Connect with us

What The Fact

5 วิธีที่จะทำให้วงดนตรีของคุณมีซาวด์เหมือน The 1975 

การกลับมาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ “Give Yourself A Try” ซิงเกิ้ลเปิดตัวสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 3 ของวงที่มีชื่อว่า A Brief Inquiry Into Online Relationships (2018) และลุคใหม่ที่จี๊ดจ๊าดของ Matty Healy ทำให้เรารู้ว่า The 1975 จะยังคงท็อปฟอร์มอยู่อย่างแน่นอน

The 1975 เป็นอีกหนึ่งวงที่มีสุ้มเสียงสำเนียงอันเป็นเอกลักษณ์  ล่องลอย เสียงสังเคราะห์ที่มีกลิ่นอายของยุค 80 แต่มีประกายของโลกอนาคต มันเป็นซาวด์ที่ส่งอิทธิพลต่อวงดนตรีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น The Japanese House , Plae Waves ที่โปรดิวซ์โดยสมาชิกวง The 1975 ซาวด์แบบที่ไม่ว่าจะฟังอย่างไรเราก็รู้สึกว่ามันมีเสน่ห์และไม่ตกยุค ใครที่เล่นดนตรีก็คงจะอยากลองเล่นหรือทำเพลงให้มีซาวด์แบบนี้ดูบ้าง วันนี้เราจะมาดูวิธีง่ายๆในการทำให้ซาวด์ของวงคุณเป็นแบบ The 1975

1. หา sampling pad มาใช้ซะ

จอร์จ เดเนียล (George Daniel) มือกลองของวง ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างซาวด์แบบ The 1975  แรกเริ่มเดิมทีเขาก็เป็นคนเล่นกลองทั่วๆไป แต่ต่อมาเมื่อได้เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีทางด้านดนตรีมากขึ้นเรื่อยๆ ไอเดียมันก็เลยบรรเจิดขึ้นมา ซึ่งมันจะเปล่งประกายให้เห็นในเพลง ‘I Like It When You Sleep…(ขอใส่จุดๆๆๆเพราะชื่อเพลงยาวมาก)

ซึ่งเคล็ดลับของซาวด์ในเพลงนี้ก็คือ “sampling pad”  โดยตัวที่เขาใช้คือ Roland SPD-SX ที่ช่วยให้เขาแซมเปิ้ลเสียงต่างๆใส่ลงไปในการบันทึกเสียงได้ นอกจากนี้มันยังสามารถปรับแต่งได้ในขณะที่เล่นสดด้วย

Roland SPD-SX

ซึ่งเจ้า Roland SPD-SX สนนราคาเป็นเงินไทยก็อยู่ที่ 27,000 บาท แต่ถ้าหากอยากได้ตัวเลือกที่ย่อมเยากว่านี้ AKAI MPX16 ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ สนนราคาอยู่ประมาณ 9,300 เท่านั้นเองครับ ถือว่าย่อมลงมาเยอะเลย

AKAI MPX16

2. แค่นี้ยังไม่พอหรอก คุณต้องมีโปรแกรมทำเพลงบันทึกเสียงที่ดี

เครื่อง Sampler นั้นดีสำหรับการทดลองอะไรใหม่ๆ การสร้างลูปเสียงและ การใส่เสียงนอยซ์เป็นพื้นหลังลงไปในการบันทึกเสียงสด แต่สำหรับการทำงานในสตูดิโอเราจำเป็นที่จะต้องมีซอฟแวร์ที่ดี ที่เราพึ่งพาได้และไม่งอแง ซึ่งโปรแกรมที่ The 1975 ใช้นั่นก็คือ Ableton Live ซึ่งเป็นโปรแกรมยอดนิยมที่ใช้กันแพร่หลายตั้งแต่ Skillex ยัน Justice แค่นี้ยังไม่พอคุณต้องมี plugin ดีๆด้วยซึ่ง The 1975 เลือกใช้ iZotope ในเพลง ‘I Like It When You Sleep…’ แต่ถ้ามีกำลังทรัพย์และอยากจัดเต็ม เราจัด Ableton push controller ซึ่งจะทำให้คุณสามารถปรับแต่งมันได้แบบสดๆเลย

Ableton Live

Ableton push controller

แต่เอาจริงๆแล้วมันไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับการทำเพลงใดๆ อย่างงานเพลงที่ Steve Lacy ทำกับ อนั้นคุรรู้ไหมว่าเค้าใช้แค่โปรแกรม Garageband ในเครื่องไอโฟนเท่านั้น และถ้าคุณถามถึงตัวเลือกอื่นนอกเหนือจาก Ableton แล้วล่ะก็ Logic ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวเชียวล่ะ

Logic

3.ครองเวทีด้วยกีตาร์ดีๆสักตัว

“แค่กีตาร์ตัวเดียวก็เปลี่ยนชีวิตได้” แมตตี้ ฮีลลี (Matty Healy) เคยกล่าวไว้เช่นนั้น มีอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิตที่เขาดาวน์มาก รู้สึกสิ้นหวังไปทุกสิ่ง ส่งเพลงไปที่ค่ายไหนเขาก็ปฏิเสธ ผู้จัดการวงก็เลยชวนเขาไปเปลี่ยนบรรยากาศที่ลองแองเจลิส ที่นั่น แมตตี้ ได้พบกับผู้คนมากมายและได้กีตาร์มาหนึ่งตัว นั่นก็คือ Fender ‘65 Mustang  และตั้งแต่นั้นมาชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป

Fender ‘65 Mustang  สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท ซึ่งถ้าหากมีทุนทรัพย์ก็ควรจัดกีตาร์ที่ อดัม ฮาน (Adam Hann) มือกีตาร์ใช้ตัวนั่นก็คือ Music Man รุ่น John Petrucci มือกีตาร์แห่งวงโปรเกรสซีฟร็อค Dream Theater นั่นเอง

Fender ‘65 Mustang

Music Man รุ่น John Petrucci

แต่ถ้าจะเอาให้ถูกกว่านี้ก็ Fender Stratocaster เลยครับ ดี เด็ด คลาสสิค และถูก (กว่ารุ่นอื่นๆ)  สนนราคาประมาณ 20,000 บาท

Fender Stratocaster

4. ลืมเสียงคลีนไปได้เลย คุณต้องมี pedal

ตอนนี้ผ่านมา 3 ข้อ คุณก็เกือบจะเท่แบบ The 1975 แล้ว แต่ยังก่อน ยังมีอีกเรื่องนั่นก็คือ เอฟเฟคก้อน (pedal) ที่จะช่วยสร้างบรรยากาศลอยล่องและเสียง reverb วิ้งๆให้กับการเล่นและการร้องของคุณ ซึ่งชุด pedal ที่แมตตี้ใช้นั้นประกอบไปด้วย chorus , fuzz และ delay รับรองสามตัวนี้อยู่ด้วยกันลอยเลยล่ะ

สำหรับ delay ตัวที่แมตตี้ใช้นั้นคือ Boss DD-3 , chorus ใช้ Electro-Harmonix Clone Theory และ fuzz ใช้เป็นตัว Analogman Sun Face  ถ้าคุณสามารถจัดได้ทั้งสามตัวก็จัดไปเลย !

Boss DD-3

Electro-Harmonix Clone Theory

Analogman Sun Face

แต่ถ้าเอาถูกกว่านี้ที่ควรมีแน่ๆก็คือ Boss DD-3 ส่วน chorus ก็อาจเลือกใช้เป็น Behringer UC200 ได้ครับ

Behringer UC200

5. แอมป์ แอมป์ แอมป์ !

เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งใช้เงินหมดนะ เพราะว่ายังมีอีกสิ่งที่สำคัญ (คราวนี้สุดท้ายจริงละ) นั่นก็คือปราการด่านสุดท้ายที่เรียกว่า แอมป์ นั่นเองครับ ซึ่งแอมป์กีตาร์ที่ ฮานใช้นั่นคือ Hiwatt ซึ่งเขานิยามว่ามันเป็นแอมป์ที่ “ยืดหยุ่นและใสกริ๊บ” ที่สุดละ

Hiwatt

ส่วนมือเบส รอส แม็คโดนัล (Ross MacDonald) นั้นเลือกใช้เบส Fender Precision ซึ่งเขาเคยใช้ทั้งรุ่น standard และ vintage เลย โดยต่อเข้าที่ตู้แอมป์ Ashdown 60 เพียงเท่านี้เราก็ครองเวทีได้แล้ว

Ashdown 60

แต่ถ้าอยากได้รุ่นที่ถูกกว่านี้ แต่ยังได้เสียงที่ดีโดนใจ มือเบสควรเลือกใช้ EB Lite ซึ่งเป็นแอมป์ของ Ashdown รุ่นที่ถูกลงมา ส่วนมือกีตาร์นั้นไซร้ขอแนะนำให้ใช้ แอมป์ Marshall รุ่น MG30CFX  ครับรับรองเด็ด!

Ashdown EB Lite

Marshall รุ่น MG30CFX

หมดแล้วครับเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อในการทำให้ซาวด์ของวงคุณเป็นแบบ The 1975 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเหนืออื่นใด อย่าใช้เงินหมดเกลี้ยงกระเป๋าจนเดือดร้อน ไม่มีเงินทานข้าว ไม่มีเงินเลี้ยงแฟนจนโดนทิ้งอะไรแบบนั้นนะครับ เราควรเลือกใช้แบบพอดีๆ การที่เรามีอุปกรณ์แบบ The 1975 ก็ใช้ว่าเราจะทำเพลงได้แบบนั้น สิ่งสำคัญคือการหาเอกลักษณ์ของตัวเองให้พบ ทำเพลง เล่นดนตรีในแบบที่เราเป็นดีกว่า ส่วนเคล็ดลับในวันนี้ก็ใช้เป็นแนวทางให้ได้รู้ ได้เข้าใจ เพื่อที่เราจะได้ค้นหาสุ้มเสียงสำเนียงในแบบของเราต่อไปครับ

ขอให้โชคดี มีความสุขกับเสียงดนตรีนะครับ !!!


ที่มา

http://www.nme.com/blogs/sound-like-1975-guide-kit-instruments-2155933 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!