แอนดี้ เซอร์คิส (Andy Serkis) นักแสดงมากพรสวรรค์วัย 60 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวจากเว็บไซต์ ScreenRant ในงาน Fan Expo San Francisco โดยเขาได้อธิบายถึงความสำคัญของเทคโนโลยีโมชันแคปเจอร์ (Motion Capture) ว่าช่วยให้เขาได้แสดงบทบาทที่หลากหลายขึ้นได้อย่างไร
เซอร์คิสได้อธิบายถึงความแตกต่างของบท กอลลัม (Gollum) ในไตรภาค ‘The Lord of the Rings’ (2001, 2002, 2003) และ คิงคอง (King Kong) ใน ‘King Kong’ (2005) ของผู้กำกับ ปีเตอร์ แจ็กสัน (Peter Jackson) รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้เขากลายเป็นตัวละครใดในสถานที่แห่งใดก็ได้

เขากล่าวเสริมว่า

ด้วยความสำเร็จอย่างมหาศาลของไตรภาค ‘The Lord of the Rings’ ซึ่งทำรายได้ทั่วโลกรวมกันไปถึง 2,940 ล้านเหรียญ พร้อมคว้ารางวัลออสการ์รวมกันถึง 17 ตัว และ ‘King Kong’ ซึ่งทำรายได้ทั่วโลกไป 550.5 ล้านเหรียญ และคว้ารางวัลออสการ์ 3 ตัว ทำให้เซอร์คิสซึ่งรับบทกอลลัมและคิงคอง ได้รับคำชื่นชมในด้านการแสดงที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันลึกซึ้ง และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จ
เขายังรับบทในชุดโมชันแคปเจอร์ในภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์อีกหลายเรื่อง เช่น ซีซาร์ (Caesar) ในไตรภาค ‘Planet of the Apes’ (2011, 2014, 2017) และ ผู้นำสูงสุดสโน๊ค (Supreme Leader Snoke) ใน ‘Star Wars: Episode VIII – The Last Jedi’ (2017) เป็นต้น
นอกจากนี้ เซอร์คิสกำลังจะกลับมารับบทกอลลัมอีกครั้งใน ‘The Lord of the Rings: The Hunt for Gollum’ ซึ่งมีกำหนดฉายในปี 2026 และเป็นการกลับมาร่วมงานกับแจ็กสันอีกครั้ง








