Blue Origin เผยความเหนือกว่าก่อนที่ Virgin Galactic จะส่งลูกเรือและแบรนสันไปสู่อวกาศ

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม เป็นก้าวสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวอวกาศที่เวอร์จินกาแล็กติก (Virgin Galactic) จะทดสอบเที่ยวบินที่มีลูกเรือครั้งที่ 4 ของบริษัทและเป็นครั้งแรกของผู้โดยสารที่มีริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) ผู้ก่อตั้งฯ ร่วมเดินทางไปสู่อวกาศด้วย ซึ่งเป็นการปาดหน้าแซงตรงทางโค้งก่อน เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งบลูออริจิน (Blue Origin) ที่จะกอดคอน้องชาย มาร์ก เบโซส ท่องขอบอวกาศไปกับเที่ยวบินที่มีลูกเรือครั้งแรกของ New Shepard ใน 20 กรกฎาคมนี้

การเปิดตัวไปขอบอวกาศเป็นรายแรกของเวอร์จินกาแล็กติกจึงได้รับความสนใจจากสื่อ ซึ่งสื่อทุกสำนักต่างนำเสนอรายละเอียดของเที่ยวบินนี้ก่อนขึ้นบินอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดบลูออริจินได้ทวีตแสดงข้อมูลเปรียบเทียบว่า New Shepard ได้ถูกออกแบบมาให้บินเหนือเส้นขอบฟ้า (Kármán) ในขณะที่เครื่องบินอวกาศ VSS Unity ของคู่แข่งไปไม่ถึง

บลูออริจินเผยว่าได้ออกแบบให้ New Shepard บินไปเหนือเส้นขอบฟ้า (Kármán) ซึ่ง 96% ของประชากรโลกต่างรู้กันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอวกาศที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 100 กม. (เป็นระดับที่ FAI กำหนดไว้) แต่ 40% ของโลกเท่านั้นที่รู้ว่าจุดเริ่มต้นของอวกาศเริ่มต้นที่ 80 กม. (หรือ 50 ไมล์ เป็นระดับที่นาซาและรัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดไว้) ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นว่าเที่ยวบินของเวอร์จินกาแล็กติกที่โฆษณาไว้ไปที่ระดับความสูงแค่ 57 ไมล์ (91 กม.) นั้นไปไม่ถึงเส้นขอบฟ้า

แค่นี่ยังไม่พอ บลูออริจินได้เปรียบเทียบว่าหน้าต่างสำหรับชมวิวของตนใหญ่ที่สุดในอวกาศ ส่วนของเวอร์จินกาแล็กติกนั้นเป็นแค่หน้าต่างเครื่องบิน และเที่ยวบินของบลูออริจินใช้ยานประเภทจรวด ส่วนของเวอร์จินกาแล็กติกนั้นเป็นเพียงเครื่องบินที่บินในระดับสูง

ที่มา : engadget

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส