คำเตือน : บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาใน ‘House of the Dragon’ : EP 8 !!!

ถ้าเป็นสไตล์แบบไทย ๆ ของเราก็พูดได้ว่าหมดเวรหมดกรรมกันเสียทีสำหรับ กษัตริย์วิเซริส ทาร์แกเรียน หลังจากที่ต้องทุกข์กายทรมานใจมาถึง 8 EP ในวาระสุดท้ายนั้นได้สะสางอะไรหลาย ๆ อย่าง ต้องฝืนร่างกายเพื่อมานั่งบัลลังก์ปกป้อง ลูเซริส วาเลเรียน หลานชายแท้ ๆ ลูกของเจ้าหญิงเรนีรากับเซอร์เลนอร์ (ตามที่ควรจะเป็น) และรับรองให้เขาเป็นลอร์ดแห่งดริฟต์มาร์ก และลอร์ดแห่งเกลียวคลื่นคนต่อไปหากลอร์ดคอร์ลิสเป็นอะไรไป และที่สำคัญที่สุดคือการได้ร่วมโต๊ะเสวยกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมสุข แม้ว่าหลังจากที่พระองค์จะอาการป่วยกำเริบจนต้องออกไปจากห้องเสวย ก่อนที่ลูกหลานจะเปิดศึกแทบจะฆ่ากันตายก็เถอะ และจนลมหายใจสุดท้าย ก็ยังเพ้อถึงนิมิตรเรื่อง ‘ลำนำแห่งน้ำแข็งและไฟ’ จนทำให้ราชินีอลิเซนต์ทึกทักเอาว่าหมายถึงลูกชายตัวเอง แต่ก็นับว่าพระองค์ได้จากไปแบบหมดห่วงจริง ๆ 

ต้องยกความดีความชอบส่วนใหญ่ให้กับ แพดดี คอนซิดีน (Paddy Considine) นักแสดงมากฝีมือชาวอังกฤษ ผู้ถ่ายทอดความเป็น กษัตริย์วิเซริส ทาร์แกเรียน ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด จนทำให้ตัวละครนี้เป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟน ๆ ชื่นชอบมากที่สุดโดยเฉพาะจาก EP 8 ที่พระองค์ได้ทำหน้าที่กษัตริย์ และผู้นำสูงสุดของตระกูลเป็นครั้งสุดท้ายได้อย่างดีที่สุด และเพื่อเป็นการให้เกียรติกับคอนซีดีนและบทบาทกษัตริย์วิเซริสของเขา เราจะพาไประลึกถึงเหตุการณ์หลาย ๆ ครั้งที่มีทั้งความสุข ความเศร้า และน่าจดจำของพระองค์กัน 

คนหนึ่งเป็น คนหนึ่งตาย : EP 1

พระองค์ต้องตัดสินใจช่วยรักษาชิวิตของพระโอรส โดยจะต้องสูญเสียราชินีเอมมา : เซียน บรูก (Sian Brooke) แต่ทั้งนี้พระองค์รู้ดีว่า ราชินีเอมมานั้นไม่มีโอกาสรอดชีวิตแน่นอนอยู่แล้ว แต่การจะสั่งชี้เป็นชี้ตายใครด้วยหน้าที่ของกษัตริย์ในสถานการณ์แบบนี้ ช่างบบีบหัวใจเสียเหลือเกิน แต่ก็จำเป็นต้องทำโดยที่ไม่บอกราชินีเอมมาด้วยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น แต่สุดท้ายแล้วพระองค์ก็สูญเสียไปทั้ง 2 คนอยู่ดี 

ตะเพิดเจ้าชายเดมอนไปจากคิงส์แลนดิง (ครั้งแรก) : EP 1

ทุกความอดทนย่อมมีขีดจำกัด แม้ว่าพระองค์จะรักน้องชายมากเพียงใดแต่บางครั้งก็ต้องทำให้คนอื่น ๆ เห็นว่าความเป็นกษัตริย์นั้นต้องมีความเด็ดขาดบ้าง (แต่ก็ยังใจดีที่สุดในบรรดาผู้ปกครอง 7 อาณาจักรที่ผ่านมาส่วนใหญ่) เพราะเจ้าชายเดมอนไปพลั้งปากดูถูกพระโอรสที่เสียชีวิตหลังจากคลอดออมาได้ไม่นานของพระองค์ว่า “ทายาทวันเดียว” ต่อหน้าคนอื่น ๆ และหยามพระองค์ด้วยการบอกว่าพระองค์อ่อนแอต่อหน้าราชองครักษ์ พระองค์จึงดัดนิสัยโดยการไล่น้องชายไปให้พ้นหน้าเสียจะดีกว่า และถือโอกาสนี้ประกาศให้รู้ทั่วกันว่ากำลังพิจารณาถึงคนที่จะมาสืบบัลลังก์ต่อจากพระองค์

บอกเล่าเรื่องราว “ลำนำแห่งน้ำแข็งและไฟ” แก่เจ้าหญิงเรนีรา : EP1

กษัตริย์วิเซริสแหกขนบครั้งใหญ่ ตั้งเจ้าหญิงเรนีราที่เป็นสตรีขึ้นเป็นทายาทสืบทอดบัลลังก์เหล็ก แทนที่จะเป็นเจ้าชายเดมอนซึ่งเป็นผู้ชาย และมีศักดิ์เป็นน้องชายของตนซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้สืบทอดสายตรงที่สุด  พร้อมกับบอกเล่าเรื่องราวของนิมิตรโบราณของกษัตริย์เอกอน ผู้พิชิต  “ลำนำแห่งน้ำแข็งและไฟ” ที่มีแต่กษัตริย์เท่านั้นที่จะรับรู้ และจะต้องถ่ายทอดไปสู่ผู้สืบบัลลังก์โดยการบอกกล่าวต่อกันเท่านั้น ว่าทำไมตระกูลทาร์แกเรียนถึงต้องพยายามครองบัลลังก์ และปกครอง 7 อาณาจักรให้ได้สืบไป 

บอกเล่าเรื่องราวของสายเลือด โอลด์วารีเลีย แก่อลิเซนต์ : EP 2

พระองค์เล่าตำนานเกี่ยวกับสายเลือดโอลด์วาลีเรีย บรรพชนแห่งตระกูลทาร์แกเรียน ที่ได้ชื่อว่าเป็น ผู้คุมมังกร ให้แก่ท่านหญิงอลิเซนต์: เอมิลี่ แครีย์ (Emily Carey) ฟังเมื่อคราวที่นัดเจอกันครั้งแรกแบบลับ ๆ แบบชายหนุ่มนัดหญิงสาวที่ห้องส่วนตัวของพระองค์ และมีการพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน สบายอกสบายใจ แถมยังมีการนัดแนะกับท่านหญิงอลิเซนต์ว่าอย่าบอกเจ้าหญิงเรนีราเรื่องการพบกันครั้งนี้ นี่เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งของกษัตริย์วิเซริสแบบผ่อนคลาย สบาย ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องหัวโขนที่พระองค์สวมอยู่

ถึงเป็นกษัตริย์ แต่เวลาเมาก็เอาเรื่องใช้ได้ : EP 3

ในฉากงานเลี้ยงของคณะล่าสัตว์จากคิงส์แลนดิง คอนซีดีนถ่ายทอดมุมนี้ของกษัตริย์วิเซริสออกมาได้อย่างเยี่ยมยอด ไม่ว่าจะเป็นตอนพูดตอกหน้า ลอร์ดเจสัน แลนนิสเตอร์ ที่พยายามเข้ามาขอแต่งงานกับเจ้าหญิงเรนีรา และตอนที่พระองค์หัวเราะเยาะใส่หน้าหัตถ์ราชา อ็อตโต ไฮทาวเวอร์ : รีส อีวันส์ (Rhys Ifans) เมื่อเขาพยายามบอกให้กษัตริย์วิเซริสหมั้นหมายเจ้าหญิงเรนีรากับเจ้าชายเอกอน พระโอรสของพระองค์ที่เกิดกับราชินีอลิเซนต์ที่อายุเพียง 2 ขวบ

ต้อนรับน้องชายที่กลับจากศึกสเต็ปสโตน : EP 4

เป็นโมเมนต์ที่ดีที่สุดของกษัตริย์วิเซริสที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ เมื่อเจ้าชายเดมอนกลับมาจากศึกที่หมู่เกาะสเต็ปสโตน มีชัยชนะเหนือกองทัพไตรประมุขในฐานะ “ราชาแห่งทะเลแคบ” และนำมงกุฎของเขามอบให้พระองค์ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีในฐานะกษัตริย์ผู้ปกครองดินแดน และความเคารพนับถือพระองค์ในฐานะพี่ชาย กษัตริย์วิเซริสแสดงให้เห็นถึงความอบอุ่น และรักใคร่ระหว่างพี่กับน้องได้อย่างดีเยี่ยม แต่มันก็อยู่ได้แค่ชั่วข้ามคืนเท่านั้น 

ตะเพิดน้องชายอีกรอบ : EP4 

เพียงชั่วข้ามคืน ความสัมพันธ์ที่ดีมันกลับพังทลายลงเพราะความเลวทรามที่เจ้าชายเดมอนทำไว้กับเจ้าหญิงเรนีรา ฉากนี่แสดงให้เห็นถึงความโมโหเกรี้ยวกราด และเกือบจะต้องเสียเลือดกันถ้าพระองค์ไม่ยับยั้งชั่งใจไว้ เจ้าชายเดมอนในสภาพเมามาย และโดนพี่ชายไล่เตลิดไปอีกรอบหลังจากปากเสียไปพูดขอให้ยกเจ้าหญิงเรนีราให้เป็นคู่ครองอีกคน

ปลด อ๊อตโต ไฮทาวเวอร์ ออกจากตำแหน่ง “หัตถ์ราชา” : EP4

กษัตริย์วิเซริสกล่าวชื่นชมและยกย่องอ๊อตโต ไฮทาวเวอร์ที่ทำหน้าที่หัตถ์ราชาด้วยความซื่อสัตย์มาตั้งแต่สมัยกษัตริย์เจเฮริส ก่อนที่จะพลิกอารมณ์ไล่เขาออกจากตำแหน่ง ด้วยข้อหาใช้ตำแหน่งหาประโยชน์ให้กับตัวเอง เนื่องจากพยายามยกลูกสาว อลิเซนต์ ไฮทาวเวอร์ มาให้เป็นคู่ครองของพระองค์ ซึ่งถือว่าเป็นการมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างยิ่งที่จะทำให้ตระกูลไฮทาวเวอร์มีอิทธิพลในราชสำนัก ซึ่งมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น พระองค์จึงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม

ห่วงกังวลเรื่องเกียรติยศหลังสิ้นรัชกาล : EP 5

หลังจากที่อาการป่วยเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ พระองค์เริ่มคิดถึงสิ่งที่ผู้คนจะเล่าขานเกี่ยวกับรัชสมัยของพระองค์หลังจากที่พระองค์ต้องจากไป ยังกังวลเรื่องนิมิตร และลำนำแห่งน้ำแข็งและไฟ ว่าถ้าต้องตายจากไปตัวเองยังจะจำเรื่องราวเหล่านี้ได้หรือไม่ เพราะในฐานะกษัตริย์แล้วพระองค์ยังไม่เคยอออกรบเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าจะเป็นผู้พิชิตได้เหมือนกับบรรพกษัตริย์เมื่อครั้งอดีต แต่พระองค์จะไม่รู้แน่ ๆ ว่าผู้คนจะพูดถึงรัชสมัยของพระองค์ว่าเป็นต้นเหตุแห่งการล่มสลายของตระกูล

ได้เจอกับ จอฟฟรีย์ หลานตา : EP 6

หลังจากที่ซีรีส์ได้ข้ามเวลามาถึงตอนที่เจ้าหญิงเรนีราได้คลอดลูกคนแรก และตอกย้ำความขัดแย้งให้กลายเป็นความชิงชังเพราะราชินีอลิเซนต์มีรับสั่งให้เจ้าหญิงนำลูกชายมาเข้าเฝ้าทันที แต่ในมุมของกษัตริย์วิเซริสนั้นมีแต่ความปลาบปลื้มยินดีที่ได้เห็น จอฟฟรีย์ หลานตาคนแรก เป็นการถ่ายทอดอารมณ์ที่อบอุ่นของคอนซีดีนอีกครั้งหนึ่งให้เราได้เห็นกัน

ปกป้องและเข้าข้างลูกสาวสุดที่รักอีกครั้ง : EP 6

เมื่อราชินีอลิเซนต์มาฟ้องพระองค์ว่าลูกชายทั้งสองของเจ้าหญิงเรนีรา รังแกเจ้าชายเอมอนด์ แต่กษัตริย์วิเซริสก็ไม่ได้เข้าข้างลูกชายตัวเอง แต่กลับเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เด็ก ๆ จะต้องทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง และยังกางปีกปกป้องลูกสาวสุดที่รักเจ้าหญิงเรนีราที่ถูกราชินีอลิเซนต์กล่าวหาว่าสำส่อน แม้เวลาผ่านไปและหลานชายของพระองค์ทั้งหมดมีผมสีน้ำตาลก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้พระองค์เข้าข้างลูกชายตัวเองได้

พยายามชวนน้องชายกลับบ้าน : EP 7

ในงานศพของท่านหญิงลีนา ภรรยาของเจ้าชายเดมอน กษัตริย์วิเซริสพยายามที่จะผูกสัมพันธ์ที่ดีต่อน้องชาย เพราะอยากจะให้เขากลับไปที่คิงส์แลนดิงด้วยกัน แม้ว่าจะพยายามโน้มน้ามแค่ไหนก็ไม่อาจทำให้เจ้าชายเดมอนเปลี่ยนใจได้ ถึงกระนั้นเหตุการณ์นี้ก็เป็นการแสดงออกถึงความจริงใจและความห่วงหาอาทรของพี่ที่มีต่อน้องชายได้เป็นอย่างดี

นั่งบัลลังก์ ทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้าย : EP 8

ปิดฉากอย่างสวยงามกับภารกิจสุดท้ายในฐานะกษัตริย์ เมื่อต้องหอบสังขารที่ใกล้จะหมดลมหายใจเต็มทีขึ้นมานั่งบัลลังก์เหล็กเพื่อทำหน้าที่กษัตริย์ ปกป้องลูกสาวเจ้าหญิงเรนีรา และประกาศรับรองหลานชาย เป็นทายาทแห่งดริฟต์มาร์ก และลอร์ดแห่งเกลียวคลื่นคนต่อไป 

ลมหายใจสุดท้ายของกษัตริย์ : EP 8

ก่อนจะสิ้นลม พระองค์ได้กล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในนิมิตร และคิดว่าคนที่พระองค์กำลังพูดด้วยคือเจ้าหญิงเรนีรา แต่จริง ๆแล้วคือราชินีอลิเซนต์ และนั่นทำให้นางเข้าใจว่าสิ่งที่พระองค์เอ่ยถึงนิมิตรของเอกอนผู้พิชิต นั้นคือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าชายเอกอนลูกชายของพระองค์ และสุดท้ายก่อนลมหายใจห้วงสุดท้ายจะหลุดลอยไป คำสุดท้ายที่พระองค์เอ่ยออกมาคือราชินีเอมม่าที่พระองค์ยังคงรักสุดหัวใจจนลมหายใจสุดท้ายนั่นเอง

ติดตาม ‘House of the Dragon’ ได้ทุกเช้าวันจันทร์ ทางช่อง HBO GO บทสรุปแห่งมหาสงครามกำลังจะเกิดขึ้น และซีซัน 2 ก็ประกาศสร้างแน่นอนไปเรียบร้อย แฟน ๆ มั่นใจได้เลยว่ายอดเยี่ยมสมการรอคอยแน่นอน

อ้างอิง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส