Connect with us

What The Fact

เราจะเสียเขาไปจริง ๆ หรือ อีกตัวละครสำคัญใน The Walking Dead

Published

on

ยังไม่ได้ดู Season 8 Episode 8 ห้ามอ่านเด็ดขาด

อ้างอิงจากเหตุการณ์ในตอน 8 “How It Gotta Be” ที่เป็นตอนพิเศษยาว 1 ชั่วโมง ที่แฟน ๆ ได้ชมฉากรบสุดกดดัน หลังจากซีซันนี้ยืดเยื้อมายาวนานหลายตอน เป็นตอนที่เหตุการณ์พลิกล็อคมาก ฝ่ายเซเวียร์ที่ดูแววว่าจะใกล้ถึงจุดจบแล้วกลับพลิกมาเป็นฝ่ายที่คุมเกมอีกครั้งเมื่อพวกมันสามารถหลบหนีจากการถูกเหล่าซอมบี้ปิดล้อมได้ และยกพลมาปิดล้อมอเล็กซานเดรียแทน

ริกก็ไม่ได้อยู่ช่วยเหลือพรรคพวกด้วย เพราะไปขอความช่วยเหลือจากพวกจังค์ยาร์ดอยู่ คาร์ลจึงต้องรับหน้าที่สั่งการแทนพ่อ พาชาวบ้านหนีออกไปได้ และทั้งหมดไปซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำ จนนาทีสุดท้ายของตอนนี้ก็ทิ้งเรื่องราวช็อคคนดูอีกครั้งให้ค้างเติ่งรออีก 8 ตอนหลัง เมื่อริกได้เจอคาร์ลก็ดีใจหมดห่วงที่ลูกชายปลอดภัยจากเงื้อมมือเซเวียร์ แต่แล้วคาร์ลก็เผยชะตากรรมอันน่าหดหู่เมื่อเขาเปิดแผลโดนซอมบี้กัดให้พ่อดู หนังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าคาร์ลไปโดนกัดเอาตอนไหน แต่คาดว่าน่าจะโดนในตอน 6 “The King, the Widow, and Rick” ตอนที่คาร์ลไปตามหาซิดดิค เพื่อนใหม่ของคาร์ลในป่า

น่าจะโดนกัดตอนนี้ล่ะ

เมื่อเรื่องราวจบแบบนี้ ถือได้ว่าเป็นการทำร้ายจิตใจแฟนประจำอย่างหนัก แม้จะไม่ชวนสงสัยใคร่รู้เท่าในซีซัน 7 ที่ลุ้นว่าใครโดนนีแกนทุบหัว แต่นี่ทุกคนรู้ชะตากรรมของคาร์ลแล้ว หวังอย่างเดียวว่าทีมผู้สร้างจะใส่ปาฏิหารย์ลงไป ใจคอจะกำจัดคาร์ลทิ้งจากเรื่องจริง ๆ หรือ เพราะคาร์ลเป็นตัวละครหลักที่อยู่มาตั้งแต่ตอนแรก และเป็นตัวละครที่คนดูและผูกพันอย่างมาก เราต่างเห็น แชนด์เลอร์ ริกก์ หนุ่มน้อยผู้รับบทคาร์ลกันมาตั้งแต่ยังวัย 11 ขวบ เห็นการเติบโตของคาร์ลมาตลอด 8 ปี จากเด็กน้อยกลายเป็นเด็กหนุ่ม แบบเดียวกับที่ได้เห็น 3 เกลอในแฮร์รี่พอตเตอร์ประมาณนั้น

คาร์ลเป็นตัวละครที่น่าสงสารมาก เกิดมาในสภาพแวดล้อมที่แสนเข็ญ ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายมามาก ต้องปลิดชีพแม่ตัวเองก่อนจะกลายร่าง โตมาก็พิการตาบอดข้างหนึ่งอีก แล้วยังต้องโดนนีแกนจับตัวไปตอกย้ำทำร้ายจิตใจ แต่คาร์ลก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีเชื้อพ่อ มีบุคลิกความเป็นผู้นำ สามารถควบคุมสมาธิและอารมณ์ได้ดีในยามคับขันและพาชาวบ้านหลบหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย ถึงจุดนี้คาร์ลดูจะเป็นสมาชิกอเล็กซานเดรียที่ดูเข้มแข็งพึ่งได้ ก็ไม่คาดคิดว่าสุดท้ายทีมผู้เขียนบทจะเลือกตัดคาร์ลทิ้งไปจากเรื่องราว

บรรดานักข่าวต่างก็รีบหาข้อมูลว่าสุดท้ายคาร์ลจะจากไปจากซีรีส์จริงหรือไม่ มีหลายข้อมูลสนับสนุนว่าคาร์ลจะจากไปในครึ่งหลังซีซัน 8 นี้แน่นอน อย่างแรกมาจากทวิตเตอร์ของแชนด์เลอร์ ริกก์เอง ที่เขาทวิตเมื่อ พฤศจิกายน ปีที่แล้วว่าเขาตอบรับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว และพ่อของแชนด์เลอร์ ก็โพสต์เฟซบุ๊กลาแฟน ๆ แต่แล้วก็รีบลบออกไป แต่อะไรที่หลุดมาบนโลกโซเชียลก็ไม่มีทางเป็นความลับหรอก เพราะมีคนแคปไว้ได้ ข้อความว่า “สัญญา 7 ปีได้สิ้นสุดลงแล้วครับ ขอบคุณ AMC เป็นอย่างมาก ขอบคุณเหล่านักแสดง ทีมงาน และแฟน ๆ ของซีรีส์ ส่วนตัวผมต้องขอบคุณแชนด์เลอร์ไอ้ลูกชายอย่างใจจริง ที่ตั้งใจทุ่มเทให้กับงาน 100% แม้จะต้องตื่นมาเข้าฉากตั้งแต่ตี 4 บางวันก็ต้องทำงานทั้ง ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นจัดจนถึงตี 2 ไม่ได้ใช้ชีวิตสนุกประสาวัยรุ่นกับเพื่อน ๆ ทั้งหมดนี้แชนด์เลอร์ไม่เคยปริปากบ่น ทำให้ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นพ่อของเขา”

อาจจะด้วยภาวะของแชนด์เลอร์ที่อยู่ในวัยเรียนที่กำลังเข้ามหาวิทยาลัย ที่ส่งผลให้ทีมงานจะต้องคิดวางแผนกันล่วงหน้าว่าวันหนึ่งแชนด์เลอร์จะต้องโบกมือลาซีรีส์ไป ทางที่ดีทีมงานเลือกหาทางออกสวย ๆ ให้กับบทคาร์ลเสียก่อนจะดีกว่า แต่กับบทที่เขียนให้คาร์ลโดนซอมบี้กัดตาย ก็ยังมีเสียงวิพากษ์จากบรรดาแฟน ๆ อยู่นะ ว่าเป็นการกำจัดคาร์ลที่ง่ายและสิ้นคิดเกินไป

นักข่าวบางสื่อได้มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าตัวแชนด์เลอร์ ริกก์เองถึงอนาคตของคาร์ลในซีรีส์ “ผมก็ไม่คาดคิดมาก่อนหรอกครับว่าคาร์ลจะต้องตาย แต่มันก็ช่วยกำหนดเรื่องราวไปในทิศทางที่ดีนะ บทคาร์ลยังมีต่ออีกนิดหน่อยและจะส่งผลต่อตัวละครที่เหลืออย่าง ริค มิโชน และคนอื่น ๆ อีก แม้เรื่องราวของคาร์ลจะจบแต่ซีรีส์ยังไม่จบนะครับ”

การจากไปของคาร์ลยังคงเป็นข้อกังขาต่อบรรดาแฟน ๆ เพราะบทคาร์ล ใน The Walking Dead เวอร์ชั่นการ์ตูนไม่ได้ตาย แฟน ๆ ก็นิ่งนอนใจว่า”คาร์ล”ตัวละครคนโปรดของพวกเขาอย่างไรก็ปลอดภัยแน่นอน แต่ผลก็ออกมาพลิกล็อคเสียอย่างนั้น เดวิด อัลเปิร์ต ผู้อำนวยการสร้างบริหารออกมาเสริมในจุดนี้ว่า “เราแสดงให้เห็นหลายต่อหลายครั้งแล้วนะว่าชะตากรรมตัวละครทุกตัวในเรื่องต่างอยู่บนเขียงทั้งนั้น เราคือซีรีส์ที่ไม่เคยรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวจากต้นฉบับการ์ตูนจะเป็นปัญหาแต่อย่างใด” และชะตากรรมของคาร์ลนี่แหละถือว่าเป็นการพลิกเรื่องราวจากต้นฉบับครั้งใหญ่ และจะส่งผลต่อเรื่องราวที่ตามมาอีกมาก

อีก 1 ปริศนาในซีซันนี้คือฉากเปิดในตอนแรกที่เราเห็นภาพตัดในอนาคตเป็นภาพริคที่หนวดเครารุงรัง น้ำตาเอ่อล้นเบ้าเหมือนตอนที่เขาเสียใจกับการจากไปของเกล็น เป็นการเพิ่มความสงสัยให้กับผู้ชมว่าในซีซันนี้จะต้องเสียใครไปอีกที่ทำให้ริคโศกเศร้าได้ขนาดนี้ หลาย ๆ ตอนที่ตัดภาพมาเป็นฉากนี้สั้น ๆ แล้วเราได้ยินริคพร่ำพรรณาว่า “ขอได้โปรดให้ความเมตตาของข้ามีชัยเหนือความโทสะ” เมื่อเรื่องราวดำเนินต่อไป เราจึงได้ยินประโยคนี้ออกมาจากปากของ ซิดดิค คนพเนจรที่คาร์ลไปช่วยเหลือไว้ และเป็นสาเหตุให้คาร์ลโดนซอมบี้กัด ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าฉากร่ำไห้ของริคนั้นอาจจะโยงกับการสูญเสียคาร์ลหรือถ้าไม่จะมีใครต้องจากไปในซีซันนี้อีกหรือ? รอคำตอบกันครับ ครึ่งหลังจะเริ่มแพร่ภาพ 12 กุมภาพันธ์ 2018

แสดงความคิดเห็น

ภาพยนตร์

ทำความรู้จักกับ Hans Solo ก่อนไปมันส์กับ Solo A Star Wars Story

Published

on

ในสัปดาห์นี้เราจะได้ดูหนัง Spin off จากจักรวาล Star Wars อย่าง Solo A Star Wars Story กันแล้ว  แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันตัวตนและจุดเด่นของ ฮาน โซโล ที่ครองใจทั้งแฟนๆ Star Wars และ คอหนังทั่วโลกก่อนดีกว่า


กว่าจะได้แฮริสัน ฟอร์ด มาแสดงนำ

 

บท ฮาน โซโล ถือเป็นบทแจ้งเกิดให้แก่ แฮริสัน ฟอร์ด อย่างแท้จริง แต่ก่อนที่เขาจะได้รับโอกาสสำคัญ บท ฮาน โซโล เคยวางตัวดาราดังไว้มากมายทั้ง นิค โนลเต้  คริสโตเฟอร์ วอลเคน และ เคิร์ต รัสเซล แต่เป็น ช่างไม้ประจำกองถ่ายนาม แฮริสัน ฟอร์ด ที่ได้ครอบครองตำนานฮีโร่นักขนของเถื่อนอย่าง ฮาน โซโล


ปืน BlasTech DL- 44 Heavy Blaster Pistol

 

สำหรับปืนคู่ใจของ ฮาน โซโล แน่นอนว่าต้องเป็นเจ้า ปืนเลเซอร์ BlasTech DL- 44 Heavy Blaster Pistol ซึ่งมีต้นแบบมาจากปืนของเยอรมันรุ่น Mauset C -96 ซึ่งถูกใช้เป็นปืนของตัวเอกในหนังที่แฟรงค์ ซินาตร้านำแสดงเรื่อง The Naked Runner ในปี 1968


ยานมิเลนเนียม ฟอลคอน 

 

ยานสุดเท่ของ ฮาน โซโล ที่ได้มาจากการชนะพนันเพื่อนสนิทนาม แลนโด้ คาลริสเซียน โดยเป็นฝีมือการดีไซน์ของ โจ จอห์นสตัน ที่ จอร์จ ลูคัส ผู้ให้กำเนิด Star Wars บอกให้เขาออกแบบให้คล้ายคลึงกับจานร่อนที่สุดจนกลายเป็นยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน ทรงแบนคล้ายจานร่อนอย่างที่เห็น  ส่วนใครคุ้นชื่อ โจ จอห์นสตัน ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะต่อมาเขาได้กลายเป็นผู้กำกับหนังแฟนตาซีคนสำคัญ รวมถึงงานกำกับ Captain America : The First Avenger (2011) ด้วย


 ชิวเบคก้า

ชิวเบคก้า หรือ ชิววี่ สหายช่างซ่อมเครื่องยนต์และนักบินร่วมคนสนิทของ ฮาน โซโล ที่เป็นตัววูคกี้ จาก ดาวคาซี้ก เดิมที ชื่อชิวเบคก้า เป็นการเพี้ยนมาจากภาษารัสเซียที่มีความหมายว่า สุนัข  โดยคอสตูมของชิวเบคก้าออกแบบโดย สจ๊วร์ต ฟรีบอร์นและภรรยา และเป็นฝืมือการแสดงของ ปีเตอร์ เมย์ฮิว และโจนาส ซูโอทาโม


คาวบอยแห่งอวกาศ

เรียกได้ว่าคาแรกเตอร์ของฮาน โซโล ถือเป็นการถอดความตัวละครคาวบอย คลาสสิก ออกมาเป็นภาคอวกาศได้เลย ทั้งความเป็นสิงห์ปืนไว และบุคลิกบ้าระห่ำ รวมถึงสไตล์การแต่งตัวที่เหมือนหลุดมาจากหนังคาวบอยก็ไม่ปาน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว]Tully : หนังที่เข้าถึงจิตใจของแม่ทั้งโลก

Published

on

การร่วมมือกันครั้งที่ 3 ของผู้กำกับเจสัน ไรต์แมน และ ไดอาโบล โคดี้ หลังจาก Juno (2007) และ Young Adult (2011) และเป็นการร่วมงานกันครั้งที่ 2 กับชาลิซ เธียรอน ต่อเนื่องจาก Young Adult ที่ไดอาโบล โคดี้ ยังคงยึดแนวทางเดิมของเธอ หยิบปัญหาในครอบครัวอเมริกันชั้นล่างไปจนถึงชั้นกลางออกมาเล่าได้แบบลงลึก บวกกับฝีมือของเจสัน ไรต์แมน ที่ถนัดนักในการทำหนังเชิงเสียดสีสังคมกลาย ๆ เมื่อไดอาโบล เขียนบท Tully เสร็จคนแรกที่เขาคิดถึงก็คือเจสัน ไรต์แมน และเมื่อมันเป็นการร่วมมือกันครั้งที่ 3 แล้วจึงดูเข้าขากันมากยิ่งขึ้น

ผู้กำกับเจสัน ไรต์แมน และ ชาลิซ เธียรอน

ชาลิซ เธียรอน มารับบทเป็น มาร์โล คุณแม่ลูก 3 และเหตุการณ์ในหนังคือช่วงที่เธอเพิ่งคลอดลูกคนที่ 3 หนังทำได้ยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดภาระหนักหนาของผู้เป็นแม่ โดยเฉพาะแม่อย่างมาร์โล ที่ต้องเจอศึกหนักจากโจนาห์ ลูกคนกลางที่มีปัญหาในการควบคุมสติอารมณ์ตนเอง และโรงเรียนก็บีบบังคับให้ลาออก ซึ่งเหมือนเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดในช่วงที่เธอเพิ่งคลอดลูกมาหมาด ๆ หนังทำได้ดีมากกับการภาระอันหนักหนาของคนเป็นแม่ลูกอ่อน ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ต้องตื่นกลางดึกมาให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม ปั๊มนม แล้วต้องตื่นเช้าเพื่อส่งลูกอีก 2 คนไปโรงเรียน ส่วนสามีก็ทำงานหาเลี้้ยงครอบครัวไม่สามารถแบ่งเบาภาระหน้าที่ในบ้านได้ จนเมื่อปัญหารุมเร้าหนักมากมาร์โล จำต้องยอมรับความช่วยเหลือจากพี่ชายที่ร่ำรวยของเธอด้วยการรับข้อเสนอที่พี่ชายจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กตอนกลางคืนให้ และเมื่อ ทัลลี่ สาวน้อยน่ารักก้าวเข้ามาในชีวิตของมาร์โล ทุกสิ่งกลับเป็นเหมือนฝัน ทัลลี่ ไม่เพียงแต่เลี้ยงดูหนูน้อยได้อย่างไม่มีที่ติ แต่ยังทำงานบ้านได้สะอาดเอี่ยมอ่อง เป็นเพื่อนคู่คิดให้คำปรึกษาต่าง ๆ นานา ทัลลี่ทำให้ชีวิตของมาร์โลกลับมาสดใสมีชีวิตชีวาอย่างที่เคยไม่ได้รู้สึกมานานมาแล้ว แต่เมื่อทุกอย่างกำลังสดใส ทัลลี่ ก็กลับมาบอกลามาร์โล ว่าเธอต้องจากไปแล้ว

โดยรวมแล้ว Tully เป็นหนังที่เดินหน้าไปด้วยความตึงเครียด กับชีวิตของแม่ลูกอ่อน ที่น่าจะโดนใจคนดูวัยแม่ ๆ ที่ยังอยู่ในสภาวะเช่นนี้หรือเคยผ่านสภาวะเช่นนี้มาแล้ว คนดูเหมือนได้รับรู้ชีวิตของมาร์โลและสารพันปัญหาที่รุมเร้าเข้าใส่เธอ ยากที่ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งจะรับมือไหว โดยเฉพาะฉากที่โจนาห์ระเบิดอารมณ์ ดูแล้วก็เครียดตามยังดีที่หนังไม่ยาวนัก เพียงแค่ 90 นาที ไม่เช่นนั้นคงจะเครียดกันไปมากกว่านี้ ส่วนดีที่สุดของบทภาพยนตร์คือการใส่ลูกเล่นด้วยการหักมุมในช่วงท้ายเรื่อง กับการเฉลยตัวตนของทัลลี่ ที่ก็ไม่ได้ลึกซึ้งชวนอึ้งเท่าใดนัก แต่ก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้ไม่เวอร์วังเกินไปนัก เพราะเชื่อว่าส่วนใหญ่ก็คงจะเดากันได้ก่อนแล้ว เพราะว่าการมาถึงของทัลลี่นั้น แวดล้อมไปด้วยเหตุผลสอดคล้อง ทำให้เข้าใจถึงการกระทำต่าง ๆ ของทัลลี่ รวมไปถึงการทำเกินหน้าที่อย่างหนึ่งของเธอที่ชวนอึ้งนักว่าขนาดนี้เลยเหรอ แต่พอถึงจุดเฉลยก็เลย”อ๋อ”

จุดที่น่าชื่นชมที่สุดคือ ชาลิซ เธียรอน ที่กลับมาเล่นหนังโชว์ฝีมือการแสดงให้เห็นอีกครั้ง หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมา ผันตัวไปเป็นสาวบู๊เสียหลายเรื่อง จนบางคนอาจจะลืมไปแล้วว่าเธอนั้นคือดารามากฝีมือระดับ 1 ออสการ์นะ ชาลิซ เล่นแบบทุ่มเทสุด ๆ แม้ว่า Tully จะเป็นหนังฟอร์มเล็ก ไม่ได้หวังตลาดวงกว้างนัก แต่เพื่อความสมจริงของหญิงในช่วงเพิ่งคลอด ชาลิซ ยอมเพิ่มน้ำหนักขึ้นถึง 23 กิโลกรัม ด้วยการเน้นกินแต่อาหารขยะ นม ชีส ตลอดเวลา ในหนังจะเห็นเธอถอดเสื้อโชว์หุ่นเผละ ๆ พุงป่องให้ดูด้วย เป็นการแสดงที่ทุ่มเทอย่างมืออาชีพแบบไม่ห่วงสวยกันเลยจริง ๆ แต่พอหนังปิดกล้อง เธอต้องใช้เวลาถึงปีครึ่งในการเอา 23 กิโลนี้ออกไป , แม็คแคนซี เดวิส มารับบทเป็น ทัลลี่ ได้น่ารักสดใสมาก เธอไม่ใช่สาวสวยแรงจนสะดุดตา แต่ก็มีเสน่ห์น่าประทับใจ หลายคนน่าจะจำเธอได้จากบท “แมเรียต” ใน Blade Runner 2049

Tully เป็นหนังดีที่ไม่เน้นความบันเทิงนัก แต่อัดแน่นด้วยองค์ประกอบคุณภาพทั้งผู้กำกับ เขียนบท และนักแสดงมากฝีมือ ได้เห็นแง่มุมการสู้ชีวิตของครอบครัวระดับล่างในสหรัฐ ฯ ได้เห็นชีวิตของแม่ที่ไม่ว่าจะชาติไหนต่างก็เหนื่อยเหมือนกันหมด แต่สุดท้ายความสุขที่สุดก็คือสถาบันครอบครัว การมีสามีที่แม้ไม่ได้แบ่งเบาแต่ก็เข้าใจ การมีลูกที่เรารักและรักเรา ก็คือความสุขที่สุดของคนเป็นแม่ ดังที่ปรากฏให้เห็นในฉากสุดท้ายของหนัง แม้จะหนักแต่ก็ลงเอยได้ฟีลกู๊ดครับ คนเป็นแม่ไม่ควรพลาด

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

รวมเพจรีวิวหนังชั้นดี ที่คอหนังไม่ควรพลาด

Published

on

เดี๋ยวนี้คงไม่มีใครที่อยากจะเดินทะเล่อทะล่าไปดูหนังแล้วลุ้นเอาว่าหนังจะดีหรือห่วยแตกในโรงอีกแล้ว เพราะตั๋วหนังเดี๋ยวนี้ราคาขึ้นเอ๊า ขึ้นเอา จะให้เสียเงินไปลุ้นเอาคงไม่เหมาะ แถมยังมีรีวิวหรือวิจารณ์หนังดีๆ ตามเว็บไซต์ต่างๆ ไปหมด และดูเหมือนจะใกล้ตัวมากขึ้นเพราะเดี๋ยวนี้ก็มีเพจวิจารณ์หนังชั้นดีบน Facebook เสียด้วย การหาข้อมูลก่อนว่าหนังที่กำลังจะเข้าฉายจะคุ้มค่าเงินที่จะเสียไปมั้ยเลยกลายเป็นเรื่องง่าย แถมหลายๆ เพจยังมีลักษณะเฉพาะและแบ่งเป็นการรีวิวหนังแต่ละประเภทแบบชัดเจนด้วย ทำให้คอหนังแนวต่างๆ สามารถเลือกติดตามได้ตามความชอบ.. ว่าแต่มีเพจรีวิวหนังชั้นดีอะไรบ้าง มาดูกันดีกว่า

นักเลงโรงหนัง

เรียกว่าเป็นเพจรีวิวและแนะนำหนังอันดับแรกๆ ที่คนมักจะนึกถึงกัน เพราะถือเป็นเพจที่รีวิวหนังทุกแนวแบบจัดเต็ม อย่างกับ Major Cineplex มาเอง แถมรีวิวอย่างเป็นกันเอง ด้วยภาษาแบบเพื่อนๆ คุยกันด้วย และดูเหมือนเพจจะไม่ได้เน้นที่การรีวิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาระความบันเทิงต่างๆ คอยแชร์ออกมาเป็นระยะด้วย

หนังโปรดของข้าพเจ้า

เพจนี้ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ เพราะเรียกได้ว่าเป็นเพจรีวิวหนังยอดนิยมเลย เพราะนอกจากจะมีการอัพเดทรีวิวหนังต่างๆ แทบทุกวันแล้ว ยังเป็นเพจที่รวมหนังทุกแนวเลยทีเดียว แถมยังมีการแนะนำหนังน่าดูเป็นระยะ และจัดหมวดหมู่หนังได้อย่างน่าสนใจ จุดเด่นคือมีรีวิวหนังเยอะมาก ชนิดที่ว่าคนชอบดูหนังอย่างเราๆ ต้องเอะใจว่าแอดมินเพจเอาเวลาไหนไปดูหนังขนาดนี้เนี่ย! ใครที่อยากดูหนังตอนว่างๆ สักเรื่อง ควรอย่างยิ่งที่จะเข้าเพจนี้

Kanin The Movie

ใครที่ชอบการรีวิวหนังแบบละเอียดอ่อน ปราณีต เน้นอารมณ์และความรู้สึก ต้องตามเพจนี้โดยด่วน เพจนี้ค่อนข้างต่างจากเพจรีวิวหนังอื่นๆ คือไม่ได้เป็นการตัดสินว่าหนังจะได้กี่คะแนน หนังมีลักษณะการดำเนินเรื่องยังไง หรือพล็อตเรื่องเจ๋งมั้ย แต่เพจนี้จะเน้นการวิเคราะห์ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครในฐานะมนุษย์คนนึงเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นสีสันที่แตกต่างออกไปอีกแบบ แนะนำว่าใครอยากลิ้มรสหนังที่ให้ข้อคิดดีๆ ต้องลองไปตามเพจนี้ เพราะมีการแนะนำไว้เพียบ!

What The Fact – Movie, Lifestyle

แวะมาขายของสักนิด ลืมเพจเราได้ยังไงกับ What The Fact ใครที่อยากทันกระแสหนังและความบันเทิงควรติดตามเพจนี้อย่างยิ่ง เพราะมีการอัพเดทความเคลื่อนไหวในเรื่องบันเทิงอยู่ตลอดเวลา และเรื่องราวที่นำเสนอส่วนใหญ่ค่อนข้างเจาะลึกกว่าเพจอื่นๆ ไม่ได้มีเฉพาะการรีวิวเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหนังเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเบื้องหลังการถ่ายทำและเกร็ดความรู้ต่างๆ ด้วยนะคะ กดไลค์ กด See First เลย!

อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก

ถ้าพูดถึงการรีวิวหนังของเพจนี้ คงต้องเน้นที่คาแรกเตอร์ เพราะเพจนี้มีการใช้ภาษาที่แตกต่างแบบชัดเจนกับเพจรีวิวหนังอื่นๆ เพราะมักใช้ภาษาปากและภาษาชาวบ้านแบบฮาร์ดคอร์ในการรีวิว และแม้เพจนี้จะรีวิวหนังเป็นหลัก แต่ก็ยังมีการรีวิวซี่รี่และรายการต่างๆ บ้าง ซึ่งก็นับว่าเป็นจุดเด่นของเพจอีกเช่นกัน ที่เน้นความหลากหลายมากกว่าจะเน้นที่การรีวิวหนังเพียงอย่างเดียว เพจนี้จึงเหมาะกับทั้งคนที่อยากอ่านรีวิวหนังและอ่านรีวิวซี่รี่และรายการต่างๆ ด้วย เรียกได้ว่ากด Like เพจ ติดตามครั้งนึงได้ข้อมูลแบบจัดเต็ม

แฟนพันธุ์แท้ : หนังสยองขวัญ

ใครที่ชื่นชอบหนังโหดๆ อย่างแนวสยองขวัญ ควรตามเพจนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเพจแนะนำหนังแนวสยองขวัญแบบจัดเต็มและสมบูรณ์แบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสยองขวัญของไทยหรือต่างประเทศ แม้กระทั่งหนังสยองขวัญนอกกระแสก็ยังมี! แถมยังแนะนำข่าวคราวต่างๆ ของหนังสยองขวัญด้วย และความเก๋ของเพจนี้คงหนีไม่พ้น การมีลูกเพจที่ชื่อว่าป้าอีที_เดอะสปอยเลอร์ คอยมาสปอยหนังใต้โพสต์ด้วย ใครที่ไม่กล้าดูก็สามารถเปิดอ่านลุ้นๆ ได้แบบสบายใจ

สมาคมนิยมหนังหวาน [Romantic&Comedy Movie Society]

เป็นเพจที่คุมโทนด้วยการเน้นหนังรักโดยเฉพาะ รวมรีวิวหนังรักแบบจัดเต็ม ซึ่งแต่ละเรื่องก็จะมีการให้เรตคะแนนอย่างชัดเจน และจากการตามดูหนังที่เพจนี้แนะนำไว้ ก็ไม่ทำให้เสียใจจริงๆ เสน่ห์ที่เด่นชัดอีกอย่างของเพจนี้คือการนำข้อความจากหนังรักมาโพสต์ด้วย ซึ่งก็จูงใจคนชอบหนังรักได้ดีทีเดียว

หลังอ่านบทความนี้จบ เชื่อว่าหลายๆ คนต้องตามไปกดติดตามเพจรีวิวหนังเหล่านี้แน่ๆ แบไต๋ก็ขอให้คุณเอนจอยกับหนังดีเรื่องหน้าที่จะหามาดูแล้วกันนะ!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!