ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

ไมโครซอฟท์ขาขึ้นก้าวสู่บริษัทที่มีมูลค่า 63 ล้านล้านบาท

Table of Content

วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน ราคาหุ้นของไมโครซอฟท์ (Microsoft) ขึ้นไปถึง 266.69 เหรียญ (8,485 บาท) หลังจากที่ได้เปิดตัว Windows 11 ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ในตอนเช้า ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญ (63 ล้านล้านบาท) ซึ่งเป็นบริษัทของสหรัฐฯ รายที่สองถัดจากแอปเปิล (Apple)

นอกจากข่าวดีจาก Windows 11 แล้ว ไมโครซอฟท์ยังมีความสำเร็จจากผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปิดท้ายปี 2020 มีรายได้เพิ่มขึ้น 17%  และกำไรเพิ่มขึ้น 33% เป็นผลมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 34% ของธุรกิจคลาวด์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ More Personal Computing ที่มี Windows, Surface และเกม รายได้เพิ่มขึ้น 14% ซึ่งเจาะในส่วนของ Xbox เพิ่มขึ้น 40% และ Surface ทำรายได้เพิ่มขึ้น 3%

ในส่วนของ Windows สามารถแยกปลีกย่อยเป็น 2 ส่วน คือ OEM มีรายได้เพิ่มขึ้นแค่ 1% และผลิตภัณฑ์ Windows commercial + บริการบนคลาวด์มีรายได้เพิ่มขึ้น 10%

อย่างไรก็ตาม ราคาปิดของหุ้น MSFT ของไมโครซอฟท์ ณ วันที่ 24 มิถุนายน มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2.09 ล้านล้านเหรียญ (66 ล้านล้านบาท) แต่ล่าสุด 25 มิถุนายน มูลค่าได้ลดลงเหลือ 1.996 ล้านล้านเหรียญ (6 ล้านล้านบาท) ดังนั้นสันนิษฐานได้ว่าข่าวดีของ Windows 11 นั้นมีผลในช่วงต้นและเชื่อว่ายอดการจำหน่ายในอนาคตจะช่วยส่งผลให้มูลค่าของบริษัทอยู่ที่ 2 ล้านล้านเหรียญได้อย่างยั่งยืน

ที่มา : theverge

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

[First impression] Saros: มหกรรมนรกกระสุนฉบับ “เวียนว่ายตายเกิด” ความท้าทายที่ชาว PS5 ห้ามพลาด !

04/05/2026
Read More

เปิดสเปก DDPAI MINI2X กล้องติดรถ เก็บภาพ เสียง ชัดระดับ 2K !

30/04/2026
Read More

นักวิจัยใช้ AI วิเคราะห์ ‘ความแก่’ ของใบหน้าและอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

30/04/2026
Read More

รวมคอมเมนต์เดือนเมษายน เดือนที่อีเวนต์เยอะจนตาแตกของเพจ BT beartai !  

30/04/2026
Read More

‘BenQ Board CP05’ กระดานอัจฉริยะรุ่นใหม่ อัปเกรด AI มาเพิ่ม พร้อมตัวช่วยเสริมไร้สาย สีสวย ภาพคมชัด เหมาะกับทุกงาน

30/04/2026
Read More

บอกลากระเป๋าแตก ! เมื่อสนามบินฮาเนดะใช้ ‘โรบอต’ แบกสัมภาระ แก้เกมวิกฤตขาดแคลนแรงงานญี่ปุ่น

30/04/2026
Read More

Related Content