

ทดสอบความเร็วในการเปิดโปรแกรม

โปรแกรม Native

  • Photoshop beta 3.47 วินาที
  • Final Cut Pro 2.89 วินาที

โปรแกรม x86 รันผ่าน Rosetta 2

  • Blender: 3.36 วินาที
  • Premiere Pro 11.39 วินาที
  • Photoshop (x86) 5.79 วินาที
  • Android Studio 7.21 วินาที
  • PyCharm 6.63 วินาที
  • IntelliJ 8.49 วินาที

แบตเตอรี

ก็จบกันไปแล้วสำหรับการทดสอบสุดโหด และการใช้ทำงานจริง ตลอด8 ชั่วโมงครึ่งที่ผ่านมา เรามาดูกันดีกว่า ว่าผ่านมาขนาดนี้แบตเตอรีจะเหลือเท่าไหร่

เราเริ่มการทดสอบกันตั้ง 8.20 น. และสิ้นสุดการทดสอบตอน 16.08 น. ทดสอบกันยาว ๆ ทั้งหนักทั้งเบา แบตเตอรียังเหลืออยู่ที่ 25%!

โดยรวม

ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมากสำหรับชิปรุ่นแรก ทำออกมาได้ขนาดนี้นับว่าเก่งมาก ตั้งแต่ได้ลองจับเครื่องนี้ก็ทำแอบตกใจไปหลายอย่างเลย เมื่อเทียบกับ MacBook Pro 13 นิ้วในระดับเดียวกันตัวก่อนแล้ว แตกต่างกันแทบระดับฟ้ากับเหว

ทั้งที่โปรแกรมหลาย ๆ โปรแกรมยังต้องแปลงโคดผ่าน Rosetta 2 เพื่อให้ใช้งานบนชิป ARM ได้ แต่ประสิทธิภาพที่ได้นั้นไม่มีปัญหาใด ๆ เลย (สำหรับโปรแกรมทั่วไปที่เราทดสอบ)

อนาคตของชิป Apple M1 สดใสแน่นอน แต่ก็ต้องคอยดูต่อว่า Apple จะพัฒนา Apple Silicon นี้ไปได้ขนาดไหน เพราะแค่ Gen แรกก็ทำออกมาได้น่าขนลุกแล้ว

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส