ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Health
Read More

BDMS ตอกย้ำผู้นำการแพทย์ครบวงจร ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2025 มุ่งยกระดับมาตรฐานสุขภาพไทยสู่สากล

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ตอกย้ำพันธกิจในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดการประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025  การประชุมครั้งสำคัญนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลักของปีนี้คือ “Striving for Healthcare Excellence Across the Lifespan: From Prevention to Precision Medicine” โดยมีเป้าหมายเพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรฐานทางการแพทย์ของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างยั่งยืน การประชุมกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์ประชุม BDMS Connect Center ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ และมีการเปิดให้เข้าร่วมได้ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Zoom เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง เปิดมิติใหม่ของ Healthcare ยกระดับการแพทย์เชิงป้องกัน สำหรับวันแรกของการประชุม เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน…
21/08/2025

แฟรงค์ คาปริโอ “ผู้พิพากษาที่ใจดีที่สุดในโลก” จากไปในวัย 88 ปี

แฟรงค์ คาปริโอ (Frank Caprio) เกิดที่เมืองพรอวิเดนซ์ รัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวผู้อพยพเชื้อสายอิตาเลียนที่ยากจน เขาเติบโตท่ามกลางความลำบากในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง พ่อแม่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูลูก ๆ และตัวเขาเองตั้งแต่วัยเด็กก็ต้องช่วยครอบครัวหารายได้ ด้วยการส่งนมตอนเช้ามืด รับจ้างงานเล็ก ๆ น้อย ๆ และยังต้องเผชิญสายตาล้อเลียนจากการเป็น “ลูกคนอพยพ” ที่ถูกมองว่าไม่มีอนาคต แต่สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขาเข้าใจคุณค่าของ “ความเมตตา” และ “ความยุติธรรม” อย่างลึกซึ้ง จากเด็กชายที่แบกลังนม เดินฝ่าสายลมหนาวเพื่อส่งเงินกลับบ้าน เขากลายมาเป็นครูสอนประวัติศาสตร์ ก่อนจะตามความฝันสู่เส้นทางกฎหมาย จนได้เป็นผู้พิพากษาที่ผู้คนทั่วโลกขนานนามว่า “The Kindest Judge” หรือ “ผู้พิพากษาที่ใจดีที่สุดในโลก” ชื่อเสียงของผู้พิพากษาคาปริโอ เริ่มต้นจากรายการ Caught in Providence ที่เผยให้เห็นการตัดสินคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขา แต่สิ่งที่ทำให้คนทั่วโลกซาบซึ้ง ไม่ใช่แค่ตัวบทกฎหมาย หากคือ “หัวใจ” ที่เขามอบให้กับทุกคนในห้องพิจารณา เขามองผู้ต้องหาไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลขหรือคนทำผิด แต่เป็นมนุษย์ที่มีชีวิต มีครอบครัว และมีความทุกข์ยาก หนึ่งในคดีที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก…
18/08/2025

จีนเตรียมเปิดตัว “หุ่นยนต์อุ้มบุญ” นวัตกรรมที่มาพร้อมคำถามถึงการมีอยู่ของมนุษย์

นักวิทยาศาสตร์ในจีนประกาศว่ากำลังพัฒนา 'หุ่นยนต์อุ้มบุญ' ตัวแรกของโลก ที่ไม่เพียงแค่มีมดลูกเทียม (Artificial womb) แต่ยังสามารถตั้งท้อง ดูแลทารกในครรภ์ ไปจนถึงการคลอดได้ด้วยตัวเองทั้งหมด แม้อ่านเพียงผิวเผินหลายคนอาจเกิดความรู้สึกมากมายขึ้นถึงความก้าวหน้าของการแพทย์และวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการมีอยู่ของมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่ดำรงเผ่าพันธุ์ตามสมดุลทางชีววิทยามานับล้านปี หุ่นยนต์ตั้งท้องได้ ทำงานยังไง ? ลองนึกภาพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่ภายในช่องท้องไม่ได้มีเครื่องจักร แต่เป็นมดลูกเทียมที่เชื่อมต่อกับท่อส่งสารอาหารตลอด 24 ชั่วโมง ดร. จาง ฉีเฟิง (Dr. Zhang Qifeng) ผู้ก่อตั้งบริษัท Kaiwa Technology และหัวหน้าโครงการนี้ ยืนยันว่าเทคโนโลยีมดลูกเทียมนั้นพร้อมใช้งานแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำมันไปติดตั้งในตัวหุ่นยนต์ เพื่อให้มนุษย์สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับหุ่นยนต์และตั้งท้องได้ โดยคาดว่าจะได้เห็นตัวต้นแบบกันภายในปีหน้า ในราคาที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 100,000 หยวน หรือราว ๆ 500,000 บาท ความหวังของคนอยากมีลูก vs ฝันร้ายของมนุษยชาติ ทันทีที่ข่าวนี้ถูกเผยแพร่บน Douyin (TikTok ของจีน) โซเชียลมีเดียก็ลุกเป็นไฟ โดยแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน ทั้งทีมสนับสนุนที่มองว่าหุ่นยนต์อุ้มบุญคือความหวังสำหรับคู่รักที่มีบุตรยากและต้องทุ่มเงินมหาศาลไปกับการทำเด็กหลอดแก้วที่อาจล้มเหลว…
18/08/2025

ทางรอดคนเป็นเบาหวาน ! ผู้ป่วยเบาหวานผลิตอินซูลินได้เองอีกครั้งด้วยการตัดต่อพันธุกรรม

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ได้เผยแพร่ลงบน The New England Journal of Medicine พบว่าผู้ป่วยได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อนที่ผ่านการดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี CRISPR โดยเซลล์ใหม่นี้ถูกทำให้อยู่รอดในร่างกายได้โดยไม่ถูกระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโจมตี เอาจริง ๆ ที่ผ่านมามีการพยายามรักษาด้วยการปลูกถ่ายใหม่ แต่ก็มีปัญหาใหญ่คือ ผู้ป่วยต้องกิน ยากดภูมิคุ้มกัน เพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านเซลล์ใหม่ ซึ่งยาชนิดนี้ก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอและติดเชื้อง่ายขึ้น ในยุคนี้ คนเป็นโรคเบาหวานกันเยอะ ซึ่งนั่นเรียกว่าโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เกิดจากการที่เรากินหวาน น้ำหนักตัวมาก ร่วมกับพันธุกรรมของแต่ละคน แต่โรคเบาหวานในงานวิจัยนี้ คือ เบาหวานชนิดที่ 1 ที่เป็นตั้งแต่เกิดนะครับ ซึ่งชนิดที่ 2 จะได้ถึง 90-95% ของโรคเบาหวานทั้งหมด กลับมาผลิตอินซูลินได้เองมันน่าตื่นเต้นตรงไหน ? โดยปกติ ร่างกายเราจะมีเซลล์กลุ่มหนึ่งในตับอ่อนทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตอินซูลิน (Islet cells) แต่ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิด คิดว่าเซลล์นี้เป็นศัตรู จึงเข้าไปทำลายทิ้ง เมื่อโรงงานผลิตอินซูลินถูกทำลาย ร่างกายก็ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ ผู้ป่วยจึงต้องฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทนไปตลอดชีวิตนั่นเองครับ ผู้ป่วยเลยใช้ชีวิตลำบาก ถ้าคุมยาคุมอาหารไม่ดีก็เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ แต่ที่ต่างและพิเศษไปกว่านั้น คือ…
29/01/2024

ทำไมมกราคมช่างยาวนาน ไม่ใช่แค่คนไทยแต่รู้สึกเหมือนกันทั้งโลก เรื่องนี้นักจิตวิทยามีคำอธิบาย

ช่วงนี้เราจะได้เห็นหลาย ๆ เพจทำมีมเกี่ยวกับ "เดือนมกราคมช่างยาวนาน" กันเยอะมาก ที่จริงแล้วเรื่องความรู้สึกเช่นนี้ มีการพูดถึงกันมายาวนานแล้ว และเป็นความรู้สึกที่เหมือนกันทั้งโลก ไม่ใช่แค่คนไทยเราเท่านั้น เพียงแต่ว่าปีนี้เริ่มมีคนทำมีมเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วได้รับความสนใจ กลายเป็นไวรัล หลาย ๆ เพจก็เลยทำตามกัน ก็เลยกลายเป็นกระแสขึ้นมา
29/01/2024

นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันจำจดใบหน้าน้องหมาที่ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าได้สำเร็จ

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดเชื้อที่อันตราย และยังไม่มีวิธีรักษาให้หาย ซึ่งต้องอาศัยการเข้ารับวัคซีนอย่างเร่งด่วนหลังโดนกัด หรือคาดว่าได้รับเชื้อ แต่ละปีมีคนเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าราว 60,000 คนทั่วโลก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเอเชีย และแอฟริกา และเกิดจากการถูกน้องหมากัดเกือบทั้งหมด (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นก็มีเชื้อพิษสุนัขบ้าได้) อย่างในบ้านเราจะเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยมาฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้น้องหมาจรอยู่เรื่อย ๆ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ หน่วยงาน หรือชาวบ้านเองก็จำไม่ได้ว่าน้องหมาตัวไหนฉีดแล้วบ้าง หรือยังไม่ฉีด ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันสเตทเลยได้พัฒนาแอปพลิเคชันจดจำใบหน้าน้องหมาเพื่อใช้ในการระบุว่าน้องหมาตัวไหนฉีดวัคซีนแล้ว หรือยังไม่ฉีดวัคซีนบ้างเพื่อแก้ไขปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าในแถบเอเชีย และแอฟริกา ซึ่งหากใช้วิธีฝังไมโครชิปให้กับน้องหมาทุกตัว ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง เพราะการจะควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าในแต่ละพื้นที่ คือ การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับน้องหมาในพื้นที่อย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ โดยทีมนักวิจัยได้พัฒนาแอปพลิเคชันนี้แล้วได้ทดลองใช้ในพื้นที่ชนบทของประเทศแทนซาเนีย ทวีปแอฟริกา และพบว่าระบบของแอปพลิเคชันนี้มีความแม่นยำสูง เจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนได้ใช้แอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อสแกนใบหน้าของน้องหมาพบว่าสามารถระบุน้องหมาที่ได้รับวัคซีนแล้ว 76.2 เปอร์เซ็นต์ และระบุน้องหมาที่ไม่ได้รับวัคซีนได้ 98.9 เปอร์เซ็นต์ กลไกในการจดจำใบหน้าน้องหมา นักพัฒนาได้เก็บภาพ และข้อมูลองค์ประกอบสำคัญบนใบหน้าของน้องหมาไว้ในฐานข้อมูล รวมถึงข้อมูลอื่น อย่างอายุ สี และเพศ เมื่อเจ้าหน้าที่ฉีดวัคซีนลงพื้นที่แล้วสแกนใบหน้าน้องหมา อัลกอรึทึมประมวลผลหาฐานข้อมูลน้องหมาที่ใกล้เคียงที่สุด พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ยืนยันอีกครั้งว่าน้องใช่ตัวเดียวกันหรือไม่ ทีมนักพัฒนามีแผนเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบใบหน้าของน้องหมาด้วยการเปลี่ยนไปใช้สมาร์ตโฟนที่มีกล้องคุณภาพสูงเพื่อระบุตัวตนของน้องหมา และสถานะการฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของทั้งน้องหมา และมนุษย์จากโรคพิษสุนัขบ้าได้ แม้ว่าประเทศไทยจะมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าลดลงเรื่อย ๆ แต่ถ้ามองถึงบริบทสังคมบ้านเราที่มีน้องหมาจรจำนวนมาก การนำแอปพลิเคชันนี้มาปรับใช้ในการติดตามวัคซีนน่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย…
26/01/2024

ผู้เชี่ยวชาญพบว่าอาการปวดหลังส่วนล่างที่เข้ารักษาช้า จะหายยากกว่าเดิม

เรื่องใหญ่ของคนปวดหลังแล้วล่ะ โดยเฉพาะคนปวดหลังส่วนล่าง เพราะทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย เขาได้รวบรวมของการศึกษาเกี่ยวกับอาการปวดหลังกว่า 95 ชิ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเพื่อทำความเข้าใจประสิทธิภาพการรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง กับระยะเวลาการเข้ารักษา ซึ่งทีมนักวิจัยพบทั้งข่าวดี และข่าวร้ายจากการศึกษาครั้งนี้ ข่าวดี คือ เขาพบว่าคนที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างต่อเนื่องกัน 2 ถึง 3 เดือนสามารถหายจากอาการปวดหลัง และกลับมาเป็นปกติได้เมื่อเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะอาการปวดที่อยู่ในช่วง 6 ถึง 12 สัปดาห์ และข่าวร้าย คือ คนที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังเกิน 3 เดือนเป็นต้นไปอาจรักษาอาการปวดหลังได้ แต่มีโอกาสรักษาสำเร็จน้อยกว่ามาก และอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่ากลุ่มที่เข้ารับการรักษาเร็ว ซึ่งทีมนักวิจัยก็ยังไม่สามารถระบุเหตุผลได้ว่าปัจจัยอะไรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดหลัง แล้วก็พบด้วยว่าอาการปวดหลังไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบาดเจ็บเสมอไป เพราะแม้ว่าการบาดเจ็บจะหายไปแล้ว แต่กล้ามเนื้อ และระบบการรับความรู้สึกของหลังยังคงทำให้เกิดอาการปวดหลังได้อยู่ ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าถ้าการบาดเจ็บหายไป อาการปวดจะหายไปด้วย จนปล่อยอาการปวดทิ้งไว้ เพราะคิดว่าจะหายเอง ทีมนักวิจัยเลยแนะนำในเชิงว่าถ้ามีอาการปวดหลังแทบทุกวัน ไม่ว่าจะหลังส่วนล่าง หรือหลังส่วนบนติดต่อกัน 2 ถึง 3 เดือน ควรไปพบแพทย์ หรือหาวิธีการรักษาใหม่เพื่อลดความเสี่ยงที่ของการรักษาที่อาจยาก และใช้เวลานานขึ้น แม้ว่าสำหรับหลายคนอาการปวดหลังล่างจะเป็นเหมือนอาการที่รบกวนการใช้ชีวิต แต่อาการนี้สัมพันธ์กับปัญหาด้านการเคลื่อนไหว และพิการด้วย ทางที่ดี ถ้าปวดหลังเรื้อรัง ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรับการรักษาให้เร็วจะดีกว่า…
24/01/2024

ทำไมกลิ่นถึงส่งผลต่อสมอง และอารมณ์ได้?

“นาสิกสัมผัส” หรือ การดมกลิ่น เป็นหนึ่งในการกระตุ้นอารมณ์ชั้นดี ที่หลาย ๆ คนมองข้าม   งานวิจัยใหม่ ๆ ทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่า กลิ่นมีความสัมพันธ์กับอารมณ์มาก ๆ เพราะประสาทของการรับกลิ่นสามารถถ่ายทอดไปยังสมองได้เร็วกว่ากระแสประสาทชนิดอื่น ๆ อีก!   มีการส่งตรงกลิ่นจากจมูกไปยังสมองส่วน Limbic system ซึ่งเป็นระบบส่วนหนึ่งที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ ทำให้หลังจากที่เราสูดกลิ่นที่ถูกใจเข้าไปแล้ว เราจะมีความฟินมาก ๆ และยังนำมาใช้ประโยชน์ได้แบบหลากหลายด้วย  มีการใช้กลิ่นเพื่อบำบัดความเครียด เรียกว่า Aromatherapy เช่น การสูดดมน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ ที่ช่วยลดความเศร้า และคลายความเครียด ร่วมกับการทำสมาธิและผ่อนคลายจิตใจ  การสูดกลิ่นบางกลิ่นที่ถูกสะกดลึกอยู่ในความทรงจำ จะยังช่วยกระตุ้นความทรงจำในเหตุการณ์นั้นให้กลับคืนมาอีกด้วย เช่น ได้กลิ่นบ้านที่เคยอยู่ตอนเด็ก ๆ ทำให้คิดถึงเรื่องสมัยเด็กขึ้นมา  กลิ่นยังมีส่วนช่วยในการปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศอีกด้วย เช่น กลิ่นวานิลลา ที่จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน และเอสโตรเจนออกมา ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ดี ทำให้หลาย ๆ คนบิลด์คนรักก่อนทำกิจกรรมหนัก ด้วยกลิ่นหอม ๆ แบบนี้  ⁣ หรือเอาง่าย ๆ แค่เราดมยาดม ก็รู้สึกดีและชื่นใจแล้วใช่มั้ยละ? เพราะยาดมส่วนใหญ่มีส่วนผสมของเมนทอลและการบูร ที่ทำให้ดมแล้วรู้สึกดี…
24/01/2024

วิชาเลิกโวย 101: ทำยังไงให้เป็นคนใจเย็น?

วันนี้มาฝึกสติและจิตใจให้เป็นคนที่มีความเยือกเย็นมากขึ้นกันดีกว่า เพราะหลาย ๆ คนไม่ชอบที่ตัวเองใจร้อน แต่ถึงอย่างนั้นเผลอหุนหันพลันแล่นทุกที จะมีวิธีไหนช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้บ้างนะ? ⁣  ข้อดีของการมีความอดทนมากขึ้น เป็นคนที่ใจเย็นลง “ความอดทน” เป็นสิ่งสำคัญที่เปรียบเสมือนเกราะที่ช่วยทำให้คุณผ่านความทุกข์ยาก และความเครียดในแต่ละวันไปได้   ทำให้คุณมีการควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น และมีความเห็นอกเห็นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นอีกเยอะ และยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะทำให้คุณเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้นด้วย  อยากเป็นคนใจเย็นลงต้องผ่านการ “ฝึก”  เช่นเดียวกับศาสตร์ทุกแขนงบนโลกใบนี้ อยากเป็นคนที่ใจเย็นลงและมีความอดทนมากขึ้น ก็จะต้องผ่านการฝึกฝนซึ่งแน่นอนว่า อาจจะไม่ได้สำเร็จเพียงแค่ภายในไม่กี่วัน แต่ถ้าคุณใช้ความพยายามเข้ามาประกอบอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าคุณจะบ่มเพาะนิสัยใหม่ สามารถเป็นคนใจเย็นลงได้มากขึ้นอย่างแน่นอน และคุณอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกที่ดีขึ้นด้วย ฝึกการโฟกัสอยู่ที่ ณ ขณะปัจจุบัน เป็นการเพ่งสมาธิและความคิดทั้งหมดอยู่กับ ณ ปัจจุบัน โดยคุณอาจจะจดจ่ออยู่กับลมหายใจหรือสิ่งที่คุณกำลังทำ เพ่งไปที่ความคิดนั้นโดยไม่ตัดสิน ไม่ใส่ความเห็น ไม่ใส่ความรู้สึกเข้าไป เปรียบเสมือนกับการจ้องมองเข้าไปเท่านั้น ฝึกการหายใจ การหายใจช้า ๆ โดยจากทุกขณะจิตไปที่ลมหายใจนั้น จะช่วยทำให้ระบบประสาทสงบและช่วยลดความเครียดได้ ไม่จำเป็นต้องฝึกเยอะ คุณอาจจะกำหนดเวลาในการฝึกวันละ 3 - 5 นาทีก็ได้ คิดถึงสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณ เปลี่ยนกระแสของพลังจิต แทนที่จะไปจับจุดอยู่กับสิ่งที่เป็นแง่ลบหรือสิ่งที่ขาดในชีวิต ก็เปลี่ยนมาเป็นสิ่งที่คุณรู้สึกขอบคุณมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รู้สึกขอบคุณงานที่ทำอยู่ตอนนี้ เพราะทำให้มีข้าวกิน มีเงินผ่อนบ้าน รู้สึกขอบคุณภรรยาที่คอยทำอาหารต้อนรับไว้ทุกเย็นอยู่เสมอ…
24/01/2024

‘ทำไมคนชอบฟังเรื่องผี?’ กับ 4 เหตุผลทางจิตวิทยา และสังคม

เดี๋ยวนี้การฟังเรื่องผีกลายมาเป็นกิจกรรมทั้งในยามว่าง และยามไม่ว่างของหลายคน ภาพลักษณ์ของเรื่องผีที่เป็นเรื่องสยองขวัญถูกปรับเปลี่ยนตามค่านิยมตามยุคใหม่ และถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความบันเทิงในมุมมองใหม่ และยังคงมอบความสยองขวัญ แต่ในรูปแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าจะเป็นคนกลัวผีก็ตาม เห็นได้จากยอดการเติบโตของเหล่า เดอะโกสเตอร์ จากช่อง The Ghost Radio หรือช่องจำนวนมากที่ผลิตรายการเล่าเรื่องผีออกมามากมาย เราจึงได้เห็นปรากฏการณ์การฟังเรื่องผีในทุกที่ทุกเวลา เวลาขับรถ เวลาทำงาน หรือแม้แต่ก่อนนอน จากเดิมที่รายการผีตามโทรทัศน์จะต้องมาหลังละครหลังข่าวจบ พร้อมกับความรู้สึกกลัว และอยากดูในเวลาเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจของปรากฏการณ์นี้ คือ เรื่องสยองขวัญ เรื่องผี เรื่องคุณไสยมนตร์ดำ และเรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติในสังคมไทยสามารถเติบโตไปพร้อมวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ที่มาพร้อมกับคนเจเนเรชันใหม่ได้อย่างลงตัว ว่าแต่ทำไมเรื่องผีที่เคยน่ากลัวจนต้องหลับตาปิดหูถึงกลายมาเป็นเรื่องที่สามารถฟังได้ทุกที่ทุกเวลาแบบนี้กันนะ บทความนี้รวบรวมทฤษฎีด้านจิตวิทยา และสังคมที่มีคนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้ได้อ่านกัน 4 เหตุผลที่อธิบายว่าทำไมคนชอบฟังเรื่องผี คนจำนวนไม่น้อยรู้สึกหลงใหลในเรื่องราวอันแปลกประหลาดที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ จนบางครั้งอาจเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่ขัดกับหลักเหตุผล หรือถูกเรียกว่าไร้สาระเลยก็ว่าได้ ซึ่งทฤษฎีทางจิตวิทยา และองค์ความรู้ด้านสังคมวัฒนธรรมอาจใช้ในการอธิบายเหตุการณ์นี้ได้ เหตุผลที่ 1: ความกระหายใคร่รู้ที่ไม่ถูกเติมเต็ม ความอยากรู้อยากเห็นในสิ่งต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของมนุษย์ ที่ทำให้เราศึกษา และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จนวิวัฒนาการได้เร็วกว่าสัตว์อื่น ซึ่งเรื่องลึกลับที่มนุษย์คุ้นเคยมาแต่โบราณก็เป็นหนึ่งในความกระหายใคร่รู้ของมนุษย์ที่ไม่เคยถูกเติมเต็มด้วยการพิสูจน์ หรืออธิบายได้อย่างชัดเจน มนุษย์ทำได้เพียงตั้งสมมติฐาน และทฤษฎีต่าง ๆ ออกมาในรูปแบบของปรัชญา เรื่องเล่า หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ว่าผีคืออะไร?…
23/01/2024

ทาสหมาต้องรู้ วิดีโอแบบไหนที่น้องหมาชอบดู?

ในยุครุ่งเรืองแห่งโซเชียลมีเดีย มนุษย์เราเสพสื่อในรูปแบบวิดีโอกันแทบทุกวัน ทั้งสั้น และยาวจากหลากหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งแนววิดีโอที่แต่ละคนดูก็แตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าหลายคนคงชื่นชอบคลิปน้องหมาน้องแมวที่น่ารัก ชวนใจฟู แต่นอกจากมนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ชอบดูคลิปสัตว์แล้ว การศึกษาพบว่าน้องหมาก็ชอบดูคลิปที่มีสัตว์ชนิดอื่นอยู่ในภาพด้วยเหมือนกัน การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษามหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำโดยสัตวแพทย์ที่เป็นจักษุแพทย์เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการมองเห็นของน้องหมา เช่น อายุ การมองเห็น รวมไปถึงรูปแบบของวิดีโอที่น้องหมาชอบดูด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการพัฒนาการตรวจสุขภาพการมองเห็นของน้องหมา โดยเหตุผลที่ทีมสัตวแพทย์ทีมนี้ต้องการรู้ว่าน้องหมาชอบวิดีโอแบบไหนเป็นพิเศษนั่นเพราะพวกเขาคาดว่าวิดีโอที่สามารถดึงความสนใจของน้องหมาได้นานพอจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจการมองเห็นของน้องหมาได้ ซึ่งการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในช่วงต้นปี 2024 พบว่าน้องหมาให้ความสนใจกับวิดีโออะไรก็ตามที่มีภาพของสัตว์ชนิดอื่นเป็นส่วนประกอบ นักวิจัยรู้ได้อย่างไรว่าน้องหมาชอบ? การศึกษานี้ได้ทำแบบประเมินออนไลน์ให้กับเจ้าของหมาจำนวน 1,246 รายได้ตอบแบบสอบถามว่าวิดีโออะไรที่ทำให้น้องหมาของบ้านนั้น ๆ จ้องจอเป็นเวลานาน รวมถึงอายุ สายพันธุ์ และเพศของหมาด้วย นักวิจัยได้ให้โจทย์กับเจ้าของหมาด้วยการเปิดคลิปวิดีโอสั้นที่มีภาพต่างกันออกไป เช่น ภาพสัตว์ชนิดต่าง ๆ การ์ตูน ภาพมนุษย์ ภาพการจราจร และภาพอื่น ๆ จากนั้นให้เจ้าของตอบแบบสอบถาม ซึ่งพบว่า ทีมนักวิจัยก็ได้รู้ว่าน้องหมาชอบดูวิดีโอแบบไหนมากเป็นพิเศษ รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับการมองเห็นของน้องหมา ซึ่งทีมนักวิจัยวางแผนที่จะนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาเป็นวิธีประเมินสุขภาพการมองเห็นของน้อง เพราะด้วยองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่อายุยืนขึ้น น้องหมาก็อายุยืนขึ้นด้วยเหมือนกัน ทีมสัตวแพทย์เลยอยากให้น้องหมาที่มีอายุมากมีคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ การเฝ้าสังเกตผลกระทบจากการดูวิดีโอของน้องหมาอาจนำมาใช้ทำนายปัญหาสายตาของมนุษย์ที่เป็นเจ้าของของน้องได้ด้วย ที่มา:…
23/01/2024

คาร์ดิโอ และออกกำลังกายแบบแรงต้านลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้มากกว่า

ในปัจจุบันมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากพบว่าการออกกำลังกายส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ และสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ตาม ทั้งการยกเวท บอดี้เวทเทรนนิง คาร์ดิโอ กีฬา และโยคะ แต่การออกกำลังกายก็เหมือนรสนิยมในการฟังเพลง ถ้าคนไหนชอบการออกกำลังกายแบบไหนก็มักจะออกกำลังกายแค่รูปแบบเดียว อย่างคนชอบวิ่งก็จะวิ่งเยอะมาก ถ้าคนยกเวทก็จะเน้นการยกอย่างเดียวอาจเพราะมาจากความชอบ และเวลาที่จำกัดจึงทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอต่อในการออกกำลังกายหลายรูปแบบ แต่การศึกษาล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาพบว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หรือแอโรบิก อย่างการวิ่ง หรือปั่นจักรยาน ร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance training) อย่างบอดี้เวทเทรนนิง การยกน้ำหนักควบคู่กันสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากกว่าการออกกำลังกายแค่รูปแบบใดรูปหนึ่ง ในสหรัฐฯ จำนวน 1 ใน 3 ของคนเสียชีวิตมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจ ซึ่งการศึกษานี้เป็นการศึกษาที่ใช้เวลายาวนานกว่า 1 ปีเพื่อหารูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสม และสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดหัวใจและหลอดเลือดที่ได้ผล การศึกษาชิ้นนี้ทำโดยมหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต ศึกษาในคน 406 คนที่มีอายุระหว่าง 35 ถึง 70 ปี ผู้เข้าร่วมทุกคนมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือไม่ก็เป็นโรคอ้วน ร่วมกันมีภาวะความดันโลหิตสูง ทีมนักวิจัยได้แบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 กลุ่ม 1) คนที่ไม่ออกกำลังกาย 2) คนที่คาร์ดิโออย่างเดียว 3) คนที่ออกกำลังกายแรงต้านอย่างเดียว และ 4)…
22/01/2024

การศึกษาพบว่าการออกกำลังกายกับแฟนอาจทำให้ออกกำลังกายได้น้อยกว่าการออกคนเดียว

การเป็นสามีภรรยากัน ไม่ได้หมายความว่าการทำทุกอย่างร่วมกันจะเวิร์กเสมอไป ซึ่งอาจรวมถึงการออกกำลังกายด้วย การศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง ประเทศสิงคโปร์พบว่าการออกกำลังกายร่วมกับสามีหรือภรรยาส่งผลให้ออกกำลังกาย และการเคลื่อนไหวลดลง และต่ำกว่าคนที่ออกกำลังกายคนเดียว นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่าผู้สูงอายุที่ใช้ Fitness tracker อุปกรณ์ที่ติดตามก้าวเดิน การเคลื่อนไหว อัตราการเต้นของหัวใจ และระยะเวลาในการออกกำลังกาย ที่แจ้งผลแบบเรียลไทม์มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวมากกว่า การศึกษานี้ทำในผู้สูงอายุชาวสิงคโปร์จำนวน 250 คนที่มีอายุระหว่าง 54 ถึง 72 ปี โดยผู้เข้าร่วมมีอายุเฉลี่ย 60 ปี มีสถานะแต่งงาน หรืออยู่กินร่วมกันเฉลี่ย 30 ปีเป็นเวลา 12 สัปดาห์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการส่งเสริมการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ เนื่องจากการเติบโตของจำนวนผู้สูงอายุในประเทศสิงคโปร์ที่เพิ่มมากขึ้น ทีมนักวิจัยได้แบ่งผู้เข้าร่วมการศึกษานี้ออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ผลลัพธ์ของการศึกษาพบว่าผู้เข้าร่วมการทดสอบมีการเคลื่อนไหวเฉลี่ยในระดับที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ 5,000 ไปจนถึง 15,000 ก้าว ซึ่งกลุ่มคู่สามีภรรยาที่ออกกำลังกายแบบเป็นคู่มีประสิทธิภาพการออกกำลังกายที่ต่ำกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายคนเดียว โดยทีมนักวิจัยคาดว่าเป็นผลมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคู่สามีภรรยาที่ทำต่อเนื่องกันมาหลายปี การเปลี่ยนหรือสร้างพฤติกรรมที่ต่างออกไปจากเดิมร่วมกัน อย่างการออกกำลังกายจึงอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคู่สามีภรรยา อีกหนึ่งผลลัพธ์ของการศึกษานี้ที่ทีมนักวิจัยพบว่ากลุ่มที่มีการใช้ Fitness tracker ที่มีการรายงานผลให้กับตัวผู้สูงอายุแบบเรียลไทม์มีค่าเฉลี่ยของก้าวเดินในแต่ละวันที่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ใช้ Fitness tracker ราว 7,500…
22/01/2024

นักวิทยาศาสตร์เตรียมทดสอบยาโรคหัวใจตัวแรกของโลกที่มาจากพิษแมงมุม

ปกติแมงมุม หรือสัตว์มีพิษต่าง ๆ ดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายกับมนุษย์ แต่ในหลายครั้งที่ความกระหายใครรู้ของมนุษย์ ประกอบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนขั้วของพิษร้ายที่อันตรายถึงชีวิตให้กลายมาเป็นยารักษาโรค ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ค้นพบว่าพิษจากของแมงมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริ (K'gari funnel-web spider) ประเทศออสเตรเลียมีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ จากการศึกษาก่อนหน้า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสารเคมี Hi1a ในพิษของแมงมุมใยกรวยชนิดนี้ว่ามีฤทธิ์ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอาการหัวใจวาย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งในการศึกษาครั้งใหม่ที่ทดสอบในเซลล์ทดลอง และสัตว์ทดลองก็พบว่า Hi1a มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคหัวใจได้เทียบเท่ากับยารักษาโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้เกิดผลข้างเคียงในมนุษย์ จากการทดสอบในเซลล์ทดลอง สารจากพิษของแมงมุมชนิดนี้ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่หัวใจเสียหายจากโรคหัวใจ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ไม่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยลดความเสียหาย และอัตราการตายของเซลล์หัวใจ และสมองจากการขาดออกซิเจน ที่เป็นผลจากการขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ของโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ ปัจจุบันการศึกษาในการใช้สาร Hi1a จากพิษของแมงมมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริในการรักษาโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบในสัตว์ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การทดสอบในมนุษย์ ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไก ประโยชน์ และผลกระทบของสารชนิดนี้ในมนุษย์อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาผลิตเป็นยา หากยาจากพิษของแมงมุมชนิดนี้สำเร็จ จะเป็นยารักษาโรคหัวใจจากแมงมุมชนิดแรกของโลก โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีคนป่วยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก การค้นพบครั้งนี้จึงอาจช่วยเพิ่มตัวเลือกในการรักษาโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเหล่านี้ได้  ที่มา: Sciencedaily
22/01/2024

ค้นพบเส้นประสาทใหม่จากลำไส้สู่สมอง ที่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากของหวาน และของทอด

น้ำตาล และไขมันเป็นวัตถุดิบที่พบได้ในของอร่อยแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะน้ำหวาน เค้ก ขนมไทย ของทอด หรือข้าวหมูกรอบ ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่าการได้รับสารอาหารพลังงานสูง อย่างน้ำตาล และไขมันเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้หลายชนิด ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังคงหาเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไมมนุษย์ถึงหลงใหลในสารอาหารทั้งสองชนิดเหลือกัน แม้ปัจจุบันจะมีทฤษฎี และข้อมูลมากมายเกี่ยวกับความอยากน้ำตาล และไขมันที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ เช่น เป็นผลจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในยุคโบราณ หรือเป็นเพราะพันธุกรรมบางอย่าง การศึกษาล่าสุดจาก Monell Chemical Senses Center ศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ ได้ค้นพบวงจรประสาทชุดใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างลำไส้ไปยังสมองของหนูทดลองที่มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดความอยากน้ำตาล และไขมันโดยเฉพาะ ซึ่งสัตว์ชนิดอื่น อย่างมนุษย์ก็อาจมีด้วยเช่นเดียวกัน โดยวงจรชุดนี้ แยกเส้นประสาทที่กระตุ้นความอยากน้ำตาล และความอยากไขมันออกจากกัน ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบดูเซลล์ประสาทในระบบประสาทเวกัส (Vagus nerve system) ของหนูที่เชื่อมต่อสมองกับอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงลำไส้ พบว่าเซลล์ประสาทที่ค้นพบใหม่นี้กระตุ้นให้สมองหลั่งสารที่ชื่อ ‘โดปามีน’ (Dopamine) หรือฮอร์โมนความสุขออกมาในระบบให้รางวัล (Brain reward system) ของสมอง ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกดี ดีใจ หรือได้รับความสำเร็จ ก่อนหน้านี้ ในมนุษย์เองก็ค้นพบมาแล้วว่าเหตุผลหนึ่งที่มนุษย์ชอบกินของหวานก็เป็นผลมาจากการหลั่งโดปามีนทุกครั้งที่ได้รับน้ำตาล จนเกิดภาวะเสพติด ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นวงจรประสาทชุดนี้ในหนู ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ หนูที่ถูกกระตุ้นตื่นตัว และเริ่มมองหาอาหาร…
19/01/2024

เปิดโลกประโยชน์ของการกอดต่อสุขภาพ และความสัมพันธ์

การกอดเป็นรูปแบบการแสดงความรักที่เป็นสากลมากวิธีหนึ่งที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสัมพันธ์แบบไหน คุณก็สามารถกอดได้ ตั้งแต่คนรู้จัก เพื่อน คนรัก หรือครอบครัว ซึ่งในช่วงเวลาที่คนเรากอดกัน และเกิดสัมผัสทางร่างกาย สมอง และร่างกายของเราจะเกิดปรากฏการณ์ต่าง ๆ มากมาย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นพบว่าการกอดกันส่งผลดี ทั้งกับสุขภาพกาย สุขภาพจิต และความสัมพันธ์ของผู้คนด้วย ในบทความนี้จะพาคุณไปเปิดโลกประโยชน์ของการกอดที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึก แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ และความสัมพันธ์ด้วย วิทยาศาสตร์ของการกอด มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอาศัยความแน่นแฟ้นในความสัมผัสเพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งการกอดเป็นหนึ่งในวิธีที่มนุษย์สร้างความแข็งแรงของความสัมพันธ์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าที่สุดที่ยืนยันว่ามนุษย์มีการกอดกัน คือ เมื่อ 6,000 ปีก่อน แต่เชื่อกันว่าการกอดเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่กว่านั้น ในช่วงเวลาที่เรากอด หรือถูกกอด ร่างกายจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin) หรือรู้จักกันในชื่อสุดโรแมนติกว่าฮอร์โมนแห่งความรักออกมา ออกซิโทซินทำหน้าที่สำคัญในการสร้างความรู้สึกผูกพันระหว่างสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแม่กับลูก คนรักกับคนรัก หรือเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้ความรู้สึกที่ดี และช่วยลดระดับความเครียด เหตุผลอาจพออธิบายได้ว่าทำไมช่วงเวลาแห่งการกอด ถึงทำให้มนุษย์รู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย และรู้สึกเป็นที่รักจนล้นออกมา แม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ซึ่งกลไกที่เกิดขึ้นระหว่างการกอดยังส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ และสุขภาพด้วย ประโยชน์ของการกอดกับสุขภาพจิต และความสัมพันธ์ ออกซิโทซินที่เกิดจากการกอดสามารถช่วยปรับอารมณ์ของเราให้ดีขึ้น ลดความรู้สึกเศร้าหรือหดหู่ และลดการหลั่งของฮอร์โมนความเครียด อย่างคอร์ติซอลลงได้…
18/01/2024

แค่เดินก็ผอมได้ กับเทคการเดินเพื่อลดน้ำหนัก และมายด์เซตเพื่อเปลี่ยนมุมมองการดูแลตัวเอง

สำหรับคนที่ไม่ใช่สายเฮลตี้แต่แรก อาจคิดว่าการจะผอม และลดน้ำหนักจะต้องออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ทั้งที่จริงแล้ว การศึกษาจำนวนมากพบว่าการเคลื่อนไหวแบบง่าย ๆ อย่างการเดินที่เราทำอยู่ในทุกวันก็ช่วยลดน้ำหนักได้ หากคุณทำถูกวิธี นอกจากนี้ ข้อมูลยังพบด้วยว่า หากคุณต้องการเบิร์นไขมันสะสมในร่างกาย การเดินเร็วอาจตอบโจทย์มากกว่าการวิ่งด้วยซ้ำ หลายคนอาจสงสัยว่า ‘ฉันก็เดินอยู่ทุกวัน ไม่เห็นผอมเลย’ ซึ่งในบทความนี้จะมาอธิบายข้อสงสัย เล่าประโยชน์ของการเดิน และวิธีเดินที่ช่วยให้เบิร์นไขมัน และลดน้ำหนักได้มากขึ้นกัน ปรับพื้นฐานเรื่องการเดินกับการลดน้ำหนัก โดยปกติแล้ว การที่คนเราอ้วนขึ้นหรือผอมลงเป็นผลมาจากสมดุลระหว่างการนำพลังงานเข้า และนำพลังงานออกจากร่างกาย ซึ่งการนำพลังงานเข้าก็คือการกินอาหาร ส่วนการนำพลังงานออกมีตั้งแต่กลไกภายในร่างกายที่จะใช้พลังงานเพื่อการดำรงชีวิต​ ความพร้อมของร่างกาย และอีกอย่างคือการเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างการออกกำลังกายนั่นเอง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจึงหมายถึงการได้รับพลังงานมากกว่าการใช้ และการจะลดน้ำหนักก็ต้องให้ร่างกายใช้พลังงานมากกว่าการได้รับ ดังนั้น แม้ต่อให้เราเดินทุกวันด้วยระยะทางเท่าเดิม เวลาเท่าเดิม แต่เรายังคงกินอาหารมากกว่าการเผาผลาญที่เราใช้ไปในแต่ละวัน ผลลัพธ์ในการลดความอ้วนก็ยังคงเหมือนเดิมนั่นเอง การจะปรับให้การเดินสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จึงต้องอาศัยหลายปัจจัยควบคู่ไป ซึ่งจะขอเล่าในหัวข้อถัดไป วิธีเดินอย่างไรให้ผอมลง? การกินแบบเดิม เดินแบบเดิมย่อมให้ผลลัพธ์แบบเดิม แต่ถ้าคุณปรับสิ่งเหล่านี้เพียงเล็กน้อย ให้เวลา และให้ใจกับมันมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจน่าพึงพอใจกว่าที่คุณคิด ซึ่งวิธีการเดินต่อไปนี้ช่วยได้ 1. เดินให้นานขึ้น ข้อมูลทางการแพทย์แนะนำให้ออกกำลังกาย 150 นาที/สัปดาห์ เฉลี่ย…
18/01/2024

การศึกษาพบว่าการเปิดเผยความลับแง่ลบไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงแบบที่คนคิดกัน

คุณมีความลับไหม? ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนย่อมมีความลับอะไรบางอย่างที่เก็บเอาไว้ตัวเอง ความลับที่ต่อให้คนที่ไว้ใจที่สุดก็ไม่กล้าเปิดเผยให้เขารู้ ซึ่งส่วนใหญ่ความลับเหล่านี้มักจะเป็น Dark secret หรือความลับอันดำมืดที่ไม่อยากให้ใครรู้ เพราะกลัวว่าถ้าเขารู้ความจริงแล้ว เราเองจะได้รับผลกระทบที่ร้ายแรง หรือไม่ได้รับการให้อภัย ผู้เขียนอยากให้คุณลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณเปิดเผยความลับที่คุณกำลังเก็บซ่อนอยู่ให้คนที่สนิทฟัง เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร คนส่วนใหญ่ต้องคิดว่าเรื่องราวต้องใหญ่โตบานปลาย และนำไปสู่ปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย อย่างการถูกรังเกียจ ถูกตัดสิน หรือปัญหาความสัมพันธ์ แต่ผลลัพธ์ของการพูดความจริงจะเป็นอย่างนั้นเสมอไปจริงหรือ? การศึกษาจาก McCombs School of Business มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน (University of Texas at Austin) กลับพบว่าผลลัพธ์ของการเปิดเผยความลับแง่ลบอาจไม่ได้เลวร้ายแบบที่คนจินตนาการ ในทางกลับกันอาจส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ในบางด้านด้วย โดยทีมนักวิจัยได้ลองถามกับกลุ่มอาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดลองด้วยคำถามเดียวกับที่ผู้เขียนถาม คือ คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณเปิดเผยความลับด้านที่ไม่ดีให้กับคนอื่นฟัง แน่นอนว่าอาสาสมัครเหล่านั้นพูดถึงผลกระทบที่รุนแรงจากการเปิดเผย และคิดว่าความน่าเชื่อถือในตัวของเจ้าของความลับจะต้องลดลง หรือถูกตัดสินในแง่ลบแบบอื่น ๆ แล้วให้อาสาสมัครเหล่านั้น เล่าความลับในด้านลบของตัวเองให้กับคนอื่นฟัง ซึ่งมีตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อนสนิท คนรู้จัก ญาติ และคนรัก เรื่องที่สารภาพมีตั้งแต่การขี่จักรยานไม่เป็น ไปจนถึงการนอกใจ ซึ่งผลลัพธ์ที่ทีมนักวิจัยเฝ้ารอกลับออกมาตรงข้ามกับที่อาสาสมัครเหล่านั้นคาดไว้ ผู้คนที่ทำหน้าที่ในการฟังความลับของอีกฝ่าย กลับให้คะแนนความน่าเชื่อถือ และความซื่อสัตย์กับอีกฝ่ายมากกว่ากลุ่มอาสาสมัครคาดไว้ โดยผลลัพธ์ออกมาใกล้เคียงกันสำหรับทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกับคนแปลกหน้า คนรัก…
17/01/2024

ผิวสวยแล้ว โลกขอสวยบ้าง แผ่นมาสก์แบบใหม่เพิ่มการบำรุงผิว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าเดิม

การมาสก์หน้าด้วยแผ่นมาสก์เป็นขั้นตอนการบำรุงผิวที่ดีวิธีหนึ่ง คนที่ดูแลผิวก็ต้องใช้มาสก์อยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ทำมาจากเยื่อกระดาษผสมพลาสติกที่สามารถกักเก็บสารบำรุงผิว และบรรจุอยู่ในซองพลาสติกอีกทีเพื่อรักษาประสิทธิภาพ แน่นอนว่าแผ่นมาสก์ และซองใส่แผ่นมาสก์ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งจะต้องกลายเป็นขยะ หากทิ้งไม่ถูกที่ก็อาจกำจัดได้ยาก และปนเปื้อนสิ่งแวดล้อมของโลกเรา จากข้อมูลแผ่นมาสก์เหล่านี้ถูกผลิตราว 120,000 ล้านชิ้น/ปีเลยทีเดียว ACS Applied Materials & Interfaces ได้คิดค้นแผ่นมาสก์แบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี และมีคุณสมบัติที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมกว่าแผ่นมาสก์แบบเดิม โดยนักวิจัยได้ผลิตแผ่นมาสก์หน้าจาก PLA หรือ โพลีแลกติกแอซิด (Polylactic acid) ที่สกัดจากพืช ซึ่งเป็นวัสดุที่กำลังได้รับความนิยมในวงการสิ่งแวดล้อม เพราะมีคุณสมบัติคล้ายกับพลาสติก แต่เป็นมิตรกับโลกมากกว่า หนึ่งในนั้น คือ สามารถย่อยสลายได้ และกันน้ำได้ โดยนักวิจัยได้ใช้เจลาตินผสมกับสารบำรุงผิวยอดนิยม อย่างไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyluronic acid) ที่มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และสารสกัดจากชาเขียวที่ช่วยบำรุงผิว ต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระ ผสานเข้ากับแผ่นมาสก์ PLA และใช้เทคนิคในเชิงวิศวกรรมสร้างเส้นใย และไมโครสเฟียร์ (รูปแบบการกักเก็บ และปล่อยสารบำรุง) ที่ด้านนอกของแผ่นมาสก์ แล้วนำไปทดสอบคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นกับเซลล์ทดลอง  และพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ข้อแรก: หากแผ่นมาสก์ไม่ได้สัมผัสกับผิวหนัง ความชุ่มชื้นในแผ่นมาสก์จะไม่รั่วไหลออกจากแผ่นมาสก์เลย ข้อสอง: การใช้แผ่นมาสก์ที่ถูกใช้วิธีกักเก็บแบบไมโครสเฟียร์จะทำให้ความชุ่มชื้น…
17/01/2024

‘ถุงมืออัจฉริยะ’ ช่วยกายภาพบำบัดมือในผู้ป่วยโรคสโตรกจากระยะไกล

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า "อัมพฤกษ์อัมพาต" เป็นผลจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมองที่อาจแตก ตีบ หรืออุดตันจนทำให้เซลล์สมองขาดเลือดจนเสียหาย และส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการควบคุมร่างกาย และการรับความรู้สึก ซึ่งบางคนอาจสูญเสียการควบคุมเพียงบางส่วน แต่ก็ไม่สามารถใช้อวัยวะเหล่านั้นได้เหมือนเดิม เช่น มือสั่น ไม่มีแรง ขยับได้น้อย เป็นต้น การบริหารกล้ามเนื้อ หลอดเลือด และเส้นประสาทบริเวณส่วนที่เสียการควบคุมจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากในการฟื้นฟูให้อวัยวะสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต และความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วย การบริหารร่างกาย หรือที่เรียกว่าการกายภาพบำบัด ต้องทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นผล ซึ่งต้องใช้เวลา วินัย และค่าใช้จ่าย ผู้ป่วยบางคนจึงไม่ได้รับการกายภาพอย่างเหมาะสม และส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการใช้ชีวิต มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียได้คิดค้น ‘Smart Glove’ หรือถุงมืออัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เสียความสามารถบางส่วนในการควบคุมมือ สามารถบริหารมือตามหลักกายภาพบำบัดได้อย่างแม่นยำ รวมถึงข้อมูลในการเคลื่อนไหวของมือด้วยการติดตามจากระยะไกล โดยที่ไม่ต้องใช้เซนเซอร์การตรวจจับภาพที่มีราคาแพง ผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจดูลักษณะการเคลื่อนไหวของมือ นิ้ว และข้อนิ้วได้อย่างแม่นผ่านการใช้ถุงมือที่ทอด้วยเส้นด้ายที่มีเซนเซอร์ความไวสูง และเซนเซอร์ตรวจจับแรงกด พร้อมกับส่งสัญญาณแบบไร้สายไปยังผู้ดูแล ผู้ดูแลสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารมือได้ตามข้อมูลการเคลื่อนไหวที่พบ ช่วยให้การฟื้นฟูมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ถุงมือนี้สามารถถอดแบตเตอรี่เพื่อนำไปซักทำความสะอาดได้เหมือนเสื้อผ้าทั่วไป ซึ่งนวัตกรรมถุงมืออัจฉริยะชิ้นจึงอาจช่วยให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สามารถทำกายภาพบำบัดได้ตามความถี่ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ลดค่าใช้จ่าย และเวลาในการเดินทาง ที่สำคัญคือช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของมือ ทำให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น นอกจากการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการบริหารมือของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ทีมนักวิจัยยังคาดว่าเทคโนโลยีนี้สามารถพัฒนาไปในงานในด้านอื่นได้ในอีกหลายรูปแบบ อย่างการพิมพ์โดยไม่ต้องใช้คีย์บอร์ด การใช้เซนเซอร์ในการตรวจสิ่งของ…

PR Partners

See All
Read More

CP AXTRA ปลุกพลังคนทั้งองค์กร จัด “INNOVATION DAY 2026” เปลี่ยนหนึ่งไอเดียให้สร้างผลลัพธ์ได้ไม่สิ้นสุด

CP AXTRA เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมผ่านแนวคิด “ONE IMPACT. INFINITE INNOVATION.” เปิดพื้นที่ให้พนักงานเปลี่ยนปัญหาจากการทำงานจริงเป็นโซลูชันที่สร้างผลลัพธ์ พร้อมอัปเดตมุมมองโลก ธุรกิจ และ AI ผ่านเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และนิทรรศการนวัตกรรมกว่า 17 บูท CP AXTRA จัดงาน CP AXTRA INNOVATION DAY 2026 ภายใต้แนวคิด “ONE IMPACT. INFINITE INNOVATION.”
22/09/2026

จากเสียงเพลงสู่ของสะสม ก้าวใหม่ของ DTNC MUSIC รับเทรนด์ ‘Physical Media’

ในยุคที่การฟังเพลงผ่านสตรีมมิงเป็นเรื่องปกติ สื่อกายภาพ หรือ 'Physical Media' อย่างแผ่นเสียง ซีดี และเทปคาสเซตต์ กลับไม่ได้เลือนหายไป แต่วิวัฒนาการกลายเป็นของสะสมที่จับต้องได้และมีคุณค่าทางจิตใจ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้กลุ่มคนทำงานด้านมิวสิกไลฟ์สไตล์อย่าง Drop the Needle Collective ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการกว่า 4 ปี และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทศกาลดนตรี Record Fest BKK ตัดสินใจก้าวสู่ปีที่ 5 ด้วยการเปิดตัวยูนิตใหม่ในชื่อ DTNC MUSIC เป้าหมายของการขยายยูนิตใหม่นี้คือการเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศทางดนตรี โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบและผลิตสื่อกายภาพเพื่อศิลปินและค่ายเพลงโดยเฉพาะ ซึ่งทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของวัฒนธรรมดนตรีในปัจจุบันที่ถูกขับเคลื่อนด้วย 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ แนวคิดสำคัญที่ผลักดันโปรเจกต์นี้คือมุมมองที่ว่า เสียงเพลงสามารถถูกพัฒนาให้กลายเป็นความทรงจำที่เก็บสะสมและส่งต่อได้ การดำเนินงานของ DTNC MUSIC จึงเน้นการผสานความเข้าใจในวัฒนธรรมการฟังเพลงเข้ากับศิลปะการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตนของศิลปินออกมาให้ชัดเจนที่สุด ควบคู่ไปกับการสนับสนุนด้านคอนเทนต์และการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มแฟนคลับ การเคลื่อนไหวของ Drop the Needle Collective ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของผลงานเพลงในรูปแบบที่จับต้องได้ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าเพิ่มและทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับวงการดนตรี แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้ฟังให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นผ่านงานดีไซน์ที่คิดมาอย่างครบวงจร
21/09/2026

งาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore เจาะ Creator Economy ไทย 2026 เมื่อ “คอนเทนต์” ไม่ใช่แค่เรื่องยอดวิวแต่คือ “โครงสร้างธุรกิจ”

แพลตฟอร์ม Influencer Marketing สัญชาติไทย จัดงาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ปีนี้ LINE MAN Wongnai เข้ามาร่วมเติมภาพ Content-to-Commerce ให้ชัดขึ้น ผ่านศักยภาพของ On-Demand Commerce และ Local Insight ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก สอดรับกับทิศทาง Creator Economy ไทยที่กำลังขยับจากการให้น้ำหนักกับยอดวิวและจำนวนผู้ติดตามเป็นหลัก ไปสู่การให้ความสำคัญกับ คุณภาพของกลุ่มผู้ชม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น งานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีเชิดชูเกียรติคนเบื้องหลังหน้าจอเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกให้รู้ว่า อุตสาหกรรม Creator Economy กำลังขยับตัวครั้งใหญ่สู่การเป็น “โครงสร้างธุรกิจ” ที่ผสานทั้ง Content, Data และ Commerce เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น เมื่อตัวเลขความนิยมพ่ายแพ้ต่อ “คุณภาพและผลลัพธ์ทางธุรกิจ” ในอดีต เม็ดเงินในตลาด Influencer Marketing มักถูกเทให้กับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามหลักล้านและยอดวิวถล่มทลาย แต่มุมมองดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) ได้ฉายภาพว่า ตลาดครีเอเตอร์ไทยกำลังเคลื่อนตัวจากที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสความนิยม สู่มาตรฐาน ความเป็นมืออาชีพ และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ นักการตลาดในยุคนี้เริ่มมองลึกไปกว่าหน้าจอ โดยพิจารณาจาก…
18/09/2026

ทรูเปิดส่งมอบ iPhone 18 Pro วันแรกทั่วประเทศ พร้อมอัดโปรโมชันผูกแพ็กเกจ-การันตีราคาขายต่อปีหน้า

True ส่งมอบสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้แก่กลุ่มผู้สั่งซื้อล่วงหน้าทั่วประเทศ ทั้งลูกค้าเครือข่าย True และ dtac โดยปีนี้ยังคงเน้นกลยุทธ์การจัดกิจกรรมส่งมอบควบคู่กับการนำเสนอแพ็กเกจบริการรายเดือนระดับบน ซึ่งผูกรวมสิทธิประโยชน์ด้านการใช้งานเครือข่ายและการรับประกันมูลค่าเครื่องสำหรับรอบการอัปเกรดในปีถัดไป บรรยากาศการรับเครื่องและบริการดูแลลูกค้า การส่งมอบเครื่องวันแรกจัดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยศูนย์กลางการจัดกิจกรรมในกรุงเทพฯ อยู่ที่ True Branding Shop สยาม ซอย 2 ซึ่งมีการจัดพื้นที่ประสบการณ์จำลอง (Luminaire Experience) ควบคู่กับการส่งมอบตามสาขาต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ภายในงานมีคนดังมากมานที่มีชื่อเสียงและผู้ผลิตคอนเทนต์เข้าร่วมรับเครื่องหลายราย อาทิ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์, เกรท สพล, พาเวล นเรศ, พูห์ กฤติน, อู่อู๋ ธนภูมิ, เซฟ วรพงษ์,…