ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
| Inspiration
Read More

A Weekend with Meta AI x Song Wat : Meta AI ดันไทยขึ้นแท่นตลาดสำคัญ ชูจุดแข็ง ‘เข้าถึงง่าย’ บนแอปฯ ที่คุ้นเคย

Meta เดินหน้าผลักดันศักยภาพ AI สู่การใช้งานจริง โดยปักหมุดให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 4 ของโลกต่อจากลอนดอน, สิงคโปร์ และเวียดนาม ในการจัดงานอิเวนต์สุดพิเศษ 'A Weekend with Meta AI x Song Wat' ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาผสมผสานกับมนต์ขลังของย่านมรดกวัฒนธรรมอย่าง 'ถนนทรงวาด' ได้อย่างลงตัว งานนี้มุ่งเปิดประสบการณ์แบบ Immersive ให้คนรุ่นใหม่และเหล่าครีเอเตอร์ได้ทดลองใช้ Meta AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวันและการผลิตคอนเทนต์ที่ลื่นไหลไร้รอยต่อ ตั้งแต่ฟีเจอร์เจเนอเรตภาพไปจนถึงมุมถ่ายภาพสุดเก๋ที่สะท้อนการอยู่ร่วมกันระหว่างนวัตกรรมและวัฒนธรรมดั้งเดิม ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์นี้ได้ตั้งแต่วันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน 2568 ณ ลาน Vintage Vespa Thailand ถนนทรงวาด ไฮไลต์สำคัญของงานนอกเหนือจากประสบการณ์สุด Immersive กับ Meta AI คือการจับมือกับ Sahred Toy (ต๊อด-อารักษ์ อ่อนวิลัย) ศิลปินไทยชื่อดัง ที่มาร่วมเนรมิตสตรีตอาร์ตสุดเอกซ์คลูซิฟใจกลางทรงวาด ด้วยลายเส้น…
19/09/2025

First Principle: ปรัชญาจาก ‘อาริสโตเติล’ สู่ความรุ่งโรจน์ของ ‘อีลอน มัสก์’ | Tech Horizon

ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การคิดนอกกรอบได้กลายเป็นทักษะที่จำเป็น แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจวิธีการคิดที่สามารถทลายกำแพงความเชื่อเดิม ๆ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อย่างแท้จริง แนวคิด First Principle หรือ "การคิดจากหลักการพื้นฐาน" คือหนึ่งในเครื่องมือทางความคิดที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งมีรากฐานยาวนานตั้งแต่สมัยกรีกโบราณและถูกปลุกให้มีชีวิตอีกครั้งโดยมหาเศรษฐีเทคที่กล้าและบ้าบิ่น อีลอน มัสก์ (Elon Musk) บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าแนวคิด First Principle คืออะไร มีหลักการอย่างไร ใครคือผู้ที่ใช้แนวคิดนี้ในประวัติศาสตร์ และวิเคราะห์การนำหลักการนี้มาใช้ของอีลอน มัสก์ ที่เป็นกุญแจสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จของ SpaceX และ Tesla มรดกทางความคิดจากอาริสโตเติล แนวคิดนี้ที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคดิจิทัล แต่มีรากฐานมาจากปรัชญากรีกโบราณ อาริสโตเติล (Aristotle) นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ได้นิยามหลักการแรก ไว้ว่าคือ "รากฐานแรกซึ่งสิ่งต่าง ๆ เป็นที่รู้จัก" (The First basis from which a thing is known) เขาสอนให้มนุษย์แสวงหาความรู้โดยการทำความเข้าใจถึงสาเหตุและหลักการแรกเริ่มของสรรพสิ่ง นอกจากอาริสโตเติลแล้ว ยังมีนักคิดและนักวิทยาศาสตร์ในประวัติศาสตร์อีกหลายท่านที่ใช้แนวทางนี้เป็นเครื่องมือในการค้นพบครั้งสำคัญ: แนวคิดนี้คือการปฏิเสธที่จะยอมรับ ภูมิปัญญาหรือความเชื่อดั้งเดิม ที่ตีกรอบและทำให้เรามืดบอด โดยปราศจากการตรวจสอบ…
19/09/2025

Are You Real Human ? – รู้ได้ไงว่าใครเป็นมนุษย์ เมื่อ AI มีตัวตน | Tech Horizon

เราทุกคนคงคุ้นเคยกับการติ๊กช่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่เขียนว่า "ฉันไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ" หรือการเลือกรูปภาพป้ายจราจรจนตาแฉะ เพื่อพิสูจน์กับระบบว่าเราคือ "มนุษย์" นี่คือบททดสอบที่เรียบง่ายและเคยทรงพลังที่สุดในโลกดิจิทัลในการแยกมนุษย์กับบอต ซึ่งปัจจุบันบอต AI สามารถเอาชนะ CAPTCHA อย่างราบคาบ และทุกวันนี้ เราเห็นความน่าสะพรึงของความฉลาดของปัญญาประดิษฐ์ในการปลอมแปลงหรือแสดงตัวราวกับเป็นมนุษย์ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่เรากำลังคุยด้วย... เป็นมนุษย์จริง ๆ ? นี่ไม่ใช่พล็อตหนังไซไฟอีกต่อไป แต่คือความเป็นจริงที่กำลังคืบคลานเข้ามา เมื่อเส้นแบ่งระหว่าง "มนุษย์" และ "ปัญญาประดิษฐ์" กำลังบางลงราวกับกระดาษ และนี่คือบทวิเคราะห์ถึงโลกที่กำลังจะมาถึง โลกที่เราอาจต้องตั้งคำถามกับทุกตัวตนที่พบเจอในโลกดิจิทัล AI ในชุดมาสคอตมนุษย์ จุดเริ่มต้นของวิกฤตความไว้ใจ ปัจจุบัน เราได้เห็นแล้วว่า Generative AI สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้น่าทึ่งแค่ไหน ทั้งการเขียนบทความ, การสร้างภาพศิลปะ, หรือแม้กระทั่งการแต่งเพลง แต่สิ่งที่น่าขบคิดยิ่งกว่า คือความสามารถในการ "เลียนแบบ" หรือแม้แต่สวมเนื้อหนังของความเป็นมนุษย์ ทุกวันนี้มี Virtual Influencer ที่สร้างจาก AI แต่มีผู้ติดตามเป็นมนุษย์นับล้านคน มีเทคโนโลยี Voice Cloning ที่สามารถเลียนเสียงใครก็ได้จากไฟล์เสียงเพียงไม่กี่วินาที หรือแม้แต่แชตบอตที่สามารถโต้ตอบบทสนทนาที่ซับซ้อนและแสดงอารมณ์ได้แนบเนียนจนน่าตกใจ ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งแห่งความจริงที่ว่า…
18/09/2025

CP เปิดเวที TED Talk จากนวัตกรและผู้บริหารบริษัทระดับโลก ! ในงาน CP Innovation Exposition & Symposium 2025

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดมหกรรมนวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ CP Innovation Exposition & Symposium 2025 ณ True Digital Park งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2025 โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือเวที TED Talk ที่รวบรวมวิทยากรแถวหน้าจากหลายวงการมานำเสนอวิสัยทัศน์ในหัวข้อ "Innovation Outlook & Trends" เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และชี้ทิศทางนวัตกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต โดยมีคุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2025 รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ วิสัยทัศน์จากเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เวทีเปิดด้วยปาฐกถาจากเอกอัครราชทูตโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค (Ambassador Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในหัวข้อ "Fostering a US-Thailand Partnership in a Sustainable Innovation" ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์อันยาวนานกว่า…
18/01/2022

ใครบอกเงินซื้อ ‘ความสุข’ ไม่ได้? หรือเพราะซื้อไม่ถูกวิธีต่างหาก

ในปี 2010 ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ 2 คน แดเนียล คาฮ์นะมัน (Daniel Kahneman) และแองกัส ดีตัน (Angus Deaton) ตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของความสุขและเงินที่มีคนนำไปพูดถึงเป็นอย่างกว้างขวาง มีการกล่าวอ้างถึงบทความนี้มากมายทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยข้อมูลที่นำมาพูดถึงก็คือสิ่งที่นักวิจัยค้นพบว่า คุณภาพของชีวิตจะเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่มากขึ้น และความรู้สึกก็ดีขึ้นจริงในกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย แต่สภาพความเป็นอยู่หรือความรู้สึกที่ดีเหล่านี้จะไม่เพิ่มขึ้นอีกเมื่อรายได้อยู่ที่ประมาณ 75,000 เหรียญสหรัฐต่อปี​ (เทียบเป็นเงินตอนนี้ก็ประมาณ​ 92,000 เหรียญสหรัฐ หรือเป็นเงินไทยในปัจจุบันก็ราว ๆ 3 ล้านบาท​) งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าระดับรายได้ที่สูงไปกว่านี้จะไม่ส่งผลให้เกิดความสุขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอีกต่อไป ซึ่งข้อมูลตรงนี้สร้างความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเงินกับความสุขให้ชัดเจนมากขึ้น ผู้บริหารของบริษัทบางแห่งอย่าง Gravity Payments ถึงขั้นปรับเงินเดือนขั้นต่ำของพนักงานทุกคนให้เป็นปีละ 70,000 เหรียญสหรัฐฯ หลังจากอ่านงานวิจัยชิ้นนี้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเมื่อเรามีรายได้ระดับ 15,000 บาท/เดือน เราก็จะเครียด เพราะกังวลเกี่ยวกับเรื่องเงิน ค่าใช้จ่ายต้องประหยัด และระมัดระวัง ถ้ามีเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 บาท/เดือน เราก็จะเครียดลดลง กังวลลดลง ทำให้เรามี ‘ความสุข’ มากขึ้นอย่างชัดเจน แต่เมื่อรายได้ไปถึงเดือนละ…
22/12/2021

หนังสือ 5 เล่มที่ทำให้ Elon Musk กลายเป็นมหาเศรษฐี

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดได้ 2 วัน ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาเพื่อสร้างบริษัทแรกของตัวเองชื่อ 'Zip2' ในวัย 24 ปี หลังจากนั้น 3 ปีเขาขายบริษัทนั้นออกไปด้วยมูลค่ากว่า 307 ล้านเหรียญ ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคนหนึ่ง ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งกับสื่อ 'Rolling Stone' มีประเด็นหนึ่งที่เขากล่าวถึงเกี่ยวกับนิสัยการอ่านหนังสือของเขาที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กและอิทธิพลของมันที่มีต่อแนวคิดและการตัดสินใจของเขาตลอดช่วงเวลาที่ผ่าน ในการสัมภาษณ์เขาบอกว่าเขา “โตมากับหนังสือ” เลยทีเดียว “ผมไม่เคยพี่เลี้ยงหรืออะไรแบบนั้นเลย ผมมีแม่บ้านที่คอยระวังไม่ให้ผมทำข้าวของเสียหาย ผมก็ออกไปทำพวกระเบิด และอ่านหนังสือ แล้วก็ทำจรวด” นิสัยรักการอ่านหนังสือของเขานั้นเป็นมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายของเขาบอกว่ามัสก์โตมากับการอ่าน บางช่วงอ่านหนังสือวันละ 2 เล่ม และบางครั้งก็นานเป็น 10 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว โดยหนังสือที่มัสก์มักกล่าวถึงนั้นทำให้เห็นพื้นฐานของแนวคิดที่เขาได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานจนประสบความสำเร็จเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลกในเวลานี้ เล่มที่ 1 'Benjamin Franklin : An American Life' โดย Walter Isaacson มัสก์มักพูดถึงหนังสือเล่มนี้อยู่เสมอ เขานับว่า เบนจามิน แฟรงคลิน (หนึ่งในบิดาผู้สร้างชาติของสหรัฐอเมริกา)…
21/12/2021

เมื่อโซเชียลมีเดียผลักดันให้เกิด Body Shaming การตัดสินคนอื่นจากภาพลักษณ์ภายนอก

“อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก” คำกล่าวนี้ถูกพูดมานานแล้ว เชื่อว่าส่วนใหญ่ (ถ้าไม่ใช่ทุกคน)​ คงเคยได้ยิน มันเป็นคำเตือนใจให้เราทุกคนนั้นมองผ่านเปลือกนอกของทุกอย่าง เสาะหาคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ จากข้างใน ไม่ใช่แค่สิ่งที่เห็น แต่มนุษย์ยังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะเรื่องภาพลักษณ์ของคนอื่นที่เราเห็นแตกต่างไปจากมาตรฐานที่ถูกสร้างขึ้นอย่างผิด ๆ มานานหลายทศวรรษโดยวัฒนธรรมตะวันตก นิตยสารแฟชั่น ภาพยนตร์ฮอลลีวูด และล่าสุดที่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงไปอีกคือ "โซเชียลมีเดีย" เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครสักคนหนึ่งมี “ภาพลักษณ์” ที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คนเชื่อ ๆ กันว่าสวยงามหรือน่าดึงดูด ก็มักจะเจอคอมเมนต์หรือคำพูดที่สร้างความเจ็บปวดให้กับสภาพจิตใจตามมาด้วย เรามักเห็นเด็ก ๆ ทั้งหญิงและชายล้อกันเรื่องรูปลักษณ์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะตัวเล็ก ตัวใหญ่ ผอม สูง อ้วน ดำ ขาว ซีด ฯลฯ บางคนโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมากด้วย คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเรื่องของ “Body Shaming” นั้นเกิดขึ้นกับแค่ผู้หญิงเท่านั้น แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น แน่นอนว่าผู้หญิงมักถูกเปรียบเทียบมากกว่าผู้ชาย เพราะมีภาพติดตาของดารานางแบบบนหน้านิตยสาร ทีวี โซเชียลมีเดียที่มากมายมหาศาล แต่ว่าผู้ชายเองก็รู้สึกถึงแนวคิดเชิงลบที่มีต่อภาพลักษณ์ของตัวเองไม่ต่างกัน 'Body Project' ของมหาวิทยาลัยแบรดลีย์ (Bradley University) บอกว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เด็กและผู้ใหญ่ ต่างมีความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และผลที่ตามมาของภาพลักษณ์เชิงลบเช่นเดียวกัน…
14/12/2021

5 เทคนิคจับโกหกง่าย ๆ เพราะ FBI บอกว่าการอ่านภาษากายนั้น ‘ไร้สาระ’

ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเราได้ยินมาโดยตลอดคือถ้าอยากจับผิดโกหกใคร ก็ให้สังเกตอาการปฏิกิริยาของฝ่ายตรงข้าม แต่นักจิตวิทยาสมัยใหม่ก็ออกมาโต้แย้งว่าวิธีนี้ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่เพราะทุกคนมีภาษากายที่แตกต่างกัน ทำให้การสังเกตภาษากายนั้นวัดไม่ได้ว่าคนนั้นพูดจริงหรือโกหกกันแน่ โทมัส ออร์เมอรอด (Thomas Ormerod) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัย University of Sussex เขียนในการสัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่า “ไม่มีสัญญาณที่สม่ำเสมอที่เกิดขึ้นพร้อมกับการหลอกลวง ผมหัวเราะคิกคัก หลายคนอาจจะดูจริงจังมากขึ้น บางคนสบตาตรง ๆ บางคนกลับหลบตา” พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ‘ความประหม่า’ ที่เป็นเหมือนสัญญาณของความไม่ซื่อตรงนั้นไม่ใช่ตัวบ่งบอกที่ดีเท่าไหร่นัก โจ นาวาโร (Joe Navarro) อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ (FBI) บอกว่าการกอดอก มองไปทางอื่น เอามือจับปาก หรือสัญญาณทางร่างกายหลาย ๆ อย่างนั้นเป็นเรื่องที่ “ไร้สาระ” ทั้งสิ้น ย้อนแย้งกับความเชื่อโดยทั่วไป สิ่งที่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนและใช้ได้ดีกว่าในการจับโกหกคนอื่นคือสิ่งที่พวกเขาพูดออกมา มากกว่าที่จะไปจ้องจับผิดภาษากายของพวกเขา ที่จริงมันมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างเจาะลึก แต่ในบทความนี้เราจะมาเกริ่นเป็นเวอร์ชันสั้น ๆ เผื่อว่าจะได้เอาเทคนิคนี้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ลองสังเกตห้าสัญญาณนี้ถ้าอยากรู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งกำลังโกหกอยู่รึเปล่า ก่อนที่จะจับคนโกหกได้ สิ่งที่เราต้องเข้าใจก่อนว่าการโกหกเกิดจากอะไร ในหลาย ๆ งานวิจัยบอกว่าคนที่กำลังโกหกเรื่องที่สำคัญอยู่นั้นส่วนใหญ่จะคิดมาแล้วค่อนข้างเยอะ คนที่โกหกบ่อยครั้งที่จะเริ่มโกหกโดยการปูพื้นหลังของเรื่องก่อน ซึ่งเป็นประเด็นที่พวกเขาอยากจะสื่อออกมา รู้ว่ากำลังจะโกหกเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นจะสร้างเรื่องราวรอบ…
08/12/2021

NASA บอกว่าแค่งีบหลับ 26 นาที จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 1/3

ช่วงนี้ที่การระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงคุกคามชีวิตการทำงานของทุกคนอยู่ การทำงานจากบ้านแบบ 100% หรือบางบริษัทก็เป็นแบบไฮบริด (เข้าออฟฟิศบ้างบางวัน) ทำให้ชีวิตมีโอกาสได้ลองปรับเปลี่ยนจังหวะการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการพักระหว่างวันที่มีโอกาสทำได้ง่ายกว่าเดิม เพราะเมื่อทำงานจากบ้าน เตียงนอนกับโต๊ะทำงานอยู่ไม่ห่างกัน (บางคนก็เป็นสิ่งเดียวกันด้วยซ้ำ) ทำให้ระหว่างวันก็สามารถงีบหลับพักได้ถ้าต้องการ ซึ่งเรามักเห็นบทความเขียนเกี่ยวกับประโยชน์ของการงีบหลับระหว่างวันมาบ้างแล้ว อย่างในนิตยสาร Inc.com ก็บอกว่ามันช่วยเสริมสร้างการจดจำข้อมูลที่ดีกว่า มีประโยชน์มากกว่าการอัดกาแฟ ลดความเครียด และความกังวลให้น้อยลงด้วย เพราะฉะนั้นพนักงานที่งีบหลับระหว่างวัน แท้จริงแล้วพวกเขาอาจจะเป็นคนที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการขี้เกียจเหมือนที่เราเข้าใจกันผิด ๆ มาโดยตลอดก็ได้ ถึงแม้ว่างานวิจัยจะบ่งบอกไปทางเดียวกันว่ามันช่วยให้ทำงานดีขึ้น แต่ก็มีอีกอย่างหนึ่งที่เราควรจะรู้เกี่ยวกับเทคนิคการงีบหลับระหว่างวัน นั่นก็คือระยะเวลาและวิธีการงีบก็ส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพของการงีบหลับ ซึ่งก็โชคดีที่ว่าวิทยาศาสตร์ก็มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือที่รู้จักกันในชื่อ NASA ได้ทำการศึกษาเรื่องการงีบอย่างจริงจัง พวกเขาเชื่อว่ามันทำให้นักบินนั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาด ทำให้โอกาสที่จะทำให้ตัวเองหรือผู้โดยสารตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายต่ำลงไปด้วย สิ่งที่ NASA ค้นพบก็คือว่านักบินอวกาศที่งีบหลับเป็นเวลา 26 นาทีนั้นแสดงให้เห็นการตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นถึง 54% และสร้างสรรค์งานได้ดียิ่งขึ้นถึง 34% หรือประมาณ 1/3 เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับนักบินที่ไม่ได้งีบหลับ เมื่อเราพูดถึงเรื่องการงีบหลับนั้นต้องเข้าใจก่อนว่าการงีบคือการนอนแบบสั้น ๆ ไม่ใช่การหลับลึกแบบยาว ๆ เหมือนการนอนกลางคืน คือถ้าไม่ได้มีเวลามากกว่า 90 นาทีในการนอนเพื่อทดแทนจากการนอนไม่พอเมื่อคืนก่อน ก็ไม่ควรงีบเกิน 30 นาที…
30/11/2021

สามบทเรียนชีวิตจากการทดลอง 5,127 ครั้งของ Sir James Dyson

เรื่องราวของ เซอร์เจมส์ ไดสัน (Sir James Dyson) นั้นมักเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เขาเป็นคนแรกของโลกที่คิดค้นประดิษฐ์เครื่องดูดฝุ่นที่ไม่ต้องใช้ถุง หลังจากที่ทดลองตัวต้นแบบไป 5,127 อัน หลังจากนั้นมาก็พัฒนาและผลิตสินค้าอีกมากมายของบริษัท ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากก็คือไดร์เป่าผมและเครื่องดูดฝุ่นรุ่นต่าง ๆ ถึงตอนนี้เขายังคงไม่หยุดพัฒนาและบอกว่ากำลังทุ่มเงินอีก 2,750 ล้านปอนด์ (ประมาณ 120,000 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาด้านหุ่นยนต์ สมองกล และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอีก 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย นี่คือบทเรียนจากการทดลอง 5,127 ครั้ง กว่าจะกลายมาเป็นนวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ เป็นบทเรียนที่เราสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตของเราได้ทุกคน #1: มันไม่ใช่ ‘ความผิดพลาด’ นวัตกรรมไม่ได้เกิดชั่วข้ามคืน เรารู้ดีว่านวัตกรรมคือส่ิงที่สร้างความแตกต่างและทำให้ Dyson ประสบความสำเร็จ เขามองเห็นปัญหาและพยายามปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วในตลาด ซึ่งก็กลายมาเป็นเครื่องดูดฝุ่นของ Dyson เหมือนอย่างทุกวันนี้ สำหรับใครก็ตามที่เคยใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีถุงเก็บจะทราบดีว่าใช้ไปสักพักหนึ่งแล้วมันก็จะไม่ค่อยมีแรงดูดสักเท่าไหร่ ยิ่งใช้ยิ่งแย่ลง เขารู้สึกว่ามันต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้ เขาเห็นโอกาสจากเรื่อง Cyclone Particle Collector ที่ใช้แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเพื่อแยกอนุภาคเล็ก ๆ ออกจากอากาศ แม้ว่าจะเป็นไอเดียที่ดีแต่มันก็ทำไม่ได้ง่าย ๆ…
24/11/2021

โดนตามงาน 24 ชั่วโมง! Right to Rest ‘สิทธิ์การพัก’ ที่ควรเป็นมาตรฐานการทำงานทั่วโลก

ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน ทำให้การสื่อสารนั้นรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่ม ‘send’ ก็สามารถทักหาอีกฝั่งหนึ่งได้แล้วในเสี้ยววินาที โลกของเราเล็กลง เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น มันเป็นสิ่งที่ดีมาก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ตามมาด้วยปัญหาเช่นเดียวกัน เพราะในเมื่อเราสามารถติดต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถทักหาเราได้เสมอ ไม่ว่าอีกฝั่งจะเป็นใครก็ตามที ซึ่งรวมไปถึงคนที่เราไม่อยากให้ติดต่อมานอกเวลาด้วยอย่างหัวหน้างาน ลูกค้า หรือ บริษัทโฆษณาขายของ เมื่อเส้นบาง ๆ ระหว่างช่วงเวลางานกับช่วงเวลาส่วนตัวหายไปเนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้การทำงานจากบ้านหรือที่อื่นนอกจากออฟฟิศเป็นทางเลือกใหม่ที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 ในเมื่อ "บ้านกลายเป็นออฟฟิศ" และ "ออฟฟิศก็คือบ้าน" ไม่มีการแยกกันชัดเจนเหมือนเมื่อก่อน เลยกลายเป็นว่าเมื่อไหร่ที่ลืมตาตื่นคือทำงาน จะได้พักอีกทีก็ตอนหลับตานอนเพียงเท่านั้น นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมกระแส “Right to Rest” (สิทธิ์ของการพัก) หรือ “Right to Disconnect” (สิทธิ์ของการหยุดเชื่อมต่อ) ถึงมีการพูดถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าให้อธิบายแบบรวบรัดเลยมันก็คือสิทธิ์ของพนักงานบริษัททุกคนที่ควรได้รับเมื่อหมดเวลางานแล้วก็ควรจะได้พักแบบจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตอกบัตรออกจากออฟฟิศแต่หัวหน้ายังไลน์ไปตามงาน หรืออีเมลไปขอรายงานตอนเที่ยงคืนตีหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ด้วยความที่วัฒนธรรมการทำงานของบ้านเรา พนักงานค่อนข้างที่จะเกรงใจหัวหน้า พอถูกตามงานที่นอกเหนือเวลางานมักจะไม่กล้าที่จะปฎิเสธ ไม่ใช่ว่าหัวหน้าทุกคนจะเข้าใจ กลัวว่าถ้าปฏิเสธไปก็อาจจะกระทบหน้าที่การงานของตัวเอง แต่ถ้าทำครั้งหนึ่งก็มักมีครั้งที่สองสามสี่ตามมา เพราะฉะนั้นถ้ามีการออกกฏหมายบังคับหรือห้ามให้หัวหน้าตามงานหรือทวงงานนอกเวลางานออกมาช่วยก็จะทำให้เรื่องการบอกปฎิเสธหรือการทำงานล่วงเวลาที่กระทบกับชีวิตส่วนตัวลดน้อยลงตาม แถมไม่พอถ้าเป็นบริษัทที่กำลังหาพนักงานรุ่นใหม่หรือกลุ่มเจน Z ที่กำลังทยอยจบการศึกษากันตอนนี้จะเห็นว่าประเด็นเรื่อง “Work-Life…
17/11/2021

“เธอสิผิด ฉันสิถูก” เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมเรามักโทษคนอื่น

ในทางการแพทย์เรามักได้ยินว่าคุณหมอ พยาบาล คนที่ดูแลผู้ป่วยที่มีความเกี่ยวข้องกับคนไข้นั้นไม่ควรที่จะรักษาดูแลคนรักหรือครอบครัวที่รู้จัก ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วคนที่น่าจะรู้จักและใส่ใจคนไข้เหล่านั้นดีที่สุดน่าจะเป็นพวกเขาไม่ใช่เหรอ เราเคยได้ยินเรื่องราวหลายต่อหลายครั้งที่ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ฉุกเฉินของคนที่ตัวเองรักนั้นมักจะทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจผิดพลาด และสับสนจนกลายเป็นปัญหาที่ตามมาภายหลัง  มันอาจจะเป็นความกลัว ความกังวล หรือความรู้สึกแคร์คนไข้ที่เป็นคนรักมากเกินไปจนทำให้ตัดสินใจผิดพลาด แต่ความจริงบางอย่างที่ลึกเข้าไปข้างในมากกว่านั้นที่เรียกว่า “Self Serving Bias” หรือ “อคติจากการเข้าข้างตัวเอง” ที่ต้นเหตุของปัญหาต่างหาก Self Serving Bias นั้นเป็นปัจจัยภายในที่อยู่ตัวเราทุกคนที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ เป็นความเอนเอียงที่ทำให้เราคิดว่าสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมาจากตัวเรา และสิ่งที่ไม่ดีและเป็นผลลบนั้นมาข้างนอก คนอื่น หรือสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรานั่นเอง มันเกิดขึ้นได้ในหลาย ๆ รูปแบบ ตั้งแต่ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไปจนถึงการทำงานกับคนอื่น ๆ อย่างในกิจกรรมการแข่งขันเช่นกีฬา หน้าที่การงาน ไปจนถึงเหตุการณ์ที่ซับซ้อนและต้องใช้กระบวนการตัดสินใจที่ยุ่งยากด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อย้อนกลับไปที่คำถามในตอนแรกว่าทำไมคนที่หมอไม่ควรรักษาคนไข้ที่เป็นคนรักคนสนิท ก็เพราะว่าตามธรรมชาติของมนุษย์แล้วเราจะโทษสิ่งต่าง ๆ รอบตัวก่อน ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมาภายหลังก็จะโทษคนอื่น ๆ ไม่อยากรับผิดชอบ เพราะอยากจะรักษาสิ่งที่เรียกว่า “ความมั่นใจ” ของตัวเองเอาไว้นั่นเอง มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่รักตัวเอง เพราะฉะนั้นเหตุผลหลักที่ทำให้เราโทษคนอื่นก่อนเลยก็คือการป้องกันตัวเอง เป็นสัญชาตญาณที่พยายามไม่แปลกแยกจากกลุ่ม ชี้ไปหาคนอื่นก่อนเพื่อให้ตัวเองนั้นอยู่ในกลุ่มคนส่วนใหญ่มากกว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่ในวงการแพทย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น อย่างที่บอกว่ามันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันอยู่บ่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่นช่วงที่ผ่านมานั้นเหรียญคริปโตต่าง…
15/11/2021

เพราะอะไร Elon Musk ถึงไล่เลขาที่ทำงานนาน 12 ปีออก หลังจากเธอขอขึ้นเงินเดือน

แมรี่ เบธ บราวน์ (Mary Beth Brown) มีโอกาสร่วมงานกับอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ตั้งแต่ช่วงปี 2002 ที่บริษัท SpaceX และ Tesla โดยหน้าที่ของเธอคือจัดตารางการทำงานและประชุมของมัสก์ ติดต่อกับสื่อ และบางทีก็ช่วยมัสก์ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ด้วย
04/11/2021

15 ปีของคู่ปรับ Jeff Bezos และ Elon Musk สองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีและท่องอวกาศ

ตลอด 15 ปีที่ผ่านมาเรามักเห็นการปะทะคารมอันคมคายบนโลกออนไลน์ระหว่าง 2 ซีอีโอจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีอย่าง เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) และ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) อยู่เป็นประจำ ทั้งคู่มักออกมาโต้แย้งกันถึงเรื่องความเห็นเกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศ เพราะต่างก็เป็นเจ้าของธุรกิจเดินทางท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ด้วยกันทั้งคู่ มัสก์ทำ SpaceX ส่วน เบโซสทำ Blue Origin แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องอวกาศเพียงเท่านั้นที่ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากัน มัสก์และเบโซสยังแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเผ็ดร้อนในการทำธุรกิจอื่น ๆ มัสก์เรียกเบโซสว่าเป็นพวกชอบเลียนแบบทั้งเรื่องโครงการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมและรถแท็กซี่ไร้คนขับ ส่วนเบโซสก็ออกมากระทบกระทั่งว่าเป้าหมายของมัสก์จะไปดาวอังคารนั้นช่าง "ไม่น่าดึงดูด" ด้วยเช่นกัน ปฎิเสธไม่ได้หรอกว่าทั้งสองนั้นเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อวงการเทคโนโลยีและธุรกิจเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทุกครั้งที่มีการออกมาพูด ลงมือทำ หรือแค่ทวีต ก็สร้างเสียงฮือฮาและการถกเถียงในกลุ่มผู้ติดตามจำนวนหลายล้านคนได้อย่างกว้างขวาง ช่วงต้นปี 2021 เบโซสผู้ก่อตั้งบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่างแอมะซอน (Amazon) ถือเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่พอมาช่วงปลายปี 2021 ตำแหน่งนี้กลับกลายเป็นของมัสก์ในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2021 และทำให้เบโซสกลับลงไปอยู่อันดับ 2 โดยช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเบโซสก็ออกมาทวีตเรื่องความสำเร็จของบริษัทแอมะซอน ซึ่งก็มีกลุ่มแฟน ๆ ออกมารีทวีตมากมาย แต่มัสก์ก็ป่วนอีก ส่งทวีตตอบกลับเป็นเหรียญเงินหมายเลข “2”…
Tik Shiro NFT Collection
22/10/2021

ติ๊ก ชิโร่ เปิดประมูลเนื้อเพลงรักไม่ยอมเปลี่ยนแปลงในรูปแบบ NFT!

นายมนัสวิน นันทเสน หรือที่รู้จักกันดีในนามของ 'ติ๊ก ชิโร่' หนึ่งในศิลปินมากความสามารถ ได้ออกมาประกาศผ่าน Facebook LIVE เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 ตุลาคม ว่ากำลังสนุกอยู่กับการนำเสนองานศิลปะของตนในรูปแบบ NFT Crypto Art และทยอยลงงานใหม่ตลอดช่วงที่ผ่านมา
Eddie Paradorn | 1640 days ago
Read More
20/10/2021

2 แนวคิดสู่ความสำเร็จของ ซันดาร์ พิชัย จากหนุ่มอินเดียที่ไม่รู้จัก Gmail สู่ซีอีโอของ Google

ซันดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของวงการเทคโนโลยีแต่มีข่าวพูดถึงเขาค่อนข้างน้อย (เมื่อเทียบกับอีลอน มัสก์, บิล เกตส์, มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก หรือเจฟฟ์ เบโซส) อาจจะด้วยนิสัยที่ค่อนข้างเก็บตัวจึงไม่ค่อยออกสื่อมากเท่าไหร่ ชายชาวอินเดียวัย 49 ปีคนนี้รับไม้ต่อในฐานะซีอีโอของ Google ต่อจากผู้ก่อตั้งและซีอีโอ แลร์รี เพจ (Larry Page) ตอนที่พิชัยเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาครั้งแรก ในปี 1995 เขาสอบได้ทุนเรียนปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Indian Institute of Technology Kharagpur (IIT) ในประเทศอินเดีย นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ขึ้นเครื่องบินและค่าเดินทางนั้นเทียบเท่ากับเงินเดือนของพ่อที่ทำงานมาตลอดทั้งปีเลยทีเดียว เขาเรียนจบสาขาวัสดุศาสตร์ ต่อด้วยวุฒิ MBA จากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตันในมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย หลังจากเรียนจบก็ไปทำงานที่บริษัทที่มีชื่อเสียงอย่าง McKinsey และเข้าสมัครงานที่ Google ในเวลาต่อมาด้วยความเชื่อที่ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะนำเทคโนโลยีเข้าถึงทุก ๆ คน วันที่ไปสัมภาษณ์งานเป็นวันที่ 1 เมษายน 2004 ซึ่งเป็นวันที่ Google เปิดตัวบริการ Gmail พอดี…
19/10/2021

กลยุทธ์ 2 ลิสต์ของ วอร์เรน บัฟเฟต์ เพื่อโฟกัสทำสิ่งสำคัญให้เสร็จ

ด้วยมูลค่าทรัพย์สินกว่า 50,000 ล้านเหรียญ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) ถือว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกได้ไม่ยาก แถมน่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นสายมูลค่ามากที่สุดคนหนึ่งในโลกแห่งศตวรรรษที่ 20 เลยก็ว่าได้ เราเคยได้อ่านเรื่องของบัฟเฟตต์มาบ้างแล้วว่าเขายังตื่นมาทำงานอยู่ทุกวัน แม้อายุจะมากถึง 91 ปีแล้ว เขายังอ่านหนังสือพิมพ์วันละหลายฉบับ เพราะฉะนั้นน่าจะพอเห็นภาพว่าแต่ละวันเขาต้องใช้มันอย่างมีค่าขนาดไหนและต้องจัดสรรเวลาเหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ ไมค์ ฟลินต์ (Mike Flint) อดีตคนขับเครื่องบินส่วนตัวของบัฟเฟตต์กว่า 10 ปี (เคยเป็นคนขับเครื่องบินให้ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อีก 4 คนด้วย) ได้เล่าถึงกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพที่บัฟเฟตต์สอนเขา ซึ่งทำให้เขาสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นว่า สิ่งที่สำคัญคืออะไร และสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ควรเป็นอะไรก่อนอันดับแรก บัฟเฟตต์บอกให้ฟลินต์เขียนเป้าหมายในการทำงานออกมา 25 ข้อ ฟลินต์ก็หยิบกระดาษ ปากกามาเขียน (การไปปรับใช้อาจจะเป็น 25 อย่างที่อยากทำอาทิตย์นี้ หรือ 25 อย่างที่อยากทำเดือนนี้ ฯลฯ)หลังจากนั้นบัฟเฟตต์ก็บอกว่าให้ฟลินต์อ่านลิสต์นี้อีกครั้งแล้ววงกลม 5 ข้อที่เป็นสิ่งที่อยากได้จริง ๆ ออกมา (ตรงนี้ถ้ากำลังทำตามอยู่ก็ขอให้ใช้เวลากับมันหน่อยนึงครับ)ตอนนี้เราจะได้ลิสต์ทั้งหมด 2 อัน…
14/10/2021

บทเรียนล้ำค่าจากหนังสือชีวประวัติของ Steve Jobs รำลึก 10 ปีที่จากไป

วันที่ 5 ตุลาคม 2020 บริษัท Apple ได้ปล่อยภาพยนตร์สารคดีรำลึกการจากไปครบ 10 ปีของบุคคลสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท (และของวงการเทคโนโลยีเลยก็ว่าได้) อย่าง สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ออกมาให้ชม มันเป็นภาพยนตร์สั้นที่ทำให้เราได้เห็นถึงผลงานอันยิ่งใหญ่หลายต่อหลายชิ้นตลอด 40 ปีที่เขาทำธุรกิจมา ผลกระทบของสิ่งที่จอบส์มีต่ออุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างคอมพิวเตอร์ส่วนตัว แอนิเมชัน เพลง หรือสมาร์ตโฟน มันมากจนแทบจะเรียกได้ว่า เทคโนโลยีทุกอย่างที่เราใช้อยู่ตอนนี้ เขามีส่วนร่วมในการทำให้มันเข้าสู่ตลาดและกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ถ้าใครติดตามอ่านเรื่องราวของจอบส์จะรู้ดีว่ามีหนังสือชีวประวัติของเขาชื่อ ‘Steve Jobs’ โดยมันเป็นเล่มหนึ่งและเล่มเดียวที่จอบส์ขอให้ วอลเทอร์ ไอแซคสัน (Walter Isaacson) มาเขียนเล่า มีการสัมภาษณ์กว่า 40 ครั้ง และกับคนรอบตัวของจอบส์อีกเป็นร้อยคน ซึ่งในหนังสือเล่มนี้จอบส์บอกว่า เขาอยากให้ลูก ๆ ของเขารู้จักตัวเองมากขึ้นจากมุมมองที่มาจากเขาเอง ไม่ใช่คนอื่น อัดแน่นไปด้วยเรื่องราวความเป็นมาของตัวเขาเอง ตั้งแต่ความเป็นมาของการก่อตั้งบริษัท Apple ในโรงรถกับ สตีฟ วอซเนียก (Steve Wozniak) ไปจนถึงเบื้องหลังการกำเนิด…
08/10/2021

บทเรียนในวันที่ วอลต์ ดิสนีย์ สูญเสียทุกอย่าง จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด Mickey Mouse

เมื่อเราพูดถึงคาแรกเตอร์ของ วอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) เจ้าหนู มิกกี้ เมาส์ (Mickey Mouse) ถือเป็นคาแรกเตอร์ตัวแรก ๆ ที่ทุกคนมักจะนึกถึง มันเป็นตัวการ์ตูนที่เรียกได้ว่า "ทั้งโลกรู้จัก" ก็คงไม่ผิดนัก แต่ที่จริงแล้วมันยังมีคาแรกเตอร์อีกตัวของดิสนีย์ชื่อ 'Oswald the Lucky Rabbit' ที่ถูกสร้างขึ้นมาในช่วง 1920’s ในยุคที่ภาพยนตร์เงียบยังเป็นกระแสหลักของธุรกิจภาพยนตร์อยู่ เบื้องหลังของเจ้ากระต่ายตัวนี้มีเรื่องราวที่น่าทึ่งของวอลต์ ดิสนีย์ กับการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและรับมือกับความผิดหวัง ด้วยการกลับมาพร้อมผลงานสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีกด้วย ย้อนกลับไปในช่วงแรก ๆ ของดิสนีย์นั้น พวกเขายังเป็นสตูดิโอสตาร์ตอัปเล็ก ๆ เพราะฉะนั้นต้องพึ่งพาสตูดิโอและตัวแทนจำหน่ายภาพยนตร์ใหญ่ ๆ เพื่อทำให้ผลงานของพวกเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยความที่เป็นบริษัทเล็ก ๆ จึงไม่มีอำนาจต่อรองมากนัก สตูดิโอและตัวแทนจำหน่ายจึงเป็นคนที่คอยตั้งข้อกำหนดของกฎและผลประโยชน์แทบทั้งหมด ในปี 1927 ดิสนีย์ได้ร่วมงานกับสตูดิโอ Universal Pictures และบริษัทตัวแทนจำหน่ายชื่อ Winkler Pictures ในการทำการ์ตูนซีรีส์เรื่องใหม่ โดย Universal บอกว่าอยากได้ตัวคาแรกเตอร์เป็นกระต่ายสำหรับงานนี้ วอลต์ ดิสนีย์ เลยให้…
05/10/2021

คำถาม 2 ข้อจาก ริชาร์ด แบรนสัน ในวันที่สับสนและไม่รู้ว่าจะไปทางไหน

ตอนที่เรายังเด็กทุกคนต่างมีความฝันที่อยากเป็นอะไรสักอย่างเมื่อโตขึ้น แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง เรียนจบมหาวิทยาลัย เริ่มทำงานไปได้สักพักก็จะเริ่มตระหนักแล้วว่าความฝันในการเป็นร็อกสตาร์หรือนักบินอวกาศนั้นอาจจะไม่มีโอกาสเป็นจริงได้อีกต่อไป หรือบางคนอาจจะไม่เคยมีความฝันเลย เรียนจบมาทำงานเป็น 10 ปีโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองอยากทำอะไรในชีวิต หลายคนอาจบอกว่า "จะไปสนใจทำไมว่าอยากเป็นอะไร" ทำอะไรก็ได้ขอแค่มันจ่ายค่าน้ำค่าไฟค่ามือถือ มีเงินเหลือกินเหลือเก็บตอนแก่ตัวก็พอแล้ว แต่ในงานวิจัยมากมายที่บอกว่าสุดท้ายเมื่อถึงวันที่สายเกินไปแล้ว เราจะรู้สึกเสียใจกับ ‘สิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ’ มากที่สุด แล้วมีวิธีไหนบ้างที่สามารถเคลียร์เมฆหมอกแห่งความสับสน ทำให้เราเห็นว่าเส้นทางไหนที่เราควรเดินต่อไปข้างหน้า ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) หนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกและผู้ก่อตั้งสายการบิน Virgin และ ผู้ก่อตั้งบริษัท Virgin Galactic (บริษัทในอุตสาหกรรมการบินท่องเที่ยวอวกาศเชิงพาณิชย์ที่เพิ่งพาเขาและทีมขึ้นเครื่องบินจรวดแตะขอบอวกาศสัมผัสประสบการณ์ไร้แรงโน้มถ่วงได้สำเร็จเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา) ได้แชร์วิธีแก้ไขปัญหานี้ไว้ในบล็อกของเขา มันเป็นขั้นตอนการตั้งคำถามง่าย ๆ แต่ทรงพลังเป็นอย่างมาก คำถามที่ 1 : ฉันรักในสิ่งไหน? (What do I love?) ลองลิสต์ออกมาดูว่ามีอะไรบ้างที่เราหลงใหล ที่เรารัก ที่เราสามารถใช้เวลากับมันได้ทั้งวัน สิ่งที่ทำให้เราสนใจ มันอาจจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ไปจนเป็นอะไรที่ซับซ้อนหรือมั่ว ๆ เลยก็ได้ เมื่อได้สิ่งเหล่านี้มาแล้วก็ลองเอามาวางดูว่าตอนนี้มีอะไรบ้างที่สามารถสร้างออกมาให้เป็นธุรกิจหรือกลายเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ได้บ้าง…

PR Partners

See All
Read More

แค่ความเก่งอาจไม่พอ ! เปิด 15 Insights ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน “PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026”

งาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 (PPC2026) จัดโดย CREATIVE TALK ร่วมกับ AME IMAGINATIVE และ QGEN Consultant งานของคนทำงานแห่งปีได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบรรยากาศสุดคึกคักท่ามกลางคนทำงานหลายพันคน พร้อม Speakers จากหลากหลายวงการมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งผู้บริหารระดับแนวหน้า, HR, นักจิตวิทยา และนักแสดงชั้นนำ หัวใจสำคัญของงานปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘เทคโนโลยี’ ที่เข้ามาอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจ
16/04/2026

เจาะอินไซต์สงกรานต์ 2569 : เมื่อ AI จากทรู เผย “อีสาน” คือหมุดหมายหลัก และ “จีน” ครองบัลลังก์นักท่องเที่ยว

16 เมษายน 2569 – จบลงอย่างคึกคักสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น ใช้เทคโนโลยี Mobility Data และ AI Autonomous Network วิเคราะห์พฤติกรรมมหาชนแบบเรียลไทม์ พบเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ : คนกรุงมุ่งหน้าสู่เมืองรองภาคอีสานพุ่งกระฉูด ขณะที่ Soft Power ไทยยังขลัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ปรากฏการณ์ “อีสานฟีเวอร์” : แชมป์จุดหมายปลายทางปี 69 ข้อมูลจาก Mobility Data ในช่วง 11–15 เมษายน ระบุว่าปีนี้ 15.5% ของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล และ 4.5% ของภาคตะวันออกนิยมเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้การเดินทางออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กลายเป็นฮอตสปอตอันดับหนึ่ง จีนเบอร์ 1 เที่ยวไทย ส่วนคนไทยหนีร้อนไปจีน กระแสสงกรานต์ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดชาวต่างชาติ (Inbound Roamer) ให้เติบโตขึ้น…
solar cell huawei ion energy x supalai
16/04/2026

Huawei x ศุภาลัย x ION Energy ปฏิวัติวงการบ้านโซลาร์ ชูสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท

หมดความกังวลเรื่องค่าไฟแพงในช่วงหน้าร้อน หรือความยุ่งยากในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ! เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่ Huawei Digital Power, บมจ.ศุภาลัย (SPALI) และ ION Energy จับมือกันเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัวที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ากว่าเดิม ภายใต้เป้าหมายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้บ้านศุภาลัยกว่า 1,500 หลัง ภายใน 3 ปี เจาะลึกความคุ้มค่า "Solar Package" เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกบ้านศุภาลัย แพ็กเกจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของคนอยากติดโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ โดยมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่ามาตรฐานตลาด: ไฮไลต์เด็ด: ติดโซลาร์วันนี้ รัฐช่วยจ่ายผ่านการลดหย่อนภาษี มาตรการรัฐเปิดทางให้คุณนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้แบบจัดเต็ม Huawei ตอกย้ำว่าระบบโซลาร์ต้องมาพร้อมความปลอดภัยและมาตรฐานอุปกรณ์ระดับโลก เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ทางศุภาลัยมุ่งเปลี่ยนโซลาร์รูฟท็อปให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่จับต้องได้จริง ปลดล็อกความกังวลของลูกบ้านด้วยแพ็กเกจที่มั่นใจได้ และ ION Energy ได้ทลายความซับซ้อนด้วยบริการที่ง่าย รวดเร็ว พร้อมเดินสาย Roadshow ตามโครงการศุภาลัยทั่วประเทศเพื่อให้คำปรึกษา ทางกบ้านศุภาลัยที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน…
10/04/2026

Game Changer แห่งวงการสัตว์เลี้ยง: วิเคราะห์กลยุทธ์ True x IoT กับการสร้าง Ecosystem เพื่อสมาชิกคนสำคัญในบ้าน

กรุงเทพฯ 10 เมษายน 2026 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยี มุ่งส่งมอบบริการที่เป็นมากกว่าแค่การเชื่อมต่อ (Beyond Connectivity) เพื่อเติมเต็มชีวิตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย ผสานพลังเครือข่าย ทรูออนไลน์ กับ เทคโนโลยี IoT ผ่าน TrueX ยกระดับชีวิตในบ้านให้สมาร์ต สะดวกสบาย และครบครันยิ่งขึ้น ช่วยให้การดูแลบ้าน ครอบครัว และสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องง่าย ล่าสุด เจาะตลาดกลุ่มคนรักสัตว์ ประเดิมร่วมมือกับ ออริจิ้น กรุ๊ป สร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ชูจุดเด่นนวัตกรรมล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและความกังวลของคนรักสัตว์โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เหล่า Pet Parents ดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น อาทิ TrueX Smart Pet Tracker อุปกรณ์ติดตามอัจฉริยะระบบ Cellular ที่ช่วยติดตามสัตว์เลี้ยงได้แม่นยำทุกที่ทั่วไทย เหนือกว่าระบบ Bluetooth ทั่วไป และ TrueX Smart CCTV Camera 4 Pro…