Connect with us

แบไต๋ทิป

วิธีติดตั้ง macOS แบบล้างเครื่องลงใหม่ทั้งหมดง่ายๆ ไม่ต้องเสียเงินทำถึงร้าน

Published

on

โดยปกติแล้วผู้เขียนจะติดตั้ง macOS แบบ Clean Install หรือล้างเครื่องลงใหม่ทุกครั้งที่มีการอัปเดตใหม่เพื่อความลื่นไหลของระบบ รวมถึงเป็นการเคลียร์ไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ไปในตัวด้วย หากใครสนใจอยากทำก็ดูวิธีทำด้านล่างได้เลยครับ

อันดับแรกให้ดาวน์โหลด macOS ตัวล่าสุดจาก Mac App Store เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วจะไปอยู่ใน Launcher ให้ปล่อยเอาไว้ก่อนครับ ทีนี้ให้เตรียมแฟลชไดรฟ์ความจุขั้นต่ำ 8GB เอาไว้ ถ้าได้ USB 3.0 จะใช้เวลาน้อยมากครับ

ต่อมาให้ดาวน์โหลดแอป DiskMaker (ดาวน์โหลด) เมื่อดาวน์โหลดลงมาแล้วจะได้ไฟล์ dmg ให้ติดตั้งตามปกติ เปิดแอปขึ้นมาครับ

เมื่อเปิดเข้ามาแล้วจะมีเวอร์ชั่นให้เลือก ก็เลือกได้ตามต้องการ ในตัวอย่างคือ macOS Sierra ครับ

เมื่อเลือกไฟล์ OS ได้แล้ว ให้เลือก USB ที่จะเอาไว้ทำเป็น Bootable ต่อครับ หากไม่ใช่แฟลชไดรฟ์ขนาด 8GB ให้เลือก Another kind of disk

แน่นอนว่ามาถึงขั้นตอนนี้จะต้องล้างแฟลชไดรฟ์ หากใครมีข้อมูลภายในก็อย่าลืมเก็บออกมาก่อน และถ้าแฟลชไดรฟ์ใครเคยใช้กับ Windows มาก่อนให้ Format ก่อนด้วย Disk Utilities ใน Launcher นะครับ ผู้เขียนลองแล้วรอบแรกไม่ผ่าน

มาถึงขั้นตอนนี้ก็จะขอสิทธิ์เจ้าของเครื่องสำหรับสร้าง Bootable USB ก็ใส่รหัสลงไปครับ

หลังจากใส่รหัสเสร็จแล้ว แอปจะเริ่มทำงานโดยจะทำงานอยู่เบื้องหลัง และมีการแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะๆ อยู่ใน Notification Center ครับ

เมื่เสร็จแล้วจะมีเสียงคำรามเหมือนเสือและจะมีหน้าต่างดังตัวอย่างข้างล่างขึ้นมาครับ

การติดตั้ง

หากติดตั้ง Windows ผ่าน Bootcamp เอาไว้ ให้นำออกก่อนโดยเข้าไปที่ Bootcamp กด Restore, เมื่อเอาออกแล้วให้ทำรีสตาร์ทเครื่อง หลังจากจอดับให้กด Option ค้างไว้จนเครื่องติดอีกครั้ง จะเข้าสู่หน้านี้ ให้เลือก Install macOS Sierra

เลือกที่ Disk Utilities เพื่อลบข้อมูล OS เดิมออกให้หมดก่อน

เลือกที่ SSD ของ Mac แต่ให้เลือก Sub SSD (อันที่สอง) กด Erase เลือก Format เป็น Mac OS Extended (Journaled) กด Format รอจนเสร็จแล้วกด Done ครับ

เสร็จแล้วกดกากบาต กลับมาที่หน้าแรก เลือก Install macOS เพื่อเริ่มติดตั้ง macOS Sierra ได้เลยครับ

เมื่อมาถึงหน้านี้ให้เลือกที่ Macintosh HD แล้วกด Agree ระบบก็จะติดตั้ง macOS ให้ครับ

หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วก็จะเป็นการตั้งค่าอุปกรณ์เหมือนที่ทำใน iPhone หรือ iPad เลย ง่ายมากๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น

บทความเทคโนโลยี

หน้าบัตรประชาชนหลุดอันตรายแค่ไหน? มีแค่สำเนา ทำธุรกรรมกับรัฐและเอกชนได้จริงหรือ?

Published

on

By

ช่วงนี้มีข่าวเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลจากหน้าบัตรประชาชนหลุด จึงมีคำถามว่าข้อมูลจากหน้าบัตรประชาชนนั้นทำอะไรได้บ้าง ข้อมูลบนบัตรประชาชนอันตรายจริงหรือ? และมีแค่สำเนา ทำธุรกรรมกับรัฐและเอกชนได้จริงหรือ? และควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันตัวเอง ไม่ให้ข้อมูลหลุดไปในระดับนึงถ้ามีอันตรายจริง

ข้อมูลบนหน้าบัตรประชาชนและเลขประจำตัวอันตรายจริงหรือ?

หลายคนยังกังวลใจว่า “ข้อมูลบนบัตรประชาชน” นั้นอันตรายจริงหรือ ทางเราได้สอบถามผู้รู้มา ได้สรุปดังนี้

ข้อมูลหน้าบัตรเป็นข้อมูลทั่วๆไป ซึ่งปัจจุบันสถาบันองค์กรต่างๆ ไม่ค่อยยอมให้ใช้แค่สำเนาบัตรทำธุรกรรมอะไรแล้ว และแม้จะใช้บัตรประชาชนตัวจริงหรือเลขบัตรประชาชน แต่ถ้าเจ้าของไม่ได้มาก็ไม่สามารถทำธุรกรรมทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชนได้ เพราะเคยมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ทำให้ถูกต้อง หรือมีส่วนรู้ร่วมคิดกับขบวนการโกง จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่องค์กรต้องเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบบัตรและตัวตนอย่างรัดกุม [อ่านเพิ่มเติมจากกรณีนักข่าว NEW TV ทดลองนำบัตรประชาชนคนอื่นไปเปิดบัญชีจนสำเร็จ] ถ้าพบว่าเจ้าหน้าที่ยังฝ่าฝืน ก็ต้องรับโทษ ถ้าจะทำแทนต้องมีใบมอบอำนาจมา (อิงจากที่ผู้เขียนไปทำธุรกรรม ใช้บริการต่างๆ จริง บางครั้งพ่อแม่ฝากมาทำ ให้บัตรประชาชนจริงมา เขายังไม่ให้ทำธุรกรรมเลย) แต่ตรงนี้ก็มีจุดอ่อนตรงที่อาจมีการปลอมใบมอบอำนาจได้ ถ้าสามารถปลอมลายเซ็นได้

แต่มีข้อสังเกตหนึ่งที่อยากเตือนเพิ่มคือ

สำเนาบัตรประชาชนหรือภาพบัตรประชาชนอาจนำไปใช้แอบอ้างขายของหลอกลวงทางออนไลน์ หรือทำธุรกิจผิดกฎหมายได้ หรือสวมรอยหลอกลวงผู้อื่น และหลายบริการออนไลน์ที่ให้สมัครครั้งแรกแล้วยืนยันตัวตนด้วยพวกวันเกิดหรือเลขประชาชน อันนี้ควรระวัง ใครที่เคยสมัครพวกนี้แล้วควรตั้งพาสเวิร์ดใหม่ทันที รวมถึงพวกเกมออนไลน์และบริการต่างๆ ที่แค่กรอกเลขบัตรประชาขนก็สมัครได้ทันที (ไม่เหมือนบางเว็บเช่น Pantip ต้องถ่ายรูปตัวเองคู่บัตรประชาชนส่งไปเพื่อยืนยัน) (เอาจริงๆ แค่ไปดูตามคูหาเลือกตั้ง หรือแอบจดจากบัตรอื่นมาก็ใช้สมัครได้แล้ว ไม่ต้องข้อมูลหลุดเท่านั้น)

ข้อมูลหลังบัตรประชาชนนั้นสำคัญกว่า

ข้อมูลหน้าบัตรไม่เท่าไหร่ แต่ข้อมูลหลังบัตรสำคัญกว่า จริงๆ ก็เพิ่งสังเกตตามที่เพื่อนบอกว่ามันจะมีชุดรหัสหลังบัตร ตรงนี้คือรหัสยืนยันตัวตนของเจ้าของบัตรลักษณะคล้าย cvv ในบัตรเครดิต ที่ไม่ค่อยรู้เพราะยังไม่ค่อยมีบริการไหนที่ขอเลขนี้ แต่เพื่อนผมเพิ่งเจอหน่วยงานที่ขอเลขนี้เมื่อไม่นานนี้คือกรมสรรพากร อนาคตหน่วยงานรัฐอาจใช้ประโยชน์จากเลขนี้อย่างอื่นได้

เราจึงอยากแนะนำว่า เวลาถ่ายเอกสารให้ถ่ายแค่หน้าบัตร ยกเว้นหน่วยงานที่ติดต่อขอเลขหลังบัตรจริงๆ ซึ่งก็ต้องขีดคร่อมเซ็นต์รับรองให้ปลอมแปลงยาก เพราะหากขีดคร่อมไม่ดี อาจมีการนำไปสแกนแล้วตกแต่งใหม่ได้

แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าสำเนาแบบไหน ก็มีลายเซ็นต์ อาจนำไปถอดแบบเพื่อปลอมทำอย่างอื่นได้ และข้อมูลเหล่านี้อาจถูกแอบอ้างเพื่อใช้บริการสถาบันการเงินนอกระบบ บริการผิดกฎหมายที่อาจไม่มีการตรวจสอบยืนยันตัวตนได้

การเซ็นรับรองสำเนา และระบุว่าใช้ทำอะไร หากเอาไปทำนอกเหนือมีความผิดทางกฎหมาย แต่…

จริงๆ เราการนำสำเนาที่มีการเซ็นต์รับรองและระบุว่าเอาไปทำอะไรนั้น หากนำไปใช้นอกเหนือจากนี้แล้วพิสูจน์ได้ ถือว่าผู้กระทำผิดกฎหมาย แต่ว่าการเซ็นต์ของบางคนนั้นจะถูกนำสำเนาไปแก้ไขด้วยโปรแกรมแต่งภาพอย่าง Photoshop แล้ว Print ออกมาใหม่ก็เนียนแล้ว

และหากรู้ว่าข้อมูลหลุดควรทำอย่างไร

 ก็ไม่พ้นแจ้งความครับ เป็นสิ่งที่ควรรีบทำเลยครับ

สถานการณ์ใกล้ตัว มีน่ากลัวกว่าเยอะ แม้ข้อมูลไม่หลุด ควรใส่ใจ!


กรณีที่ฝากบัตรไว้กับคนอื่น เช่นแลกบัตรเข้าสถานที่ต่างๆ ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ใช้บัตรอื่นแลกแทนบัตรประชาชน เพราะเราไม่รู้ว่าเขาอาจจะทำอะไรกับบัตรหรือเลขประจำตัวประชาชนของเราบ้าง อันนี้เค้าได้บัตรจริงเราไปเลย จะเอาไปสำเนา หรือเอาไปทำอะไรก็ได้ น่ากลัวไม่แพ้ข้อมูลหลุดเลย

ภาพประกอบจาก: Pixabay (1, 2) Kapook, Galaxy Gift Card iBaht

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] VLC media player ก็ใช้โหลดคลิป YouTube และจากเว็บต่างๆ ได้

Published

on

By

*ไม่สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ ควรเลือกใช้กับประเภทคลิปที่ถูกต้องและควรเข้าไปดูผ่านเว็บ Official บ่อยๆ เพื่อสร้างรายได้ให้เจ้าของคลิป

VLC media player โปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอและเสียงชื่อดังนั้นก็สามารถใช้ดาวน์โหลดคลิปจาก YouTube ได้ โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ไปที่ “Media” หรือ “สื่อ” จากนั้นไปที่ “เปิดกระแสเครือข่าย” หรือ “Open Network Stream”

นำลิงค์ YouTube ที่จะเปิดและดาวน์โหลดมาวาง ได้ทั้งลิงค์เต็มๆ หรือลิงค์แบบย่อ youtu.be เลยนะครับ จากนั้นกด “เล่น” หรือ “Play”

เมื่อกดแล้วคลิปจะทำการเล่นบน VLC แต่ว่ายังเปิดการเปิดจากเน็ต ยังไม่ใช่การดาวน์โหลดลงเครื่อง ให้ไปที่  “Tools” และไปที่ “Media Information” หรือ “เครื่องมือ” และไปที่ “ข้อมูลสื่อ”

จากนั้นให้ก๊อป URL ตามภาพนี้ทั้งหมด

นำลิงค์นี้ไปวางบน Browser เช่น Google Chrome ก็จะสามารถกดดาวน์โหลดได้ทันที

หรือว่าจะใช้วิธีคลิกขวาที่วิดีโอที่เปิดบน Browser แล้วกดบันทึกวิดีโอก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิธีนี้กับเว็บไซต์อื่นบางเว็บได้ด้วย ใครอยากรู้ใช้กับเว็บไหนได้บ้างก็ทดสอบได้เลยครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

อ่านคำบรรยายระดับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” iOS 11.3 แล้วงงใช่ไหม เราอธิบายให้ฟัง!

มาดูคำอธิบายเกี่ยวกับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” ว่ายังใช้งานได้มากน้อยขนาดไหนกัน

Published

on

Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ลงใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของแบตเตอรี่ iPhone แต่ละเครื่องได้ตามที่ Apple เคยสัญญาไว้ หลังจากโดนฟ้องร้องจากการที่ลดประสิทธิภาพของ CPU ลง โดยมิได้เตือนให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้า แต่คำอธิบายประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของแอปเปิ้ลมันอ่านเข้าใจยากเหลือเกิน วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกัน

“แบตเตอรี่ iPhone”

Apple ได้อธิบายว่า แบตเตอรี่ iPhone ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอออน ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า, เก็บประจุได้นานกว่า และมีความหนาแน่นของกำลังไฟที่สูงกว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นเก่า แต่แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไป และมีอายุการใช้งานที่จำกัด

นั่นส่งผลให้การทำงานของแบตเตอรี่เสื่อมถอย และมีโอกาสที่เครื่องจะปิดโดยไม่คาดคิด และอาจเกิดขึ้นได้บ่อยอีกด้วย

สำหรับใน iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น ระบบ iOS ได้รับการออกแบบให้มีจัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เช่น CPU หรือ GPU อยู่เสมอ (พูดง่ายๆ คือลดความเร็วเครื่องลง) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด ซึ่งผู้ใช้อาจรู้สึกถึงผลกระทบต่างๆ เช่น ใช้เวลานานขึ้นในการเปิดใช้แอพ หรืออัตราเฟรมลดลงขณะเลื่อนหน้า เป็นต้น

ตรวจสอบ “ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่”

สำหรับ iOS 11.3 ที่ได้รับการอัปเดทใน iPhone 6 ขึ้นไปนั้น ได้เพิ่มคุณสมบัติ “การจัดการประสิทธิภาพการทำงาน” ซึ่งผู้ใช้สามาถเลือกเปิด/ปิด หรือดูคำแนะนำหากจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ซึ่งมีการแสดงผลการประมวลประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ดังข้อความต่อไปนี้

  • หมายเหตุ: iPhone ที่อัปเดทเป็น iOS 11.3 จะเริ่มด้วยการปิดใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้ และจะเปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากอุปกรณ์ประสบกับการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด
  • ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ใหม่จะเริ่มที่ 100% เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก และจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่มีอายุใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชั่วโมงการใช้งานระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งลดลงด้วยเช่นกัน

1. “แบตเตอรี่ของคุณรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามปกติอยู่ในตอนนี้”

หมายถึง : ประสิทธิภาพการทำงานปกติ เป็นข้อความที่แสดงขึ้นเมื่อแบตเตอรี่สามารถรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดได้ตามปกติ และไม่ได้เปิดใช้คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง)


2. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ จึงมีการปรับใช้การจัดการประสิทธิภาพเพื่อช่วยปกป้องไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกครั้ง ปิดใช้งาน…”

หมายถึง : มีการ “เปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ลดความเร็วเครื่องแล้ว) แต่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะ “ปิดใช้งาน” ในส่วนนี้ได้ แต่จะไม่สามารถเปิดกลับมาได้อีก โดยคุณสมบัตินี้จะเปิดการใช้งานโดยอัตโนมัติอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด


3. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ คุณได้ปิดใช้งานการปกป้องการจัดการประสิทธิภาพด้วยตัวเองแล้ว”

หมายถึง : การจัดการประสิทธิภาพการทำงานปิดอยู่ (ยังไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง) ซึ่งข้อความนี้เป็นข้อความในกรณีที่ผู้ใช้ “ปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้อยู่ หาก iPhone ประสบปัญหาการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดอีก คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเปิดใช้งานอีกครั้ง แล้วตัวเลือกเพื่อปิดการใช้งานจะปรากฏขึ้นอีกเช่นกัน


4. “ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของคุณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความจุเต็มรูปแบบดังเดิมได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เสื่อมลง แสดงให้ผู้ใช้ทราบว่า iPhone มีปัญหาด้านแบตเตอรี่ โดยยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงเป็นอย่างเห็นได้ชัด และนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่


5. “iPhone เครื่องนี้ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถให้บริการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ไม่ทราบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่นั้นได้รับการติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือมีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่ไม่รู้จัก (พูดง่ายๆ เราอาจไปเปลี่ยนแบตนอกที่ไม่ใช่แบตของ Apple มาแล้วไอโฟนตรวจสอบคุณภาพแบตไม่ได้)


วิธีขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทาง Apple ได้แนะนำว่า หากประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone ได้รับผลกระทบจากแบตเตอรี่ที่มีอายุเพิ่มขึ้นและต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โปรดติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple

ข้อมูลอ้างอิง : apple

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!