ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Health
Read More

เปลี่ยน “ไทย” เป็น Sandbox พัฒนา “สเต็มเซลล์”

ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนสูง แต่มีหนึ่งตลาดที่เติบโตหลายเท่าทุกปี “ตลาดสุขภาพและการแพทย์” ควบคู่ไปกับเทรนด์ที่คนทั่วโลกหันมาสนใจการดูแลสุขภาพมากขึ้น นักวิเคราะห์จาก Global Wellness Institute คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจด้านสุขภาพจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราที่สูงถึง 7.3% ต่อปี ระหว่างปี 2023-2028 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP โลกที่คาดการณ์ไว้ที่ 4.8%ในหลายปีที่ผ่านมาเราต่างเห็นความเป็นไปได้ของประเทศไทยที่จะกลายเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาค และอีกไม่กี่ปีเราอาจได้เห็นประเทศไทยเป็น World Destination ในด้านสุขภาพ ทั้งเรื่องสุขภาพทั่วไป การแพทย์ และด้าน Longevity หรือการมีอายุที่ยืนยาว และโปรเจกต์ใหญ่ โปรเจกต์ใหม่ที่รัฐบาล นำโดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จับมือกับ Medeze บริษัทเอกชนที่ให้บริการเรื่องสเต็มเซลล์ ตั้งแต่การตรวจและเก็บสเต็มเซลล์ ธนาคารสเต็มเซลล์ ไปจนถึงการนำไปใช้ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนรายเดียวที่ได้ถูกคัดเลือกจากรัฐเพื่อสร้าง "Sandbox" สำหรับวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ATMPs (Advanced Therapy Medicinal Products) หรือผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง ATMPs (Advanced Therapy Medicinal Products) ผลิตภัณฑ์การแพทย์ที่มีส่วนผสมของยีน เซลส์ หรือ และเนื้อเยื่อ ซึ่งในที่นี้ คือ…
15/08/2025

วิจัยเผย ! ใช้ AI ช่วยตรวจมะเร็ง ทำให้สกิลหมอลดลง

AI เทคโนโลยีฮีโรที่เข้ามาเพื่อเป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตของผู้คน หรือแม้แต่ใช้ในการช่วยชีวิต แน่นอนว่าการมีอยู่ของ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงาน สร้างและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้เราได้ แต่ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับการพึ่งพาความสามารถของ AI ที่มากขึ้น จะทำให้ความเฉียบคมของทักษะเราถดถอยเพราะไม่ได้ใช้งานรึเปล่า แล้วถ้าเป็นแบบนั้น จะเกิดอะไรขึ้น ? งานวิจัยชิ้นล่าสุดพบว่า แพทย์ที่ใช้ AI ช่วยตรวจหามะเร็ง อัตราการตรวจพบติ่งเนื้อในลำไส้เป็นประจำ กลับมีความสามารถในการตรวจหามะเร็งด้วยตัวเองแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Gastroenterology & Hepatology โดยทีมแพทย์และนักวิจัยจากหลายประเทศ ได้แก่ โปแลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ซึ่งติดตามแพทย์ที่ทำงานในศูนย์ส่องกล้อง 4 แห่งในโปแลนด์ ที่เข้าร่วมโครงการทดลองใช้ AI ในการส่องกล้องเพื่อลดความเสี่ยงมะเร็ง เพื่อประเมินว่า “แพทย์ส่องกล้องที่ใช้ AI เป็นประจำจะมีผลงานอย่างไรเมื่อไม่มี AI ช่วย” นักวิจัยได้เปรียบเทียบคุณภาพของการส่องกล้องแบบไม่มี AI ช่วย ใน 2 ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน คือ…
14/08/2025

ชายคนหนึ่งต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะคำตอบจาก ChatGPT | ผู้ใช้ หรือ AI ใครผิด ?

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ใช้ AI เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัว ตั้งแต่วางแผนเที่ยวไปจนถึงถามเรื่องสุขภาพ แต่เคยคิดไหมว่า ถ้าเราเชื่อคำแนะนำของมันแบบไม่ลืมหูลืมตา การพรอมต์แบบขาดบริบท หรือแม้แต่การขาดความรู้ในการตีความข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิต อะไรจะเกิดขึ้น ? BT beartai จะมาเล่าเคสจริงเกี่ยวกับคนที่หาข้อมูลจาก AI เพื่อดูแลสุขภาพจนเกิดปัญหา โดยเคสนี้ถูกตีพิมพ์เป็นกรณีศึกษาทางการแพทย์บน APC Journal เริ่มต้นด้วยการแชตกับ ChatGPT และจบลงที่ห้องฉุกเฉิน เรื่องนี้เริ่มจากชายวัย 60 ปีคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมีประวัติป่วยทางจิตหรือโรคประจำตัวมาก่อน จู่ ๆ เขาก็มาที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการสับสนและมึนงงอย่างหนัก พร้อมบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เพื่อนบ้านจะลอบวางยาพิษเขา ในตอนแรก ทีมหมอยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เพราะจากการสอบถาม เขาบอกกับหมอว่าเขาไม่ได้ใช้ยาหรืออยู่ระหว่างการรักษาโรคใด ๆ เลย การทำงานของระบบประสาทในเบื้องต้นเป็นปกติ ทั้งยังไม่มีร่องรองของแอลกอฮอลล์และยาเสพติดในร่างกาย แต่พอผลเลือดค่าอื่น ๆ ออกมาก็ทำเอาหมองง เพราะเจอค่าความผิดปกติหลายอย่าง เช่น คลอไรด์สูงในระดับที่ผิดปกติ (Hyperchloremia) ค่าบ่งชี้ความสมดุลกรด-ด่างติดลบ (Anion Gap) และภาวะกรด-ด่างอื่น ๆ ที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นตัวเลขแปลก…
11/08/2025

นอนเกิน 9 ชั่วโมงเป็นประจำ อาจตายไวกว่านอนน้อยถึง 34%

หลายคนคงจะเคยได้ยินว่านอนหลับให้ถึง 8 ชั่วโมง คือการนอนที่เหมาะสม แต่แท้จริงแล้วแต่ละวัยมีความต้องการพักผ่อนที่แตกต่างกัน แม้เราทุกคนจะรู้ว่าการนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย แต่ผลของวิจัยล่าสุดสร้างความแปลกใจ เมื่อมีการเปิดเผยว่า นอนเกิน 9 ชั่วโมงเป็นประจำทุกคืน อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าที่เคยคิด ซึ่งอาจเป็นอันตรายยิ่งกว่าการนอนน้อยเสียอีก โดยมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น และยังสัมพันธ์กับโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานและภาวะซึมเศร้า การนอนหลับให้เพียงพอสำคัญไม่แพ้อาหารและการออกกำลังกาย การนอนหลับที่มีคุณภาพเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพทั้งทางกายและใจ พอ ๆ กับการได้รับโภชนาการที่ดีและการออกกำลังกาย เพราะขณะที่เราหลับร่างกายจะซ่อมแซมเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยรวบรวมความทรงจำ ควบคุมฮอร์โมน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และรักษาสมดุลทางอารมณ์และสติปัญญา มูลนิธิส่งเสริมสุขภาพการนอน (Sleep Health Foundation) แนะนำให้ผู้ใหญ่นอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งหากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิด สมาธิสั้น และในระยะยาวก็เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานชนิดที่ 2 ภาวะซึมเศร้า และอาจเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอนเกิน 9 ชั่วโมงเป็นประจำ จะเกิดอะไรขึ้น ? จากการทบทวนงานวิจัยจำนวนกว่า 79 ชิ้น พบว่า ผู้ที่นอนน้อยกว่า 7…
17/01/2024

การศึกษาชี้ว่ายิ่งพี่น้องเยอะ สุขภาพจิตยิ่งย่ำแย่

ใครเป็นลูกคนเดียวอาจมีบางโมเมนต์ที่รู้สึกอยากมีพี่น้องเหมือนกับคนอื่นเขาบ้าง เพราะพี่น้องบางคนก็สนิทกัน เป็นทั้งพี่น้อง เป็นทั้งเพื่อน แต่บางครอบครัว การมีพี่น้องก็เหมือนลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันอยู่ตลอด แถมอาจมีปัญหาเรื่องพ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน คนนั้นได้แบบนี้ คนนี้ได้แบบนั้น ซึ่งการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอที่ได้ศึกษาความสัมพันธ์ของสุขภาพจิตกับจำนวนพี่น้องในครอบครัวพบว่า จำนวนพี่น้องที่เพิ่มมากขึ้นสัมพันธ์กับสุขภาพจิตที่แย่ลง การศึกษานี้ได้ใช้ข้อมูลจากเด็กนักเรียนชาวจีนเกรด 8 (เทียบเท่าชั้นม.3) จำนวนมากกว่า 9,400 คน และเด็กนักเรียนเกรด 8 ชาวอเมริกันมากกว่า 9,100 คน โดยเด็กทั้งหมดมีอายุเฉลี่ย 14 ปี โดยทีมนักวิจัยได้ถามคำถามเกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งคำถามระหว่างเด็กจีน และเด็กอเมริกันจะแตกต่างกันตามบริบทของสังคม เพราะอย่างประเทศจีนที่มีนโยบายลูกคนเดียว ส่งผลให้ค่าเฉลี่ยการมีพี่น้องต่ำกว่าสหรัฐฯ เด็กที่ไม่มีพี่น้อง สุขภาพจิตดีที่สุด จากการวิเคราะห์คำตอบเกี่ยวกับสุขภาพจิตที่ได้ถามเด็กเหล่านี้ ผลลัพธ์ออกมาว่า ‘เด็กนักเรียนชาวจีนที่ไม่มีพี่หรือน้องเลย เป็นกลุ่มที่มีสุขภาพจิตดีมากที่สุด ส่วนเด็กนักเรียนชาวอเมริกันที่ไม่มีพี่น้อง หรือพี่น้อง 1 คนมีสุขภาพจิตในระดับที่ใกล้เคียงกัน’ ข้อมูลจากทางฝั่งอเมริกายังพบว่าเด็กที่มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน หรือพี่น้องต่างพ่อ/แม่ก็ล้วนส่งผลด้านลบต่อสุขภาพจิตของเด็ก และกลุ่มที่สุขภาพจิตแย่ที่สุด คือ พี่น้องที่อายุห่างกันไม่เกิน 1 ปี ยิ่งพี่น้องเยอะ ต้องหารเยอะ ดัก ดาวนีย์ (Doug Downey) ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยโอไฮโอ…
16/01/2024

นักวิทยาศาสตร์พบว่าความรักอาจทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้ในสมอง

ความรักเป็นอารมณ์ และความสัมพันธ์ที่มนุษย์จำนวนมากต่างแสวงหา ซึ่งการมีความรักได้มอบประสบการณ์แห่งความสุขที่มาพร้อมกับโดปามีน (Dopamine) หรือฮอร์โมนแห่งความสุขที่หลั่งออกมาอย่างมหาศาล และช่วยในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก และบางครั้งความสุขจากความรักก็ทำให้สมองของเราเสพติด ซึ่งส่งผลให้เมื่อถึงต้องลาจากกัน ทำให้รู้สึกใจสลาย เศร้าสร้อย คิดถึง และไม่สามารถลืมได้ การศึกษาในสัตว์ทดลองล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโคโลราโดพบว่าความรักนั้นสร้างร่องรอยทางชีววิทยาบางอย่างเอาไว้ในบริเวณสมองส่วนกลาง สัตว์ทดลองชนิดนี้เป็นสัตว์ฟันแทะเลี้ยงลูกด้วยนมที่ชื่อว่า Prairie Vole หรือก็คือหนูชนิดหนึ่ง แต่หนูชนิดนี้มีพฤติกรรม และโครงสร้างทางสังคมคล้ายกับมนุษย์ อย่างการอยู่ร่วมกัน ความสัมพันธ์ผัวเดียวเมียเดียว และเกิดภาวะทางอารมณ์เมื่อต้องสูญเสียสมาชิกในฝูง เขาพบว่าการที่หนูคู่รักได้อยู่ด้วยกัน และสมองหลั่งโดปามีนจำนวนมากออกมา และสร้างรอยประทับบางอย่างไว้ในสมอง ซึ่งช่วยในสัตว์ที่เป็นคู่รักรู้สึกผูกพันต่อกัน ในการศึกษาเขาได้ทดสอบด้วยการตรวจจับสัญญาณสมองของสัตว์ตัวผู้ และตัวเมียด้วยเซนเซอร์ที่แสดงออกมาเป็นภาพจำลองสมองแบบเรียลไทม์วินาทีต่อวินาที ในสมองส่วนที่เรียกว่า Nucleus Accumben ที่มีหน้าที่กระตุ้นสมองให้ตอบสนองต่อความปรารถนา และการแสวงหาความสุข เช่น น้ำ อาหาร ความปลอดภัย ยาเสพติด และแน่นอนว่ารวมถึงความรักจากคนรักด้วย จากนั้นเขาได้แยกสัตว์ฟันแทะที่เป็นคู่รักกันออกไปยังจุดต่าง ๆ ที่สัตว์ ตัวผู้และตัวเมียต้องผ่านกลไกบางอย่างเพื่อมาพบกัน เมื่อหนูตัวผู้กดคันโยกจะเผยให้เห็นหนูตัวเมียที่อยู่อีกฝั่ง และเมื่อหนูได้เห็นอีกฝ่าย สมองจะหลั่งโดปามีนออกมามหาศาล พร้อมแสงสว่างวาบบริเวณสมองส่วน Nucleus Accumben แต่ถ้าครั้งไหนที่หนูกดคันโยกแล้วไม่เห็นคู่ของมัน แสงสว่างนั้นจะหรี่ลง นักวิจัยยังบอกด้วยว่าแม้โดปามีนเป็นสารในสมองที่หลั่งเวลาเรามีความสุข แต่เมื่อได้อยู่ใกล้กับคนรัก โดปามีนหลั่งผ่านสมองส่วน Nucleus…
16/01/2024

รู้จักกันให้ลึกสุดใจกับ Deep Talk บทสนทนาแห่งความเข้าใจ

เจาะลงไปให้ ลึกกกกก สุดใจจจจ กับการพูดคุยแบบ “Deep Talk” คือการพูดคุยแบบเจาะลึก คุยในทอปปิกที่มีความลึกซึ้ง มีความหมาย และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น  จุดประสงค์ของการพูดคุยแบบ Deep Talk นี้ คือ การแชร์ความคิดเห็น ส่งต่อความรู้สึก เจาะลึกเรื่องความเชื่อ และแบ่งประสบการณ์จากการพูดคุย ในระดับที่ส่งเสริมความใกล้ชิดทางอารมณ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจที่ลึกซึ้งแก่กันมากยิ่งขึ้น     ข้อดีของการพูดคุยแบบ Deep Talk การพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้คุณรู้จักตัวตนของใครคนใดคนหนึ่งได้อย่างถึงแก่นแท้มากยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับที่คุณสนใจอีกด้วย   เป็นการเปิดใจรับฟังมุมมองของผู้อื่น เพราะแต่ละคนล้วนมีที่มา มีประสบการณ์ มีแนวคิดมีสิ่งที่เจอมาแตกต่างกันไป ซึ่งการพูดคุยแบบ Deep Talk จะทำให้เราสามารถเข้าใจมุมมองของผู้อื่นได้ดีขึ้น และเป็นการทำความความเข้าใจความแตกต่างของชีวิตของแต่ละคน ช่วยการลดความเข้าใจผิด การสื่อสารที่ชัดเจนและเปิดกว้างช่วยป้องกันความเข้าใจผิด ทำให้ทุกคนต่างเปิดเผยความคิดลึก ๆ ในใจของตนเองได้   การพูดคุยแบบ Deep Talk นี้จะเป็นการสนทนาระหว่างคน 2 คน หรือจะเป็นการสนทนาเปิดใจแบบเป็นกลุ่มก็ได้ สิ่งสำคัญที่ต้องระวัง ของการพูดคุยแบบ Deep Talk! ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะพูดสนทนาแบบหมดเปลือกเกี่ยวกับวิถีชีวิตแนวคิดหรือความเชื่อของตัวเอง…
16/01/2024

ปลอบประโลมหัวใจจากความผิดหวังในชีวิต

วันนี้เราจะชวนคุณมาสำรวจหัวใจที่แตกร้าวจากความผิดหวัง และหาซ่อมแซมกัน! ถ้าปลอบคนอื่นว่าเก่งแล้ว ปลอบตัวเองต้องเก่งกว่า  ก่อนอื่นคุณต้องทำความเข้าใจว่า “ความล้มเหลวและความผิดหวัง” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ แต่ถึงรู้อย่างนี้แต่ใจมันก็เจ็บมาก ๆ วันนี้เราจึงนำแนวคิดดี ๆ มาฝากคุณกัน  1. เผชิญหน้ากับความจริง เผชิญหน้ากับปัญหาและความเจ็บปวดไปเลย เพราะยิ่งคุณหลีกเลี่ยง ก็มีแต่จะทำให้คุณนั้นเจ็บปวดและเสียเวลามากยิ่งขึ้น และเมื่อรู้ซึ่งถึงความผิดหวังแล้วให้คุณ “ยอมรับ” ใช้เวลาเสียใจได้แต่อย่านานจนเกินไป จนกระทั่งจมไปกับความเสียใจนี้นาน  ⁣  2. ระบายกับพื้นที่เซฟโซนของคุณ ทุก ๆ คนต่างมีพื้นที่เซฟโซนเป็นของตัวเอง โดยอาจจะเป็นพ่อแม่ เพื่อนสนิท แฟน หมาแมวที่บ้าน เพื่อนในเน็ต ขอให้คุณนำความผิดหวังหรือความเศร้านี้ไประบายทุกข์ให้กับคนที่คุณไว้ใจได้จริง ๆ ฟัง สิ่งนี้จะเป็นเหมือนกับการปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไป แล้วอาจทำใจและมูฟออนได้ไวขึ้น  3. ทางนี้ไม่เวิร์ก ก็ให้มองหาทางอื่นต่อไป ให้คุณมองว่าสิ่งที่คุณกำลังเจอนี้ก็เหมือนกับเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์ การที่วิทยาศาสตร์จะค้นพบองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมาได้นั้น ก็มาจากความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านครั้ง จนกระทั่งประสบความสำเร็จขึ้นมา ซึ่งคุณเองก็เหมือนกัน คุณอาจจะแค่เจอทางที่ไม่ใช่ไปอีก 1 ทางเท่านั้นเอง 4. บ่มเพาะต้นกล้าแห่งความกล้าหาญ เราอยากจะให้คุณบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งลงไปในหัวใจ นั่นก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งความกล้าหาญ…
14/01/2024

ในหนังนี่เห็นดื่มกันจัง ไขข้อสงสัย น้ำก๊อกในอเมริกา สะอาด ปลอดภัยจริงหรือ ?

เราคนไทยนี่ต่างเติบโตมาโดยรับรู้ว่า น้ำประปา หรือ น้ำก๊อกบ้านเรานั้นไม่สะอาดพอที่จะดื่มได้ ต้องมาผ่านการกรองหรือต้มเสียก่อนเท่านั้น ซึ่งถ้าพิจารณาตามหลักความเป็นจริงแล้วก็ไม่น่าจะปลอดภัยหรอก กับท่อน้ำที่เดินทางมาเป็นสิบ ๆ กิโลเมตร ต้องผ่านอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ แต่ขณะเดียวกัน เมื่อเราได้ดูหนังฮอลลีวูดหลาย ๆ เรื่อง ก็เห็นภาพตัวละครในหนังที่กลับมาบ้าน ก็เปิดน้ำก๊อกใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มกันทันที ยิ่งสร้างข้อฉงนสงสัยว่า ระบบสาธารณูปโภคในสหรัฐฯ เขาทำได้สะอาดปลอดภัยเพียงนี้จริงหรือ
12/01/2024

รู้จัก Highly Sensitive Person คนอ่อนไหว ไวต่อความรู้สึกกับทุกเรื่อง บุคลิกที่คนดังหลายคนเป็น

Highly Sensitive Person (HSP) เรียกแบบทางการในภาษาไทยว่าบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูง ซึ่งการเป็นคนอ่อนไหวง่าย ไวต่อความรู้สึก และสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าจะแสง สี เสียง ดูเป็นสิ่งที่น่าจะรบกวนการใช้ชีวิตไม่น้อย และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย แต่ความรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไม่ใช่แค่นิสัย แต่จัดว่าเป็นบุคลิกอย่างหนึ่งที่มีที่มาที่ไป และคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ คนที่มีบุคลิกอ่อนไหวง่าย สามารถถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกได้ง่ายกว่าคนทั่วไป การดูภาพยนตร์ที่มีฉากเศร้าเพียงเล็กน้อยอาจทำคนมีบุคลิกภาพนี้ต้องเสียน้ำตา หรือคำพูดหยอกที่ไม่จริงจังอาจทำให้คนกลุ่มนี้คิดมากไปเกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่ในขณะเดียวกันคนกลุ่มก็มีมุมมองความเข้าใจต่อโลกใบนี้ที่น่าสนใจด้วยเช่นเดียวกัน และบุคลิกที่อ่อนไหวง่าย และเฉพาะเจาะจง การทำความเข้าใจในตัวเอง การรับมือ และการเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งนี้ให้ได้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากเลยทีเดียว เข้าใจลักษณะ Highly Sensitive Person จากการสำรวจพบว่าสัดส่วนของคนที่มีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงในสังคมอาจมีราว 15–20 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ซึ่งถือว่าไม่น้อย และคนดังระดับโลกหลายคนก็มีบุคลิกลักษณะนี้ เช่น นิโคล คิดแมน, สการ์เล็ต โจแฮนสัน, เอลตัน จอห์น, เจ้าหญิงไดอานา, อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, อับราฮัม ลินคอล์น และโมซาร์ต สาเหตุที่คนมีบุคลิกภาพแบบละเอียดอ่อนสูงไม่ได้เป็นความผิดปกติทางสมอง หรือจิตใจแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากระบบประมวลผลประสาทสัมผัสความอ่อนไหว (Sensory Processing…
12/01/2024

ค้นพบดีเอ็นเอโบราณที่เป็นต้นตอของโรคยุคปัจจุบัน

กลุ่มนักวิจัยในโครงการการศึกษาดีเอ็นเอโบราณขนาดใหญ่ได้ค้นพบข้อมูลใหม่ที่สามารถอธิบายที่มาของโรคทางระบบประสาทในเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน อย่างโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) และโรคอัลไซเมอร์ได้ ทีมนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจำนวนกว่า 175 คนได้ร่วมกันศึกษาดีเอ็นเอจากกระดูก และฟันของมนุษย์โบราณทั่วทวีปยูเรเซียจำนวนกว่า 5,000 ชิ้นจากพิพิธภัณฑ์ในแต่ละประสาท ซึ่งแต่ละชิ้นมาจากแต่ละยุคสมัยต่างกัน ตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ค.ศ. 500-1,500) ย้อนกลับไปถึง 34,000 ปีในช่วงยุคหินเก่า แล้วนำข้อมูลดีเอ็นเอที่พบมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของมนุษย์ยุคปัจจุบันจำนวน 400,000 คน จนพบความเป็นไปได้ที่บ่งบอกว่าโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นผลจากการวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับเชื้อโรคในยุคโบราณที่มาจากสัตว์ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งจัดเป็นหนึ่งในโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติชนิดหนึ่งที่ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีปลอกประสาท และเส้นประสาทจนทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลต่ออวัยวะหลายระบบ ทั้งสมอง ดวงตา การกลืนอาหาร ลำไส้ กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาได้ และเป็นต่อเนื่องกันตลอดชีวิต สมมติฐานของนักวิจัยคาดว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีปลอกประสาทเป็นผลมาจากดีเอ็นเอโบราณชนิดหนึ่งที่มนุษย์ในอดีตนั้นวิวัฒนาการมาเพื่อจัดการกับเชื้อโรคบางชนิด เพราะการดำเนินชีวิตในสมัยโบราณ มนุษย์ทั่วโลกนั้นอยู่อาศัยแบบชนเผ่าเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตด้วยการเก็บของป่า ล่าสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ร่างกายจึงพัฒนาภูมิคุ้มกันนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันร่างกาย โดยผลการเปรียบเทียบดีเอ็นเอของมนุษย์โบราณกับมนุษย์ยุคปัจจุบันพบว่า มนุษย์ยุคปัจจุบันมีร่างกายที่อ่อนแอกว่า ซึ่งดีเอ็นเอในการต่อต้านเชื้อโรคที่สืบทอดมานี้จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการด้านภูมิคุ้มกัน และการโจมตีเซลล์ของร่างกายจนเกิดการอักเสบขึ้นได้ กลุ่มนักวิจัยคาดว่าดีเอ็นเอโบราณนี้เป็นของกลุ่มยัมนายา (Yamnaya) ชนเผ่าเร่ร่อนในแถบยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแถบเอเชียกลางในอดีต เพราะจากการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์พบว่าชาวยัมนายาเป็นชนเผ่าที่เริ่มขี่ม้าเป็นกลุ่มแรก ที่มีการเลี้ยงสัตว์ และล่าสัตว์เพื่อดำรงชีวิต โดยนักวิจัยก็คาดว่าชนเผ่านี้วิวัฒนาการภูมิคุ้มกันขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มีสัตว์เลี้ยง อย่างแกะ และวัวเป็นพาหะ…
12/01/2024

การได้รับคาเฟอีนก่อนเตะบอลอาจทำให้จ่ายบอลแม่นขึ้น แต่ทำให้สกิลอื่นห่วยลง

คาเฟอีนเป็นอีกหนึ่งช่วยสำหรับคนออกกำลังกายในหลายด้าน ทั้งช่วยให้สมองตื่นตัว เพิ่มสมาธิ ช่วยเรื่องการเผาผลาญ และช่วยให้ทนทานต่อความเหนื่อยล้าได้มากขึ้นด้วย ซึ่งทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตฟฟอร์ดเชียร์ (Staffordshire university) และมหาวิทยาลัยชิราซ (Shiraz university) เขาได้พบความลับอีกอย่างของการคาเฟอีนต่อการออกกำลังกาย อย่างการเตะฟุตบอล แต่ผลลัพธ์ของการศึกษานี้ก็ชวนลังเลอยู่ไม่น้อย เพราะเขาพบว่าการได้รับคาเฟอีน ซึ่งเป็นอาหารเสริมสำหรับนักกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากอาจช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจ่ายบอล แต่กลับทำให้ทักษะอื่น ๆ ลดลงเสียอย่างนั้น ทีมนักวิจัยเขาได้ทดสอบในนักบอลอายุระหว่าง 16–17 ปี จำนวน 12 คน ซึ่งเป็นการศึกษาขนาดเล็กมาก แล้วให้พวกเขาซ้อมส่งบอลสั้น และส่งบอลยาวทั้งหมด 5 ครั้ง และซ้อมทักษะการส่งบอล เลี้ยงบอล เลี้ยงหลบ รวมถึงการตัดสินใจระหว่างเกม (Loughborough Soccer Dribbling Test) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อประเมินทักษะ และระดับการตัดสินใจ นักวิจัยออกแบบการทดสอบออกเป็น 2 ครั้ง โดยในครั้งแรกให้นักบอลได้รับคาเฟอีน 3 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แล้วเข้ารับการทดสอบ และได้รับยาหลอก (Placebo) หรืออาหารเสริมที่ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น แล้วเข้ารับการทดสอบอีกครั้ง ซึ่งนักบอลกลุ่มที่ได้รับคาเฟอีนมีความแม่นยำในการจ่ายบอลสั้นมากขึ้น 1.67…
11/01/2024

ทีมวิจัยเกาหลีคิดค้นนาโนโดรนใช้รักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้าที่ยับยั้งการโตของเนื้องอกได้

ทีมนักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติอุลซาน (Ulsan National Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้คิดค้นนาโนโดรนหรือตัวนำส่งยาเพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy) ในโรคมะเร็งชนิดที่รักษายาก การรักษาแบบมุ่งเป้าเป็นการรักษาโรคมะเร็งที่มีการใช้งานมาแล้วหลายปี แนวคิดหลัก คือ การส่งยาให้เข้าไปทำลายเฉพาะเซลล์มะเร็งเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันเซลล์ปกติที่อยู่รอบ ๆ เสียหาย ซึ่งการรักษาแบบเก่าอย่างการใช้ยาเคมีแบบดั้งเดิม หรือการฉายแสงอาจส่งผลต่ออวัยวะข้างเคียง และทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการรักษาได้มากกว่า การรักษาแบบมุ่งเป้าจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ และผลข้างเคียงน้อยกว่าการรักษาอื่นในปัจจุบัน แต่ยังคงมีข้อจำกัดในการรักษา เช่น ชนิดของมะเร็ง และตำแหน่งของมะเร็ง ทีมนักวิจัยได้ทดสอบการใช้เซลล์นักฆ่า หรือเซลล์ NK (Natural killer) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ผลิตจากต่อมน้ำเหลืองในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์แปลกปลอมสมกับชื่อที่ถูกตั้ง ซึ่งรวมถึงเซลล์มะเร็ง จับเข้ากับนวัตกรรมนาโนโดรนด้วยเทคนิคการใช้อนุภาคโปรตีนขนาดเล็ก โดยตั้งชื่อนวัตกรรมการรักษานี้ว่า NKeNDs ทีมนักวิจัยได้ทดสอบส่ง NKeNDs ภายในหลอดทดลองเพื่อดูผลลัพธ์ นวัตกรรมดังกล่าวจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์ NK เมื่อพบเซลล์มะเร็งที่กำหนด ซึ่งเซลล์ NK สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งที่อยู่ในหลอดทดลองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้ทดสอบนวัตกรรมนี้ในหนูทดลองที่มีเนื้องอก ซึ่ง NKeNDs สามารถเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งในหนูทดลอง ช่วยยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก โดยที่ไม่เกิดผลข้างเคียง การคิดค้นครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งความก้าวหน้าในการรักษาโรคมะเร็งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต…
11/01/2024

เมื่อปมในวัยเด็กกลายเป็นจิตใจอันอ่อนไหวเมื่อเติบโต

ทุกเหตุการณ์และเรื่องราวในวัยเด็ก ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อจิตใต้สำนึก และส่งผลต่อพฤติกรรมของคนเราได้แบบไม่รู้ตัว บางคนอาจจะเลือกที่จะไม่ทำพฤติกรรมที่นำไปสู่เหตุการณ์เหล่านั้น แต่บางคนก็อาจเผลอซึมซับ และทำพฤติกรรมที่ตัวเองไม่ชอบแบบไม่รู้ตัว ผู้ที่มีปมในวัยเด็กมีความเสี่ยงสูง ที่จะมีสุขภาพจิตที่ย่ำแย่  ผู้ที่มีประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในวัยเด็ก (ACES) อาจพบกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ในการพบกับภาวะทางจิตที่ย่ำแย่ เช่น มีความวิตกกังวล มีอาการซึมเศร้า และมีความผิดปกติทางบุคลิกภาพ   อย่าให้สิ่งใดมาทำร้ายคุณอีกเลย มาฮีลใจเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ยังคงแอบซ่อนอยู่ในใจของคุณกันดีกว่า  ถึงแม้ว่าปมปัญหาในวัยเด็กอาจจะยังคงฝังรากลึกอยู่ในใจในวันที่คุณเป็นผู้ใหญ่แล้ว สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด เศร้าใจหดหู่กับชีวิตไปบ้าง แต่ทุกอย่างสามารถแก้ไขได้ อาจจะใช้ความพยายามสักหน่อยอาจจะใช้เวลานานไปสักนิด แต่เราเชื่อว่า คุณจะสามารถทลายบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในใจไปได้อย่างแน่นอน  ยอมรับความเจ็บปวด และมอบความเห็นอกเห็นใจให้กับตัวเอง  ก่อนอื่นให้คุณโอบกอดและยอมรับความเจ็บปวดนั้น และทำความเข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ หลังจากนั้นให้ปฏิบัติต่อตนเองด้วยความเมตตา หยุดกล่าวโทษตัวเอง และพยายามมองว่า “ฉันจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไง” จดบันทึก เขียนระบายความรู้สึกและประสบการณ์ของคุณลงในสมุดบันทึกส่วนตัว วิธีนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น  และจะทำให้คุณเห็นภาพชัดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ต้องแก้ไข หรือหลีกเลี่ยงสิ่งนี้อย่างไร ฝึกสติและการทำสมาธิ คุณอาจจะไม่ต้องนั่งสมาธิเป็นกิจจะลักษณะก็ได้ แต่ขอให้โฟกัสจดจ่ออยู่กับลมหายใจในช่วงขณะในขณะหนึ่ง หายใจเข้าลึก ๆหายใจออกช้า ๆ สิ่งนี้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย มีสติอยู่กับปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ให้อภัยไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่าเอาจิตใจไม่จมอยู่กับมัน หลาย ๆ คนแม้เรื่องราวจะผ่านมาเป็น 10…
11/01/2024

งานนั้นก็ไม่ดี งานนี้ก็เฉย ๆ รู้จักและรับมือกับความรู้สึก ‘ฉันไม่เก่ง’ ซึ่งอาจเป็น Impostor Syndrome ได้

เคยเป็นมั้ย? ต่อให้ได้รับคำชมก็รู้สึกเหมือนถูกชมเป็นมารยาท รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น ไม่ควรค่าแก่การได้รับคำชม รู้สึกว่าตัวเอง “ไม่ได้มีดีขนาดนั้น” ความรู้สึกนี้ถ้าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและท่วมท้นอาจเข้าข่าย กลุ่มอาการ Impostor Syndrome ตามหลักจิตวิทยาอธิบายว่าผู้ที่มีกลุ่มอาการนี้จะเกิดความรู้สึกสงสัยในตัวเองอยู่เสมอ และรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่คู่ควรกับความสำเร็จ ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานยืนยันความสามารถแบบเป็นที่ประจักษ์ชัดก็ตาม  ถึงแม้ว่าจะมีหลักฐานที่แสดงให้ถึงความสามารถ แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มอาการ Impostor Syndrome ก็จะคิดว่าอาจจะเป็นเพราะโชคช่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวเอง ทำไมบางคนถึงเป็น Impostor Syndrome?  เพราะการเลี้ยงดู ถ้าเด็กมีการเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่คาดหวังความสมบูรณ์แบบจากเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ทำอะไรจะต้องได้ที่ 1 เสมอ จะต้องดีที่สุดเสมอ อาจจะทำให้เด็กพัฒนาโตมากลายเป็น Impostor Syndrom   เพราะความคาดหวังทางสังคม โดยอาจจะเป็นเพราะสังคมรอบข้างกดดัน หรือเสพความสำเร็จของผู้อื่นในสื่อโซเชียลมีเดียบ่อย ๆ จนทำให้เกิดความรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นยังไม่ดีพอ หรือ “ไม่ดีเท่าคนอื่น” มาทิ้งความรู้สึกในแง่ลบนี้ และหันมาโอบกอดตัวเองให้แน่น ๆ กันดีกว่า ก่อนอื่นคุณต้องท้าทายความคิดเชิงลบ ให้คุณทำการจดบันทึกความสำเร็จของคุณ โดยที่ความสำเร็จนั้นจะเป็นความสำเร็จเล็ก ๆ ขนาดไหนก็ได้ เช่น วันนี้คุณเดินออกกำลังกาย 5 กิโลได้สำเร็จ วันนี้คุณทำงานเสร็จตรงตามกำหนดภายในระยะเวลา…
11/01/2024

5 รูปแบบของความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณเอง

ความสุข ห้วงแห่งอารมณ์ด้านบวกยามที่ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขออกมาหลายรูปแบบ ความสุขเป็นสิ่งที่มนุษย์ล้วนใฝ่ฝันหา และถูกวางไว้ตรงข้ามกับความทุกข์ราวกับท้องฟ้าและหุบเหว ชีวิตที่มีความสุข ไม่ว่าจะจากเงินทอง ของอร่อย มุกตลก สุขภาพที่แข็งแรง หรือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ความสุขถูกขนานนามว่าเป็นยาอายุวัฒนะที่ทำให้มนุษย์ยืนยาว ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ความสุขไม่สิ่งจีรังยั่งยืนเช่นเดียวกับความทุกข์ ความสุขสามารถหมดไปได้ และมนุษย์ก็ต้องตามหาความสุขมาเติมเต็มจิตใจของตนเองอยู่เสมอ และความสุขอาจไม่ได้ดีต่อคุณเสมอไป บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบของความสุขที่สร้างปัญหาให้กับคุณได้ รูปแบบของความสุขที่ทำให้ทุกข์กว่าเดิม ความสุขเป็นนามธรรมที่ไร้รูปร่างหน้าตา แต่เราทุกคนล้วนจับต้องมันได้จากภายในสมอง และจิตวิญญาณ แต่ความสุขบางรูปแบบอาจเป็นขนมแสนหอมหวาน พร้อมสอดไส้มาไซยาไนด์ หรือหมาป่าในชุดนอนของคุณยายใจดี มาดูกันว่าความสุขที่ส่งผลเสียต่อตัวคุณมีแบบไหนบ้าง? 1. ความสุขที่ต้องตามหาแบบไม่สิ้นสุด เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขในรูปแบบต่าง ๆ แต่การมีมาตรฐานทางความสุขที่เหนือจริง และไกลเกินไปอาจสร้างความกดดัน ความเครียด และวิตกกังวล ซึ่งกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อคอร์ติซอล (Cortisol) ที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับ ระบบภูมิคุ้มกัน และสมอง การศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะเครียด และมีการหลั่งคอร์ติซอลบ่อย ๆ เสี่ยงต่อโรคทางอารมณ์ โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอีกหลายอย่าง และต่อให้ไม่ได้เครียดมาก แต่เครียดบ่อยก็ส่งผลเสียได้ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ การเลือกที่จะสัมผัสแต่ความสุขอาจทำให้ภูมิต้านทานต่อความทุกข์น้อย เมื่อต้องเจอกับความทุกข์ความผิดหวัง อาจสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้มากกว่าที่ควรจะเป็น ตัวอย่างของการตามหาความสุขที่ไม่สิ้นสุดก็อย่างเช่น คนที่เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์ที่ไม่สามารถทนต่อความผิดพลาด ซึ่งเป็นสิ่งสามัญที่มนุษย์เจออยู่ในทุกวัน หรือจะเป็นการทำตัวให้มีความสุขตามมาตรฐานโซเชียลมีเดีย โดยที่ตัวเองไม่ได้อยากทำ…
10/01/2024

นักวิจัยพบว่าพื้นผิวของลิ้นอาจระบุตัวตนของเราได้ผ่านการทดสอบด้วย AI

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ และมหาวิทยาลัยลีดส์ได้ร่วมกันสร้างปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการอ่านภาพ 3 มิติของลิ้นมนุษย์เพื่อระบุลักษณะของมนุษย์แต่ละคน ซึ่งลิ้นของคนเราจะมีปุ่มลิ้น (Papillae) ขนาดเล็กจำนวนหลายพันปุ่มที่ช่วยในการลิ้มรส การสัมผัส การพูด และการกลืน ซึ่งปุ่มลิ้นนั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น ปุ่มลิ้นรูปด้าย รูปเห็ด และรูปใบไม้ เป็นต้น โดยทีมนักวิจัยได้นำแบบจำลองของลิ้นจากอาสาสมัครจำนวน 15 คนในรูปแบบของพิมพ์ซิลิโคนเพื่อฝึก AI ตัวนี้ และป้อนข้อมูลลักษณะของปุ่มลิ้นจำนวน 2,000 รูปแบบจากอาสาสมัครทั้ง 15 คน ซึ่ง AI สามารถระบุลักษณะของปุ่มลิ้นได้แม่นยำถึง 85 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงสามารถระบุตำแหน่งของปุ่มลิ้นแต่ละรูปแบบบนแบบจำลองของลิ้นได้ด้วย อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจที่ทีมนักวิจัยพบในการฝึก AI ตัวนี้ คือ ลักษณะลิ้น และปุ่มลิ้นของอาสาสมัครทั้ง 15 คนมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน และ AI สามารถยังสามารถระบุตัวตนของอาสามารถได้แม่นยำถึง 48 เปอร์เซ็นต์จากข้อมูลของปุ่มลิ้นเพียงปุ่มเดียว ซึ่งหนึ่งในทีมนักวิจัยได้บอกว่าการทดลองนี้ทำให้มนุษย์เข้าใจความซับซ้อน และเฉพาะตัวของโครงสร้างทางชีววิทยา และพื้นผิวของลิ้นมนุษย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจนำไปพัฒนาเป็นองค์ความรู้ในการตรวจ และวินิจฉัยโรคด้วยการตรวจสอบหาการเปลี่ยนแปลง หรือการเติบโตที่ผิดปกติของเนื้อเยื่อปุ่มลิ้น และอาจนำไปพัฒนาเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ประกอบการระบุอัตลักษณ์บุคคลได้คล้ายกับลายนิ้วมือ…
10/01/2024

ตรวจหาเชื้ออีโคไลในชีส หลังหนุ่มสกอตแลนด์เสียชีวิต และพบผู้ป่วยกว่า 30 ราย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชีสได้รับความนิยมในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งข่าวจากสหราชอาณาจักรข่าวนี้อาจทำให้เราต้องระวังในการบริโภคชีสกันมากขึ้น แม้ว่าชีสในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่ต้องผ่านมาตรฐานการควบคุม และการนำเข้าจากบริษัทใหญ่ที่ได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอก็ตาม จากรายงานพบว่ามีชายชาวสกอตแลนด์คนหนึ่งได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) ที่ทำให้เกิดภาวะการได้รับสารพิษชิกาจากเชื้ออีโคไล (STEC: Shiga-toxin producing Escherichia Coli) ซึ่งทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ เช่น ท้องร่วง คลื่นไส้ อาเจียน เป็นไข้ อ่อนเพลีย ปวดท้องอย่างรุนแรง ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด ทั้งยังเสี่ยงต่อภาวะเม็ดเลือดแดงแตกที่อาจทำให้ไตล้มเหลว และเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ยัวไม่มีการยืนยันว่าชายคนนี้ได้รับเชื้อดังกล่าวมาจากชีส แต่รายงานชิ้นอื่นจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรพบว่ามีผู้ป่วยจากสารพิษชนิดเดียวกันจำนวนกว่า 30 รายในพื้นที่สกอตแลนด์ และเกาะอังกฤษตั้งแต่ช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งบางคนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักรได้ออกเตือนประชาชนให้เลี่ยงการบริโภคชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ที่คาดว่ามีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียอีโคไล และอาจเป็นต้นเหตุของการเจ็บป่วยที่พบตั้งแต่ช่วงกลางปี โดยเจ้าของชีสยี่ห้อ Mrs. Kirkham ได้เรียกคืนผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่กระจายไปทั่วประเทศเพื่อตรวจสอบ และผลการตรวจเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลในชีสเหล่านี้ ซึ่งยังจำเป็นต้องตรวจสอบต่อไป เชื้ออีโคไลไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว เชื้ออีโคไลเป็นแบคทีเรียแกรมลบที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ การสัมผัสกับดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ มูลสัตว์ และปุ๋ยอาจทำให้ได้รับเชื้ออีโคไลเข้าสู่ร่างกาย และระบบทางเดินอาหาร รวมไปถึงการว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ติดเชื้อด้วย และไม่ใช่แค่ชีสเท่านั้น…
10/01/2024

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการแพร่กระจายของโรคเอดส์จะหยุดลงภายในทศวรรษหน้า

การติดเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่ใช่แค่ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย แต่ยังส่งผลต่อผลกระทบในเชิงสังคม และคุณภาพชีวิตด้วย เพราะคนทั่วโลกมีภาพจำเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีในแง่ลบอย่างมาก การรับรู้เรื่องเอชไอวี และโรคเอดส์ในไทย และในหลายประเทศทั่วโลกยังถือว่าอยู่ในวงจำกัด และยังมีการตีตรา แบ่งแยก และเลือกปฏิบัติอยู่ไม่น้อย ทั้งที่ในปัจจุบัน เรามียาที่สามารถป้องกันเชื้อเอชไอวีทั้งก่อน (PrEP) และหลังสัมผัส (PEP) รวมไปถึงยาต้านไวรัสที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อ ซึ่งสามารถยับยั้งการติดเชื้อเอชไอวีพัฒนาไปเป็นโรคเอดส์ ยับยั้งการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวีสู่คนอื่นได้ และสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนทั่วไปที่ไม่มีเชื้อนี้ในร่างกาย แต่การติดเชื้อเอชไอวี โรคเอดส์ และปัญหาการเลือกปฏิบัติกับผู้ที่มีเชื้ออาจกำลังจบลง พร้อมกับการแพร่กระจายของเชื้อในอีกไม่กี่ปีข้างนี้แล้ว ในปี 2022 ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 1.3 ล้านราย ซึ่งน้อยกว่าช่วงการแพร่ระบาดสูงที่สุดในปี 1995 ถึง 59 เปอร์เซ็นต์สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นขององค์ความรู้ทางการแพทย์ในการจัดการกับเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์ แต่ถึงยังนั้นเชื้อเอชไอวียังถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อระบบสาธารณสุขของโลก โดยในปี 2023 ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชนหรือ UN ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อลดอัตราการเพิ่มจำนวนของผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ และลดจำนวนของผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ในแต่ละประเทศทั่วโลก ซึ่งคาดการณ์ว่าหากเป้าหมายนี้สำเร็จ ในปี 2033 จะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่เพียง 200,000 คน และจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงเหลือ 130,000 คนทั่วโลก โดยอาจเป็นการปิดฉากสงครามระหว่างโรคเอดส์ และมวลมนุษยชาติที่ยาวนานหลายสิบปีลง การจะทำเป้าหมายนี้ให้สำเร็จต้องอาศัยทั้งการป้องกันด้วยวัคซีน…
09/01/2024

เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยหันมาใช้ไวอะกร้ากันมากขึ้น?

ไวอะกร้า (Viagra) หรือซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยารักษาอาการนกเขาไม่ขัน หรืออาการจู๋ไม่แข็ง ดูเหมือนว่าจะเป็นยาของคนที่มีปัญหาด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งภาพในหัวของเราคงเป็นคุณลุง หรือคุณปู่อายุมากที่ประสบปัญหาด้านการมีเซ็กส์ เพราะไม่เกิดการแข็งตัวใช่ไหมล่ะครับ? แต่ถ้าบอกว่าทุกวันนี้กลุ่มคนที่ใช้ไวอะกร้าไม่ใช่แค่คนแก่ แต่เป็นผู้ชายอายุน้อยที่ยังไม่พ้นเลข 3 ก็เริ่มใช้ไวอะกร้ากันแล้ว ซึ่งไวอะกร้าดูเหมือนจะเป็นยาวิเศษ แต่ก็มีผลข้างเคียงเยอะเหมือนกัน แล้วปัญหาที่ผู้ชายอายุน้อยใช้ไวอะกร้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่เพราะอะไรผู้ชายอายุน้อยถึงหันมาใช้ไวอะกร้ากัน บทความนี้มีข้อมูลมาบอก รู้จักไวอะกร้ากันก่อน แทบทุกคนรู้จักไวอะกร้าในฐานะของยารักษาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย แต่จริง ๆ แล้วไวอะกร้าถูกคิดค้นมาเพื่อรักษาโรคหัวใจ และภาวะความดันโลหิตสูงนะครับ แต่พอดีว่าคนที่เข้าทดสอบยาในช่วงแรกเจอคุณสมบัติพิเศษนี้ หลายปีต่อมาไวอะกร้าเลยกลายเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ คุณสมบัติของยานี้ในการรักษาอาการจู๋ไม่แข็ง คือ การขยายหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย ซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศได้มากขึ้น ส่งผลให้น้องชายกลับมาแข็งปั๋ง โดยปกติจะใช้ก่อนออกศึกประมาณ 30 นาที และสามารถออกฤทธิ์อยู่ได้นานหลายชั่วโมง แต่ไวอะกร้าไม่ได้ช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศ ปลุกเซ็กส์ หรือทำให้คุณเสียวขึ้นแต่อย่างใดนะครับ ยาแค่ทำให้จู๋แข็งตัวได้ดีขึ้น มากขึ้น และนานขึ้นเท่านั้นเอง ด้วยความที่ซิลเดนาฟิลออกฤทธิ์ต่อระบบไหลเวียนเลือด ผู้ที่ใช้ยาหลายคนสามารถพบผลข้างเคียงทั่วไป อย่างใจสั่น ใจเต้นรัว รู้สึกร้อนตามร่างกาย ตาพร่า เวียนหัว หรือปวดหัวได้ บางคนเนี่ยอาจมีอาการอวัยวะเพศชายแข็งจนเกิดอาการปวดเลยก็มี และยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงรุนแรงที่เป็นอันตรายราว 1:1,000 คน ถ้าใช้แล้วคลื่นไส้…

PR Partners

See All
Read More

ทรู คอร์ปอเรชั่น x OYMotion ผุด Neuro AI Tech นวัตกรรมใหม่ ดึงเทคโนโลยี BCI เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายทรู ยกระดับการทำกายภาพบำบัด

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับ OYMotion ผู้นำนวัตกรรมระดับโลกด้านเทคโนโลยีระบบประสาท พัฒนานวัตกรรม Neuro AI Technology มุ่งยกระดับวิถีการทำกายภาพบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ชั้นนำของไทย เข้ากับเทคโนโลยี BCI (Brain-Computer Interface) ที่ทำงานร่วมกับ AI และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล (Data Platform) เพื่อสั่งการอุปกรณ์หรืออวัยวะเทียมอัจฉริยะ ผ่านเครือข่ายทรู เปลี่ยน "ความคิด" ให้เป็น "คำสั่ง" ช่วยกระตุ้นวงจรประสาทสมองสั่งงานกล้ามเนื้อให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้ใหม่และฟื้นตัวได้เร็วกว่ากายภาพบำบัดแบบเดิม ซึ่งจะบรรเทาภาระของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดที่ขาดแคลน
27/04/2026

เขย่าวงการ ! เปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” ดัน 9 ล้านชีวิตสู่ ‘อาชีพครีเอเตอร์’ มุ่งเป้ามูลค่าตลาดทะลุ 45,000 ล้าน

ตลาด Creator Economy (เศรษฐกิจครีเอเตอร์) ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากจำนวนครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สู่มูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25–30% ต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ “ครีเอเตอร์” ยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะอาชีพอย่างเป็นทางการ การขาดการกำหนดมาตรฐาน ส่งผลให้ต้องเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่การไม่มีหลักประกันทางการเงิน เช่น การขอสินเชื่อหรือที่อยู่อาศัย การขาดระบบสนับสนุนและแหล่งทุนไปจนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่คุ้มครองรูปแบบการทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ช่องว่างดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะครีเอเตอร์ แต่ส่งผลต่อทั้งแบรนด์ เอเจนซี และ Ecosystem ที่กำลังเติบโต ล่าสุด คณะผู้ริเริ่มจัดตั้ง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association : TCCA)” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ SCBX ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมาคมวิชาชีพ” และองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐาน…
27/04/2026

โค้งสุดท้าย ! “โอม – ปอนด์” สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ติวเข้ม 100 นักล่าฝัน True AF 2026 ก่อนชี้ชะตา 12 ตัวจริง 11 พ.ค. นี้ !

เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการบันเทิงไทย เมื่อ True AF 2026 Workshop & Final Audition จุดชนวนความตื่นเต้น ณ True Digital Park ภายใต้การนำของสองกำลังสำคัญอย่าง ปอนด์ - กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้ก่อตั้งและ CEO แห่ง BeOnCloud และ โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ ศิลปินและผู้บริหารคนสำคัญของวงการดนตรีไทย ที่พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และทักษะอย่างเข้มข้น เพื่อเปลี่ยนผู้มีความฝันให้ก้าวสู่เส้นทางศิลปินมืออาชีพ โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 26 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นของผู้เข้าแข่งขันจากทั่วประเทศ บรรยากาศในวันแรกเริ่มต้นด้วย Workshop สุดเข้มข้น ทั้ง Acting Class และ Dance Class ที่ท้าทายศักยภาพผู้เข้าแข่งขันทุกคน ก่อนจะต่อเนื่องด้วย Class Voice ที่ต้องฝึกซ้อมกันอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสู่ช่วง Show Time…
23/04/2026

TWINEHIDE x NANAKE555 เปิดตัว “Standing MagSafe Wallet” พรีเมียมแอ็กเซสซอรีงานคราฟต์สุดลิมิเต็ด

เมื่อศิลปะแห่งเครื่องหนังแฮนด์เมดโคจรมาพบกับไลฟ์สไตล์สุดเฟี้ยวของพิธีกรตัวพ่อ การคอลแลบอเรชันแห่งปีจึงบังเกิด ! TWINEHIDE Group จับมือ น้าเน็ก - เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (NANAKE555) เผยโฉมโปรเจกต์มาสเตอร์พีซ TWINEHIDE x NANAKE555 : Standing MagSafe Wallet ไอเทมที่ผสานฟังก์ชันของ MagSafe wallet และขาตั้งโทรศัพท์ (Phone stand) ไว้ในชิ้นเดียว การันตีความประณีตด้วยการตัดเย็บด้วยมือ 100% จากช่างฝีมือชั้นยอด ตอบโจทย์ทั้งความเท่ ความเรียบหรู และการใช้งานจริงแบบไร้ที่ติ เมื่อ "ฟังก์ชัน" ขยับขึ้นเป็น "งานศิลป์" คุณกีตาร์ - ทฤนห์ รุ่งสมัยทอง Co-Founder & Chief Strategic Officer แห่ง TWINEHIDE Group เผยว่า โปรเจกต์นี้เกิดจากแพสชันที่อยากยกระดับของใช้ประจำวันให้มีคุณค่ามากกว่าแค่ฟังก์ชันพื้นฐาน โดยหยิบเอาตัวตน รสนิยมความพิถีพิถัน และความเชื่อของน้าเน็กที่ว่า…