Read
| Health
03/12/2025
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 146 days ago
“โอโซน” ก๊าซพิษมัจจุราชคร่าชีวิต แค่สูดก็เสี่ยง ล่าสุดพบวางในโรงภาพยนตร์ดัง คนใช้บริการเพียบ !
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีข่าวที่ถูกรายงานว่า พบการใช้งานโอโซนที่ทำให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิต โดยที่ผ่านมามีรายงานข่าวการเสียชีวิตของสัตว์เลี้ยงออกมาให้เห็นอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนเริ่มตระหนักเกี่ยวกับการใช้โอโซนอย่างระมัดระวัง แต่ก็ยังมีความเข้าใจผิด ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ว่าโอโซนเป็นก๊าซที่มีประโยชน์ จึงมีการนำมาใช้งานอยู่เรื่อย ๆ โดยปราศจากความรู้ที่ถูกต้อง และการใช้งานอย่างระมัดระวัง ซึ่งนั่นทำให้เกิดประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อโรงภาพยนตร์ดังนำเครื่องโอโซนมาวางไว้ที่จุดทางเดิน ผู้ที่ใช้บริการเดินผ่านไปมาได้กลิ่นและมาพบเข้ากับเครื่องผลิตโอโซน จึงเกิดการตั้งคำถามว่า ก๊าซพิษที่มีฤทธิ์อันตรายเช่นนี้มาอยู่ในที่ที่คนพลุกพล่าน พื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท แบบนี้ได้อย่างไร ? และล่าสุดทางโรงภาพยนตร์ได้ออกมาแถลงการณ์ขอโทษถึงความเข้าใจผิดของพนักงาน ระหว่างเครื่องผลิตโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อ ซึ่งโดยปกติจะใช้หลังจากการบริการลูกค้า กับเครื่องฟอกอากาศ “โอโซน” ไม่ใช่ก๊าซดีอย่างที่คนไทยเข้าใจ ก่อนอื่นเชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อก๊าซชนิดนี้ ทั้งในแง่ของความเข้าใจผิดที่ว่าโอโซนคือก๊าซที่อยู่ในธรรมชาติ อย่างในป่าหรือบนเขา ซึ่งดีต่อมนุษย์ และในอีกแง่ที่ว่าโอโซนเป็นประโยชน์ในเรื่องการฆ่าเชื้อโรค โอโซน (Ozone หรือ O3) เป็นสารมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เกิดได้ทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์ ส่วนหนึ่งที่คนไทยเข้าใจผิดว่าโอโซนมีประโยชน์อาจเป็นผลมาจากโอโซนในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ (Stratosphere) ที่มีส่วนช่วยในการดูดซับความร้อนและรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ ผูกโยงเข้ากับความสูงของพื้นที่ธรรมชาติ อย่างบนเขาและบนดอย หรือคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโลก จนทำคนเข้าใจผิดว่าอากาศที่มีโอโซนเป็นอากาศที่ดี นอกจากนี้ โอโซนที่พบในชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) หรือชั้นพื้นดินก็เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้เช่นกัน และยังเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนด้วย ในทางตรงกันข้าม สำหรับสิ่งมีชีวิตแล้ว โอโซนสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อปอด และความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ…29/10/2025
ลิงทดลองหลุด ! ที่มิสซิสซิปปี สหรัฐฯ ทำชาวบ้านหวาดกลัว ล่าสุดเจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าลิงหลบหนีตัวสุดท้าย
เกิดเหตุด่วน ! ในรัฐมิสซิสซิปปี เมื่อรถบรรทุกที่ขนลิงสายพันธุ์ รีซัส (Rhesus Monkeys) พลิกคว่ำกลางทางหลวง I-59 ใกล้เมืองไฮเดลเบิร์ก เขตแจสเปอร์ เคาน์ตี เมื่อวันอังคาร (28 ตุลาคม 2025) ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ลิงทดลองหลุด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งจับกุม จากรายงานของสถานีโทรทัศน์ WLBT สถานีเครือ NBC ในเมืองแจ็กสัน รัฐมิสซิสซิปปี ระบุว่าลิงเหล่านี้ถูกส่งมาจากมหาวิทยาลัยทูเลน (Tulane University) เพื่อเดินทางต่อไปยังศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา ก่อนเกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างทาง มหาวิทยาลัยทูเลนออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “ลิงทั้งหมดไม่ได้มีเชื้อโรคใด ๆ และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์” แต่จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ คนขับรถบรรทุกกลับแจ้งตำรวจว่า ลิงเหล่านี้ “อาจเป็นอันตราย” และ “ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้” ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดำเนินมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โพสต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลิงกลุ่มนี้ว่ามีน้ำหนักประมาณ 40 ปอนด์ (18 กก.) มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อมนุษย์ และผู้สัมผัสต้องใช้ชุดป้องกัน (PPE) เนื่องจากลิงเป็นพาหะของโรค ไวรัสตับอักเสบซี, โรคเริม (herpes) และโควิด จนถึงขณะนี้…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 181 days ago
Read More28/10/2025
BITKUB SUMMIT 2025 : ‘เปิดประตูสู่โลกอนาคต’ คนแห่ร่วมทะลัก 52,000 คน ยกระดับคนไทย พร้อมสู้ศึกการเงิน-สุขภาพ-ดิจิทัล
ช่วงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโลกเราหมุนเร็วชนิดที่เรียกว่า 'ปุ๊บปั๊บเปลี่ยน' ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรงจนทำให้หลายอาชีพต้องปรับตัว เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่สู้กับเงินเฟ้อกันเหนื่อย, ไปจนถึงกระแส Longevity (การมีชีวิตยืนยาว) ที่ใคร ๆ ก็เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพแบบจริงจังมากขึ้น เมื่อโลกโยนโจทย์ยาก ๆ มาให้คนไทยแบบนี้ ก็ต้องมีพื้นที่สำหรับ 'อัปสกิล-รีสกิล' แบบครบเครื่องและนี่คือสิ่งที่ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ปฯ เห็นและตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนผ่านงานใหญ่แห่งปีที่เพิ่งผ่านพ้นไป BITKUB SUMMIT 2025 : ไม่ได้มีแค่ Crypto แต่รวม 3 วิกฤตสำคัญที่ต้องรู้ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ร่วมกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent Cloud จัดงาน BITKUB SUMMIT 2025 by Tencent Cloud ภายใต้คอนเซปต์สุดล้ำ 'Gateway to The Future…กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 182 days ago
Read More30/08/2024
ทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป
หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 606 days ago
Read More28/08/2024
วิจัยชี้ ‘การศึกษาน้อย’ เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม
“มีการคาดการณ์ว่าในปี 2050 ทั่วโลกจะมีจำนวนผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 125 ล้านคน” ในยุคที่ประชากรโลกมีอายุยืนยาวขึ้น ภาวะสมองเสื่อมกลับกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าโรคนี้เป็นเรื่องของพันธุกรรมหรือความชราที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว มีปัจจัยหลายอย่างที่เราสามารถควบคุมได้ และมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร ? ภาวะสมองเสื่อม คือภาวะที่เซลล์ประสาทในสมองเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ความคิด ความจำ และการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวอย่างมาก จากข้อมูลล่าสุดของ The Lancet Commission on Dementia 2024 พบว่า มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งกระจายอยู่ตลอดช่วงชีวิตของเรา ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยชรา โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ ได้แก่ ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต ช่วงกลางของชีวิต และช่วงปลายของชีวิต ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต : การศึกษาคือกุญแจสำคัญ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นของชีวิตคือ "การศึกษาน้อย" ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมถึง 5 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการศึกษาไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังช่วยฝึกสมองให้คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการสร้าง "cognitive…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 608 days ago
Read More28/08/2024
เอทิลแอลกอฮอล์ vs เมทิลแอลกอฮอล์: ใช้ผิดเสี่ยงขิต !
“แอลกอฮอล์” ถือเป็นหนึ่งในสารเคมีที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ทั้งในรูปแบบของเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือแม้แต่เชื้อเพลิง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แอลกอฮอล์ที่เราใช้กันอยู่นั้นมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและอันตรายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ? โดยหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การสับสนระหว่าง "เอทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในแอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อ กับ "เมทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายถึงชีวิต หากใช้ผิดชนิด ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะคาดคิดได้ เอทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับการแพทย์และการดื่มด่ำ “เอทิลแอลกอฮอล์” (Ethyl Alcohol) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “เอทานอล” (Ethanol) เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผลิตจากการหมักน้ำตาล มีสูตรเคมีคือ C₂H₅OH ลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี กลิ่นหอมอ่อน ๆ และมีรสเผ็ดเล็กน้อย เอทิลแอลกอฮอล์มีความปลอดภัยเมื่อใช้ภายนอกร่างกาย เช่น การใช้ทำความสะอาดผิวหนัง หรือฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากมีฤทธิ์ในการละลายไขมันของเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคตายได้ นอกจากนี้ เอทิลแอลกอฮอล์ยังเป็นส่วนผสมหลักในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยมีความเข้มข้นหรือเปอร์เซ็นต์การใช้งานเอทิลแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันดังนี้ เมทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับอุตสาหกรรมและมีพิษร้ายแรง เมทิลแอลกอฮอล์” (Methyl Alcohol) หรือ “เมทานอล” (Methanol) มีสูตรเคมีคือ CH₃OH เป็นสารเคมีที่ได้มาจากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 608 days ago
Read More21/08/2024
รู้จักสายพันธุ์ของเชื้อฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 พร้อมวิธีลดความเสี่ยง
ฝีดาษลิง (Monkey pox หรือ Mpox) โรคจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ พร้อมกับเกิดตุ่มตามร่างกาย ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ และส่วนอื่น ๆ ซึ่งสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังอย่างใกล้ชิด อย่างการกอด จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์ โดยจะส่งต่อเชื้อตลอดจนกว่าตุ่มที่ผิวหนังจะแห้ง ตกสะเก็ด และหลุดออก โรคฝีดาษลิงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของคนที่ได้รับเชื้อ อย่างผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่มีโรคประจำตัว รวมถึงสายพันธุ์ที่ได้รับด้วย ปัจจุบันเชื้อไวรัสฝีดาษลิงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ Clade 1 (เคลด-วัน) และ Clade 2 (เคลด-ทู)ซึ่งมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน BT Life จะพาคุณมาทำความรู้จักเชื้อฝีดาษลิงทั้ง 2 สายพันธุ์ และวิธีลดความเสี่ยงจากโรคนี้กัน ความแตกต่างของฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 เชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 615 days ago
Read More21/08/2024
เปิดไทม์ไลน์ฝีดาษลิง จากลิงในห้องทดลองสู่สภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก น่ากังวลแค่ไหน?
ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox (Mpox) เป็นโรคกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งไทยรับรู้การมีอยู่ของโรคฝีดาษลิงในปี 2022 โดยพบเคสชาวต่างชาติที่ติดเชื้อชนิดนี้ในไทย และผู้ติดเชื้อในช่วงนั้นราว 8 คน ก่อนข่าวนี้จะเงียบไป ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงปี 2023 ที่ไม่ได้มีการพูดถึงฝีดาษลิงมากนัก แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2023 ประเทศไทยมีเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 120 ราย ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ในต่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 15,000 รายจากหลายประเทศ โดยพบว่าเป็นเชื้อฝีดาษลิงชนิด Clede1b ที่มีความรุนแรง ก่อนที่องค์การอนามัยอนามัยโลก หรือ WHO จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นสภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2024 ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด เพราะพบเคสผู้ติดเชื้อนอกกลุ่มประเทศแอฟริกาเพิ่มขึ้น และล่าสุดพบเคสผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายสู่ประเทศต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเราต้องกังวลกับเรื่องนี้แค่ไหน? โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ของใช้ร่วมกัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 615 days ago
Read More13/08/2024
เมื่อสมองพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไป จนลืมคิด ลืมจำ (Digital Amnesia)
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกล เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่คุณเคยสังเกตไหมว่า ยิ่งเราพึ่งพาอุปกรณ์ดิจิทัลมากเท่าไหร่ ความสามารถในการจดจำของเราก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น ? ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า "Digital Amnesia" หรือ "ภาวะสมองเสื่อมดิจิทัล" นั่นเอง Digital Amnesia คืออะไร ? “Digital Amnesia” หรือ “Google Effect” เป็นปรากฏการณ์ที่สมองของเราเริ่มพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลในการจดจำข้อมูลมากเกินไป จนทำให้ความสามารถในการจำของตัวเองลดลง เราจำอะไรได้น้อยลง และมักจะนึกถึงการค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเป็นอันดับแรก แทนที่จะพยายามนึกถึงข้อมูลนั้นด้วยตัวเอง ปรากฏการณ์นี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2011 โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นำโดย Betsy Sparrow ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลการวิจัยในวารสาร Science ทำไมเราถึงเป็น Digital Amnesia ? สาเหตุหลักของ Digital Amnesia มาจากการที่เราพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปในชีวิตประจำวัน เช่น สมองของเรามีกลไกการทำงานที่น่าทึ่ง มันจะเลือกจดจำสิ่งที่จำเป็นและทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อเรารู้ว่าสามารถหาข้อมูลได้ง่าย ๆ จากอินเทอร์เน็ต สมองจึงเลือกที่จะไม่เก็บข้อมูลนั้นไว้ เพื่อประหยัดพลังงานและพื้นที่สำหรับข้อมูลอื่น ๆ อาการของ Digital Amnesia…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 623 days ago
Read More08/08/2024
ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 628 days ago
Read More08/08/2024
5 สเต็ปเทพดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงแบบไม่ต้องพึ่งหมอ
หัวใจดวงน้อย แต่ทำงานหนักตลอด 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดดวงนี้ เปรียบเสมือนขุมพลังขับเคลื่อนชีวิตของเรา การดูแลหัวใจให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเครียด มลพิษ และวิถีชีวิตที่เร่งรีบ เรามี 5 เคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมาแนะนำกัน 1. กินอาหารดีต่อหัวใจ หากเปรียบหัวใจเป็นเครื่องยนต์ อาหารก็เปรียบเสมือนน้ำมัน ที่หากเติมน้ำมันดีเครื่องยนต์ก็จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน หากเติมน้ำมันไม่ดี ก็อาจเป็นการทำลายเครื่องยนต์ได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรกินอาหารที่ดีต่อหัวใจบ้าง ดังนี้ 2. ขยับร่างกายสม่ำเสมอ “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” หลายคนมักจะคิดว่าการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจนั้น จะต้องวิ่งมาราธอนหรือเข้ายิมหนัก ๆ เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วเพียงแค่ออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว ซึ่งการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเบาหวาน ทั้งยังช่วยให้นอนหลับสบาย หลักการง่าย ๆ ในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี มีดังนี้ 3. ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม คุณรู้หรือไม่ว่า “น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ส่งผลต่อหัวใจโดยตรง” ทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง วิธีควบคุมน้ำหนักตัวให้เหมาะสม มีดังนี้…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 628 days ago
Read More07/08/2024
Same Same But Different ! ทำไมขนาด ‘น้องชาย’ คนแต่ละเชื้อชาติถึงไม่เท่ากัน
อวัยวะเพศชาย อวัยวะที่กินสัดส่วนของพื้นที่ร่างกายไปเพียงน้อยนิด แต่ตัวมันเองกลับมีความสำคัญต่อจิตใจของมนุษย์เพศชาย และบริบทเรื่องเพศอย่างมหาศาล ชนิดที่ว่าถ้าให้เลือกต้องตัดมือ กับตัดน้องชาย มนุษย์เพศชายจำนวนไม่น้อยอาจยอมสูญเสียมือสักข้างไปแทนภูษิต เรืองอุดมกิจ | 629 days ago
Read More25/07/2024
5 วิธีจัดการกับความเครียดและภาวะวิตกกังวล
ในยุคที่โลกหมุนไวกว่าความคิด ความเครียดและความวิตกกังวลก็เหมือนแขกไม่ได้รับเชิญที่มาเยือนชีวิตเราบ่อย ๆ วันนี้เรามี 5 วิธีเด็ด ๆ ที่จะช่วยให้คุณรับมือกับความเครียดเหล่านั้นได้อย่างมือโปร เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนชีวิตให้สดใสไร้กังวลกันเลยกฤษณา กาญจนเพ็ญ | 642 days ago
Read More23/07/2024
อัปเดต 10 แอปสุขภาพดี ๆ ที่ควรมีติดตัว
เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่ในทุกวันนี้ต่างหันมาห่วงใยและใส่ใจในสุขภาพกันมากขึ้น และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล แอปพลิเคชันก็กลายเป็นผู้ช่วยสำคัญในการดูแลสุขภาพของใครหลายคน วันนี้เรามาอัปเดตกันว่ามีแอปอะไรบ้างที่น่าสนใจ และช่วยให้ชีวิตของเราสมดุลและแข็งแรงขึ้นได้อย่างไรบ้าง 1. MyFitnessPal - ผู้ช่วยนับแคลอรีสุดฉลาด เริ่มต้นกันที่แอปยอดนิยมอย่าง MyFitnessPal แอปนี้จะเป็นเหมือน “ไดอารี่อาหารดิจิทัล” ที่คอยติดตามการกินอาหารของคุณในแต่ละวัน และด้วยฐานข้อมูลอาหารขนาดใหญ่ (มาก) ทำให้สามารถค้นหาและบันทึกอาหารที่กินไปได้แทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อาหารฝรั่ง หรือแม้แต่เมนูจากร้านอาหารดัง ที่น่าสนใจคือแอป MyFitnessPal นี้ยังมีฟีเจอร์สแกนบาร์โค้ดบนบรรจุภัณฑ์อาหาร ที่จะทำให้การบันทึกข้อมูลโภชนาการของคุณเป็นเรื่องง่าย แค่สแกนก็รู้แล้วว่าอาหารชิ้นนั้นมีแคลอรีเท่าไหร่ มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันเท่าไหร่บ้าง สำหรับคนที่อยากจะควบคุมน้ำหนัก แอปนี้ก็มีฟังก์ชันตั้งเป้าหมายน้ำหนักและคำนวณปริมาณแคลอรีที่ควรบริโภคต่อวันได้ ทำให้เราสามารถวางแผนการกินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ MyFitnessPal ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปออกกำลังกายและอุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ ได้ด้วย ทำให้เราสามารถติดตามการเผาผลาญพลังงานได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นแอปที่ครบเครื่องทั้งเรื่องการควบคุมอาหารและคุมน้ำหนักได้ในแอปเดียว 2. Calm - สงบจิต พิชิตความเครียด ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นเรื่องปกติของคนทำงาน แอป Calm สามารถเป็นตัวช่วยในการจัดการความเครียดและความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี โดยแอปนี้จะนำเสนอเนื้อหาด้านการทำสมาธิ การฝึกหายใจ และเสียงธรรมชาติที่ช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ ฟีเจอร์เด่นของ Calm ก็คือ "Sleep…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 644 days ago
Read More23/07/2024
DQ (Digital Intelligence Quotient) ทักษะใหม่ที่คนทำงานยุคดิจิทัลต้องมี
“จากการศึกษาของธนาคารโลก พบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ” ทุกวันนี้เทคโนโลยีต่างก็รุดหน้าและก้าวไกล หลายอาชีพเริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เราทุกคนต่างต้องแข่งขันและไขว่คว้าหาโอกาสที่ดีกว่า ด้วยการพัฒนาทั้งความฉลาดทางด้านปัญญาและอารมณ์ หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ IQ และ EQ แต่จริง ๆ แล้ว ยังมีอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญและจำเป็นมาก ๆ ในโลกดิจิทัล นั่นคือทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ ทักษะ DQ นี้เองที่จะพาเราไปสู่โอกาสใหม่ ๆ และหน้าที่การงานที่ดีขึ้น ถามว่าตอนนี้คุณรู้จักทักษะดังกล่าวดีพอแล้วหรือยัง ? ถ้ายังไม่ดี หรือมีไม่พอ หรือบางคนอาจยังไม่รู้จักว่า DQ คืออะไร และจำเป็นต่อชีวิตเรามากมายแค่ไหน วันนี้เรามาเริ่มทำความรู้จักไปด้วยกัน จากการศึกษาของธนาคารโลกพบว่า แรงงานไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ สาเหตุหลักมาจาก แล้วเราจะเอาตัวรอดอย่างไร ? DQ คือ คำตอบ ! ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล หรือ DQ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 644 days ago
Read More23/07/2024
5 อาหารสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: เกราะป้องกันธรรมชาติของร่างกาย
ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บมีมากมาย ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อโรคต่าง ๆ การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงถือเป็นด่านแรกในการปกป้องร่างกายของเรา แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ และจัดการความเครียดแล้ว อาหารที่เรากินเข้าไปก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเราด้วย บทความนี้ขอเสนอ “สุดยอด 5 อาหารสุขภาพ” ที่ไม่เพียงอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แถมยังหาง่าย พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ดังนี้ 1. ผักตระกูลครูซิเฟอรัส เริ่มต้นด้วยกลุ่มผักที่อาจฟังดูแปลกหู แต่รับรองว่าคุณต้องเคยกินแน่นอน นั่นก็คือ “ผักตระกูลครูซิเฟอรัส” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “พืชตระกูลกะหล่ำ” อย่างบรอกโคลี ผักคะน้า เคล กวางตุ้ง แขนง ดอกกะหล่ำ และกะหล่ำปลี ผักกลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นทหารเอกในการต่อสู้กับเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายอีกด้วย วิธีการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดคือ ลองกินสด ๆ หรือนึ่งเบา ๆ เพื่อคงคุณค่าสารอาหารไว้มากที่สุด แต่ถ้าใครไม่ชอบทานผักสดล้วน ๆ อาจลองเอามาผัดกับกระเทียมสักหน่อย นอกจากจะอร่อยแล้ว กระเทียมยังมีสรรพคุณช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกชั้นด้วย 2.…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 644 days ago
Read More18/07/2024
การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกบุคลิกภาพของเจ้าของ
การเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำเพื่อเพิ่มความสุขและสีสันในชีวิต สัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดไม่เพียงแค่เป็นเพื่อนที่ดี แต่ยังสะท้อนถึงบุคลิกภาพและลักษณะเฉพาะตัวของเจ้าของด้วย การเลือกเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ นอกจากจะบ่งบอกถึงความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว ยังสามารถบอกอะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าของได้เช่นกัน การเลี้ยงสัตว์เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เราได้ฝึกฝนความรับผิดชอบ ความอดทน และการดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยงของเรา ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงยังสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของเราอีกด้วย มาดูกันว่า การเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิดบ่งบอกอะไรเกี่ยวกับบุคลิกภาพของเจ้าของได้บ้าง 1. สุนัข บุคลิกภาพ: ผู้ที่เลี้ยงสุนัขมักจะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ชอบเข้าสังคม และมีความอดทน สุนัขเป็นสัตว์ที่ต้องการการดูแลและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของมีความรับผิดชอบและใส่ใจในสุขภาพของสัตว์เลี้ยง 2. แมว บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงแมวมักจะเป็นคนที่มีความเป็นอิสระ ชอบความสงบ และมีความคิดสร้างสรรค์ แมวเป็นสัตว์ที่ดูแลตัวเองได้ดี และต้องการพื้นที่ส่วนตัว ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความเข้าใจและเคารพในความเป็นอิสระของผู้อื่น 3. นก บุคลิกภาพ: เจ้าของนกมักจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ รักความสวยงาม และมีความสงบ นกเป็นสัตว์ที่มีสีสันและเสียงร้องที่ไพเราะ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของชื่นชอบความงามและความรื่นรมย์ในชีวิต 4. ปลา บุคลิกภาพ: คนที่เลี้ยงปลามักจะเป็นคนที่มีความใจเย็น ใส่ใจในรายละเอียด และมีความสงบ การดูแลตู้ปลาให้สะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับปลา ต้องการความอดทนและการดูแลอย่างต่อเนื่อง 5. หนูแฮมสเตอร์ หรือหนูตะเภา บุคลิกภาพ: เจ้าของหนูแฮมสเตอร์หรือหนูตะเภามักจะเป็นคนที่ชอบความน่ารัก ความสนุกสนาน และมีความเป็นเด็กในใจ หนูเหล่านี้เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่ายและชอบเล่น ซึ่งบ่งบอกว่าเจ้าของมีความใส่ใจและชื่นชอบความสนุกสนานในชีวิต…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 649 days ago
Read More18/07/2024
การนินทา การสื่อสารที่ทรงพลัง ใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์
“การนินทา” เป็นการกระทำที่มักถูกมองในแง่ลบ แต่จะทำยังไงละถึงจะเทิร์นให้เป็นข้อดีได้ มาดูจิตวิทยาของการนินทา และกลยุทธ์ที่จะใช้การนินทาให้เป็นประโยชน์กัน ประโยชน์ของ “การนินทา” คือ การสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม ทำยังไงให้เกิดประโยชน์? ต้องเริ่มจากการนินทาในเชิงบวก+ และสุดท้าย คือ ไม่นินทาคนอื่น ด้วยเรื่องเท็จ! หรือเรื่องที่ไม่เป็นความจริง อย่าพยายามตีไข่ใส่สี พูดแต่เฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือมีหลักฐานเท่านั้น เพราะนอกจากจะทำให้คนอื่นเสียหายด้วยเรื่องโกหกแล้ว สิ่งนี้อาจย้อนหาตัวคุณเข้าสักวันก็ได้ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 649 days ago
Read More11/07/2024
ข้อดีของการสวมหน้ากากเข้าหาคนอื่น (ในบางสถานการณ์)
เราเชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ คนคงไม่เห็นด้วยกับการ “สวมหน้ากาก” ในการเข้าหาผู้อื่น เพราะมันคือการเข้าหากันแบบ “ไม่จริงใจ” แต่ ! จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ก็อาจมีประโยชน์ในยามที่เราต้องเข้าสังคมขนาดใหญ่ หรือสังคมที่เราไม่คุ้นเคย โดยที่เราไม่อาจรู้เลยว่าคนที่เราไปพบแต่ละคนนั้นเขาคิดอะไรกับเราบ้าง เพราะ “ความจริงใจ” จะเป็นสิ่งที่มีค่า ถ้าใช้ถูกคน เนื่องจากบางคนก็อาจจะใช้ความจริงใจของเรา นำไปสร้างผลประโยชน์ให้กับตัวเขา โดยที่เขาก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเราเลย หรือนำความจริงใจที่เรามอบให้ ย้อนกลับมาทำร้ายเราอีกทีหนึ่งก็มี การ “สวมหน้ากาก” ในบางสถานการณ์ ที่เรานำมาแนะนำในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า คุณจะต้องไปหลอกใคร หรือแสดงความไม่จริงใจกับใคร แต่เพียงแค่สร้าง “กำแพงใจ” ขึ้นมาในระหว่างที่เข้าสังคมนั้นก็พอ เพราะสังคมบางแห่งไม่ได้เหมาะกับเรา คุณเองก็ไม่ต้องไปฝืนใจที่จะพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้น และเลือกแสดงความจริงใจและเปิดเผยความรู้สึก ในสังคมที่คุณรู้สึกว่าเป็น safe zone และทำให้ชีวิตของคุณมีคุณค่าเท่านั้นก็พอ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตก็คือ “ปรับตัวให้เป็น” อยู่ให้ถูกที่ ทำดีให้ถูกคน ใครที่ทำไม่ดีกับเราก็แค่ปั้นหน้าคบไปวัน ๆ ไม่ต้องไปให้ใจอะไรเท่านั้นก็พอแล้ว คุณเองก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียความรู้สึกในภายหลังด้วยภูษิต เรืองอุดมกิจ | 656 days ago
Read MorePR Partners
See All28/04/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 14 hours ago
ทรู คอร์ปอเรชั่น x OYMotion ผุด Neuro AI Tech นวัตกรรมใหม่ ดึงเทคโนโลยี BCI เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายทรู ยกระดับการทำกายภาพบำบัด
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือกับ OYMotion ผู้นำนวัตกรรมระดับโลกด้านเทคโนโลยีระบบประสาท พัฒนานวัตกรรม Neuro AI Technology มุ่งยกระดับวิถีการทำกายภาพบำบัดและการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ชั้นนำของไทย เข้ากับเทคโนโลยี BCI (Brain-Computer Interface) ที่ทำงานร่วมกับ AI และแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล (Data Platform) เพื่อสั่งการอุปกรณ์หรืออวัยวะเทียมอัจฉริยะ ผ่านเครือข่ายทรู เปลี่ยน "ความคิด" ให้เป็น "คำสั่ง" ช่วยกระตุ้นวงจรประสาทสมองสั่งงานกล้ามเนื้อให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้สมองเกิดการเรียนรู้ใหม่และฟื้นตัวได้เร็วกว่ากายภาพบำบัดแบบเดิม ซึ่งจะบรรเทาภาระของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัดที่ขาดแคลน27/04/2026
เขย่าวงการ ! เปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” ดัน 9 ล้านชีวิตสู่ ‘อาชีพครีเอเตอร์’ มุ่งเป้ามูลค่าตลาดทะลุ 45,000 ล้าน
ตลาด Creator Economy (เศรษฐกิจครีเอเตอร์) ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากจำนวนครีเอเตอร์กว่า 9 ล้านคน สู่มูลค่าตลาดราว 45,000 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ย 25–30% ต่อปี อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรมจะมีขนาดใหญ่และมีบทบาทต่อเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ “ครีเอเตอร์” ยังไม่ได้รับการยอมรับในฐานะอาชีพอย่างเป็นทางการ การขาดการกำหนดมาตรฐาน ส่งผลให้ต้องเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ตั้งแต่การไม่มีหลักประกันทางการเงิน เช่น การขอสินเชื่อหรือที่อยู่อาศัย การขาดระบบสนับสนุนและแหล่งทุนไปจนถึงข้อจำกัดทางกฎหมายที่ยังไม่คุ้มครองรูปแบบการทำงานในอุตสาหกรรมนี้ ช่องว่างดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะครีเอเตอร์ แต่ส่งผลต่อทั้งแบรนด์ เอเจนซี และ Ecosystem ที่กำลังเติบโต ล่าสุด คณะผู้ริเริ่มจัดตั้ง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association : TCCA)” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ณ SCBX ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เพื่อทำหน้าที่เป็น “สมาคมวิชาชีพ” และองค์กรกลางในการยกระดับมาตรฐาน…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 1 days ago
Read More27/04/2026
โค้งสุดท้าย ! “โอม – ปอนด์” สร้างบิ๊กเซอร์ไพรส์ติวเข้ม 100 นักล่าฝัน True AF 2026 ก่อนชี้ชะตา 12 ตัวจริง 11 พ.ค. นี้ !
เตรียมพบกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการบันเทิงไทย เมื่อ True AF 2026 Workshop & Final Audition จุดชนวนความตื่นเต้น ณ True Digital Park ภายใต้การนำของสองกำลังสำคัญอย่าง ปอนด์ - กฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้ก่อตั้งและ CEO แห่ง BeOnCloud และ โอม - ปัณฑพล ประสารราชกิจ ศิลปินและผู้บริหารคนสำคัญของวงการดนตรีไทย ที่พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และทักษะอย่างเข้มข้น เพื่อเปลี่ยนผู้มีความฝันให้ก้าวสู่เส้นทางศิลปินมืออาชีพ โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 26 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่นของผู้เข้าแข่งขันจากทั่วประเทศ บรรยากาศในวันแรกเริ่มต้นด้วย Workshop สุดเข้มข้น ทั้ง Acting Class และ Dance Class ที่ท้าทายศักยภาพผู้เข้าแข่งขันทุกคน ก่อนจะต่อเนื่องด้วย Class Voice ที่ต้องฝึกซ้อมกันอย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสู่ช่วง Show Time…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 1 days ago
Read More23/04/2026
TWINEHIDE x NANAKE555 เปิดตัว “Standing MagSafe Wallet” พรีเมียมแอ็กเซสซอรีงานคราฟต์สุดลิมิเต็ด
เมื่อศิลปะแห่งเครื่องหนังแฮนด์เมดโคจรมาพบกับไลฟ์สไตล์สุดเฟี้ยวของพิธีกรตัวพ่อ การคอลแลบอเรชันแห่งปีจึงบังเกิด ! TWINEHIDE Group จับมือ น้าเน็ก - เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (NANAKE555) เผยโฉมโปรเจกต์มาสเตอร์พีซ TWINEHIDE x NANAKE555 : Standing MagSafe Wallet ไอเทมที่ผสานฟังก์ชันของ MagSafe wallet และขาตั้งโทรศัพท์ (Phone stand) ไว้ในชิ้นเดียว การันตีความประณีตด้วยการตัดเย็บด้วยมือ 100% จากช่างฝีมือชั้นยอด ตอบโจทย์ทั้งความเท่ ความเรียบหรู และการใช้งานจริงแบบไร้ที่ติ เมื่อ "ฟังก์ชัน" ขยับขึ้นเป็น "งานศิลป์" คุณกีตาร์ - ทฤนห์ รุ่งสมัยทอง Co-Founder & Chief Strategic Officer แห่ง TWINEHIDE Group เผยว่า โปรเจกต์นี้เกิดจากแพสชันที่อยากยกระดับของใช้ประจำวันให้มีคุณค่ามากกว่าแค่ฟังก์ชันพื้นฐาน โดยหยิบเอาตัวตน รสนิยมความพิถีพิถัน และความเชื่อของน้าเน็กที่ว่า…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More































