วันที่ 7 มีนาคม 2567 นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่หลายธนาคารในไทยมีการประกาศเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท หรือ Dynamic Currency Conversion Fee (DCC Fee) สำหรับการจ่ายเงินให้กับบริษัทต่างประเทศ ที่มีกำหนดเริ่มตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2567 นั้น ทาง ธปท. ได้มีการขอความร่วมมือให้เลื่อนการเก็บออกไปก่อน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน
ซึ่งหากใครยังสงสัยเกี่ยวกับ “ค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาท” (DCC fee) สามารถกดอ่านบทความด้านล่างได้
ตัวอย่างสินค้าและบริการที่อาจจะโดนเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นผ่านการจ่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น แพลตฟอร์มสตรีมมิง Netflix, TikTok, การจองที่พัก Agoda, Booking, Airbnb รวมถึงการเติมเงินเกมในแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างประเทศ และรวมถึงบริการอื่นๆ
เรื่องการขึ้นค่าธรรมเนียม DCC ครั้งนี้ ทำให้ ธปท. รับทราบและเป็นกังวลอย่างมาก เพราะจะต้องดูโครงสร้าง และเหตุผลในการเรียกเก็บ 1% ว่ามีใครเป็นผู้จ่าย และต้องจ่ายเท่าไหร่ รวมถึงที่มาที่ไปของต้นทุนดังกล่าว ซึ่งหากมีการเรียกเก็บจริง ประชาชนจะต้องทราบข้อมูล และจะต้องมีทางเลือกในการจ่าย ไม่ใช่เป็นการบังคับจ่าย ยกตัวอย่าง เหมือนการใช้ถนนทางลัดก็ต้องจ่ายเพิ่ม แต่หากเดินทางธรรมดาก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่อาจจะต้องเดินไกล ซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค ไม่ใช่ปิดกั้นทางเดินธรรมดาว่าห้ามใช้ ดังนั้น จึงต้องมีทางเลือกในการบริการ

กล่าวโดย นายสมชาย เลิศลาภวศิน
โดยทาง ธปท. จะมีการนัดหารือกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งในส่วนของสถาบันการเงินของไทย และตัวกลางอย่าง Visa และ Mastercard โดยเร็วที่สุดก่อนจะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามคาดการณ์คงจะได้เห็น บทสรุปของการหารือจะจบได้ไม่เกิน 1 พ.ค. 2567 นี้






