F9 The Fast Saga

ผู้สร้าง ‘Fast and Furious 9’ ถูกปรับกว่า 35 ล้านบาท หลังสตันท์แมนประสบอุบัติเหตุจนสมองเสียหาย

Deadline ได้รายงานว่า ผู้สร้างภาพยนตร์ในแฟรนไชส์ ‘Fast and Furious’ ได้ถูกศาลสั่งปรับเป็นมูลค่า 800,000 ปอนด์สเตอร์ลิง หรือประมาณ 35.7 ล้านบาท ภายหลังจากที่สตันท์แมนคนหนึ่งได้รับประสบอุบัติเหตุในกองถ่ายจนเป็นเหตุให้สมองได้รับความเสียหาย

สตันท์แมนดังกล่าวมีชื่อว่า โจ วัตส์ (Joe Watts) ซึ่งได้ประสบอุบัติเหตุร่วงล่นลงมาจากความสูง 8 เมตร ลงบนพื้นคอนกรีตและศีรษะได้กระแทกกับพื้น ในระหว่างถ่ายทำ ‘F9: The Fast Saga’ ที่สตูดิโอของ Warner Bros. ในฮาร์ทฟอร์ดเชอร์ สหราชอาณาจักร เมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา

สำนักข่าว BBC ได้รายงานว่า ทัลวินเดอร์ บัตเลอร์ (Talwinder Buttar) ผู้ดำรงตำแหน่งเขต ได้รับทราบข้อมูลว่า สายนิรภัยของเขานั้นขาดระหว่างการถ่ายทำฉากสตันท์ที่มีการซักซ้อมมาแล้ว แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการถ่ายทำอย่างกะทันหัน และไม่มีการตรวจความปลอดภัยในระหว่างที่เปลี่ยนการทำ ซึ่งทำให้เขากล่าวว่าวัตส์นั้นโชคดีมากที่ยังมีชีวิตอยู่

BBC ได้รายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนจะประสบอุบัติเหตุนั้น วัตส์มีผลงานเป็นนักแสดงสตันท์ในภาพยนตร์และซีรีส์ฟอร์มใหญ่หลายเรื่อง เช่น ‘Game of Thrones’, ‘Johnny English Strikes Again’, ‘Star Wars: The Last Jedi’ และ ‘Kingsman: The Golden Circle’

นอกจากนี้ศาลยังได้วิพากษ์ไปถึงการถ่ายทำเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนเแปลงฉากสตันท์อย่างกะทันหันในนาทีสุดท้ายแบบนี้ ควรจะมีการเพิ่มอุปกรณ์รองรับแรงกระแทกไว้ด้านล่างด้วย

F9 The Fast Saga

หน่วยงานที่รับดูแลด้านการดำเนินคดีในครั้งนี้คือ HSE (Health and Safety Executive) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักร โดยได้มีการระบุว่า กรณีการได้รับบาดเจ็บของวัตส์นั้นเป็นทำการดำเนินชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล และได้เสริมว่า “ความสำคัญของงานสตันท์นั้นไม่ใช่การป้องกันมิให้เกิดอุบัติเหตุ (เช่นการตกจากที่สูงดังกล่าว) แต่เป็นการป้องกันให้เกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บให้อยู่ในระดับน้อยที่สุด”

ทางด้านผู้สร้าง ‘F9: The Fast Saga’ ได้รับทราบคำตัดสินจากศาลเมื่อวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2023 ที่ผ่านมา และยอมรับการจ่ายค่าปรับตามจำนวนดังกล่าวข้างต้น

‘F9: The Fast Saga’ เป็นภาพยนตร์ภาคที่ 9 ในเส้นเรื่องหลักของแฟรนไชส์ ‘Fast and Furious’ ซึ่งใช้ทุนสร้างไปมหาศาลราว 200 – 225 ล้านเหรียญ และทำรายได้ทั่วโลกไป 726.5 ล้านเหรียญ เมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา

ที่มา : Deadline

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส