ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Health

รู้จัก Dataism ทำไมมนุษย์เสพติดชุดข้อมูล จนสูญเสียเจตจำนงเสรี ? ส่องมุมมองของ บิลล์ เกตส์ ต่ออนาคตของ AI และ Dataism

Table of Content

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพมาแรงก็อาจจะทำให้ใครหลาย ๆ คนเริ่มที่จะหันมาสนใจเรื่องการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้น และเทรนด์นี้ก็ส่งผลให้มีแกดเจตมากมายขึ้นมา เพื่อเก็บสถิติพร้อมตัวเลขชี้วัดที่แม่นยำขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การออกกำลังกาย ไปจนถึงอาหารการกิน สถิติหรือข้อมูลพวกนี้มีคนนิยามคำใหม่เพื่อเรียกคนที่ติดมัน โดยมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Dataism 

Dataism คืออะไร ?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Dataism คืออะไร ? Dataism หรือ ‘ลัทธิข้อมูล’ เป็นแนวคิดที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางโดยนักประวัติศาสตร์ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี (Yuval Noah Harari) ในหนังสือ ‘Homo Deus: A Brief History of Tomorrow’ โดยมีแก่นความเชื่อที่ว่า จักรวาลนี้ประกอบขึ้นจากการไหลเวียนของข้อมูล หรือ Data flows คุณค่าของทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต ธรรมชาติ หรือเครื่องจักร ล้วนถูกกำหนดโดยความสามารถในการประมวลผลข้อมูลไว้แล้ว

ตามแนวคิด Dataism สิ่งมีชีวิตรวมถึงตัวมนุษย์เองก็เป็นเพียง ‘อัลกอริทึมทางชีวเคมี’ และเมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ระบบคอมพิวเตอร์และ AI ก็สามารถที่จะประมวลผลข้อมูลได้เหนือกว่าสมองของมนุษย์ ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูล และกลายเป็นสิ่งสูงสุดที่ทรงคุณค่า ยิ่งกว่าความรู้สึกหรือประสบการณ์ภายในจิตใจของมนุษย์เอง

ทำไมมนุษย์ถึงเสพติดชุดข้อมูล จนอาจสูญเสียเจตจำนงเสรี ?

ในยุคปัจจุบัน เราต่างเสพติดการเชื่อมต่อและแบ่งปันข้อมูลตลอดเวลา เราอัปโหลดภาพมื้ออาหารลงโซเชียลมีเดีย สวมใส่นาฬิกาอัจฉริยะเพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และยินยอมให้แอปพลิเคชันบันทึกพฤติกรรมของเรา นี่คือการที่เราป้อนข้อมูลของตัวเองเข้าสู่ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย

การสูญเสีย ‘เจตจำนงเสรี’ หรือความสามารถในการคิด เลือก และตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ได้ถูกบังคับ สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อมนุษย์เริ่มพึ่งพาและเชื่อใจอัลกอริทึมมากกว่าสัญชาตญาณของตัวเอง

เนื่องจาก AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลจนอาจรู้จักตัวเราดีกว่าที่เรารู้จักตัวเอง เราจึงเริ่มปล่อยให้ระบบเป็นผู้ตัดสินใจแทน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างการเลือกดูหนัง ซื้อของ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ อย่างการเลือกคู่ครอง การลงทุน หรือแนวทางการรักษาสุขภาพ เมื่อเรายอมยกอำนาจการตัดสินใจเหล่านี้ให้ชุดข้อมูล เจตจำนงเสรีที่เราเคยเชื่อมั่นว่าเราเป็นผู้กุมชะตาชีวิตตัวเอง นั่นอาจไม่มีความหมายและกลายเป็นเราที่ไม่เชื่อความคิดของตัวเอง

เหรียญสองด้านของ Dataism 

เหรียญมีสองด้านเสมอ แม้ว่า Dataism จะดีต่อผู้ใช้ แต่ก็มีอันตรายที่ซ่อนอยู่เช่นกัน

เรย์ เคิร์ซเวล (Ray Kurzweil) นักวิจัยหลักดูแลทีมพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์จาก Google มองว่าข้อมูลคือภาษาที่เป็นกลาง ซึ่งข้อมูลจำนวนมหาศาลนี้ จะช่วยให้เราตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และอาจนำไปสู่การไขปริศนาที่ยากที่สุดของมนุษยชาติได้ เช่น การรักษาโรคที่เคยรักษาไม่ได้ การยืดอายุขัย หรือการจัดการทรัพยากรเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน

แต่ทางด้าน จารอน ลาเนียร์ (Jaron Lanier) นักปรัชญาด้านเทคโนโลยี และ โชชานา ซูบอฟ (Shoshana Zuboff) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (Professor Emerita) จาก Harvard Business School ทั้งคู่เห็นต่างออกไป และได้ออกมาเตือนว่า การยกให้ข้อมูลเป็นใหญ่จะนำมาซึ่งการลิดรอนสิทธิส่วนบุคคล มนุษย์จะถูกลดทอนคุณค่ากลายเป็นแค่ ‘จุดเก็บข้อมูล’ เพื่อป้อนเข้าระบบ

นอกจากนี้แล้ว ชุดข้อมูลพวกนี้ก็ไม่ได้เป็นกลางเสมอไป แต่มันมักแฝงอคติในอดีตเอาไว้ด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมในสังคม เช่น ระบบคัดกรองรับคนเข้าทำงานที่ลำเอียง หรือระบบคาดการณ์อาชญากรรมที่จ้องจับผิดคนบางกลุ่ม

มุมมองของ บิลล์ เกตส์ ต่ออนาคตของ AI และ Dataism

บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ได้เขียนบทวิจารณ์สะท้อนมุมมองของเขาต่อหนังสือ Homo Deus ไว้บนเว็บบล็อกของเขา แม้เขาจะชื่นชมวิสัยทัศน์ที่ท้าทายความคิดของ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Homo Deus แต่บิลล์ เกตส์ ก็ได้เขียนวิจารณ์หนังสือเล่มนี้ของแฮรารีลงในบล็อกส่วนตัว (GatesNotes) ซึ่งเกตส์มองในมุมที่ต่างไป และมีข้อโต้แย้งในประเด็นสำคัญ ดังนี้

อนาคตอันมืดมน ไม่ใช่สิ่งชี้ชะตา 

ในขณะที่แฮรารีมองว่า AI และเทคโนโลยีชีวภาพจะทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนทั่วไป ค่อนข้างที่จะต่างกันจนตามกันไม่ทัน แต่บิลล์ เกตส์ กลับไม่ได้มองในแง่ร้ายขนาดนั้น เขามองว่าแม้ช่วงแรกเทคโนโลยีใหม่จะกระจุกตัวอยู่กับคนรวย แต่เราก็สามารถหาวิธีให้คนทั่วไปเข้าถึงได้เร็วขึ้น เหมือนกับการส่งวัคซีนไปประเทศยากจนที่เดี๋ยวนี้ทำได้เร็วกว่าเมื่อก่อนมาก สิ่งนี้สะท้อนว่าความเหลื่อมล้ำไม่ใช่ปัญหาที่หมดทางแก้เสมอไป

ความกังวลที่แท้จริงคือ ‘เป้าหมายชีวิต’ ไม่ใช่หุ่นยนต์ครองโลก 

บิลล์ เกตส์มองว่าการควบคุม AI ไม่ให้ทำร้ายมนุษย์เป็นเพียงปัญหาเชิงวิศวกรรมที่เราต้องหาทางแก้ แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่ากังวลกว่าคือ ‘ปัญหาเรื่องเป้าหมาย’ สมมติว่าในอนาคต AI สามารถขจัดความหิวโหย โรคระบาด และสงครามได้จนหมดสิ้น มนุษย์จะลุกขึ้นจากเตียงในตอนเช้าเพื่ออะไร ? เราจะหาแรงบันดาลใจจากความท้าทายไหน หากทุกอย่างถูกจัดการไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

Dataism ไม่สามารถทดแทนความเป็นมนุษย์ 

เกตส์ ไม่เห็นด้วยกับบทสรุปของแฮรารีที่ว่า Dataism จะกลายมาเป็นศาสนาหรือหลักการใหม่ที่ชี้นำชีวิตมนุษย์ เขาแย้งว่า Dataism ไม่ได้ให้คำตอบที่เป็นประโยชน์ในการจัดระเบียบชีวิต เพราะมันมองข้ามความจริงที่ว่า ‘มนุษย์จะยังคงมีความต้องการทางสังคมเสมอ’ ต่อให้เราอยู่ในโลกที่ข้อมูลอธิบายได้ทุกอย่าง ไร้โรคภัย ไร้สงคราม มนุษย์ก็ยังคงให้คุณค่ากับการได้ช่วยเหลือผู้อื่น การมีปฏิสัมพันธ์ และการดูแลเอาใจใส่คนที่เรารักอยู่ดี

สรุปแล้วตัวของ บิลล์ เกตส์เองก็มองว่า Dataism ไม่ได้ทำให้เจตจำนงเสรีของมนุษย์นั้นหายไป เพราะมนุษย์ยังสามารถใช้ชีวิตบางอย่างได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาข้อมูลเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสังคม หรือการตามหาความหมายของชีวิต นั่นหมายความว่า มนุษย์ยังคงมีคุณค่าในตนเอง และเจตจำนงเสรีนั้นก็ยังคงอยู่

อย่างไรก็ดี คำถามสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า AI จะเข้ามาควบคุมเราหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้มันเป็นเพียงเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก หรือจะยอมยก ‘เจตจำนงเสรี’ ของเราให้มันเป็นผู้กำหนดทิศทางชีวิตแทน

ที่มา : nytimes, medium, gatesnotes
พิสูจน์อักษร : รัชนี สังข์แก้ว

Highlight

นักวิทย์ใช้ “แมลงวันหัวเขียว” เป็นสายลับ ! ติดตามโรคระบาดในสัตว์ป่า ไม่ง้อ AI 

19/06/2026
Read More

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้าน สร้าง ‘WellEra’ Wellness Complex ใจกลางกรุง รับเมกะเทรนด์ Longevity

19/06/2026
Read More

วิกฤตการณ์ ‘RAMmageddon’ เมื่อชิปขาดแคลนหนักจนอาจแช่แข็งวงการไอที ?

19/06/2026
Read More

‘Ref Cam’ กล้องมุมมองผู้ตัดสิน เทคโนโลยีปราบดราม่า-เพิ่มมุมมองแฟนบอลในฟุตบอลโลก 2026

19/06/2026
Read More

ดีล 14 ข้อ สหรัฐฯ-อิหร่าน น้ำมันโลกร่วง ! แต่ไทยปรับลง !

19/06/2026
Read More

Instagram จากแอปฯ แชร์รูปภาพ สู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมและเส้นทางอาชีพของครีเอเตอร์

18/06/2026
Read More

Related Content