Connect with us

What The Fact

อัพเดท 11 MV เด็ดประจำเดือนพฤศจิกายน 2561

เดือนพฤศจิกากำลังล่วงเลยไป ปีใหม่ก็ยิ่งใกล้เข้ามาทุกที ในช่วงปลายปีนี้ศิลปินไทยก็ออกผลงานใหม่ๆมามากมาย ทั้งที่เป็นซิงเกิ้ลและที่เป็นอัลบั้มก็มีอีกเยอะให้ฟังกันไม่หวาดไม่ไหว ซึ่งวันนี้ผมก็ได้คัดมาส่วนหนึ่งที่ได้ปล่อย MV ออกมาแล้วมีความน่าสนใจไม่ควรพลาด คัดมาทั้งหมด 11 เพลงด้วยกัน จะมีเพลงใดจากศิลปินคนไหนบ้างนั้นไปชมกันเลยครับ


TATTOO COLOUR – NO.1

No.1 เพลงรักหมายเลขหนึ่งจากอัลบั้ม “สัตว์จริง” จากวงป็อปอารมณ์ดี Tattoo Colour ที่คราวนี้ปล่อย MV ออกมาได้ทั้งฮาและน่ารักท่ามกลางบรรยากาศฟุ้งๆ อุ่นๆสีสันสดใส นำแสดงโดย นักร้องนำของวง “ดิม” และนักแสดงสาวหน้าใส  “เบลล์ เขมิศรา พลเดชที่มารับบทสติ” (เป็นสติที่น่ารักที่สุด ช่างบันดาลใจให้เราอยากมีสติอยู่ตลอดเวลา) ซึ่งคอยมาเตือนพระเอกเราตลอด เวลาที่จะกระทำการเสื่อมทรามใดๆ แต่ก็ไม่วายทำเรื่องป่วงๆ ได้ในที่สุด จะฮา บ้า น่ารักแค่ไหนไปชมกันนะครับ


SOMKIAT – 1-100

ซิงเกิ้ลที่สองจากวงร็อกมาดกวนชวนทะเล้น สมเกียรติ Somkiat หลังจากที่ได้จีน คำขวัญ ดวงมณี ผู้กำกับ MV หญิงแห่งยุค มาสร้างเสียงฮาพากวนไปแล้วใน MV เพลง “คิดถึงขนาด” คราวนี้ จีน คำขวัญ เจ้าเก่าก็ยังคงรับบทผู้กำกับอยู่เหมือนเดิมแต่ได้ ตุลย์ ณัฐดนัย มาร่วมแจมด้วยยิ่งเพิ่มดีกรีความสุดเข้าไปใหญ่

โดยเนื้อหาของ MV เล่าเรื่องของแม่สาวนางหนึ่งที่รูปงามและทรงพลานุภาพน่าเกรงขาม ซึ่งมีชายหนุ่มหน้าตามึนๆ (สมาชิกวงสมเกียรตินั่นเอง) อยู่รายล้อม คอยปรนนิบัติ พัดวีเอาใจ แต่หากทำให้เธอไม่สบอารมณ์เมื่อไหร่ สาวเจ้าก็พร้อมจะแสดงอภินิหารสั่งการลงโทษบรรดาชายหนุ่มใต้อาณัติทันที จะฮาอะไรขนาดนี้ และที่เยี่ยมไปกว่านั้นก็คงเป็นการที่ได้ “คิตตี้ ชิชา อมาตยกุล” ที่เพิ่งแจ้งเกิดจากบท “แนนโน๊ะ”สาวร้ายผู้ลึกลัยจากซีรีย์ “เด็กใหม่ Girl From Nowhere” มารับบทเจ้าแม่สาวนางนี้นั่นเอง


POLYCAT – ดูดี | Pretty …good

ที่สุดเลยเว้ยแก

ใครได้ฟังเพลงนี้ ผมเชื่อว่าประโยคนี้จะวนอยู่ในหัวตลอด มันช่างเป็นคำที่เด็ดดวง เป็นธรรมชาติ จริงใจ และแปลกใหม่สำหรับเนื้อเพลงไทยในบ้านเรา ต้องชื่นชม Polycat ที่ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่และหาอะไรใหม่ๆมาปรนเปรอโสตสัมผัสเราอยู่เสมอ

ดูดีซิงเกิ้ลที่สองจากอัลบั้มใหม่ของ Polycat ยังตอกย้ำแนวทางที่ชัดเจนต่อจาก “อาวรณ์” ที่เป็น R&B ยุค 90s ส่วน MV ก็ได้นักแสดงผิวสีมาเล่น ให้บรรยากาศของความเป็นอเมริกันที่เป็นรากทางดนตรีและวัฒนธรรมของงานเพลงแนวนี้ได้เป็นอย่างดีแบบ ที่สุดเลยเว้ยแก” 

ตัว MV เล่าถึงชายหนุ่มที่พยายามตัดชุดให้กับเพื่อนสาวคนสนิท ไว้ใช้ในวันสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนคนนี้น่ะ รักเธอ ที่สุดเลยเว้ยแก   


PENGUIN VILLA – ลำพัง

ห่างหายจากงานเพลงตัวเองไปนานเลยกับ เจ เจตมนต์ มละโยธาหรือPENGUIN VILLA ที่คราวนี้ได้ปล่อย “ลำพัง” เพลงเศร้าแบบเหงาๆ ออกมาเป็นซิงเกิ้ลที่สองต่อจาก “ร้อยล้านวิว” ที่เป็นเพลงรักอารมณ์สุข

“ลำพัง” ของ PENGUIN VILLA  ทำให้เราได้รู้ว่า ลำพังแค่กีตาร์ตัวเดียวกับเสียงร้องเปลี่ยวๆก็ทำให้เราเหงาเศร้าไปถึงกลางใจ ส่วน MV นั้นก็ได้ ตาล ปทุมวรรณ กุลปรียาวัฒน์ (The Face Thailand)” และนายแบบมาดเซอร์บ็อบ วรุตม์ บราวน์มาถ่ายทอดอารมณ์เหงาเมื่อคนรักจากไป และการต้องอยู่กับความเหงาที่ไม่เคยได้เตรียมตัวเตรียมใจมาก่อน 


The Parkinson – ไปเถอะ (Just Go.)

ตั้งแต่ “คนชั่ว 2018” มาจนถึง MV นี้เรียกได้ว่า MV ของ The Parkinson วงโซลไทยสไตล์สากลที่ทำเพลงได้ดีถึงจิตถึงใจ นั้นกรุ่นกลิ่นอายความอีโรติคมากๆ มาคราวนี้เล่าเรื่องราวของหญิงสาวงามเปี่ยมเสน่ห์เก๋เซ็กซี่ ที่หากมองภายนอกแล้วดูเหมือนว่าเธอคงจะไม่ต้องบอบช้ำจากเรื่องความรัก เนื่องจากความงามอันล้นเหลือของเธอ แต่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะชายหนุ่มคนรักของเธอกำลังจะจากไป ส่วนเธอนั้นคงทำได้แค่… (ต้องไปติดตามต่อใน MV เองนะครับ)

ส่วนตัวเพลงนั้นเป็นเพลงช้าอารมณ์เศร้าบอกเล่าเรื่องราวของคนที่กำลังจะถูกทิ้ง ที่ทำได้เพียงแต่เอ่ยคำลาว่า​“ไปเถอะ” เมื่อไม่อาจจะรั้งเธอไว้ นี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำให้เธอได้ ส่วนตัวฉันนั้นก็อยู่ได้อยู่แล้ว แค่ “ทรมาน” (ประชดประชันสุดๆ)” ส่วนในภาคดนตรียังคงถึงซึ่งอารมณ์ โซล ที่คราวนี้มีบลูส์มาเจือด้วยอย่างลงตัว ถ่ายทอดอารมณ์อัดอั้น บีบคั้นเจ็บปวดได้อย่างสาสมใจ


Plastic Plastic – Summer Hibernation

ได้เวลากลับมาอีกครั้งกับวงดนตรีอินดี้สองศรีพี่น้อง ปกป้อง-ต้องตา จิตดีในนาม Plastic Plastic ที่คราวนี้มาพร้อมงานเพลงสดใสเช่นเคย และ MV ที่สดใสไม่แพ้กันกับเรื่องราวความรักแบบแอบรักๆ น่ารักๆ ของหนุ่มสาวที่มาในลุคของนักเรียนญี่ปุ่นกับภาพฟุ้งๆ ฝันๆ

ส่วนตัวดนตรีนั้นก็มีกลิ่นอายอินดี้ป็อปญี่ปุ่นกับเสียงคีย์บอร์ดใสๆ เสียงกีตาร์และแซมป์กลองเท่ๆ ผสานเสียงร้องสดใสของเพลง-ต้องตา กับเนื้อหาของเพลงที่พูดถึงการแอบรักใครสักคน ที่หากมันเป็นได้แค่เพียงในฝันเราก็คงอยากพักผ่อนยาวไป คล้ายกับการจำศีล หรือ Hibernation นั่นเอง ส่วนฤดูร้อนนั้นก็เป็นสัญลักษณ์ของความสดใส ความรุ่มร้อนของวัยหนุ่มสาวในแบบฉบับของญี่ปุ่น ซึ่งแทนที่มันจะเป็นช่วงแห่งความรุ่มร้อนในรัก แต่เพราะรู้สึกเหนื่อยจึงอยากหลบร้อนหลบรักมาพักยาวๆ แบบ Summer Hibernation นั่นเอง


Grow Old – Sqweez Animal 

จากบทเพลงที่ ‘สิงห์ มุสิกพงศ์’ ได้ทิ้งเอาไว้ มาสู่ซิงเกิ้ลใหม่จาก Sqweez Animal บทเพลงที่เรียงร้อยเนื้อร้องและทำนองโดยสิงห์ 

สิงห์ส่งเพลงนี้ให้กับวินใน 7 โมงเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2014  จากเนื้อหาของเพลงวินคาดว่าเพลง Grow Old สิงห์น่าจะแต่งขึ้นเพื่อให้กำลังใจแก่ตัวเอง หรือไม่มันก็กลั่นมาจากเรื่องราวของคนรอบตัวที่สิงห์ได้พูดคุยด้วยตลอดมา

ซาวด์ที่เท่และสวยงามกับเนื้อเพลงที่ช่วยเติมไฟฝันให้กับใครหลายๆคนคือสิ่งที่มีงดงามและมีคุณค่าของบทเพลงนี้ ที่เป็นดั่งของขวัยที่สิงห์ได้ทิ้งไว้ให้กับทุกๆคน

ตัวเพลงสมบูรณ์ที่ได้ฟังนี้เกิดจากการต่อเติมของ อายุ (อดีตมือกลอง Cocktail แต่เป็นมือกลองคนปัจจุบันของ KOBE) ที่ตีกลองออกมาตามแบบที่สิงห์ทำไว้ ส่วนวินก็ร้องประสานในบางท่อนและต่อเติมในส่วนที่คิดว่ามันควรจะเป็นไปในแบบที่สิงห์คิดไว้

ส่วน MV นั้นก็ทำออกมาในรูปแบบของแอนิเมชั่นลายเส้นวาดมือที่สวยงาม มีความเคลื่อนไหวที่ไปกันได้ดีกับบทเพลง


temp. – Ring Ring

temp. เป็นวงดนตรีป็อปไทยที่ทำงานดนตรีได้มีความสากลมากๆ ริง ริง เป็นซิงเกิ้ลใหม่จาก EP ที่สองของวงที่ชื่อว่า Soi Cowboy (ซอยคาวบอย) โดยในอัลบั้มนี้จะมีทั้งหมด 4 เพลงให้ได้ฟังกัน

เนื้อหาของเพลงนี้พูดถึง การบอกเลิกสาวทางโทรศัพท์ (อันเป็นที่มาของชื่อเพลง) ที่ดูเหมือนว่าจะพาเศร้าน่าดู แต่ตัว MV กลับทำออกมาได้ฮา ได้กวนมากๆ สามารถเพลินใจไปกับงานเพลงงานภาพดีๆกับลีลากวนๆได้เลยครับ


จริงๆ l ภูมิจิต

เป็นวงอินดี้ที่เขียนเพลงได้คมคาย และทำงานดนตรีได้มีกลิ่นอายความเป็นไทยอันมีเอกลักษณ์มากๆ คราวนี้ “ภูมิจิต” ย้ายบ้านมาทำงานกับ “สนามหลวง มิวสิค” แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งตัวตนอันเข้มข้น

“จริงๆ” เป็นบทเพลงที่วิพากษ์แก่นแกท้ของความจริง ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่ อะไรคือความจริง อะไรคือความไม่จริง ผ่านงานดนตรีแบบอีสานไซไฟ ที่กลิ่นอายของดนตรีอีสานลอยเข้มอยู่ในกระแสดนตรีที่มีความเข้มข้น

“ลิง” หลอกเจ้าในบทเพลงถูกนำมาตีความให้กลายเป็นพระเอกของ MV โดยได้ ลิงในหนังเรื่องลุงบุญมีระลึกชาติ หนังปาล์มทองของพี่เจ้ย อภิชาติพงศ์มานำแสดงนั่นเอง

กำกับโดย NARA แห่ง Hello Filmmaker สามารถอ่านแนวคิดผู้กำกับได้เต็มๆ ที่นี่ ครับ


ความลับมีในโลก [ SECRET ] – INK WARUNTORN

การกลับมาอีกครั้งของ อิงค์ วรันธร ศิลปิน synth pop สาว ที่มาในลุคใหม่ที่ดูไฉไลและมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น งานดนตรีมีการขยับพัฒนาจาก synth pop แบบยุค 80 ,90 ใน EP Bliss มาสู่งานเพลงที่ก็ยังป็อปอยู่และมีซินธ์อยู่แต่มีความร่วมสมัยมากขึ้นรายละเอียดมีความน้อยแต่แน่นมากขึ้น

ความลับมีในโลก” เป็นผลงานจากการร่วมงานกันของอิงค์ แทน ลิปตา และข้าว  Fellow Fellow ที่กลั่นออกมาเป็นมุมมองของความลับในแง่มุมของคนแอบรัก ที่เลือกที่จะไม่เศร้า ไม่บอกไปแต่ขอแค่อยู่ใกล้แล้วสบายใจดีกว่า ดังนั้นงานดนตรีที่ออกมาจึงมีความสนุกชวนโยกตามไปนิดๆด้วยได้ ส่วน MV นั้นก็ได้ความสดใสของอิงค์มาเติมรสชาติได้อย่างชุ่มชื่น


fellow fellow – แพ้ทุกที (LOOPER)

ออกอัลบั้มมาก็แล้ว ทำเพลงให้ศิลปินคนอื่นดังก็แล้ว รู้สึกว่าการพูดถึง fellow fellow ได้บ้านเรายังดูน้อยไปนัก หากเทียบกับฝีมือและงานเพลงคุณภาพที่สองหนุ่มดูโอ ที-ข้าว fellow fellow ออก MV ใหม่มาคราวนี้เลยอยากจะเชียร์ซะหน่อย

“แพ้ทุกที (LOOPER)” เป็นซิงเกิ้ลใหม่จากสองหนุ่มที่ฟังสบายในสไตล์มินิมอลซินธ์ป็อป ผ่านเสียงดนตรีที่เรียบเรียงมาได้อย่างไพเราะและการร้องสอดประสานกันไปของทั้งคู่ที่มีรสชาติของความเป็น R&B แซมมาอย่างพออร่อยลงตัว บอกเล่าเรื่องราวของเบลบอยที่ดันไปแอบชอบแขกที่มาพักในโรงแรม ซึ่งสาวเจ้าก็มีเจ้าของแล้ว ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้  แต่อย่างน้อยเบลบอยหนุ่มก็จอแอบฝัน แอบมโนในความสัมพันธ์นี้สักหน่อยก็ยังดี นำแสดงโดย บิลลี่-สมประสิทธิ์ และ เบลล์-ณัชวลัญชุ์  ลองฟังลองชมกันดูนะครับ แล้วจะติดใจในความไพเราะในบทเพลงของ fellow fellow 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ภาพยนตร์

[รีวิว] Netflix Bird Box มองอย่าให้เห็น – หนังโลกล่มสลายสะท้อนความกลัวของมนุษย์แม่

Published

on

ในระหว่างเดินทางกลับจากโรงพยาบาล มาโลรี่ (แซนดรา บูลล็อค) สาวท้องแก่ต้องเผชิญความน่าสะพรึงกลัวของการระบาดจากไวรัสพันธุ์ใหม่ที่ทำให้คนฆ่าตัวตาย โชคยังดีที่เธอได้รับการช่วยเหลือจากคนกลุ่มหนึ่งนำโดย เกร็ก (บีดี หว่อง) ชายใจกว้างผู้พร้อมเปิดรับผู้ประสบภัยทุกคน และ ดักลาส (จอห์น มัลโควิช)สถาปนิกเห็นแก่ตัวผู้สูญเสียภรรยาที่ออกไปช่วย มาโลรี่ พวกเขาต้องอยู่อย่างหวาดกลัวและต้องรักษาพื้นที่มั่นไว้โดยต้องปิดแสงจากหน้าต่างทุกบาน เพราะการมองเห็นอาจหมายถึงการต้องจบชีวิต แล้วมาโลรี่และลูกในท้องจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไรต้องติดตาม 

Bird Box ถือเป็นงานที่ Netflix ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างยิ่ง โดยผมได้รับเชิญไปชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมาก่อนจะลงสตรีมมิงวันที่ 21 ธันวาคมนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่าการได้ชมหนังบนจอของโรงภาพยนตร์ทำให้เราได้รับประสบการณ์ร่วมจากหนังได้อย่างเต็มที่จริงๆแต่หากเราพิจารณาจากตัวเนื้อหาก็คงต้องบอกว่า หนังเองดูจะเหมาะกับคนที่ชื่นชอบหนังดราม่ามากกว่าคอหนังทริลเลอร์ที่หวังความตื่นเต้นในการเอาชีวิตรอดของมาโลรี่ เพราะด้วยวิสัยทัศน์ของ ซูซาน เบีย ที่เคยกำกับ In a better world หนังออสการ์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมจากเดนมาร์คก็ย่อมคุ้นเคยกับการมองโลกและสังคมอย่างลึกซึ้ง ที่สำคัญคือการนำเสนอตัวละครผู้หญิงที่ต้องเผชิญความโหดร้ายเพื่อก้าวผ่านไปสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ที่อาจทำให้เราดูหนังด้วยความอึดอัดไม่สบายใจเท่าใดนัก

ซึ่ง Bird Box ก็ออกมาในแนวทางที่เธอถนัด เพราะการให้ มาโลรี่ เป็นคนท้องก็ยิ่งแสดงให้เห็นภาวะที่ผู้หญิงต้องเผชิญกับสารพันมรสุมชีวิตเพื่อให้กำเนิดชีวิตใหม่ยิ่งมาโลรี่ ต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ยิ่งทำให้เห็นความแข็งแกร่งของผู้หญิงในการเผชิญโลกอันโหดร้ายได้อย่างเห็นภาพ ซึ่งหนังก็โหดร้ายมากพอที่จะโยนอุปสรรคในการเอาชีวิตรอดให้ตัวละครทั้งการต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตแบบมองอะไรไม่เห็นแถมยังมีคนติดเชื้อไวรัสซ่อนอยู่อีก หรือกระทั่งการที่ต้องใช้ชีวิตหลบภัยในบ้านแบบไว้ใจใครก็ตามที่มาเคาะประตูบ้านไม่ได้เลยก็ยิ่งทดสอบระดับมนุษยธรรมของตัวละครได้อย่างหนักหน่วงขึ้นไปอีก ซึ่งการมีตัวละครนำเป็นผู้หญิงก็ย่อมได้คะแนนความเห็นใจจากคนดูไม่ยากนัก แต่ที่ต้องชื่นชมจริงๆคือการที่หนังไม่ได้ให้ มาโลรี่ เป็นตัวละครแบนๆ เพราะเธอเองก็มีดีมีชั่วมีด้านมืดที่ต้องเอาชนะเพื่อความอยู่รอดของลูกๆของเธอ โดยจุดที่หนังสร้างความมืดหม่นสิ้นหวังมากๆคือการที่มาโลรี่ ไม่ยอมตั้งชื่อลูกของตัวเองเพียงเพราะไม่ต้องการสร้างความผูกพันหากเธอไม่สามารถเอาตัวรอดจากโลกาวินาศในครั้งนี้ได้ รวมถึงหนังยังมีฉากที่แสดงให้เห็นว่าบางครั้งความเมตตาปราณีก็นำมาซึ่งหายนะอันใหญ่หลวงได้เหมือนกัน ซึ่งทำให้หนังสามารถตั้งคำถามกับความเป็นมนุษย์ได้อย่างลุ่มลึกอีกด้วย

แต่ก็อย่างที่ได้เกริ่นไว้ว่าการที่หนังเน้นไปในทางดราม่าส่วนใหญ่ก็ส่งผลให้บางฉากที่หนังสามารถทำให้ตื่นเต้นได้ หนังก็กลับเพิกฉายในการสร้างความตื่นตระหนกไม่ไว้ใจ ทั้งที่มันอาจช่วยให้ตัวหนังเข้าถึงคนดูวงกว้างได้มากขึ้นจนอดเสียดายไม่ได้ว่าการที่หนังมีฉากหลังเป็นโลกล่มสลายและมีไวรัสแพร่ระบาดแต่คนดูกลับไม่ได้สัมผัสมันจากกลวิธีทางภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้แต่อย่างใดจนทำให้กราฟในการดูหนังเรื่องนี้อาจมีตกบ้าง แต่ก็ยังคงคุ้มค่าที่จะดูเพื่อความบันเทิงอยู่นะ แม้ไอเดียโลกล่มสลายของหนังดูจะคล้าย The Happening (2008) ผสมกับ The Quiet Place (2018) ไปหน่อยก็ตาม

กระนั้นก็ต้องยอมรับว่าการแสดงของ ซานดร้า บูลล็อค สามารถชดเชยทุกข้อด้อยของหนังได้จริงๆ โดยแม่แสงดาว บุญล้อม นอกจากจะยังสวยสะพรั่งในวัย 50 แล้วเธอยังสามารถทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงความกลัวของผู้หญิงคนนึงที่ต้องหาทางเอาชีวิตรอดและเรียนรู้ความเป็นแม่ในภาวะวิกฤติของโลก เธอทำให้เราเข้าใจในน้ำหนักปัญหาของมาโลรี่ได้อย่างแจ่มชัดทั้งการแบกความรู้สึกผิดจากการเอาตัวรอดแต่ต้องแลกด้วยชีวิตของน้องสาวตัวเองหรือภรรยาของดักลาส ก่อนที่จะตัดสินใจสู้กับวิกฤติเพื่ออีก 2 ชีวิตได้อย่างน่าเอาใจช่วยจริงๆ

ใครสนใจรับชมหนังได้ทาง Netflix (คลิกเพื่อชมหนังบนเน็ตฟลิกซ์ได้เลย) ตั้งแต่ 21 ธันวาคมนี้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ภาพยนตร์

[รีวิว] ROMA – งานสัจนิยมที่สมควรชมในโรงภาพยนตร์ที่สุดแห่งปี

Published

on

เข้าปลายปีแบบนี้ สื่อภาพยนตร์หลายสำนักเริ่มมีการจัดอันดับหนังดีประจำปี รวมถึงการเก็งโผรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ครัั้งที่ 91 ในปีหน้ากันแล้ว โดยชื่อหนังที่นำโด่งแทบทุกสำนักก็หนีไม่พ้น ROMA งานชิ้นล่าสุดของ อัลฟองโซ กัวรอง หลังจากได้รับรางวัลออสการ์จาก GRAVITY (2013) หนังไซไฟปรัชญาที่ซิวรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาให้เขา 

 ROMA ฉายภาพชีวิตของผู้หญิง 2คนต่างชนชั้นแต่ร่วมชายคาเดียวกันฝ่ายแรกคือ เคลโอ (ยาลิซา อปาริชิโอ) สาวใช้ในบ้านของครอบครัวคุณหมอชนชั้นกลางที่ชีวิตของเธอผกผันหลังจากตั้งท้องกับชายหนุ่มที่หนีจากเธอไป ส่วนฝ่ายหลังคือ โซเฟีย (มารินา เดอ ทาวิรา) ภรรยาของคุณหมอที่นอกใจเธอ โดยทั้งสองชีวิตต้องดูแลเด็กๆและคุณย่าในบ้านภายใต้สถานการณ์การเมืองอันคุกรุ่นในเมืองโรมา ประเทศเม็กซิโกยุค 70  

พิจารณาจากต้นธารที่ กัวรอง นำชีวิตวัยเด็กมานำเสนอในรูปแบบสัจนิยมแล้วก็ดูเหมือนว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจากงานชื่อเดียวกันอย่าง Roma หนังปี 1972 ของ เฟรดเดอริโก เฟลลินี หนึ่งในผู้นำความเคลื่อนไหวของยุค Italian Neo-Realism หรือ กลุ่มนวสัจนิยมอิตาเลียนไม่น้อย ทั้งการที่หนังเลือกแนวทางสัจนิยมสำรวจชีวิตแบบไม่มีพลอตเรื่องชัดเจนในการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของชนชั้นล่างและชั้นล่าง ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองหลังยุคสงครามหรือวิกฤติการเมืองทั้งการทิ้งให้คนดูเห็นความเคลื่อนไหวในภาพเป็นเวลานานเพื่อให้พินิจพิเคราะห์ตีความสัญลักษณ์ต่างๆ การใช้สถานที่ถ่ายทำเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินเรื่อง-และดัดแปลงมันให้น้อยที่สุดเพื่อคงความจริงของสถานที่ รวมถึงการคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ยาลิซา อปาริชิโอ (ตรงนี้ถือว่าใกล้เคียงกับการทำหนังแนวนวสัจนิยมที่มักเลือกคนท้องถิ่นมาเป็นนักแสดง) นั่นทำให้เราได้ติดตามชีวิตของ เคลโอ และ โซเฟีย แบบผู้สังเกตการณ์และค่อยๆซึมซับเรื่องราวทั้งสุขและเศร้าของพวกเธอท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เริ่มคุกคามชีวิตของผู้หญิงทั้งสองคนอย่างค่อยเป็นค่อยไป น่าเชื่อถือและนำพาให้เกิดอารมณ์ร่วม

และด้วยสายตาและมันสมองของ กัวรอง หนังจึงไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาลอกการบ้านงานชั้นครูแบบทื่อๆ ตรงกันข้าม กัวรอง สามารถนำศิลปะภาพยนตร์อันหลากหลายมาใช้งานได้อย่างลุ่มลึกนำเทคนิคมารับใช้เนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแอบคารวะมาสเตอร์ออฟซีนีม่าหลายท่านโดยนอกจาก เฟลลินี ที่ถือเป็นแรงบันดาลใจหลักแล้วที่เด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็น อากิระ คุโรซาว่า ในแง่การวางความเคลื่อนไหวในกรอบภาพ การมิกซ์เสียงให้เกิดมิติสอดคล้องกับภาพ ฉากเด่นสุดคือฉากที่ เคลโอ ไปตามหา แฟร์มิน ถึงสนามฝึกที่ใครดูก็น่าจะถึงงานมาสเตอร์พีซอย่าง Seven Samurai (1954) ของคุโรซาว่าแน่ๆ

เอาล่ะเชือเถอะว่าอ่านมาสองย่อหน้าก็ยังไม่เด่นชัดอยู่ดีว่า ทำไมเราจะต้องถ่อไปถึงโรงหนังทั้งที่เราสามารถเปิด Netflix อยู่บ้านดูแบบสบายๆได้ แต่หากจะพอโน้มน้าวด้วยตัวอย่างของกลวิธีทางภาพยนตร์ที่กัวรองนำมาใช้ก็คงต้องเป็นสองฉากสำคัญ โดยฉากแรกที่อยากจะยกคงหนีไม่พ้นฉากจลาจลในเมืองโรม่า ที่ต้องบอกว่ากัวรองสามารถนำเทคนิคด้านการถ่ายแบบลองเทคมารับใช้เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งน่าสะพรึงกลัวด้วยเนื้อหาของหนังที่นำเสนอความขัดแย้งสุดขั้วเมื่อ เคลโอ กำลังเลือกซื้อเตียงเด็กเพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองอันโหดร้ายก็บุกเข้ามาถึงในร้านที่สำคัญมันยังเป็นจุดแตกหักของชีวิตที่สำคัญที่สุดของเธอในเวลาต่อมาเมื่อได้พบว่าชีวิตนี้เธอคงไม่มีหวังพบความสุขในชีวิตครอบครัวอีกแล้วรวมถึงฉากที่ เคลโอ ซึ่งว่ายน้ำไม่เป็นเสี่ยงตายลงไปช่วยชีิวิตเด็กๆในทะเลที่คลื่นกำลังซัดสาดอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างจากมรสุมชีิวิตของคนในครอบครัวที่กล้องได้ติดตามเคลโอจากบนฝั่งลงไปในทะเลพร้อมงานมิกซ์เสียงที่ถือว่าเป็นหนึ่งในงานเสียงที่ดีที่สุดของปีนี้ที่นำเสนอเสียงระลอกคลื่นได้มิติสมจริงจนคนดูสัมผัสได้ถึงแรงคลื่นที่ค่อยๆโถมเข้าใส่ตัวเคลโอและเด็กๆจนอดลุ้นตามไม่ได้จริงๆ

ซึ่งไม่เพียงเทคนิคทางภาพยนตร์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงการแสดงแบบเหมือนไม่ได้แสดงของยาลิซา อปาริชิโอ ที่กัวรองเสี่ยงใช้นักแสดงที่ไม่ใช่มืออาชีพมาถ่ายทอดบทบาทสาวใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือ เปี่ยมเสน่ห์เฉพาะตัวและสามารถนำพาอารมณ์ให้เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจและชื่นชม ฉายภาพพี่เลี้ยงของกัวรองบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจของเขาได้อย่างเห็นภาพ สมศักดิ์ศรีนักแสดงหน้าใหม่ที่เริ่มกวาดรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเป็นว่าเล่น และอาจจะได้ “ยืนหนึ่ง” บนเวทีออสการ์ปีหน้าก็เป็นได้

ด้วยการนำเสนอเรื่องราวในแนวทางสัจนิยมที่สามารถนำเทคนิคมารับใช้เนื้อหาได้อย่างลุ่มลึก ความงดงามของงานภาพที่แต่ละเฟรมคืองานศิลปะเคลื่อนไหวที่ต่อไปคงได้บันทึกในตำราเรียนภาพยนตร์แน่ๆ รวมถึงการแสดงอันเป็นธรรมชาติและถือว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งปี2018 จึงแทบไม่มีข้อแม้ใดๆที่เราจะไม่ไปสัมผัสประสบการณ์นี้ในโรงภาพยนตร์  โดยหนังจะฉายที่โรงภาพยนตร์ เฮาส์ อาร์ซีเอ และ สกาล่า พร้อมลงสตรีมมิงทาง Netflix วันนี้เลย

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] Down a Dark Hall: สยองพล็อตแหวก ดูแก้เบื่อดีเหมือนกันนะ

Published

on

By

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

เรื่องราวสยองขวัญนี้ถูกนำเรื่องสู่ความดาร์กขนหัวลุกด้วยฝีมือของนักแสดงมากความสามารถอย่าง “อูมา เธอร์แมน” (Kill Bill) ในบทของครูใหญ่ “มาดาม ดูเรต์” มาดามแห่งโรงเรียนประจำอันน่าหวาดผวาแห่งนี้ พร้อมกับนักเรียนหญิงอีกไม่กี่คนที่ถูกส่งมายังแบล็กวูดนำทีมโดย “แอนนาโซเฟีย ร็อบบ์” (The Carrie Diaries), “เทย์เลอร์ รัสเซล” (Lost in Space) และ “วิคตอเรีย โมโรเลส” (Teen Wolf) ในบทบาทของแก๊งนักเรียนหญิงที่ถูกส่งมาลงทัณฑ์จากความผิดที่พวกเธอก่อ จะเป็นเช่นไรเมื่อเหล่านักเรียนผู้ต้องโทษพบว่าไม่ได้มีเพียงพวกเธอที่อาศัยอยู่ในแบล็กวูด แต่มีวิญญาณร้ายในห้องมืดที่หมายจะเอาชีวิตคนเป็นอยู่ด้วย

หนังสยองขวัญมาช่วงท้ายปีกันหลายเรื่อง หวังช่วงชิงตลาดผู้ใหญ่ที่เบื่อหนังครอบครัวช่วงคริสมาสปีใหม่ และ Down a Dark Hall ก็เป็นหนึ่งในหนังที่มีดารานำเบอร์ใหญ่อย่าง อูมา เธอร์แมน มานำ โดยเป็นฝีมือการกำกับของผู้กำกับชาวสเปนอย่าง ร็อดริโก คอร์เตส ที่มีผลงานฝากชื่อจาก Buried (2010) หนังสงครามสั่นประสาทเอาตัวรอดในพื้นที่ปิด ซึ่งตอนนั้นได้ ไรอัน เรย์โนลด์ส นำแสดง มารอบนี้คอร์เตสยังดึง คริส สปาร์ลิง มือเขียนบทในครั้งนั้นมาร่วมงานอีกครั้งกับหนังสยองเรื่องใหม่ของเขาด้วย

นอกจากรุ่นใหญ่แล้ว ดาราที่ต้องตรึงหนังทั้งเรื่องและยังต้องเป็นผู้แทนสายตาของผู้ชมอย่าง คิท เด็กสาวที่มีปัญหาทางบ้าน ก็ได้ดาราสาววัยทีนอย่าง แอนนาโซเฟีย ร็อบบ์ ดาราเด็กที่คุ้นหน้าจากหนังใหญ่เมื่อหลายปีก่อนทั้ง Bridge to Terabithia (2007) และ Charlie and the Chocolate Factory (2005) มารับบทนำด้วย ขณะที่ดาราสมทบหลักอีกหนึ่งสาวอย่าง อิซาเบล เฟอร์แมน ก็น่าจะเป็นที่จดจำได้ดีกับบทอีเด็กนรกแตกในหนัง Orphan (2009) ซึ่งบัดนี้โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว แม้จะน่าเสียดายว่าบทของเธอแสนจะเป็นตัวประกอบจริงจังไปสักนิดก็ตาม

จุดเด่นของหนังไม่ใช่ลีลาลูกเล่นร้อยแปดในการเอามาหลอกหลอนคนดูให้สะดุ้งตกใจ ว่ากันไปในส่วนนี้ก็ธรรมดาเสียด้วยซ้ำ ทั้งเงาผ่านกล้อง การโผล่มาอีกฝั่งให้ตกใจ หรือการมาเคาะประตูข่มขวัญ ล้วนเป็นอะไรที่สายสยองคงชินชากันอยู่แล้ว แต่ที่น่าสนใจคือหนังมีซับพล็อตที่น่าสนใจที่กระตุ้นให้เราสนใจติดตามกลุ่มนักเรียนสุดเซี้ยวที่ทะเลาะไม่ชอบหน้ากันเอง แต่ก็ต้องตกสภาวะอันตรายจากฝีมือความชั่วร้ายทั้งคนทั้งผี จนต้องร่วมมือกันอย่างช่วยไม่ได้ และนำสภาวะนี้ไปใช้ขับพล็อตเรื่องหลักได้อย่างน่าสนใจ

ซึ่งพล็อตหลักเองก็มีความแปลก ๆ ใหม่ ๆ ดีเหมือนกัน เกี่ยวกับโรงเรียนที่สอนเด็กเกเรให้ค้นพบความอัจฉริยะในตัวเอง ซึ่งต้องแลกมาด้วยสิ่งชั่วร้ายบางอย่างที่ค่อย ๆ คืบคลานครอบครองโรงเรียนนี้ทีละน้อย การผจญภัยสืบค้นความจริงของเด็ก ๆ ที่มีความกล้า จึงทำให้หนังมีมู้ดที่น่าเอาใจช่วยตัวละครให้ทำสำเร็จอยู่เสมอ แต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้หนังไม่ดูคลี่คลายง่ายเกินไปก็มีทั้งเรื่องความเป็นเด็ก ความไร้พลัง และขาดผู้ใหญ่ปกป้องต้องพึ่งพากันเอง จึงเป็นอะไรที่ดูสนุกมากเหมือนกันในการดูว่าตัวละครเหล่านี้จะรอดพ้นจากปีศาจคอนเซ็ปต์ดีที่ยกกันมาเป็นฝูงห่าซาตานได้อย่างไร คือชอบไอเดียผีเลยล่ะแต่สปอยล์ไม่ได้ เอาเป็นว่าใครชอบหนังผีลองรับเรื่องนี้ดูสักเรื่องแล้วกัน

ปีศาจอาจค่อยๆคืบคลาน แต่จองตั๋วรวดเร็วทันใจได้ที่รูป

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!