Connect with us

What The Fact

10 เอ็มวีเพลงใหม่ในเดือนธันวาคมนี้ที่ไม่ควรพลาด !

Published

on

ในช่วงเดือนธันวาคมนี้มีงานเพลงออกมามากมาย ถือเป็นการส่งท้ายปีอย่างครึกครื้นเลยทีเดียว วันนี้ผมจึงมาแนะนำ 10 มิวสิควีดิโอเพลงใหม่ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ได้ให้ฟังกันครับ  แต่ละเพลงก็มีหลากรสชาติ หลากอารมณ์ แตกต่างกันไป แถมมีมิวสิควีดิโอประกอบให้ได้ดูไปด้วยฟังไปด้วยกันอย่างเพลินๆส่งท้ายปี ส่วนจะมีเพลงอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ


TELEx TELEXs – สุขสันต์วันเหงา (Merry Lonely Christmas)


ซิงเกิ้ลใหม่จาก TELEx TELEXs  ที่พกเอาเพลงเพราะๆในแนว Sythn Pop มาให้เราได้ฟังกัน แต่คราวนี้มาในท่วงทำนองของความเหงา ท่ามกลางลมหนาวและช่วงเทศกาลแห่งของขวัญและความสุข

ยังมีของขวัญ ที่ฉันยังคงเฝ้าคอยอยู่  จากคนในฝัน อยากให้มีจริงเหมือนที่ใครบอก

โอ้วเธอคนนั้นช่วยนำเอาความรัก เป็นของขวัญให้ที yeah ye aeaehh

สุขสันต์วันเหงา หรือ Merry Lonely Christmas เป็นเพลงที่มอบให้แก่คนที่ยังคงเฝ้ารอคนในฝัน ยังคงเหงาและเดียวดายจากความรัก อยากได้รับความรักจากคนที่เฝ้ารอ หวังใจว่าเธอนั้นจะเป็นเหมือนดั่งของขวัญที่ฉันเฝ้ารอ ยิ่งฟังในช่วงเวลานี้ที่ใครๆต่างก็มีคนรัก และ ต่างมอบความรักซึ่งกันและกัน แล้วคงเหงาน่าดู เอ็มวีมาพร้อมภาพสวยๆท่ามกลางแสงไฟหลากสี ที่ดูเหมือนจะไปกันได้ดีกับท่วงทำนองเหงาๆของเพลงนี้

รักจริงที่ฉันนั้นรออยู่  ขอพรให้เธอเป็น คนมอบให้ฉัน

หวังเพียงเมื่อฉันนั้นตื่นตอนเช้า  จะพบเธอเป็นของขวัญ

ใครคนนั้น ถ้ามีจริง ช่วยตามหา ฉันทีได้ไหม

 


SUMMER STOP – ในหน้าต่าง | When The Wind Blows


เอ็มวีซิงเกิ้ลใหม่จากศิลปินน้องใหม่จากค่ายสมอลรูม Summer Stop  ในหน้าต่าง หรือ When The Wind Blows เป็นเพลงที่พูดถึง ความรักความหวังดีที่เรามีให้ใครคนหนึ่งที่เราเฝ้ามองเฝ้ารออยู่เสมอ และเราพร้อมเสมอที่จะเป็นที่พักพิงให้ในวันที่เหน็บหนาว ซึ่ง Summer Stop ต้องการที่จะสื่อสารกับใครก็ตามที่กำลังมีความทุกข์อยู่ ว่าเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกนี้ ลองมองรอบๆตัวดูดีๆ ต้องมีคนที่คอยเป็นห่วงราอยู่แน่ๆ แค่เพียงเราตั้งใจมองให้เห็นใครคนนั้นแค่นั้นเอง เพลงนี้ได้ “แมว The Jukks” มาช่วยเกลาเนื้อร้องให้สละสลวย ในส่วนของดนตรีมีความรียบง่าย โดดเด่นด้วย Sound Design ที่ขับกล่อมบรรยากาศความหนาวออกมา โดยมีเสียงเปียโนเติมความอบอุ่นให้กับบทเพลง ช่างเป็นบทเพลงที่เหมาะแก่การฟังในช่วงเวลาหนาวๆแบบนี้จริงๆ

ลมที่หอบความหนาวเข้ามา

คืนที่เธอต้องเสียน้ำตา

ในหน้าต่างตรงนี้เห็นเธอเหนื่อยล้า

เดินคนเดียวท่ามกลางฝนโปรยลงมา

ยิ่งมืดมิด ข้างนอกยิ่งเหน็บหนาว

และเธอคงทนได้ชั่วคราว

ฉันยังรออยู่เสมอ ไขประตูเพื่อเปิดไว้รับเธอ

* ในลมหนาวจะอยู่รอเธอจนเช้า

ในคืนหนาวจะอยู่เพื่อคอยรับฟังทุกเรื่องราว

หากเหนื่อยและเธอลุกยืนไม่ไหว

ก็เข้ามาพักพิงได้ไหม ก่อนจะไป

เอ็มวีเพลงนี้กำกับโดยพี่รุ่ง หัวเรือใหญ่แห่งสมอลรูม และได้นักแสดงสาวมากความสามารถอย่าง “คารีสา สปริงเก็ตต์” มาถ่ายทอดอารมณ์ในเพลงร่วมกับ “ไอซ์ – ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์”, “เนตร – ศิรินทร์ วิทยานุภาพยืนยง” และ “ป่าน – ศรัทธา พลเสน”

 


หัวร้อนแจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก [ JSPKK ]


หลังจากปล่อยเพลง “มือลั่น” ออกมา คราวนี้ แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก ก็เข็นซิงเกิ้ลใหม่ที่มีชื่อว่า “หัวร้อน” ออกมาให้ได้ฟังกัน ถ่ายทอดอารมณ์ของคน​ที่“หัวร้อน”จากการถูกหลอกให้รัก ถูกหลอกให้อยากแล้วก็จากไป

เธอมาทำให้ฉันหัวร้อนไม่เคยเป็นมาก่อนหัวร้อนเป็นอย่างไร

หลอกให้อยากแล้วก็จากไปจะทิ้งก็ทิ้งไม่สนใจ นี่แหละอาการหัวร้อน

“หัวร้อน” แต่งและร้องโดย แจ๊ส –  ผดุง ทรงแสง, เต้ง – ไกรศรี ศิริเจริญ, ดรีม – ศุภกฤต ถิ่นจันทร์ ซึ่งมาพร้อมดนตรีแนวป็อปร็อคผสมฮิปฮอปและมีกลิ่นอายการร้องแบบอาร์แอนด์บี โดยในส่วนของดนตรีได้ จุ๊บ – ธีรวงศ์ วัฒนาจารุพงศ์ มือกีตาร์วง The Rube มาเป็นโปรดิวเซอร์ดูแลการผลิต และเติมสีสันให้กับบทเพลงด้วยซาวด์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์

ในเอ็มวีแก๊งส์ แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก มาในชุดสีขาวราวกับพวกคลู คลักซ์ แคลน (กลุ่มหัวรุนแรงต่อต้านคนผิวสีในสหรัฐอเมริกา)

 


HUGO – ระวัง 


อีกหนึ่งซิงเกิ้ลจากอัลบั้ม “ดำสนิท” เพลงนี้เป็นเพลงลำดับที่ 5 ในอัลบั้มซึ่ง ฮิวโก้ตั้งใจวางไว้กลางอัลบั้มตามความหมายของเลข 5 แทนคำเตือน การเข้าใจชีวิต ความรอบคอบ

เนื้อหาของเพลงพูดถึง การที่เราใช้ชีวิตบนโลกที่วุ่นวาย หากคิดจะทำอะไรต้องรอบคอบและระวังให้ดี ยิ่งมีคนรัก ต้องคอยดูแลแล้ว ยิ่งต้องระวังเข้าไปใหญ่

โลกมันดูวุ่นวาย ชีวิตมันยากจะตาย จะพูดจะทำอะไรต้องคิดก่อน

หากบังเอิญพลาดไป จะหาใครให้อภัย ผิดแล้วจะทำอย่างไร ล้างไม่ออก…

มันต้องระวัง มันต้องระวัง มันต้องระวัง

 แต่ก่อนแค่เพียงคนเดียว จะคิดจะทำอะไร ก็พร้อมที่จะเอาตัวเข้าเสี่ยง

แต่พอมีอีกคนให้รักให้คอยห่วงใย เราต้องให้เขาปลอดภัยไว้ก่อน

โดยในซิงเกิ้ลนี้ได้ หนึ่ง – ณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ มาร่วมเขียนเพลง และ ได้ เจ มณฑล จิรา มาเรียงร้อยดนตรีให้มีความกลมกล่อมลงตัว นอกจากนี้ที่พิเศษเลยคือการได้ “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” มาร่วมแสดงในลุคของสาวชุดดำ ที่ดูขลึมขลังลึกลับและ เปี่ยมเสน่ห์ ในสไตล์ของสาวนักฆ่า ที่หากเราไม่ระวังอาจจะเผลอใจพลั้งให้กับเธอได้ง่ายๆ  

“ระวัง” กำกับโดย ชาติฉกาจ ไวกวี เช่นเดียวกันกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มนี้ของฮิวโก้

 


แอ๊ด คาราบาวคงมาลัย


คงมาลัย  เป็นบทเพลงที่ยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) แต่งเพื่อให้กำลังใจแก่หลานชายตูนอาทิวราห์ คงมาลัย  ที่กำลังทำภารกิจวิ่งระดมทุนให้กับโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ จาก .เบตง .ยะลา ถึง .แม่สาย .เชียงราย เป็นระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ในโครงการก้าวคนละก้าวซึ่งพี่ตูน เพ่งถึงเส้นชัยที่แม่สาย จ.เชียงรายเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา

เพลงนี้น้าแอ๊ดได้รับแรงบันดาลใจในการแต่งบทเพลงนี้

จากการที่เห็นภาพพวงมาลัยพวงแล้วพวงเล่าที่พ่อแม่พี่น้องคล้องคอให้พี่ตูน

และเสียงเรียกชื่อพี่ตูนดังก้องไปตลอดเส้นทาง

ในเอ็มวีเป็นการรวมภาพเรื่องราวสุดประทับใจตลอดเส้นทางที่พี่ตูนวิ่งมา

“ก้าวคนละก้าวใกล้ไกล คือน้ำใจคนไทยที่ยิ่งใหญ่

รักษาความดีนี้คงไว้ ดุจดังพวงมาลา…คงมาลัย”

 


ว่าน ธนกฤตแก..


คนอ่อนแอเท่านั้น..ที่จะแอบชอบเพื่อน

แกเป็นซิงเกิ้ลส่งท้ายจากอัลบั้ม ALONEVERA (อะโลนเวร่า) ของ ว่าน ธนกฤต

ถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่แอบรัก “เพื่อน” ซึ่งเป็นความรักที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นไม่ได้

แต่ก็ยังคงห้ามใจเอาไว้ไม่ได้

ว่านใช้คำว่า​“แก” ซึ่งเป็นสรรพนามที่เพื่อนสนิทใช้เรียกกัน เป็นคำที่ไม่ได้หวาน ไม่ได้แฝงไว้ด้วยอารมณ์ของคนรัก หากชายหญิงคู่ไหนเรียกว่าว่า “แก แก” นั่นหมายถึงว่าสองคนนั้นคงเป็นแค่เพื่อนกัน…

เพลงนี้ได้ว่านไฉอคิร วงศ์เซ็งเป็นผู้แต่งเนื้อร้องและทำนอง

เพลงนี้จะพาไปสัมผัสถึงความเจ็บปวดของการทำอะไรไม่ได้ นอกจากแอบรักต่อไป

“และแล้วฉันก็ได้รู้และเข้าใจ

ความหมายของคนที่อยู่ข้างกัน

เป็นคนสำคัญ ที่ไม่มีวันสำคัญกว่านี้

มีค่าแค่เพียงให้เธอมองข้ามไป

เป็นคนใกล้ตัวที่แอบคิดในใจ คิดเกินไปไกล

เป็นคนนิสัยไม่ดี ที่รักเพื่อนลงคอ”

เอ็มวีได้ แพรว ณิชาภัทร หรือ ขนมปังจากซีรีย์ ฮอร์โมน มาแสดงเป็นเพื่อนสาวคนสนิท ที่น่ารักจนทำให้เราต้องตกหลุมรักเพื่อนคนนี้

 


Musketeers – ยอม


ยอมเป็นเพลงสุดท้ายจากอัลบั้ม Day & Night  ของ Musketeers (สามารถอ่านรีวิวอัลบั้มนี้ได้ที่นี่) เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบที่สุดในอัลบั้มเลย ด้วยท่วงทำนองที่แปลกใหม่ออกไปจากเพลงอื่นๆของ Musketeers ทำนองเนิบๆ ที่แฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่ ช่วงเย้ายวนชวนเคลิบเคลิ้มยิ่งนัก

 เพลงนี้มีกลิ่นอายของความโรแมนติคและเซ็กซี่ ช่วงท้ายของเพลงมีการเติมเสียงเครื่องเป่าช่วยเพิ่มบรรยากาศอีกด้วย บทเพลงถ่ายทอดความรู้สึกของความหลงใหลที่เรามีต่อใครคนหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป ทุกข์เพียงใด เหนื่อยหนักแค่ไหน เราก็พร้อมที่จะยอม

เอ็มวีมีการหักมุมเมื่อเฉลยในตอนท้าย เวียร์ ศุกลวัฒน์ รับบทเป็นชายหนุ่มผู้สยบยอมให้กับเธอคนนั้น เป็นครั้งแรกของเวียร์ในบทบาทพระเอกเอ็มวี ที่ต้องมาถ่ายทอดอารมณ์โรแมนติคกับนางเอกร่วมช่องอย่างสาวเซฟฟานี่ อาวะนิคภายใต้บรรยากาศหาดทราย และสายลมของหัวหิน

ถ้าหากเป็นเธอฉันจะยอม

ช้ำก็จะยอม ทุกข์ก็จะยอม

ฉันจะไม่กลัว ถ้าหากต้องเสียใจ

สักหนึ่งนาทีก็จะยอม ช้ำก็จะยอม

ทุกข์ก็จะยอม ฉันคงต้องยอม

ถ้าหากต้องเสียใจ

เพลงนี้ Musketeers ตั้งใจพูดถึงช่วงเวลาของการตกอยู่ในห้วงภวังค์ของความรัก จนทำให้เราไม่อยากทำอะไรเลย นอกจากแค่ได้อยู่กับคนที่เรารักก็พอ แม้จะต้องแลกด้วยอะไรก็จะยอม ซึ่งในส่วนของดนตรีก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของมัสเก็ตเทียร์ไว้ และเพิ่มด้วยลูกเล่นของเสียงกีตาร์และเบสที่คล้อยตามไปกับอารมณ์เพลง ยิ่งทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่เย้ายวนที่สุดของมัสเก็ตเทียร์

 


Pae Arak and The Pisat Band – อย่าเล่นกับไฟ


คราวนี้ เป้ อารักษ์ แอนด์ เดอะปีศาจแบนด์ (Pae Arak and The Pisat Band) มาพร้อมกับดนตรีสไตล์ Hard Rock โดยมี ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์ และ อัด เดอะปีศาจแบนด์ เป็นโปรดิวเซอร์เนื้อหาของเพลงพูดถึงความรักของหนุ่มสาวที่เป้ได้เปรียบผู้ชายเจ้าชู้ว่าอันตรายเหมือนเปลวไฟ จึงอยากเตือนสาวๆให้ระวังไว้ว่า เล่นอะไรก็ได้ แต่อย่าเล่นกับไฟ!”

อย่าเล่นกับไฟ เพราะเธอจะทนไม่ไหว

อย่าเดินเข้าไป เพราะมันจะเผาเธอไหม้

(อย่าเล่นกับไฟ)

เอ็มวีเพลงนี้ได้ จีน คำขวัญ (คนเดียวกับที่กำกับเอ็มวีเพลง “ปะติดปะต่อ”ของ Greasy Cafe) มาถ่ายทอดเรื่องราวของแก๊งวัยรุ่นหนุ่มสาวที่กำลังจีบกัน โดยแก๊งผู้ชายดูเป็นคนน่ากลัวร้อนแรงเหมือนเปลวไฟ มาหลอกจีบสาวหวานเรียบร้อย เพลงนี้ทั้งเสื้อผ้าหน้าผม และสไตล์งานมีความเป็น 70’s จัดจ้านอีกทั้งยังถ่ายด้วยกล้องเก่ายุค 70’s เพื่อให้ได้ภาพและอารมณ์ตามยุคนั้นจริงๆ นอกจากนี้เป้ยังชวนน้องร่วมค่าย What The Duck  มี ปอม กิจพัฒน์ เย็นฤดี (มือกีต้าร์ วง De Flamingo) และ ทอย ธันวา บุญสูงเนิน หรือ The TOYS มาร่วมแจมด้วย

 


ท้า” (ประกอบภาพยนตร์ “9 ศาสตรา”) SLOT MACHINE


“ท้า” เพลงใหม่จาก Slot Machine ที่แต่งขึ้นเพื่อเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชั่น 9 ศาสตรา ผลงานสร้างของ เอ็กฟอร์แมท ฟิล์มส์  และ เอ็ม พิคเจอร์ส เป็นแอนนิเมชั่น แนวแอคชั่น ผจญภัย แฟนตาซี ฝีมือคนไทย กำกับภาพยนตร์โดยกันย์ พันธ์สุวรรณและณัฐ ยศวัฒนานนท์” 

“9 ศาสตราเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ผสมผสานวัฒนธรรม ศิลปะมวยไทย และเรื่องราวการต่อสู้ที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการและน่าติดตาม ซึ่งสิ่งนี้ได้เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของ Slot Machine ที่ต้องการถ่ายทอดอารมณ์อันฮึกเหิมที่พร้อมท้าสู้กับอุปสรรคทั้งหลายที่ดาหน้าเข้ามา

เนื้อเพลงยังใช้คำสวยในสไตล์ของ Slot Machineซึ่งเข้ากันดีกับบรรยากาศของแอนิเมชั่นเรื่องนี้

“จันทราสีดำ

กลุ่มดาวริบหรี่

เลือนรางชี้ส่องทางข้างหน้า

ดั่งพายุใหญ่ ดั่งห่าฝนเทลงมา

อันตรายอย่างไร จะวัดใจคนเรา

สุดท้ายแม้นรกจะร้อนกว่าไฟ

ยังยืนยันที่จะเข้าไป

เราเดิมพันด้วยชีวิต เราเดิมพันด้วยชีวิต

สุดท้ายแพ้ชนะ ต้องสู้สุดใจ

ความเป็นตายเรามันท้าทาย”


แต่ยังคิดถึงตู่ ภพธร


ซิงเกิ้ลใหม่ จากหนุ่มเสียงอบอุ่น ตู่ ภพธร ที่คราวนี้มาพร้อมเพลงเหงาๆ ถ่ายทอดอารมณ์คิดถึงที่มีต่อคนรักเก่า ที่ไม่ว่าเธอจะอยู่ไหน อยู่กับใคร ฉันก็สุขใจขอเพียงได้คิดถึงเธอ แค่นั้นพอ…

“แต่ยังคิดถึงเธอได้มั้ย

ถ้าฉันไม่ได้ทำให้เธอลำบากใจ

จะไม่ขออะไร ไม่ได้หวังให้เธอคืนกลับมา

แค่คิดถึงเธอเท่านั้น

แม้รู้ว่าในวันนี้เธออยู่กับใคร

ก็ไม่เป็นไร แค่ได้คิดถึงเธอคนเดียวก็พอ”

เพลงนี้ ตู่ เป็นคนโปรดิวซ์เองเลย โดยถ่ายทอดออกมาในท่วงทำนองของเพลงป็อปที่มีกลิ่นอายของ R&B ตามสไตล์ของตู่ ภพธร ซึ่งเพลงนี้ได้ โอ Room39 มาแต่งเนื้อร้องและทำนองให้

เอ็มวีเพลงนี้ได้ ต่อ ธนภพ มาถ่ายทอดความเหงาที่มีต่อช่วงเวลาดีๆกับคนรักเก่า หลังได้พบร่องรอยแห่งความทรงจำในครั้งนั้น กำกับโดย วรรณแวว แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ ที่เพิ่งกำกับเอ็มวีเพลง เกี่ยวกันไหม?ของ อิ้งค์ วรันธร มาหมาดๆ


และนี่ก็คือ 10 เอ็มวีเพลงใหม่หลากสไตล์ หลากเนื้อหา ที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับท่วงทำนองอันไพเราะส่งท้ายปีนี้อย่างมีความสุข

ในปีนี้เพื่อนๆมีความสุขกับการฟังเพลงอย่างไร ในปีหน้าก็ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไป มีบทเพลงใหม่ๆมาเป็นเพื่อนแก้เหงา เพื่อนที่เข้าใจในอารมณ์และความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต เป็นเพื่อนช่วยคิด ช่วยทำให้เข้าใจเพื่อให้เพื่อนๆได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปนะครับ แล้วพบกันใหม่ปีหน้าครับ

“สวัสดีปีใหม่” ครับ ^___^

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

มูลค่า Netflix พุ่งสูงถึง 1.5 แสนล้านเหรียญ : เกือบเทียบเท่า Disney แล้วในขณะนี้

มูลค่าโดยประมาณของ Netflix อาจเทียบเท่าหรือมากกว่า The Walt Disney Company ได้ในอนาคต

Published

on

เว็บไซต์ Variety ได้รายงานว่า หุ้นของ Netflix ได้ปิดลงในวันนี้ (23 พฤษภาคม 2018) ที่มูลค่า 344.72 เหรียญต่อหุ้น ซึ่งทำให้มูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของ Netflix นั้นอยู่ที่ประมาณ 1.528 แสนล้านเหรียญ ซึ่งมากกว่า Comcast ที่มี 1.47 แสนล้านเหรียญ และน้อยกว่า Disney ที่มี 1.533 แสนล้านเหรียญ เพียงแค่ 500 ล้านเหรียญเท่านั้น

หุ้นของ Netflix ได้มีมูลค่าสูงขึ้นถึง 4% ในช่วย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จากการประกาศความร่วมมือในการผลิตเนื้อหา (Content) ร่วมกับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา และมิเชล โอบามา ภรรยาของเขา

ในปี 2018 นี้ หุ้นของ Netflix ได้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 70% ซึ่งทางบริษัทยังคงเดินหน้าค้นหาไอเดียใหม่ๆในการสร้างเนื้อหาต้นฉบับ (Original Content) อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับศิลปินและผู้สร้างภาพยนตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์สยองขวัญจากไอเดียสุดบรรเจิดของ กีเยร์โม เดล โตโร (The Shape of Water) หรือคอมเมดี้สุดพิเศษของ สตีฟ มาร์ติน และมาร์ติน ชอร์ต ที่หวนกลับมาแสดงร่วมกันอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Netflix อาจซื้อโรงภาพยนตร์สำหรับฉายภาพยนตร์ของตนเอง เพื่อให้มีสิทธิได้เข้าชิงรางวัลสำคัญอย่างออสการ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ความทะเยอทะยานของ Netflix ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี มูลค่าโดยประมาณของ Disney นั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น เนื่องจาก Disney มีแผนเปิดตัวบริการสตรีมออนไลน์ในปี 2019 ซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยเนื้อหาอันมหาศาล ทั้งภาพยนตร์ (Marvel, Star Wars), ซีรีส์ และรายการโทรทัศน์ (ผลดีจากการเข้าซื้อกิจการของ Fox) ซึ่งอาจกลายเป็นผู้ให้บริการบริการสตรีมออนไลน์รายใหญ่แข่งกับ Netflix ก็เป็นได้

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[ไปดูดีมั๊ย?] รวมคอนเสิร์ตดีน่าดูในเดือนมิถุนายนนี้

Published

on

เดือนหน้าเป็นอีกเดือนที่มีคอนเสิร์ตดีๆมากมาย ทั้งศิลปินไทยและต่างประเทศ แมสและอินดี้ เพียบไปหมดเลยครับ หากไม่ได้วางแผน คำนวนเวลา คำนวนเงิน (และกันเงินเดือนบางส่วนเอาไว้) อาจจะพลาดอะไรดีๆไปได้ วันนี้ (ก่อนที่เงินเดือนเดือนหน้าจะหมดไป) ผมเลยรวบรวมคอนเสิร์ตดีๆ พร้อมข้อมูลให้ได้พิจารณากันว่าเดือนหน้าเราจะไปเฮกับงานไหนกันบ้าง งั้นเราไปดูกันเลยครับ

2-3 มิถุนายน : Cat T-Shirt 5

เป็นครั้งที่ 5 แล้วนะครับกับ เทศกาลดนตรีและเสื้อยืดประจำปีของ แคท เรดิโอ “Cat T-Shirt 5” ที่มีเสื้อยืดให้ได้ช้อปกันกว่า 200 กว่าร้านค้า กว่า 2,000 ลายใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทั้งจากดีไซเนอร์ ศิลปินเพลงหน้าเก่าหน้าใหม่ ที่มาเป็นพ่อค้าแม่ขายพร้อมแจกลายเซ็นเองกับมือ เป็นงานที่คุ้มมากๆได้ทั้งซื้อเสื้อเท่ๆ พบปะศิลปินที่คุณชื่นชอบและได้ดูคอนเสิร์ตด้วยในงานเดียวเลย

Venue : 2-3 มิถุนายนนี้ แอร์พอร์ต เรล ลิงค์ สถานีมักกะสัน

Time : 11.00-23.00 น.

Ticket : บัตรราคา 390 บาท ใช้เข้างานได้ทั้ง 2 วัน พร้อมคูปองส่วนลดซื้อเสื้อยืด มูลค่ารวม 600 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/cat-t-shirt5-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด :  บัตรไม่แพง (เพราะต้องมีเงินไว้ช้อป 555) งานมีสองวัน มีเสื้อเท่ๆเพียบ ได้ทั้งช้อป ทั้งชิล ทั้งเฮไปกับคอนเสิร์ตดีๆจากศิลปิน (ที่ต้องมีสักคน)ที่เราชื่นชอบมากมาย

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  : ศิลปินเยอะมากครับ ลองดูรายชื่อกันก่อนว่ามีใครบ้างที่เป็นคนโปรดของเรา และเปิดเพลงฟังอุ่นเครื่อกันเลยครับ !

THE TOYS, SINGTO NUMCHOK, THE PARKINSON, SWEAT16!, POLYCAT, B5, FLURE, V VIOLETTE, THE YERS, BURIN, EARTH PATRAVEE, RASMEE, PHUM, DENIMS (JAPAN), WHAL & DOLPH, BARBIES, PILLS, M YOSS, THE WHITE HAIR CUT, TEMP., BOYJOZZ, 25 HOURS


5 มิถุนายน : Boyce Avenue Live In Bangkok with Special Guest Room39

Boyce Avenue (บอยซ์ อเวนิว) เป็นวงคัฟเวอร์ระดับโลกจากฟลอริด้า ที่สร้างกระแสการตอบรับที่ดีจากแฟนๆทั้งในและต่างประเทศ จนได้ออกทัวร์ไปทั่วโลกและมีงานเพลงเป็นของตัวเอง

Boyce Avenue ประกอบด้วยสามพี่น้องหน้าตาดีระดับบอยแบนด์แห่งบ้าน แมนซาโน่ ได้แก่ อเลฮานโดร (ร้องนำ, กีตาร์, เปียโน), เฟเบียน (กีตาร์, ร้อง) และ แดเนียล (เบส, เพอร์คัชชัน, ร้อง) ทั้งสามฟอร์มวงขึ้นในปี 2004 แจ้งเกิดจากการร้องคัฟเวอร์เพลงดังลงยูทูป ด้วยเครื่องดนตรีอะคูสติกเรียบง่ายเพียงไม่กี่ชิ้น ผสานกับเสียงร้องอันแสนไพเราะและมีเอกลักษณ์ ขับกล่อมประสานกันอย่างยอดเยี่ยมลงตัว จนมีฐานแฟนเพลงมหาศาลทั่วโลก และทำให้พวกเขาได้กลายเป็นวงดนตรีอิสระระดับโลกไปในที่สุด การันตีความเพราะขั้นเทพด้วยยอดวิวบนยูทูปเกิน 3.7 พันล้านวิว! และมีสมาชิกติดตามถึง 10.6 ล้านคนในยูทูป !!!

นอกจากนี้ในงานยังมีวงเปิดเป็นวง Room39 ที่ก็เป็นวงที่โด่งดังจากการคัฟเวอร์เพลงด้วยเช่นกัน จนตอนนี้เป็นศิลปินที่มีงานเพลงเป็นของตนเอง และยังคงสร้างงานเพลงดีๆออกมาอย่างต่อเนื่อง

Venue : บีซีซี ฮอลล์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว

Time : 19.00 น.

Ticket : 2,800 / 2,300 / 1,800 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/boyce-avenue-with-special-guest-room39-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ถึงแม้ราคาบัตรออกจะหนักเสียหน่อย (ถูกสุด 1,800 บาท) แต่ถ้าเทียบระดับความคุ้มกับการได้ดูวงระดับโลกที่การันตีความไพเราะ นุ่ม เนี๊ยบ เหมาะแก่การไปฟังสดๆสุดๆ อีกทั้งเป็นครั้งแรกกับการมาเยือนไทย แถมยังมีวงเปิดเป็นวง Room39 ที่ไม่น่าพลาดกับการฟังสดจริงๆ จึงไม่น่าจะมีเหตุผลใดที่ควรพลาดเลยครับ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


9 และ 10 มิถุนายน : JAZZin’ it up with Smiles – No.1

งานรวมพลคนสายแจ๊ซ รวมนักดนตรีสาย JAZZ ที่มีประสบการณ์บนถนนดนตรีมาอย่างโชกโชน  และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในสายดนตรีมามากมาย มาไว้ในงานเดียวกัน งานนี้จัดขึ้นโดย บอย โกสิยพงษ์ และ นภ พรชำนิ จาก เลิฟ อิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ซึ่งรายชื่อศิลปินที่มาร่วมงาน ประกอบไปด้วย Nop Ponchamni & The Groovetomatix Band Featuring The Groove Riders – Trio , The Pomelo Town , Mellow Motif , Sunny Trio & Natt Buntita , Snapper Town , Siam Jazz Orchestra , College of Music – BSRU , RSU Quintet  and Special Guest Singers

ถือได้ว่าเป็นระดับเซียนแจ๊ซกันทั้งนั้น หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหล่าอัศวินสายแจ๊ซได้เลยครับ

Venue : โรงละครอักษรา ศูนย์การค้า คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพฯ

Time : 16.30 น.

Ticket : Early bird  ระหว่างวันที่ 19 – 25 พฤษภาคมนี้  ราคาเริ่มตันที่ 1,500 / 1,700 / 1,900 บาท  จากปกติราคา 1,800 / 2,000 / 2,200 บาท (ถ้าซื้อตั้งแต่วันที่ 26 จะราคานี้ครับ)  งานมีสองรอบรอบวันที่ 9 และ 10 รอบละ 500 ที่นั่งครับ

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/jazzin-it-up-with-smiles-no1-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : หากคุณเป็นคนที่รักในดนตรีแจ๊ซ คิดถึง นภ พรชำนิ คิดว่างานนี้คุ้มค่ามากๆและไม่ควรพลาดครับ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


9 มิถุนายน : Lula First Solo Concert

หากให้นึกถึงศิลปินหญิงสักคนหนึ่งในบ้านเรา เชื่อได้ว่าชื่อแรกๆที่ใครหลายคนจะต้องนึกถึงจะต้องเป็นเธอคนนี้ “ลุลา” เจ้าของน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และงานเพลงสุดละมุน ไพเราะชวนเคลิบเคลิ้ม และอ่อนไหวไปกับความรู้สึกและเรื่องราวในบทเพลงเหล่านั้นอาทิ ตุ๊กตาหน้ารถ , เรื่องที่ขอ , ทะเลสีดำ ,รักปาฎิหารย์ ซึ่งเป็นเพลงโปรดในดวงใจของใครหลายคน

คราวนี้เธอมาพร้อมกับ คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในรอบสิบปีของเธอ  พร้อมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษอีก 3 ชีวิต!!  ที่จะมาสร้างความสนุก เสริมสร้างบรรยากาศในแบบ LITTLE MISS LULLABY สร้างสรรค์ Production Design โดยกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ DUCKUNIT ที่กล้าการันตีได้เลยว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้ไม่ธรรมดา

Venue: GMM Live House @ Central World Fl.8

Time : 19.00 น.

Ticket : 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/lula-first-solo-concert-2018-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของลุลา ที่จะได้ฟังลุลาร้องเพลงให้ฟังแบบเต็มๆยาวๆสดๆ ท่ามกลางโปรดักชั่นดีๆที่มีธีมน่ารัก

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


12 มิถุนายน : Mr.Big Live In Bangkok

Mr.Big คือวงระดับตำนาน เป็นSupergroupจากLos Angeles สหรัฐอเมริกาซึ่งก่อตั้งวงในปีค..1988. สมาชิกดั้งเดิมที่เริ่มก่อตั้งประกอบไปด้วย Eric Martin (ร้องนำ), Paul Gilbert (กีต้าร์), Billy Sheehan (เบส), and Pat Torpey (กลอง)(1988-2018)  (ต่อมา Matt Starr มาร่วมตีกลองแทน Pat ตั้งแต่ปี 2014) ซึ่งแต่ละคนเรียกได้ว่าเป็นตัวเทพในแต่สาย อย่าง Paul Gilbert ก็เป็นกีตาร์ฮีโร่ในดวงใจของใครหลายคน Billy Sheehan ก็คือไอดอลสายเบส นอกจากนี้ยังมี Richie Kotzen สุดยอดมือกีตาร์ระดับเทพอีกคนที่มาร่วมงานแทน Paul ในช่วงปี 1999-2001 ก่อนที่ Paul จะกลับมารับหน้าที่มือกีตาร์อีกครั้ง

พวกเขามีชื่อเสียงในด้านของความเป็นนักดนตรี มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือการร้องประสานในบทเพลง การเรียบเรียงและการเล่นที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพตัวจริงทำให้บทเพลงของเขาสามารถเข้าถึงผู้คนได้จนถึงทุกวันนี้

Venue : GMM Live House @ Central World Fl.8

Time : 20.30 น.

Ticket : 3,000 / 2,000 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/mr-big-live-in-bangkok-2018-th.html

https://www.ticketmelon.com/pmg/mrbigliveinbangkok

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นวงขั้นเทพสายร็อคที่โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ แถมราคาบัตรไม่แพงจนเกินไป หากเทียบกับความเทพของวง

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


13 มิถุนายน : Extreme Asia Tour 2018 Bangkok

เป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของหนึ่งวงร็อคระดับตำนาน Extreme ที่ก่อตั้งวงโดย Gary Cherone (ร้องนำ) และNuno Bettencourt (มือกีตาร์) ตั้งแต่ปี 1985

Extreme คือวงที่สามารถจัดได้ว่าเป็นประเภทเดียวกับวงระดับตำนานอย่าง Van Halen,Queen,Aerosmith,Mr.Big หรือLed Zeppelin โดยพวกเขาได้ให้คำจำกัดความแนวดนตรีของตัวเองว่าเป็น”Funky Metal”และ ได้พัฒนามาเรื่อยๆ โดยดึงเอาแรงบันดาลใจจากหลายๆแนว เช่น Classic rock มาผสมกับแนวอย่างPost-Grunge และAlternative rock

Nuno Bettencourt นักแต่งเพลงลูกครึ่งอเมริกันโปรตุเกต เป็นสมาชิกวงที่โด่งดังมาก ด้วยความหล่อเหลาและฝีมือขั้นเทพ เขาเป็นเค้าเป็นที่รู้จักในนามของหนึ่งในสุดยอดมือกีต้าร์ของวงExtreme  นอกจากนั้นยังมีผลงานเดี่ยวของตัวเอง และร่วมวงกับศิลปินอื่นๆอีกมากมาย

Venue : GMM Live House @ Central World Fl.8

Time : 20.00 น.

Ticket : 3,000 / 2,000 บาท

ช่องทางการซื้อบัตร : http://www.thaiticketmajor.com/concert/extreme-asia-tour-2018-Bangkok-th.html

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ผมเชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟน Mr.Big ก็จะเป็นแฟน Extreme ด้วย ถ้ามีเวลาและทุนทรัพย์ก็คิดว่าควรจัดทั้งสองงานเลย (แถมงานจัดขึ้นที่เดียวกัน ราคาบัตรเท่ากัน วันเล่นต่อกันอีกต่างหาก) เหตุผลที่ไม่ควรพลาดสำหรับ Extreme ก็เช่นเดียวกัน วงระดับตำนาน กับงานเพลงคุณภาพ ในราคาที่ไม่แพงมากนัก

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


คราวนี้เรามาดูคอนเสิร์ตสายอินดี้กันดูบ้างครับ

9 ,15 และ 23 มิถุนายน : Fungjai Lab

Tiger presents “Fungjai Lab” ซีรีส์ 3 งานคอนเสิร์ตจากฟังใจเปิดประสบการณ์การฟังเพลงด้วยแนวเพลงที่หลากหลายให้คุณได้มาร่วมกันพบสมมุติฐานความสนุกจากห้องทดลองแลปทั้งสามวิชาแบบนอกหลักสูตร

โดยสามารถเลือกเรียนวิชาที่ชอบหรือเทคคอร์สทั้งหมดสามวิชาได้เลย!!! โดยวิชาทั้งสามประกอบไปด้วย

EP1. Psychedelic 101

วิชาที่จะพาผู้ชมทุกท่านไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ในการดูดนตรีผ่านจิตใต้สำนึกของคนดู 

 คาบเรียน: 9 มิ.. 2018  

 ตัวแปรต้น: Diaries  

 ตัวแปรตาม: Cloud Behind  

 ตัวแปรแทรกซ้อน: Chladni Chandi  

 ตัวแปรควบคุม: Buddhist Holiday  

EP2. Electronic 101

วิชาที่จะรวมจังหวะทุกจังหวะแสดงร่วมกับแสงสีสร้างประสบการณ์ร่วมให้เสมือนเราเป็น 

ส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับบทเพลงและเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ไปกับวงดนตรี 

คาบเรียน: 15 มิ.. 2018  

ตัวแปรต้น: Telex Telexs  

ตัวแปรตาม: DCNXTR  

ตัวแปรแทรกซ้อน: S.O.L.E.  

ตัวแปรควบคุม: Cyndi Seui  

EP3. Thai Fusion 101

วิชาที่นำเสนอสิ่งที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวันของคนไทยเพราะความเป็นไทยไม่เคย มีกฎเกณฑ์หรือคำจำกัดความแต่มันอยู่กับเราทุกที่ทุกเวลาผสมผสานไปกับการใช้ชีวิตของเรา 

คาบเรียน: 23 มิ.. 2018  

ตัวแปรต้น: Isanjah  

ตัวแปรตาม: Boyjozz  

ตัวแปรแทรกซ้อน: ไปส่งกู๊บขส.ดู๊ 

ตัวแปรควบคุม: Srirajah Rockers 

Venue: Glowfish (สาธร)

Time : 18.00 .

Ticket : หากซื้อก่อน 2 มิ.ย. จะราคางานละ 200 บาท (จากนั้นจะปรับเป็น 350 บาท)

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/864/fungjailab

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : เป็นงานรวมเหล่าศิลปินอินดี้ ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เคยมีมา โดยสามารถเลือกกลุ่มศิลปินที่ชื่นชอบ และไปร่วมสนุกในแลปความมันส์และสร้างสรรค์นี้กันได้เลย นอกจากนี้ราคาบัตรยังบอกได้เลยว่า ถูกมาก บอกได้คำเดียวครับว่า คุ้ม !!!

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :  ผมจะเอาตัวอย่างงานเพลงจากศิลปินในแต่ละวิชามาให้ฟังกันดูนะครับ

วิชา Psychedelic 101

วิชา Electronic 101

วิชา Thai Fusion 101


9 มิถุนายน : Standing Egg

Standing Egg คือที่สุดของวงดนตรีสายชิล จากเกาหลีใต้ ที่มีผลงานเพลงเพราะๆมากมาย ต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ปี 2010

เสน่ห์ของ Standing Egg คือ เพลงเพราะ ฟังเพลินในสไตล์อะคูสติคป็อปผสานเสียงร้องนุ่มละมุนหู อีกทั้งในแต่ละอัลบั้มยังมีศิลปินรับเชิญสายชิลมาร่วมแจมมากมาย

Standing Egg มีสมาชิกหลัก 3 คนประกอบด้วย Egg1, Egg2 และ Egg3  (เก๋ป่ะเล่า 555) มีผลงานออกมาแล้วทั้งหมด 5 อัลบั้ม 7 อีพี และ 1 สเปเชี่ยลอัลบั้ม ซึ่งงานเพลงจากอัลบั้มเหล่านี้ได้เป็นเพลงในดวงใจและอยู่ในเพลย์ลิสต์ฟังเพลินของใครหลายคน

Venue:  Voice Space (วิภาวดีรังสิต)

Ticket: 2,400 / 2,000 / 1,600 บาท

Time: 18.00 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/standingeggbkk2018

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานสำหรับแฟนๆ Stanging Egg ส่วนใครที่เป็นแฟนเพลงใหม่หรือยังไม่คเยฟัง อยากให้ลองฟังเพลงของพวกเขาดูแล้วคุณจะรู้เลยว่าทำไมถึงไม่ควรพลาด

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


14 มิถุนายน : Se So Neon

คอนเสิร์ตแรกในเมืองไทยของวงอินดี้หน้าใหม่จากแดนโสม “Se So Neon”  วงอินดี้ร็อคเจ้าของรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม Rookie of The Year จากงาน Korean Music Awards 2018

Se So Neon  (새소년)  เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า “คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่” ซึ่งเป็นชื่อนิตยสารวัยรุ่นที่ตีพิมพ์ในปีช่วงปี 60-80  ที่พวกเขาไปเจอมาในร้านหนังสืออิสระ ด้วยความถูกใจก็เลยนำมาตั้งชื่อวงเลย

Se So Neon มีสมาชิก 3 คนประกอบไปด้วย Hwang So-Yoon (ร้องนำ กีตาร์), Moon Fancy (เบส), และ Gang To (กลอง)

Venue: PLAY YARD by Studio Bar (ลาดพร้าวซอย 8)

Ticket: 400 บาท (หน้างาน 500 บาท)

Time: 19.00 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/sesoneonliveinbkk

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : ถึงแม้จะเป็นวงหน้าใหม่ แต่ฝีมือนั้นไซร้ไม่ธรรมดาเลย อีกทั้งยังมีวงเปิดเป็นวงอินดี้คุณภาพอย่าง FWENDS และ Folk9 อีกด้วย  เป็นความคุ้มในราคา 400 บาทที่คุ้มแสนคุ้มเลยจริงๆ

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :

 


20 มิถุนายน : Suuns

พบกับ SUUNS วงอิเล็กทรอนิกอาร์ตร็อก จากมอนทรีอัลแคนาดา ที่จะทำให้ฟลอร์เต้นรำสะเทือนไปกับเสียงเบส แสงไฟ และเมโลดี้ลึกลับเกินคาดเดา แต่ขณะเดียวกันก็อัดแน่นไปด้วยบีตสุดมันที่พร้อมกระตุกต่อมแดนซ์ในตัวคุณให้ดิ้นแบบหยุดไม่อยู่ !!!

เสน่ห์ของวง SUUNS คือการหยิบจับดนตรีแนวต่าง มาใส่เข้าไปในบีต รวมถึงซาวด์อิเล็กทรอนิกที่สร้างสรรค์ขึ้นมาก็ทำได้อย่างแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ฮิปฮอปดาร์ก ดีพเฮาส์ลอย ๆ , ดนตรีอิเล็กทรอนิกใต้ดินจากยุค 90s ที่ได้อิทธิพลกลองสไตล์แบ็กกี้, หรือหยิบเอาเมโลดี้กีตาร์หรือซาวด์กลองที่ใช้ในเพลงไซคีเดเลียปลายยุค 60s มาใส่ในเพลงได้อย่างน่าสนใจ 

Venue: De Commune

Ticket: 1,300 บาท

Time: 21.30 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/hyhbkk/suuns

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : งานดนตรีที่มีเอกลักษณ์ แดนซ์บีตแบบหน่วงๆ พร้อมปล่อยใจไปล่องลอยกับบทเพลงไร้ขีดจำกัด  ใครมาสายนี้ต้องไม่พลาด ! 

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย  :


24 มิถุนายน : Siamese Cats

พบกับอินดี้รุ่นเก๋าจากแดนปลาดิบ ที่มีชื่อเป็นแมวไทยว่า “Siamese Cats”  ซึ่งเป็นหนึ่งในวงอินดี้ที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง งานเพลงคุณภาพสะใจสายอินดี้แน่นอน

เพลงของพวกเขามีความเป็น Alternative Rock ที่ไม่หนักหน่วงจนเกินไป ผสมผสานเสียงร้องเท่ๆจนเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทางวงมีผลงานออกมาแล้ว 4 อัลบั้ม โดยมีเพลงฮิตอย่าง “Girl at The Bus Stop” และ“Travel Agency”

นอกจากนี้ยังวงเปิดเป็นวงที่พวกเขาเรียกตัวเองว่าโอตาคุป็อปแบนด์นั่นคือ  ”Seal Pillow”   และยังมีวง Costlywood อินดี้ป๊อปหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่จับตามอง

Venue: PLAY YARD by Studio Bar (ลาดพร้าว ซอย 8)

Ticket: 400 บาท (หน้างาน 500 บาท)

Time: 21.00 น.

ช่องทางการซื้อบัตร : https://www.ticketmelon.com/sss/siamesecats

เหตุผลที่ไม่ควรพลาด : แค่ฟัง Siamese Cats ก็คุ้มสุดๆแล้ว 400 บาทได้ฟังวงอินดี้ระดับนี้เรียกได้ว่า ไม่น่าลังเลเลยอีกทั้งยังมีวงเปิดมาอุ่นเครื่องความเพลินอย่าง Seal Pillow กับ Costlywood อีกต่างหาก รับรองฟิน !!!

ลองมาฟังตัวอย่างเพลงโดนๆกันหน่อย 

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

Paramount เลื่อนกำหนดฉาย Transformers 6 : เหลือไว้แค่ภาคแยก Bumblebee

อนาคตของแฟรนไชส์ Transformers เริ่มไม่แน่นอน หลังจากที่ Paramount Pictures ได้เลื่อนกำหนดการฉายของ Transformers 6 ออกกำหนดการเดิมในปี 2019

Published

on

เว็บไซต์ The Wrap ได้รายงานว่า Paramount Pictures ได้ถอดกำหนดการฉาย Transformers 6 ในปี 2019 ออก โดยเหลือเพียง Bumblbee เป็นภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวในแฟรนไชส์ โดยมีกำหนดฉายในเดือนธันวาคม 2018 และกำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้

เดิมที Paramount Pictures ได้วางกำหนดการฉาย Transformers 6 ไว้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2019

Bumblebee

ก่อนหน้านี้ในงาน Toy Fair เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2018 ที่ผ่านมา ได้มีรายงานจากสายงานการลงทุนของ Hasbro เจ้าของลิขสิทธิ์ของเล่น Transformers ที่ได้รับการดัดแปลงเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์โดย Paramount Pictures ว่าจะทำการ “ยกเครื่อง” เรื่องราวของแฟรนไชส์ใหม่ทั้งหมด หลังจากที่ Bumblebee ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น Paramount Pictures ก็กำลังยกเครื่องแฟรนไชส์ Terminator ใหม่ทั้งหมดอีกด้วย หลังจากความล้มเหลวของ Terminator: Genisys เมื่อปี 2015

ไมเคิล เบย์ ผู้กำกับ Transformers 1 – 5

ไมเคิล เบย์ ได้เริ่มกำกับภาพยนตร์ Transformers ภาคที่ 1 เมื่อปี 2007 มาจนถึง Transformers 5: The Last Knight เมื่อปี 2017 โดยเริ่มปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องของ Transformers ให้ไปในทิศทางอื่นใน Transformers 4: Age of Extinction และ Transformers 5: The Last Knight ซึ่งทั้ง 2 เรื่องต่างก็ได้รับคำวิจารณ์ในด้านลบจากนักวิจารณ์และผู้ชม

Transformers 5: The Last Knight

ข้อมูลอ้างอิง : screenrant

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!