Connect with us

What The Fact

7 เพลงฮิตนอกกระแสฟังสบายๆ ในวันหยุด !!!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ถ้าพูดถึงเรื่องเพลง ปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพลงนั้นเข้ามามีอิทธิพลกับมนุษย์เราจริงๆ

A young woman listening to music

และเชื่อว่าในยามว่าง การฟังเพลงก็เป็นการผ่อนคลายของคนเราอีกแบบหนึ่ง

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เขียนบทความนี้

เนื่องจากวันก่อนแอดมินได้ไปนั่งเล่นห้องรุ่นน้องคนหนึ่ง และรุ่นน้องคนนั้นก็เข้ามาบ่นให้แอดมินฟังว่า

” พี่ช่วยผมหน่อย มีเพลงอะไรใหม่ๆ มาแนะนำไหม ผมคิดไม่ออกว่าจะฟังเพลงอะไร เปิดเพลงฟังก็มีแต่เพลงเดิมๆ “

คำพูดของน้องวันนั้น เลยกลายมาเป็นบทความ “7 เพลงฮิตนอกกระแสฟังสบาย” ในวันนี้ ฮ่าๆ มันมีจริงๆ นะครับคนที่ไม่รู้จะฟังเพลงอะไร วันนี้แอดมินเลยนำ 7 เพลงนอกกระแสน่าฟัง มาให้ลองฟังกัน ไปดูกันเลยจ้า

1.SIRIMONGKOL – APRIL

สำหรับเพลงนี้ แอดมินแนะนำเลยจ้า ฟังได้แบบเพลินๆ สบายๆ ในวันหยุด หรือใครที่เพิ่งอกหักรักคุด ต้องการหาเพลงที่มันเศร้ากระแทกใจ อารมณ์แบบอยากกลับมาคืนดีด้วย ต้องเพลงนี้เลย มีน้ำตาไหลแน่นอน ส่วน MV นั้นก็ถ่ายได้แปลกมากจริงๆ ลองไปดูกันนะ

2.Zweed n’ Roll – ช่วงเวลา

เอาจริงๆ นะ ที่แอดมินเอาเพลงนี้มาให้ฟัง ตัวแอดมินเองก็ยังไม่รู้เลยว่า มันติดหูมาตอนไหน จำได้ว่าเพลลิสใน Youtube มันเล่นเพลงนี้ขึ้นมาเอง ตอนนั้นไม่ตั้งใจฟังนะ ชื่อเพลงยังไม่หันไปดูเลย พอฟังจบเท่านั้นแหละ รอบเดียวติดหูเลย จังหวะ อารมณ์ เนื้อร้อง มันลึกมากอะ ขนลุกเบาๆ เพลงนี้ สำหรับคนชอบเพลงเศร้านะ แอดมินชอบมาก

3.Safeplanet – ห้องกระจก

“วันหยุดสบายๆ กับหนังสือเล่มโปรด ในมุมที่ใช่ ภายในบ้าน

จิบกาแฟสักแก้ว พร้อมกับสายลมที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามา

กระทบผิวกายเรา ทำให้รู้สึกเย็นเบาๆ พร้อมกับเปิดเพลงนี้”

มันเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ ใครชอบความรู้สึกเพลงแบบพักผ่อน ต้องเพลงนี้เลยจ้า เนื้อหาดี ฟังแล้วเพลิดเพลินมากว่าเศร้า นะ

4.Whal & Dolph – นานนาน

เอาจริงๆ เพลงนี้เหมาะกับการเปิดตอนไปสวีทกับแฟน หรือเวลาไปพักร้อนกันสองต่อสองจริงๆ นะ เนื้อหาเพลงน่ารัก ถ้าเปิดฟังกับแฟน พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ สักกระป๋อง มองวิวทะเลในยามเย็น บอกเลยว่า คุณจะเป็นคนที่โรแมนติก สุดๆ ไปเลยล่ะ

5.Boy Imagine – แค่ไหน แค่นั้น

สำหรับใครที่ชอบฟังเพลงที่มีเนื้อหาดีๆ ต้องเพลงนี้เลยดนตรีฟังสบายๆ เนื้อหาเพลงประมาณว่า

“คุณกำลังทำข้อสอบอย่างตั้งใจ โดยตัวคุณเองคิดว่าทำได้แน่นอนขอเวลาคิดอีกสักหน่อย

แต่เมื่อเวลาในการทำข้อสอบหมด ถึงแม้ว่าข้อที่เหลือ คุณรู้อยู่แล้วว่าทำได้

ยังไงคุณก็ต้องวางปากกา และเดินออกมาจากห้องสอบ เพราะมันเป็นเงื่อนไขของเวลา

ความรักก็เช่นกัน

6.TELEx TELEXs – เรือใบ (Acoustic Version)

เพลงอินดี้นอกกระแสวันนี้ขอนำเสนอเพลง เรือใบ ของวง TELEx TELEXs (ทีเร็กซ์ ทีเร็กซ์) เอาจริงๆ แค่ชื่อวงก็เท่แล้ว สำหรับใครที่หาเพลงฟังวันหยุด เป็นเพลงเศร้า ที่ดูจะไม่เศร้ามาก เอ๊ะยังไง!!! ต้องลองฟังเลยนะเพลงนี้

7.electric.neon.lamp – ภาวินี

เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลง ที่ฟังครั้งแรก แอดมินถึงกับต้องหันหัวดังควับ!! กลับมามองอย่างไวเลยว่า เอ๊ะนี่มันเพลงของใคร ชื่ออะไร ได้ยินครั้งแรก ทุกอย่างมันลงตัว จังหวะ ดนตรี พอฟังดีๆ เนื้อหาเพลงก็สวยด้วยนะ เป็นยังไงลองไปฟังกันเด้อ


เป็นยังไงกันบ้างเพื่อนๆ 7 เพลงที่แอดมินนำมาให้ได้รู้จักกัน มีสักเพลงที่ชอบบ้างไหม แค่เพลงเดียวแอดมินก็ดีใจแล้วนะ ฮ่าๆ วันนี้ไม่มีอะไรแล้วทิ้งท้ายสวยๆ ไปด้วยว่า

“อย่าปล่อยให้ความรัก เปรียบเหมือนกับควันบุหรี่

ที่เข้มข้นในช่วงแรก และเบาบางสลายหายไปในตอนปลาย”

เจอกันใหม่ในบทความหน้าว่าจะมีอะไรสนุกๆ มาให้ติดตามกันอีกน้า วันนี้ลาไปก่อน บ๊ายบาย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

คำวิจารณ์แรก John Wick 3 จากรอบทดลองฉาย : แอ็คชั่นยอดเยี่ยม แต่เยอะเกินไป

Published

on

ผู้กำกับ แชด สตาเฮลสกี กำลังเร่งตัดต่อ John Wick: Chapter 3 – Parabellum ซึ่งมีทั้งเวอร์ชัน Director’s Cut และ Screening Cut โดยเวอร์ชันสมบูรณ์จะเข้าฉายในเดือนพฤษภาคม 2019 นี้

สำหรับเวอร์ชัน Screening Cut สำหรับฉายรอบทดลองนั้น ได้มีการเชิญผู้ชมมาอย่างหลากหลาย รวมถึงแฟนตัวยงของแฟรนไชส์ John Wick ด้วย

คำวิจารณ์ในรอบทดลองฉายนี้ “ส่วนใหญ่แสดงความชื่นชมฉากแอ็คชันอันยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟน ๆ ชอบมากที่สุดในแฟรนไชส์ John Wick แต่ในขณะเดียวกันมันก็ดูจะมากเกินไป”

แชด สตาเฮลสกี ได้กล่าวว่า John Wick: Chapter 3 – Parabellum จะมีหลายอย่างเพิ่มขึ้นจากภาคก่อนถึง 20% ทั้งตัวละครมากขึ้น และฉากแอ็คชั่นที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 3 ฉาก อีกทั้งฉากแอ็คชั้นที่เพิ่มขึ้นอากอีกอย่างน้อย 3 ฉาก

นอกจากนี้ John Wick: Chapter 3 – Parabellum ยังมี 2 เส้นเรื่อง ซึ่งทำให้ตัวภาพยนตร์ยาวขึ้นกว่าภาคก่อนด้วย

ทั้งนี้ จากกระวิจารณ์ต่าง ๆ ทำให้น่าสนใจว่า แชด สตาเฮลสกี จะตัดต่อ John Wick: Chapter 3 – Parabellum ไปในทิศทางใดต่อไป

John Wick: Chapter 3 – Parabellum มีกำหนดฉายวันที่ 16 พฤษภาคม 2019 นี้

ข้อมูลอ้างอิง : cinemablend

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

เผด็จศึก! The Marvel Experience Thailand ประกาศปิดให้บริการ

Published

on

By

เป็นเวลา 7 เดือนที่สวนสนุกธีมพาร์กซูเปอร์ฮีโร่จากค่าย Marvel ได้มาเปิดให้บริการในประเทศไทย แม้ช่วงแรกจะเผชิญกับกระแสดราม่ามากมาย ซึ่งทางผู้จัดก็ไม่ยอมแพ้ พยายามพัฒนาฝ่าฝันกันเรื่อยมา… แต่ในที่สุดช่วงค่ำวันนี้ The Marvel Experience Thailand ได้ประกาศปิดให้บริการ แล้ว โดยจะปิดให้บริการในวันที่ 29 มกราคมนี้ และรอบสุดท้ายของการเล่นคือ 18.00 น.

โดยมีแถลงการณ์และรายละเอียดการคืนบัตรดังนี้

 

นับว่าเป็นเรื่องที่น่าใจหาย แต่จากแถลงการณ์แล้วดูเหมือนว่าจะเป็นการปิดเพื่อพัฒนาใหม่ให้เต็มรูปแบบมากกว่าเดิม เอาเป็นว่าเราขอเอาใจช่วยนะ รีบกลับมาปกป้องโลกละ สู้!

อ่านรีวิวสถานที่
https://www.beartai.com/lifestyle/257417

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[ไปดูดีมั๊ย?] คอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของศิลปินผู้บุกเบิกแนวดนตรี Vaporwave “Flamingosis”

Published

on

วันพฤหัสบดีที่ 24 นี้จะมีคอนเสิร์ตดีๆที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งงาน จึงอยากมาแนะนำให้เพื่อนๆได้ลองไตร่ตรองดูว่าจะ “ไปดูดีมั๊ย?”

งานที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 นี้ คือ งานคอนเสิร์ตที่มีชื่อว่า “Murmur! show Flamingosis Live in Bangkok” เป็นไลฟ์โชว์ครั้งแรกในเมืองไทยของ Aaron Velasquez หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า “Flamingosis”

เราไปดูรายละเอียดของงานนี้ และมาทำความรู้จักกับหนุ่มคนนี้กันดีกว่าครับ

Murmur! show Flamingosis Live in Bangkok”

Artist : Flamingosis 

Promoter : Murmur! 

Venue : NOMA BKK RCA

Date : 24 มกราคม 2562

Price : 950 บาท (ฟรีหนึ่งดริงค์)

Ticket : www.ticketmelon.com/murmur/flamingosis2019

Aaron Velasquez หรือ “Flamingosis” (ชื่อนี้ได้มาจากจานร่อนที่พ่อของเขาเป็นคนประดิษฐ์ขึ้น) เป็น Electronic Music Producer และ DJ หนุ่มวัยเพียง 28 ปีจากรัฐ New Jersey

เขาเป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์ผู้บุกเบิกแนวเพลง Vaporwave หรือ Future Funk  โดยแรกเริ่มเขาได้รับอิทธิพลแนวดนตรีสไตล์วินเทจฟังก์และดิสโก้จากโปรดิวเซอร์มือเก๋าอย่าง Flying Lotus และ J Dilla ต่อมาเขาได้นำมันมาพัฒนาเป็นแนวทางของตนเองจนได้งานดนตรีที่มีชีวิตชีวิตและเปี่ยมไปด้วยสีสัน และเขาก็พร้อมที่จะระเบิดความมันส์ในทุกไลฟ์โชว์ของเขา

ปัจจุบัน Flamingosis มีอัลบั้มออกมามากมาย และล่าสุดกับอัลบั้ม Flight Fantastic (2018) ก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของกรู๊ฟแบบฮิป-ฮอปและรสสัมผัสทางดนตรีสุดคลาสสิคอย่างอิเล็คทรอนิค โซล และ ฟังก์ทำให้ Flight Fantastic (2018)  เป็นอีกหนึ่งในอัลบั้มที่ไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง

ลองไปฟังตัวอย่างน้ำจิ้มจากอัลบั้มนี้กันก่อนครับ

มาต่อกันด้วยเพลง  “Flight Fantastic” บทเพลงอัลบั้มชื่อเดียวกันกับอัลบั้มนี้ครับ

 

ฟังงานเพลงจากอัลบั้มนี้และผลงานของ Flamingosis ได้ที่ https://flamingosis1.bandcamp.com/album/flight-fantastic

Flamingos เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่น่าชื่นชมในพลังของความสร้างสรรค์และความุมานะพยายาม เขาเริ่มจากการเรียนรู้ที่จะทำเพลงด้วยตนเอง ทำเอง ขายเอง จนกระทั่งพัฒนาฝีมือจนแก่กล้า และในวันที่เขาพร้อมแล้วที่จะมาสำแดงพลังอารมณ์ทางดนตรีให้เราได้ฟังใน Murmur! show Flamingosis Live in Bangkok”

FYI

เวเพอร์เวฟ (Vaporwave) คือแนวดนตรีอิเล็คทรอนิคที่เกิดขึ้นในต้นยุค 2010 โดยเอาส่วนผสมของดนตรีในยุค 80,90 อย่างดนตรีเลานจ์ สมูธแจ๊ซ อาร์แอนด์บี เอเลอเวเทอร์มิวสิค มาผสมเข้าด้วยกัน โดยมีบีทที่มาสร้างแซมเปิ้ลเพลงต่างๆ หรือใช้เทคนิคผ่านการตัดต่อเสียงส่วนท่อนเพลงช้าๆมาใส่ โดยอาจมีการเติมเอฟเฟกต์ต่างๆเข้าไปด้วยปรุงให้มันอร่อยหูมากขึ้น

เวเพอร์เวฟ มีกำเนิดมาจากการทดลองดนตรีฮิปนากอจิกป็อป มีโปรดิวเซอร์บุกเบิก เช่น เจมส์ เฟอร์ราโร, แดเนียล โลพาทิน และเวกทรอยด์ (Vektroid) โดยมีอัลบั้ม Floral Shoppe  (2011) ของ เวกทรอยด์ ศิลปินอิเล็คทรอนิคจากอเมริกาเป็นแนวหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจให้โปรดิวเซอร์คนอื่นๆมีพลังอยากสร้างสรรค์งานดนตรีใหม่ๆขึ้นมาบ้าง ซึ่งช่องทางในการเผยแพร่เพลงบนโลกออนไลน์อย่าง Last.fmReddit,  4chan และแน่นอน Bandcamp  มีส่วนช่วยในการสร้างกระแสความนิยมให้กับดนตรีเวเพอร์เวฟเป็นอย่างยิ่ง จนเกิดเป็นแนวย่อยต่างๆมากมายอาทิ Future Funk, Mallsoft, และ Hardvapour

เวเพอร์เวฟเป็นคำที่ใช้เรียกรวมได้ทั้งงานดนตรีและงานศิลปะ สิ่งหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อแนวคิดของเวเพอร์เวฟก็คือ ไซเบอร์พังค์ (cyberpunk) ซึ่งเป็นการขบถทางเทคโนโลยีด้วยการทำเพลงอิเล็คทรอนิคที่หยิบยืมซาวด์ดนตรีมาจากอดีตอย่างเพลงแดนซ์ยุค 80s เป็นต้น โทนดนตรีโดยรวมจะมีความเป็นด้านลบ มืดหม่น และแฝงด้วยความเหงา อันสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการต่อต้านเทคโนโลยีที่มีฉากหน้าคือความสะดวกสบายหรูหรา แต่ทว่ามันซ่อนไว้ด้วยความเหลื่อมล้ำและการพังทะลายลงของความสัมพันธ์แบบดั้งเดิมด้วยการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยีและโซเชียล มีเดีย

ภาพจำของไซเบอร์พังค์ คือภาพของเทคโนโลยี เครื่องจักร เมืองที่เจริญทางวัตถุ แสงนีออนยามค่ำคืน ซึ่งถูกนำเสนออกมาอย่างหม่นมัว อาทิเช่นภาพที่ปรากฏใน แอนิเมชั่นเรื่อง Akira หรือ ภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner เป็นต้น

ภาพมหานครยามค่ำคืนจาก Akira

ส่วนเวเพอร์เวฟนั้นมีลักษณะของศิลปะแบบ retrofuturistic คือมีส่วนผสมของความเก่า (retro) และความใหม่ (future) อยู่ในสิ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นในงานอาร์ตเวิร์กของศิลปินแนวนี้จึงมักหยิบเอาการออกแบบของศิลปินอิเล็คทรอนิคยุค 80 มาใช้ เช่นการใช้สีพาสเทลสดๆ ฉ่ำๆ สีและลวดลายแบบนีออนจี๊ดจ๊าด เป็นต้น รวมไปถึง การวางเลย์เอาต์แบบเว็บดีไซน์สไตล์ Microsoft ยุค 90 หากเป็นงานวีดิโอก็มักจะมีการใส่ noise , grain ลงไปให้ภาพมันมีเม็ดๆมีความเป็นฟิล์มอะไรแบบนี้  ซึ่งมันคือแนวคิดแบบยุคหลังสมัยใหม่ (Post-Modernism) ที่ต้องการยั่วล้อวัฒนธรรมป็อปบริโภคนิยมในโลกยุคสมัยปัจจุบัน ด้วยการหยิบจับเอาองค์ประกอบในอดีตมายำๆกันนั่นเอง

 

ที่มา

http://www.flamingosis.com/about/

https://www.facebook.com/murmurbkk/

https://www.nydailynews.com/entertainment/music/flamingosis-brings-funk-groovy-sample-based-beats-article-1.3642063

https://www.fungjaizine.com/article/guru/vaporwave

https://en.wikipedia.org/wiki/Vaporwave

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!