Connect with us

What The Fact

10 หนังตัวแทนแห่งทศวรรษ 2010s: Part 1 ปี 2010-2012

กำลังจะสิ้นสุดปี 2019 และในขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดทศวรรษที่ 2010s ในแบบตะวันตกด้วย What The Fact ขอชวนทุกคนมาย้อนดูหนังที่สุดแห่งปี ของแต่ละปี ตั้งแต่ 2010-2019 นี้กัน ว่ามีเรื่องอะไรเด่นแซงหน้าชาวบ้านชาวช่องเขาพอเป็นตัวแทนหนังแห่งปีนั้นได้บ้างนะ

อ่านอันดับถัดไปได้ที่ 10 หนังตัวแทนแห่งทศวรรษ 2010s: Part 2 ปี 2013-2015 และ 10 หนังตัวแทนแห่งทศวรรษ 2010s: Part 3 ปี 2016-2019

*หนังตัวแทนแห่งปี เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนคำนึงจากผลงาน รางวัล รายได้ การพูดถึง การสร้างปรากฏการณ์ และบางครั้งเป็นจิตวิญญาณที่สะท้อนยุคสมัยในปีนั้น ๆ ได้อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งพิจารณารวมทั้งนานาชาติและในไทย
**หนังแห่งปีของแต่ละสำนัก จะคัดหนังที่คะแนนสูงสุดที่แต่ละสำนักจัดอันดับไว้เอง ทั้งนี้ในบางปีขออนุญาตตัดนำลำดับรองขึ้นมาแทน เพราะลำดับสูงสุดเป็นหนังที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก หรือคุณสมบัติก้ำกึ่งเป็นมินิซีรีส์มากกว่า

ปี 2010 (พ.ศ.2553)

  • ในปีนั้นหากพูดถึงวงการหนังบ้านเราที่บังเอิญไปดังถึงระดับโลกด้วย ทุกสายตาของนักดูหนังและทำหนังทุกคนคงจับจ้องไปที่ ลุงบุญมีระลึกชาติ (Uncle Boonmee Who Can Recall His Past Lives) ของ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่สามารถคว้ารางวัลปาล์มทองคำ รางวัลสูงสุดของเทศกาลหนังนานาชาติเมืองคานส์สำเร็จเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของหนังไทยทีเดียว ทั้งยังท้าทายกรอบประสบการณ์รับชมหนังของนักดูหนังให้กว้างไปอีก เพราะว่ากันตามตรงหนังเรื่องนี้ทั้งเนี้ยบ ทั้งล้ำ ทั้งลึก และสำหรับบางคนคือ “อะไรสักอย่างที่ดูไม่เข้าใจแต่รู้ว่าทรงพลังมาก ๆ”

  • ถ้าพูดถึงหนังที่ฉายในปี 2010 ที่คว้ารางวัลใหญ่ไป ในเวทีออสการ์ก็ต้องไปดูรางวัลออสการ์ที่จัดในปี 2011 นั่นก็คือหนัง The King’s Speech ของ ทอม ฮูเปอร์ คว้ารางวัลใหญ่อย่าง หนังยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม  บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม และทำให้ โคลิน เฟิร์ธ ได้นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมไปครอง ส่วนรางวัลสายแอนิเมชันยอดเยี่ยมก็ตกเป็นของ Toy Story 3 ที่เต็งจ๋ามาแบบไม่พลาดเป้า
  • ส่วนเวทีลูกโลกทองคำก็เป็นชัยชนะฝั่งสาขาดราม่าของ The Social Network หนังเฟซบุ๊กของ เดวิด ฟินเชอร์ ส่วนฝั่งสาขาหนังเพลง/หนังตลกก็เป็น The Kids Are All Right ของ ลิซ่า โคโลเดนโก ที่ชนะไป
  • หนังที่ทำเงินสูงสุดของโลกในปี 2010 นั้นทำได้ 1,066 ล้านเหรียญ (ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของรายได้ Avatar ในปี 2009) และหนังเรื่องนั้นก็คือ Toy Story 3 หนังแอนิเมชันจากพิกซาร์ที่ดราม่าน้ำตาแตก ทำเอาหลายคนร้องไห้ไม่อายคนนั่งข้าง ๆ กันทั่วโลกทีเดียว ส่วนอันดับ 2 ก็คือ Alice in Wonderland ทำรายได้ทะลุพันล้านเช่นกันที่ 1,025 ล้านเหรียญ

  • กลับมาดูบ้านเราบ้างหนังไทยที่คว้ารางวัลหนังยอดเยี่ยมไปครองได้แก่ ชั่วฟ้าดินสลาย ของ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล ส่วนหนังอินดี้น่าจับตามองที่นอกเหนือจากลุงบุญมีระลึกชาติที่ติดลมบนสูงไปแล้วก็คือหนังสารคดีกึ่งเรื่องแต่งอย่าง สวรรค์บ้านนา (AGRARIAN UTOPIA) ของ อุรุพงศ์ รักษาสัตย์  ที่ทำให้เขาคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไปครองด้วย
  • และแน่นอนสำหรับหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดในปีนั้นก็ต้องยกให้ กวน มึน โฮ ของ บรรจง ปิสัญธนะกูล ที่ทำไปถึง 131 ล้านบาท และอันดับ 2 ก็ตกเป็นของ สุดเขต สเลดเป็ด ที่ทำเงินไป 121 ล้านบาท ส่วนค่ายหนังที่ทำรายได้รวมไปสูงสุดก็ยังเป็น สหมงคลฟิล์ม ล่ะนะ เพราะมีหนังใหญ่น้อยรายได้ดีเข้าหลายเรื่องทั้ง องก์บาก 3, ตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ, สาระแน สิบล้อ, สาระแน เห็นผี, นาคปรก และเซอร์ไพรส์ฮิตอย่าง สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก ด้วย

หนังแห่งปีของแต่ละสำนัก
หนังแห่งปีวัดจากหนังคะแนนรวมสูงสุดของเว็บรวมคะแนนวิจารณ์แต่ละเจ้า ก็จะได้ดังนี้

  • Rotten Tomatoes ให้ Toy Story 3 (สดไป 98%)
  • IMDb ให้หนังไซไฟขั้นเทพของ คริสโตเฟอร์ โนแลน อย่าง Inception (8.8/10)
  • Metacritic ให้ The Social Network (95/100)

หนังตัวแทนแห่งปี 2010
ขอยกให้ The Social Network เพราะสะท้อนยุคสมัยแห่งโซเชียลเน็ทเวิร์กและเทคโนโลยีครองเมืองที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันอย่างแท้จริง

ปี 2011 (พ.ศ.2554)

  • เริ่มกันที่สายรางวัล ที่เวทีออสการ์ก็เป็นปีของ The Artist หนังเงียบขาวดำที่ทำมารำลึกและคารวะหนังยุคคลาสสิกของ มิเชล ฮาซานาวิเซียส ซึ่งเข้าชิงไปถึง 10 สาขาก็ชนะรางวัลใหญ่หนังยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม และนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมไปครอง ทำเอาหนัง Hugo ของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ที่เข้าชิงมากถึง 11 สาขาเป็นหมันนั่งเหงาไปเลย ด้านหนังแอนิเมชันยอดเยี่ยมก็เป็นของ Rango ของ กอร์ เวอร์บินสกอร์ 
  • ส่วนเวทีลูกโลกทองคำก็เป็น The Descendants ของ อเล็กซานเดอร์ เพย์น ที่คว้าสาขาดราม่าไปครอง ด้านสาขาหนังเพลง/หนังตลกก็ตกเป็นของ The Artist ไป
  • และสำหรับหนังเมืองคานส์ที่ไฮคลาสด้านศิลปะและการเมืองเจ้มจ้น รางวัลใหญ่ก็ตกเป็นของ The Tree of Life หนังปรัชญาเนิบนิ่งภาพอลังการของ เทอร์เรนซ์ มาลิก ที่ประกาศชัยไป
  • ด้านหนังยอดนิยมถ้าวัดจากรายได้ของหนัง ปี 2011 ก็เป็นปีของ Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2 ภาคจบของหนังซีรีส์นี้ ที่ทำเงินทั่วโลกไป 1,341 ล้านเหรียญ เอาชนะที่ 2 ซึ่งบี้มาใกล้มากอย่าง Transformers: Dark of the Moon ที่ทำรายได้ 1,123 ล้านเหรียญไป ส่วนอันดับ 3 ก็คือ Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides ทำได้ 1,045 ล้านเหรียญ

   

  • สำหรับบ้านเราหนังเด่นด้านรางวัลก็เป็นของ ลัดดาแลนด์ ของ โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ที่คว้าหนังยอดเยี่ยมสุพรรณหงส์ไปครอง ซึ่งนาน ๆ ทีรางวัลนี้จะเป็นหนังที่คนดูทั่วไปไม่ต้องมาเอ๊ะว่าคือเรื่องอะไรนะ เพราะหลายครั้งหนังอินดี้มักจะกวาดไปเรียบมากกว่า ซึ่งหนังอินดี้เด่นในปีนี้ก็คือ ฝนตกขึ้นฟ้า ของ เป็นเอก รัตนเรือง ที่เกือบคว้ารางวัลผุ้กำกับยอดเยี่ยมไปเช่นกัน
  • หนังไทยที่ทำเงินสูงสุดคงต้องยกให้ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี ของ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ที่กวาดตลาดเรียบทั้งรอบจ่ายตังค์ ทั้งรอบเกณฑ์มาชมไปถึง 201 ล้านบาท ส่วนอันดับ 2 ในปีนั้นก็ยังเป็น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๔ ศึกนันทบุเรง ที่เข้าฉายเว้นห่างมาไม่กี่เดือน และทำเงินไป 131 ล้านบาท เรียกว่ากวาดเรียบของจริง อันดับ 3 ก็ตกเป็นของ ลัดดาแลนด์ ที่ทำเงินไป 117 ล้านสูงสุดของหนัง GTH ในปีนั้นเลย เป็นปีที่หนัง GTH แป้กกว่ามาตรฐานหลายเรื่องเหมือนกันทั้ง ห่วยขั้นเทพ Suck Seed!! ชีวิตมันต้องลองซักซี้ดนึง!! (75 ล้านบาท) และ TOP SECRET วัยรุ่นพันล้าน (38 ล้านบาท) ที่ทำรายได้ต่ำกว่าร้อยล้านทั้งคู่
  • หนังไทยที่ทำรายได้สูงและน่าพูดถึงในปีนี้ก็มีอย่าง เท่ง โหน่ง จีวรบิน, พุ่มพวง, 30+ โสด ON SALE, 30 กำลังแจ๋ว, ส.ค.ส. สวีทตี้ และเซอร์ไพรส์ฮิตปีนี้ต้องยกให้ ปัญญา เรณู ที่ทุนน้อยนอกสายตาแต่ดังเกินคาด และต้องบันทึกว่าเป็นปีที่หนังไทยมีจำนวนเข้าฉายลดลงจากปีก่อนพอสมควรเลย

หนังแห่งปีของแต่ละสำนัก
หนังแห่งปีวัดจากหนังคะแนนรวมสูงสุดของเว็บรวมคะแนนวิจารณ์แต่ละเจ้า ก็จะได้ดังนี้

  • Rotten Tomatoes ให้ Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 (สดไป 96%)
  • IMDb ให้หนังฝรั่งเศสอิ่มอุ่น The Intouchables (8.5/10)
  • Metacritic ให้หนังอิหร่านเจ้าของหนังออสการ์สาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม A Separation (94/100)

หนังตัวแทนแห่งปี 2011
A Separation เพราะสะท้อนยุคแห่งกระแสความเปลี่ยนแปลงระหว่างชนชั้นอย่างชัดเจน หนังอิหร่านเรื่องนี้มีนัยยะที่สอดคล้องกับปรากฏการณ์ปฏิวัติอาหรับสปริงส์ในปีนั้น และถ้าว่ากันไปเหตุการณ์ม็อบเสื้อแดงที่พื้นฐานปัญหามาจากความแตกแยกทางชนชั้นในไทยก็บูมสุดในปีนี้ด้วยเช่นกัน

ปี 2012 (พ.ศ.2555)

  • เวทีออสการ์หนังยอดเยี่ยมคือ Argo ของ เบน แอฟเฟลก ที่สะท้อนว่าฮอลลีวูดก็ไม่ได้ดูดายเหตุการณ์อาหรับสปริงส์ในตะวันออกกลางเลย ส่วน หลี่อัน จาก Life of Pi ก็คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไป ด้านสาขาแอนิเมชันก็เป็น Brave จากพิกซาร์ และหนังต่างประเทศเป็นของ Amour ของ ไมเคิล ฮาเนเก้ ซึ่งก็เป็นหนังที่คว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเมืองคานส์ไปด้วยในปีนั้นเช่นกัน ส่วนรางวัลลูกโลกทองคำสาขาดราม่าก็เป็นหนัง Argo และสาขาหนังเพลง/หนังตลกก็เป็นหนังเพลงปฏิวัติฝรั่งเศสอย่าง Les Misérables ของ ทอม ฮูเปอร์ 
  • หนังรายได้สูงสุดของโลกในปีนี้ทำเงินไปได้ถึง 1,518 ล้านเหรียญ และยังเปิดศักราชหนังรวมพลังค่ายมาร์เวลด้วย นั่นคือ The Avengers ภาคแรก ทำให้ค่ายหนังทั่วโลกต่างมองเห็นความสำคัญของการสร้างหนังแบบจักรวาลร่วม จนภายหลังก็ทำย่ำรอยตามมาร์เวลกันเพียบ แป้กบ้าง ดีบ้างว่ากันไป ส่วนอันดับ 2 กับ 3 ปีนี้ค่อนข้างใกล้กันแต่ห่างจากที่ 1 มาไกลพอควรนั่นคือ Skyfall หนังเจมส์ บอนด์ 007 ที่ทำไป 1,108 ล้านเหรียญ ส่วนอันดับอื่นที่เกินพันล้านเหรียญก็มี The Dark Knight Rises ภาคจบของไตรภาค (1,081 ล้านเหรียญ) และ The Hobbit: An Unexpected Journey (1,017 ล้านเหรียญ)

  • หนังไทยบ้านเราเป็นอีกปีที่แม้จำนวนหนังเข้าฉายจะมากขึ้น แต่รายได้ที่แต่ละเรื่องทำได้ก็ไม่เปรี้ยง ซบเซาไปตาม ๆ กันตามสภาพสังคม หนังไทยที่ได้รางวัลสุพรรณหงส์ปีนี้คือ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่ถึงจะเข้าฉายโรงทั่วไปแต่ด้วยความเป็นหนังดราม่าคนดูหนังทั่วไปเลยอาจไม่ได้สนใจกันมากนัก ขณะที่หนังอินดี้เด่นของปีก็ยกให้ แต่เพียงผู้เดียว P-047 ของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ก็ต้องบันทึกว่าหนังทั้งสองเรื่องต่างมีท่าทีสะท้อนยุคสมัยอันแตกแยกและแปลกแยกของไทยในเวลานั้นออกมาอย่างไม่ได้นัดหมายด้วย
  • หนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดในปีนี้ทำไป 152 ล้านบาท คือ ATM เออรัก เออเร่อ ของ เมษ ธราธร ที่กลับมาแก้มือจาก บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) (2553) ที่รายได้ขั้นแป้กสำหรับหนัง GTH ได้อย่างงดงาม ส่วนอันดับ 2 ห่างลงมามากคือเรื่อง คุณนายโฮ ทำไป 92 ล้านบาท
  • ที่น่าสนใจคือในปีนี้มีผู้กำกับหน้าใหม่ (ในตอนนั้น) ซึ่งตอนนี้กลายเป็นผู้กำกับแถวหน้ามาประดับวงการไปเรียบร้อยแล้ว ได้ส่งหนังเรื่องแรกลงมาฉาย คือ 36 ของ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์  เจ้าของหนัง Girls Don’t Cry และ เคาท์ดาวน์ Count down ของ นัฐวุฒิ พูนพิริยะ เจ้าของหนัง ฉลาดเกมส์โกง

หนังแห่งปีของแต่ละสำนัก
หนังแห่งปีวัดจากหนังคะแนนรวมสูงสุดของเว็บรวมคะแนนวิจารณ์แต่ละเจ้า ก็จะได้ดังนี้

  • Rotten Tomatoes ให้ Argo (สดไป 96%)
  • IMDb ให้ The Dark Knight Rises (8.4/10)
  • Metacritic ให้หนังล่าหัวบินลาเดน Zero Dark Thirty (95/100)

หนังตัวแทนแห่งปี 2012
The Avengers เพราะเป็นหนังที่สร้างปรากฏการณ์ และทำให้หนังมาร์เวลกลายเป็นยักษ์ใหญ่ที่ครองพื้นที่หนังโรงยาวจากนั้นมาตลอดของจริง และยังสะท้อนการร่วมแรงร่วมใจผ่านปัญหาและชนะอุปสรรคของมนุษยชาติในปีนั้น เช่น กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ณ ลอนดอน ได้อย่างดี

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น