Read
| Health
03/12/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 293 days ago
“โอโซน” ก๊าซพิษมัจจุราชคร่าชีวิต แค่สูดก็เสี่ยง ล่าสุดพบวางในโรงภาพยนตร์ดัง คนใช้บริการเพียบ !
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีข่าวที่ถูกรายงานว่า พบการใช้งานโอโซนที่ทำให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต โดยที่ผ่านมามีรายงานข่าวการเสียชีวิตของสัตว์เลี้ยงออกมาให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักเกี่ยวกับการใช้โอโซนอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิด ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ว่าโอโซนเป็นก๊าซที่มีประโยชน์ จึงมีการนำมาใช้งานอยู่เรื่อย ๆ โดยปราศจากความรู้ที่ถูกต้อง และการใช้งานอย่างระมัดระวัง ซึ่งนั่นทำให้เกิดประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อโรงภาพยนตร์ดังนำเครื่องโอโซนมาวางไว้ที่จุดทางเดิน ผู้ที่ใช้บริการเดินผ่านไปมาได้กลิ่นและมาพบเข้ากับเครื่องผลิตโอโซน จึงเกิดการตั้งคำถามว่า ก๊าซพิษที่มีฤทธิ์อันตรายเช่นนี้มาอยู่ในที่ที่คนพลุกพล่าน พื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท แบบนี้ได้อย่างไร ? และล่าสุดทางโรงภาพยนตร์ได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษถึงความเข้าใจผิดของพนักงาน ระหว่างเครื่องผลิตโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อ ซึ่งโดยปกติจะใช้หลังจากการบริการลูกค้า กับเครื่องฟอกอากาศ “โอโซน” ไม่ใช่ก๊าซดีอย่างที่คนไทยเข้าใจ ก่อนอื่นเชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อก๊าซชนิดนี้ ทั้งในแง่ของความเข้าใจผิดที่ว่าโอโซนคือก๊าซที่อยู่ในธรรมชาติ อย่างในป่าหรือบนเขา ซึ่งดีต่อมนุษย์ และในอีกแง่ที่ว่าโอโซนเป็นประโยชน์ในเรื่องการฆ่าเชื้อโรค โอโซน (Ozone หรือ O3) เป็นสารมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เกิดได้ทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์ ส่วนหนึ่งที่คนไทยเข้าใจผิดว่าโอโซนมีประโยชน์อาจเป็นผลมาจากโอโซนในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) ที่มีส่วนช่วยในการดูดซับความร้อนและรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ ผูกโยงเข้ากับความสูงของพื้นที่ธรรมชาติ อย่างบนเขาและบนดอย หรือคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโลก จนทำคนเข้าใจผิดว่าอากาศที่มีโอโซนเป็นอากาศที่ดี นอกจากนี้ โอโซนที่พบในชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) หรือชั้นพื้นดินก็เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้เช่นกัน และยังเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนด้วย ในทางตรงกันข้าม สำหรับสิ่งมีชีวิตแล้ว โอโซนสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อปอด และความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ…29/10/2025
ลิงทดลองหลุด ! ที่มิสซิสซิปปี สหรัฐฯ ทำชาวบ้านหวาดกลัว ล่าสุดเจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าลิงหลบหนีตัวสุดท้าย
เกิดเหตุด่วน ! ในรัฐมิสซิสซิปปี เมื่อรถบรรทุกที่ขนลิงสายพันธุ์ รีซัส (Rhesus Monkeys) พลิกคว่ำกลางทางหลวง I-59 ใกล้เมืองไฮเดลเบิร์ก เขตแจสเปอร์ เคาน์ตี เมื่อวันอังคาร (28 ตุลาคม 2025) ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ลิงทดลองหลุด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งจับกุม จากรายงานของสถานีโทรทัศน์ WLBT สถานีเครือ NBC ในเมืองแจ็กสัน รัฐมิสซิสซิปปี ระบุว่าลิงเหล่านี้ถูกส่งมาจากมหาวิทยาลัยทูเลน (Tulane University) เพื่อเดินทางต่อไปยังศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ก่อนเกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างทาง มหาวิทยาลัยทูเลนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “ลิงทั้งหมดไม่ได้มีเชื้อโรคใด ๆ และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์” แต่จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ คนขับรถบรรทุกกลับแจ้งตำรวจว่า ลิงเหล่านี้ “อาจเป็นอันตราย” และ “ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้” ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โพสต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลิงกลุ่มนี้ว่ามีน้ำหนักประมาณ 40 ปอนด์ (18 กก.) มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อมนุษย์ และผู้สัมผัสต้องใช้ชุดป้องกัน (PPE) เนื่องจากลิงเป็นพาหะของโรค ไวรัสตับอักเสบซี, โรคเริม (herpes) และโควิด จนถึงขณะนี้…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 328 days ago
Read More28/10/2025
BITKUB SUMMIT 2025 : ‘เปิดประตูสู่โลกอนาคต’ คนแห่ร่วมทะลัก 52,000 คน ยกระดับคนไทย พร้อมสู้ศึกการเงิน-สุขภาพ-ดิจิทัล
ช่วงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเราหมุนเร็วชนิดที่เรียกว่า 'ปุ๊บปั๊บเปลี่ยน' ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรงจนทำให้หลายอาชีพต้องปรับตัว เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่สู้กับเงินเฟ้อกันเหนื่อย, ไปจนถึงกระแส Longevity (การมีชีวิตยืนยาว) ที่ใคร ๆ ก็เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพแบบจริงจังมากขึ้น เมื่อโลกโยนโจทย์ยาก ๆ มาให้คนไทยแบบนี้ ก็ต้องมีพื้นที่สำหรับ 'อัปสกิล-รีสกิล' แบบครบเครื่องและนี่คือสิ่งที่ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ปฯ เห็นและตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนผ่านงานใหญ่แห่งปีที่เพิ่งผ่านพ้นไป BITKUB SUMMIT 2025 : ไม่ได้มีแค่ Crypto แต่รวม 3 วิกฤตสำคัญที่ต้องรู้ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent Cloud จัดงาน BITKUB SUMMIT 2025 by Tencent Cloud ภายใต้คอนเซปต์สุดล้ำ 'Gateway to The Future…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 329 days ago
Read More30/08/2024
ทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 753 days ago
Read More28/08/2024
วิจัยชี้ ‘การศึกษาน้อย’ เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม
“มีการคาดการณ์ว่าในปี 2050 ทั่วโลกจะมีจำนวนผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 125 ล้านคน” ในยุคที่ประชากรโลกมีอายุยืนยาวขึ้น ภาวะสมองเสื่อมกลับกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าโรคนี้เป็นเรื่องของพันธุกรรมหรือความชราที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว มีปัจจัยหลายอย่างที่เราสามารถควบคุมได้ และมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร ? ภาวะสมองเสื่อม คือภาวะที่เซลล์ประสาทในสมองเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ความคิด ความจำ และการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวอย่างมาก จากข้อมูลล่าสุดของ The Lancet Commission on Dementia 2024 พบว่า มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งกระจายอยู่ตลอดช่วงชีวิตของเรา ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยชรา โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ ได้แก่ ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต ช่วงกลางของชีวิต และช่วงปลายของชีวิต ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต : การศึกษาคือกุญแจสำคัญ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นของชีวิตคือ "การศึกษาน้อย" ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมถึง 5 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการศึกษาไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังช่วยฝึกสมองให้คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการสร้าง "cognitive…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 755 days ago
Read More28/08/2024
เอทิลแอลกอฮอล์ vs เมทิลแอลกอฮอล์: ใช้ผิดเสี่ยงขิต !
“แอลกอฮอล์” ถือเป็นหนึ่งในสารเคมีที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ทั้งในรูปแบบของเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือแม้แต่เชื้อเพลิง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แอลกอฮอล์ที่เราใช้กันอยู่นั้นมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและอันตรายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ? โดยหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การสับสนระหว่าง "เอทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในแอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อ กับ "เมทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายถึงชีวิต หากใช้ผิดชนิด ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะคาดคิดได้ เอทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับการแพทย์และการดื่มด่ำ “เอทิลแอลกอฮอล์” (Ethyl Alcohol) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “เอทานอล” (Ethanol) เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผลิตจากการหมักน้ำตาล มีสูตรเคมีคือ C₂H₅OH ลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี กลิ่นหอมอ่อน ๆ และมีรสเผ็ดเล็กน้อย เอทิลแอลกอฮอล์มีความปลอดภัยเมื่อใช้ภายนอกร่างกาย เช่น การใช้ทำความสะอาดผิวหนัง หรือฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากมีฤทธิ์ในการละลายไขมันของเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคตายได้ นอกจากนี้ เอทิลแอลกอฮอล์ยังเป็นส่วนผสมหลักในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยมีความเข้มข้นหรือเปอร์เซ็นต์การใช้งานเอทิลแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันดังนี้ เมทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับอุตสาหกรรมและมีพิษร้ายแรง เมทิลแอลกอฮอล์” (Methyl Alcohol) หรือ “เมทานอล” (Methanol) มีสูตรเคมีคือ CH₃OH เป็นสารเคมีที่ได้มาจากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 755 days ago
Read More21/08/2024
รู้จักสายพันธุ์ของเชื้อฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 พร้อมวิธีลดความเสี่ยง
ฝีดาษลิง (Monkey pox หรือ Mpox) โรคจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ พร้อมกับเกิดตุ่มตามร่างกาย ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ และส่วนอื่น ๆ ซึ่งสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังอย่างใกล้ชิด อย่างการกอด จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์ โดยจะส่งต่อเชื้อตลอดจนกว่าตุ่มที่ผิวหนังจะแห้ง ตกสะเก็ด และหลุดออก โรคฝีดาษลิงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของคนที่ได้รับเชื้อ อย่างผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่มีโรคประจำตัว รวมถึงสายพันธุ์ที่ได้รับด้วย ปัจจุบันเชื้อไวรัสฝีดาษลิงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ Clade 1 (เคลด-วัน) และ Clade 2 (เคลด-ทู)ซึ่งมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน BT Life จะพาคุณมาทำความรู้จักเชื้อฝีดาษลิงทั้ง 2 สายพันธุ์ และวิธีลดความเสี่ยงจากโรคนี้กัน ความแตกต่างของฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 เชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 762 days ago
Read More21/08/2024
เปิดไทม์ไลน์ฝีดาษลิง จากลิงในห้องทดลองสู่สภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก น่ากังวลแค่ไหน?
ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox (Mpox) เป็นโรคกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งไทยรับรู้การมีอยู่ของโรคฝีดาษลิงในปี 2022 โดยพบเคสชาวต่างชาติที่ติดเชื้อชนิดนี้ในไทย และผู้ติดเชื้อในช่วงนั้นราว 8 คน ก่อนข่าวนี้จะเงียบไป ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงปี 2023 ที่ไม่ได้มีการพูดถึงฝีดาษลิงมากนัก แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2023 ประเทศไทยมีเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 120 ราย ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ในต่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 15,000 รายจากหลายประเทศ โดยพบว่าเป็นเชื้อฝีดาษลิงชนิด Clede1b ที่มีความรุนแรง ก่อนที่องค์การอนามัยอนามัยโลก หรือ WHO จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นสภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2024 ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด เพราะพบเคสผู้ติดเชื้อนอกกลุ่มประเทศแอฟริกาเพิ่มขึ้น และล่าสุดพบเคสผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายสู่ประเทศต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเราต้องกังวลกับเรื่องนี้แค่ไหน? โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ของใช้ร่วมกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 762 days ago
Read More13/08/2024
เมื่อสมองพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป จนลืมคิด ลืมจำ (Digital Amnesia)
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกล เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเราพึ่งพาอุปกรณ์ดิจิทัลมากเท่าไหร่ ความสามารถในการจดจำของเราก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น ? ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Digital Amnesia" หรือ "ภาวะสมองเสื่อมดิจิทัล" นั่นเอง Digital Amnesia คืออะไร ? “Digital Amnesia” หรือ “Google Effect” เป็นปรากฏการณ์ที่สมองของเราเริ่มพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในการจดจำข้อมูลมากเกินไป จนทำให้ความสามารถในการจำของตัวเองลดลง เราจำอะไรได้น้อยลง และมักจะนึกถึงการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก แทนที่จะพยายามนึกถึงข้อมูลนั้นด้วยตัวเอง ปรากฏการณ์นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2011 โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดย Betsy Sparrow ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสาร Science ทำไมเราถึงเป็น Digital Amnesia ? สาเหตุหลักของ Digital Amnesia มาจากการที่เราพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปในชีวิตประจำวัน เช่น สมองของเรามีกลไกการทำงานที่น่าทึ่ง มันจะเลือกจดจำสิ่งที่จำเป็นและทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อเรารู้ว่าสามารถหาข้อมูลได้ง่าย ๆ จากอินเทอร์เน็ต สมองจึงเลือกที่จะไม่เก็บข้อมูลนั้นไว้ เพื่อประหยัดพลังงานและพื้นที่สำหรับข้อมูลอื่น ๆ อาการของ Digital Amnesia…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 770 days ago
Read More08/08/2024
ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 775 days ago
Read More08/08/2024
5 สเต็ปเทพดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงแบบไม่ต้องพึ่งหมอ
หัวใจดวงน้อย แต่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดดวงนี้ เปรียบเสมือนขุมพลังขับเคลื่อนชีวิตของเรา การดูแลหัวใจให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเครียด มลพิษ และวิถีชีวิตที่เร่งรีบ เรามี 5 เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแนะนำกัน 1. กินอาหารดีต่อหัวใจ หากเปรียบหัวใจเป็นเครื่องยนต์ อาหารก็เปรียบเสมือนน้ำมัน ที่หากเติมน้ำมันดีเครื่องยนต์ก็จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน หากเติมน้ำมันไม่ดี ก็อาจเป็นการทำลายเครื่องยนต์ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรกินอาหารที่ดีต่อหัวใจบ้าง ดังนี้ 2. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” หลายคนมักจะคิดว่าการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจนั้น จะต้องวิ่งมาราธอนหรือเข้ายิมหนัก ๆ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเพียงแค่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ซึ่งการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ทั้งยังช่วยให้นอนหลับสบาย หลักการง่าย ๆ ในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี มีดังนี้ 3. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม คุณรู้หรือไม่ว่า “น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ส่งผลต่อหัวใจโดยตรง” ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง วิธีควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม มีดังนี้…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 775 days ago
Read More07/08/2024
Same Same But Different ! ทำไมขนาด ‘น้องชาย’ คนแต่ละเชื้อชาติถึงไม่เท่ากัน
อวัยวะเพศชาย อวัยวะที่กินสัดส่วนของพื้นที่ร่างกายไปเพียงน้อยนิด แต่ตัวมันเองกลับมีความสำคัญต่อจิตใจของมนุษย์เพศชาย และบริบทเรื่องเพศอย่างมหาศาล ชนิดที่ว่าถ้าให้เลือกต้องตัดมือ กับตัดน้องชาย มนุษย์เพศชายจำนวนไม่น้อยอาจยอมสูญเสียมือสักข้างไปแทนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 776 days ago
Read More25/07/2024
5 วิธีจัดการกับความเครียดและภาวะวิตกกังวล
ในยุคที่โลกหมุนไวกว่าความคิด ความเครียดและความวิตกกังวลก็เหมือนแขกไม่ได้รับเชิญที่มาเยือนชีวิตเราบ่อย ๆ วันนี้เรามี 5 วิธีเด็ด ๆ ที่จะช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดเหล่านั้นได้อย่างมือโปร เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตให้สดใสไร้กังวลกันเลยกฤษณา กาญจนเพ็ญ | 789 days ago
Read More23/07/2024
อัปเดต 10 แอปสุขภาพดี ๆ ที่ควรมีติดตัว
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ต่างหันมาห่วงใยและใส่ใจในสุขภาพกันมากขึ้น และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล แอปพลิเคชันก็กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในการดูแลสุขภาพของใครหลายคน วันนี้เรามาอัปเดตกันว่ามีแอปอะไรบ้างที่น่าสนใจ และช่วยให้ชีวิตของเราสมดุลและแข็งแรงขึ้นได้อย่างไรบ้าง 1. MyFitnessPal - ผู้ช่วยนับแคลอรีสุดฉลาด เริ่มต้นกันที่แอปยอดนิยมอย่าง MyFitnessPal แอปนี้จะเป็นเหมือน “ไดอารี่อาหารดิจิทัล” ที่คอยติดตามการกินอาหารของคุณในแต่ละวัน และด้วยฐานข้อมูลอาหารขนาดใหญ่ (มาก) ทำให้สามารถค้นหาและบันทึกอาหารที่กินไปได้แทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง หรือแม้แต่เมนูจากร้านอาหารดัง ที่น่าสนใจคือแอป MyFitnessPal นี้ยังมีฟีเจอร์สแกนบาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่จะทำให้การบันทึกข้อมูลโภชนาการของคุณเป็นเรื่องง่าย แค่สแกนก็รู้แล้วว่าอาหารชิ้นนั้นมีแคลอรีเท่าไหร่ มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันเท่าไหร่บ้าง สำหรับคนที่อยากจะควบคุมน้ำหนัก แอปนี้ก็มีฟังก์ชันตั้งเป้าหมายน้ำหนักและคำนวณปริมาณแคลอรีที่ควรบริโภคต่อวันได้ ทำให้เราสามารถวางแผนการกินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ MyFitnessPal ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปออกกำลังกายและอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ ได้ด้วย ทำให้เราสามารถติดตามการเผาผลาญพลังงานได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นแอปที่ครบเครื่องทั้งเรื่องการควบคุมอาหารและคุมน้ำหนักได้ในแอปเดียว 2. Calm - สงบจิต พิชิตความเครียด ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นเรื่องปกติของคนทำงาน แอป Calm สามารถเป็นตัวช่วยในการจัดการความเครียดและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี โดยแอปนี้จะนำเสนอเนื้อหาด้านการทำสมาธิ การฝึกหายใจ และเสียงธรรมชาติที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ ฟีเจอร์เด่นของ Calm ก็คือ "Sleep…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 791 days ago
Read More23/07/2024
DQ (Digital Intelligence Quotient) ทักษะใหม่ที่คนทำงานยุคดิจิทัลต้องมี
“จากการศึกษาของธนาคารโลก พบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ” ทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างก็รุดหน้าและก้าวไกล หลายอาชีพเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราทุกคนต่างต้องแข่งขันและไขว่คว้าหาโอกาสที่ดีกว่า ด้วยการพัฒนาทั้งความฉลาดทางด้านปัญญาและอารมณ์ หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ IQ และ EQ แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญและจำเป็นมาก ๆ ในโลกดิจิทัล นั่นคือทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ ทักษะ DQ นี้เองที่จะพาเราไปสู่โอกาสใหม่ ๆ และหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ถามว่าตอนนี้คุณรู้จักทักษะดังกล่าวดีพอแล้วหรือยัง ? ถ้ายังไม่ดี หรือมีไม่พอ หรือบางคนอาจยังไม่รู้จักว่า DQ คืออะไร และจำเป็นต่อชีวิตเรามากมายแค่ไหน วันนี้เรามาเริ่มทำความรู้จักไปด้วยกัน จากการศึกษาของธนาคารโลกพบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ สาเหตุหลักมาจาก แล้วเราจะเอาตัวรอดอย่างไร ? DQ คือ คำตอบ ! ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 791 days ago
Read More23/07/2024
5 อาหารสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: เกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย
ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บมีมากมาย ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่าง ๆ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงถือเป็นด่านแรกในการปกป้องร่างกายของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียดแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไปก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราด้วย บทความนี้ขอเสนอ “สุดยอด 5 อาหารสุขภาพ” ที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังหาง่าย พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ดังนี้ 1. ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เริ่มต้นด้วยกลุ่มผักที่อาจฟังดูแปลกหู แต่รับรองว่าคุณต้องเคยกินแน่นอน นั่นก็คือ “ผักตระกูลครูซิเฟอรัส” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พืชตระกูลกะหล่ำ” อย่างบรอกโคลี ผักคะน้า เคล กวางตุ้ง แขนง ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี ผักกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นทหารเอกในการต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย วิธีการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ลองกินสด ๆ หรือนึ่งเบา ๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ชอบทานผักสดล้วน ๆ อาจลองเอามาผัดกับกระเทียมสักหน่อย นอกจากจะอร่อยแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกชั้นด้วย 2.…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 791 days ago
Read More18/07/2024
การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกบุคลิกภาพของเจ้าของ
การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำเพื่อเพิ่มความสุขและสีสันในชีวิต สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดไม่เพียงแค่เป็นเพื่อนที่ดี แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าของด้วย การเลือกเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากจะบ่งบอกถึงความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว ยังสามารถบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าของได้เช่นกัน การเลี้ยงสัตว์เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนความรับผิดชอบ ความอดทน และการดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงยังสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเราอีกด้วย มาดูกันว่า การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเจ้าของได้บ้าง 1. สุนัข บุคลิกภาพ: ผู้ที่เลี้ยงสุนัขมักจะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ชอบเข้าสังคม และมีความอดทน สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของมีความรับผิดชอบและใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยง 2. แมว บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงแมวมักจะเป็นคนที่มีความเป็นอิสระ ชอบความสงบ และมีความคิดสร้างสรรค์ แมวเป็นสัตว์ที่ดูแลตัวเองได้ดี และต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความเข้าใจและเคารพในความเป็นอิสระของผู้อื่น 3. นก บุคลิกภาพ: เจ้าของนกมักจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความสวยงาม และมีความสงบ นกเป็นสัตว์ที่มีสีสันและเสียงร้องที่ไพเราะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของชื่นชอบความงามและความรื่นรมย์ในชีวิต 4. ปลา บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงปลามักจะเป็นคนที่มีความใจเย็น ใส่ใจในรายละเอียด และมีความสงบ การดูแลตู้ปลาให้สะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับปลา ต้องการความอดทนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง 5. หนูแฮมสเตอร์ หรือหนูตะเภา บุคลิกภาพ: เจ้าของหนูแฮมสเตอร์หรือหนูตะเภามักจะเป็นคนที่ชอบความน่ารัก ความสนุกสนาน และมีความเป็นเด็กในใจ หนูเหล่านี้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและชอบเล่น ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความใส่ใจและชื่นชอบความสนุกสนานในชีวิต…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 796 days ago
Read More18/07/2024
การนินทา การสื่อสารที่ทรงพลัง ใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์
“การนินทา” เป็นการกระทำที่มักถูกมองในแง่ลบ แต่จะทำยังไงละถึงจะเทิร์นให้เป็นข้อดีได้ มาดูจิตวิทยาของการนินทา และกลยุทธ์ที่จะใช้การนินทาให้เป็นประโยชน์กัน ประโยชน์ของ “การนินทา” คือ การสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม ทำยังไงให้เกิดประโยชน์? ต้องเริ่มจากการนินทาในเชิงบวก+ และสุดท้าย คือ ไม่นินทาคนอื่น ด้วยเรื่องเท็จ! หรือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามตีไข่ใส่สี พูดแต่เฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือมีหลักฐานเท่านั้น เพราะนอกจากจะทำให้คนอื่นเสียหายด้วยเรื่องโกหกแล้ว สิ่งนี้อาจย้อนหาตัวคุณเข้าสักวันก็ได้ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 796 days ago
Read More11/07/2024
ข้อดีของการสวมหน้ากากเข้าหาคนอื่น (ในบางสถานการณ์)
เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคงไม่เห็นด้วยกับการ “สวมหน้ากาก” ในการเข้าหาผู้อื่น เพราะมันคือการเข้าหากันแบบ “ไม่จริงใจ” แต่ ! จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ก็อาจมีประโยชน์ในยามที่เราต้องเข้าสังคมขนาดใหญ่ หรือสังคมที่เราไม่คุ้นเคย โดยที่เราไม่อาจรู้เลยว่าคนที่เราไปพบแต่ละคนนั้นเขาคิดอะไรกับเราบ้าง เพราะ “ความจริงใจ” จะเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าใช้ถูกคน เนื่องจากบางคนก็อาจจะใช้ความจริงใจของเรา นำไปสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเขา โดยที่เขาก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเราเลย หรือนำความจริงใจที่เรามอบให้ ย้อนกลับมาทำร้ายเราอีกทีหนึ่งก็มี การ “สวมหน้ากาก” ในบางสถานการณ์ ที่เรานำมาแนะนำในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องไปหลอกใคร หรือแสดงความไม่จริงใจกับใคร แต่เพียงแค่สร้าง “กำแพงใจ” ขึ้นมาในระหว่างที่เข้าสังคมนั้นก็พอ เพราะสังคมบางแห่งไม่ได้เหมาะกับเรา คุณเองก็ไม่ต้องไปฝืนใจที่จะพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้น และเลือกแสดงความจริงใจและเปิดเผยความรู้สึก ในสังคมที่คุณรู้สึกว่าเป็น safe zone และทำให้ชีวิตของคุณมีคุณค่าเท่านั้นก็พอ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตก็คือ “ปรับตัวให้เป็น” อยู่ให้ถูกที่ ทำดีให้ถูกคน ใครที่ทำไม่ดีกับเราก็แค่ปั้นหน้าคบไปวัน ๆ ไม่ต้องไปให้ใจอะไรเท่านั้นก็พอแล้ว คุณเองก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียความรู้สึกในภายหลังด้วยภูษิต เรืองอุดมกิจ | 803 days ago
Read MorePR Partners
See All22/09/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 8 hours ago
CP AXTRA ปลุกพลังคนทั้งองค์กร จัด “INNOVATION DAY 2026” เปลี่ยนหนึ่งไอเดียให้สร้างผลลัพธ์ได้ไม่สิ้นสุด
CP AXTRA เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมผ่านแนวคิด “ONE IMPACT. INFINITE INNOVATION.” เปิดพื้นที่ให้พนักงานเปลี่ยนปัญหาจากการทำงานจริงเป็นโซลูชันที่สร้างผลลัพธ์ พร้อมอัปเดตมุมมองโลก ธุรกิจ และ AI ผ่านเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และนิทรรศการนวัตกรรมกว่า 17 บูท CP AXTRA จัดงาน CP AXTRA INNOVATION DAY 2026 ภายใต้แนวคิด “ONE IMPACT. INFINITE INNOVATION.”22/09/2026
จากเสียงเพลงสู่ของสะสม ก้าวใหม่ของ DTNC MUSIC รับเทรนด์ ‘Physical Media’
ในยุคที่การฟังเพลงผ่านสตรีมมิงเป็นเรื่องปกติ สื่อกายภาพ หรือ 'Physical Media' อย่างแผ่นเสียง ซีดี และเทปคาสเซตต์ กลับไม่ได้เลือนหายไป แต่วิวัฒนาการกลายเป็นของสะสมที่จับต้องได้และมีคุณค่าทางจิตใจ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้กลุ่มคนทำงานด้านมิวสิกไลฟ์สไตล์อย่าง Drop the Needle Collective ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการกว่า 4 ปี และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเทศกาลดนตรี Record Fest BKK ตัดสินใจก้าวสู่ปีที่ 5 ด้วยการเปิดตัวยูนิตใหม่ในชื่อ DTNC MUSIC เป้าหมายของการขยายยูนิตใหม่นี้คือการเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศทางดนตรี โดยมุ่งเน้นไปที่การออกแบบและผลิตสื่อกายภาพเพื่อศิลปินและค่ายเพลงโดยเฉพาะ ซึ่งทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับการเติบโตของวัฒนธรรมดนตรีในปัจจุบันที่ถูกขับเคลื่อนด้วย 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ แนวคิดสำคัญที่ผลักดันโปรเจกต์นี้คือมุมมองที่ว่า เสียงเพลงสามารถถูกพัฒนาให้กลายเป็นความทรงจำที่เก็บสะสมและส่งต่อได้ การดำเนินงานของ DTNC MUSIC จึงเน้นการผสานความเข้าใจในวัฒนธรรมการฟังเพลงเข้ากับศิลปะการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์สินค้าที่มีเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตนของศิลปินออกมาให้ชัดเจนที่สุด ควบคู่ไปกับการสนับสนุนด้านคอนเทนต์และการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มแฟนคลับ การเคลื่อนไหวของ Drop the Needle Collective ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของผลงานเพลงในรูปแบบที่จับต้องได้ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าเพิ่มและทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับวงการดนตรี แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้ฟังให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นผ่านงานดีไซน์ที่คิดมาอย่างครบวงจรอมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 10 hours ago
Read More21/09/2026
งาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore เจาะ Creator Economy ไทย 2026 เมื่อ “คอนเทนต์” ไม่ใช่แค่เรื่องยอดวิวแต่คือ “โครงสร้างธุรกิจ”
แพลตฟอร์ม Influencer Marketing สัญชาติไทย จัดงาน Thailand Influencer Awards 2026 by Tellscore ปีนี้ LINE MAN Wongnai เข้ามาร่วมเติมภาพ Content-to-Commerce ให้ชัดขึ้น ผ่านศักยภาพของ On-Demand Commerce และ Local Insight ในฐานะผู้สนับสนุนหลัก สอดรับกับทิศทาง Creator Economy ไทยที่กำลังขยับจากการให้น้ำหนักกับยอดวิวและจำนวนผู้ติดตามเป็นหลัก ไปสู่การให้ความสำคัญกับ คุณภาพของกลุ่มผู้ชม ความน่าเชื่อถือ และผลลัพธ์ทางธุรกิจมากขึ้น งานในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีเชิดชูเกียรติคนเบื้องหลังหน้าจอเท่านั้น แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกให้รู้ว่า อุตสาหกรรม Creator Economy กำลังขยับตัวครั้งใหญ่สู่การเป็น “โครงสร้างธุรกิจ” ที่ผสานทั้ง Content, Data และ Commerce เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น เมื่อตัวเลขความนิยมพ่ายแพ้ต่อ “คุณภาพและผลลัพธ์ทางธุรกิจ” ในอดีต เม็ดเงินในตลาด Influencer Marketing มักถูกเทให้กับครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามหลักล้านและยอดวิวถล่มทลาย แต่มุมมองดังกล่าวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) ได้ฉายภาพว่า ตลาดครีเอเตอร์ไทยกำลังเคลื่อนตัวจากที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสความนิยม สู่มาตรฐาน ความเป็นมืออาชีพ และผลลัพธ์ที่จับต้องได้ นักการตลาดในยุคนี้เริ่มมองลึกไปกว่าหน้าจอ โดยพิจารณาจาก…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 1 days ago
Read More18/09/2026
ทรูเปิดส่งมอบ iPhone 18 Pro วันแรกทั่วประเทศ พร้อมอัดโปรโมชันผูกแพ็กเกจ-การันตีราคาขายต่อปีหน้า
True ส่งมอบสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้แก่กลุ่มผู้สั่งซื้อล่วงหน้าทั่วประเทศ ทั้งลูกค้าเครือข่าย True และ dtac โดยปีนี้ยังคงเน้นกลยุทธ์การจัดกิจกรรมส่งมอบควบคู่กับการนำเสนอแพ็กเกจบริการรายเดือนระดับบน ซึ่งผูกรวมสิทธิประโยชน์ด้านการใช้งานเครือข่ายและการรับประกันมูลค่าเครื่องสำหรับรอบการอัปเกรดในปีถัดไป บรรยากาศการรับเครื่องและบริการดูแลลูกค้า การส่งมอบเครื่องวันแรกจัดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ โดยศูนย์กลางการจัดกิจกรรมในกรุงเทพฯ อยู่ที่ True Branding Shop สยาม ซอย 2 ซึ่งมีการจัดพื้นที่ประสบการณ์จำลอง (Luminaire Experience) ควบคู่กับการส่งมอบตามสาขาต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ภายในงานมีคนดังมากมานที่มีชื่อเสียงและผู้ผลิตคอนเทนต์เข้าร่วมรับเครื่องหลายราย อาทิ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, พลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ, ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์, เกรท สพล, พาเวล นเรศ, พูห์ กฤติน, อู่อู๋ ธนภูมิ, เซฟ วรพงษ์,…ทีมคอนเทนต์ BT | 4 days ago
Read More































