Christopher Nolan Films
Christopher Nolan Films

ย้อนดูหนัง 10 เรื่อง ตลอด 22 ปีของผู้กำกับ Christopher Nolan ก่อนจะถึง Tenet

INCEPTION (2010)

Leonardo DiCaprio and Ellen Page in Inception (2010)

Copp ก่อตั้งทีมจารกรรมความคิด เขาและทีมงานจะเจาะเข้าไปในจิตใจของเป้าหมายผ่านทางการร่วมแชร์ความฝัน เพื่อดึงเอาข้อมูลลับที่เป้าหมายเก็บงำไว้ในจิตใต้สำนึกออกมา ซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นการล้วงความลับทางธุรกิจ เป้าหมายรายล่าสุดของ Copp และทีมงานคือ Saito นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น Copp ล้วงข้อมูลของ Saito ผ่านทางความฝันซ้อนฝัน ซึ่งจบลงด้วยความล้มเหลว แต่ Saito กลับยื่นข้อเสนอว่าจ้างทีมของ Copp ทำ Inception กับเป้าหมายของ Saito แทน

Inception คือวิธีแทนที่จะล้วงลึกไปถึงข้อมูลที่เป้าหมายเก็บซ่อนไว้ กลายเป็นการนำเอาข้อมูลที่ต้องการลงไปวางไว้ในจิตใต้สำนึกของเหยื่อแทน แม้จะไม่อยากทำเพราะเป็นงานยาก แต่ Saito ก็ยื่นข้อเสนอตอบแทนเป็นการล้มล้างความผิดที่ Copp เคยโดนข้อหาฆาตกรรมภรรยาตนเองในอดีต และจะได้สิทธิ์กลับเข้าสหรัฐฯ เพื่อเจอหน้าลูกอีกครั้ง Copp จึงตกลงและเริ่มต้นวางแผนการทำงานทันทีกับทีมงานระดับพระกาฬ

  • นักแสดง: Leonardo DiCaprio, Tom Hardy, Ken Watanabe, Joseph Gordon-Levitt, Cillian Murphy, Ellen Page, Marion Cotillard, Michael Caine, Pete Postlethwaite
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 160 / 833 ล้านเหรียญฯ
  • รางวัลบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 4 สาขารางวัล (ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ผสมเสียงยอดเยี่ยม, ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และวิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 4 สาขารางวัล (ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และองค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม)

ที่สุดแห่งหนังไซไฟในทศวรรษนี้ ซึ่งก็คงไม่เกินเลยไปจากความจริงที่ว่า นี่คือหนังที่สดใหม่ มาจากแนวคิดดั้งเดิมแท้ ๆ ของผู้กำกับ Christopher Nolan ที่สร้างหนังเรื่องนี้โดยได้เแรงบันดาลใจจาก James Bond รวมเข้ากับแนวคิดจิตวิทยา Inception ประกอบไปด้วยหลากหลายองค์ประกอบของความไซไฟ ไล่ตั้งแต่ การเดินทางเข้าไปในฝันซ้อนฝัน การขโมยความลับจากจิตใต้สำนึกระหว่างที่เหยื่อกำลังหลับ และหว่านจิตใต้สำนึกปลอมเพื่อเปลี่ยนความเป็นจริง หนังยังเต็มไปด้วยลูกล่อลูกชนให้คนเดาว่านี่คือความฝันหรือเรื่องจริง ไปจนถึงฉากสุดท้ายที่กลายเป็นหนึ่งในฉากจบที่ชวนสงสัยที่สุดตลอดกาล

Leonardo DiCaprio and Christopher Nolan in Inception (2010)

Inception คือโพรเจกต์ในฝันของ Nolan ที่อยากจะทำมาตั้งแต่หนังเรื่องแรก ๆ แต่เขาก็รู้ว่า ในตอนนั้นบารมีของเขายังมีไม่มากพอจะขอทุนสร้างระดับ 160 ล้านเหรียญฯ จากค่ายหนัง หลังจากเสร็จ Insomnia (2002) เขาเริ่มเขียนโครงเรื่องของหนัง ความยาว 80 หน้าเกี่ยวกับจอมโจรขโมยฝัน Emma Thomas ภรรยาของโนแลนและนั่งแท่นโปรดิวเซอร์หนังทุกเรื่องของเขายังไม่ค่อยมั่นใจในตอนได้อ่านโครงเรื่องว่า สามีของเธอจะขายโพรเจกต์ผ่าน และเมื่อเขาได้ผ่านการทำหนังอย่าง The Prestige (2006) ที่ขายการเล่าเรื่องนักเล่นกลได้อย่างหักมุมซับซ้อน และหนังฟอร์มใหญ่ยักษ์อย่าง The Dark Knight (2008) แล้ว เขาก็กลับมาจับสิ่งที่เขาใฝ่ถึงความฝันเสียที

Leonardo DiCaprio, Cillian Murphy, and Christopher Nolan in Inception (2010)

ตามสไตล์ผู้กำกับหนังแบบ Old School ที่ต้องคุมถ่ายเองทุกซีน นอกจากนั้นเขายังถ่ายหนังด้วยสถานที่จริงมากที่สุดอย่างแทบจะไม่พึ่ง CG เลย ดังนั้นฉากห้องโรงแรมที่ยกพื้นขึ้นให้เอียง 25 องศา ซึ่งนักแสดงและทีมงานก็ต้องเอียงตามตอนถ่ายทำกันไปด้วย หรือฉากโถงทางเดินหมุน 360 องศาที่เห็นจึงเป็นฉากที่ถูกสร้างขึ้นมาจริง ๆ (Joseph Gordon-Levitt ต้องซ้อมแสดงฉากเดินไปมาในฉากหมุนนั้นฉากเดียวอยู่ 2 สัปดาห์ก่อนแสดงจริง) หรือฉากรถไฟที่ชนแหวกแถวรถยนต์บนท้องถนนนั้น Nolan ก็ใช้รถไฟจริง ๆ มาถ่าย

ชวนอ่าน “ครบรอบ 10 ปี Inception ของ Christopher Nolan หนังไซไฟโจรกรรมที่ดีที่สุดตลอดกาล”

THE DARK KNIGHT (2008)

Heath Ledger in The Dark Knight (2008)

Batman ร่วมมือกับสารวัตร Gordon ออกกวาดล้างเหล่าทรชนในเมืองก็อตแธมจนเป็นที่โจษจัน คุณภาพชีวิตเมืองก็อตแธมก็ดีขึ้นมาก แต่ก็ยังมีชาวเมืองบางส่วนที่ไม่ชอบใจกับการตั้งตนเป็นศาลเตี้ยพิพากษาคนร้ายของเขา ต่อมาก็อตแธมก็ปรากฏวีรบุรุษคนใหม่ที่เล่นตามกติกาของบ้านเมือง นั่นคือ Harvey Dent อัยการหนุ่มไฟแรงที่ไม่เกรงกลัวต่อผู้ร้ายหน้าไหน แถมยังเป็นคนรักใหม่ของ Rachel แฟนเก่าของ Bruce Wayne ด้วย ขณะเดียวกันทางฝั่งของแก๊งต่าง ๆ ที่กำลังอยู่ไม่สุข ก็ปรากฏตัววายร้ายคนใหม่ที่ฝีมือสูสีกับ Batman อย่าง Joker

Joker อาสาจะกำจัดแบทแมนให้โดยไม่เลือกวิธีการ Joker ก่อวินาศกรรมป่วนไปทั่วเมืองอย่างคาดเดาไม่ได้ และสังหารผู้บริสุทธิ์ไปหลายคนโดยเรียกร้องให้แบทแมนออกมาเผยโฉมหน้าของตัวเอง มิฉะนั้นจะต้องมีคนตายทุกวัน หลังจากหารือกันแล้ว ระหว่าง Wayne, Gordon และ Dent เขาจึงตัดสินใจจะเผยตัวเอง แต่ Dent กลับชิงแกล้งเผยตัวไปก่อนว่าตนเองคือ Batman และยอมโดนจับไปเพื่อให้ Joker หยุดก่อการ

Christian Bale in The Dark Knight (2008)

แต่ Joker วางแผนจับตัว Dent ไปในระหว่างการส่งตัว Dent เข้าสู่ที่คุมขัง แต่นั่นกลับเป็นแผนการของทาง Batman และกรมตำรวจเองที่จัดฉากเพื่อล่อ Joker ออกมาติดกับ แต่ Joker ก็มีแผนตลบหลังพวกเขาอีกที ด้วยการจ้างตำรวจเลวในสถานีตำรวจลักพาตัว Dent และ Rachel ไปซ่อนไว้ในสถานที่ 2แห่ง และอาศัยช่วงที่แบทแมนและตำรวจออกไปช่วยทั้งคู่ ระเบิดสถานีตำรวจหลบหนีออกมาได้ ทั้ง Wayne และ Dent ต้องพบกับความสูญเสียคนที่รักที่สุด และ Dent ก็ถูกไฟไหม้ไปครึ่งตัวเนื่องจากแผนร้ายของ Joker ขณะเดียวกันชาวเมืองก๊อตแธมก็ถูกทดสอบศีลธรรมในจิตใจครั้งใหญ่ ที่ลำพังแต่เพียง Batman ก็คงไม่อาจต้านทั้ง Joker และด้านมืดของมนุษย์เมืองก็อตแธมได้พร้อมกัน

  • นักแสดง: Christian Bale, Heath Ledger, Aaron Eckhart, Michael Caine, Maggie Gyllenhaal, Gary Oldman, Morgan Freeman, Cillian Murphy
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 185 / 1,005 ล้านเหรียญฯ
  • รางวัลบนเวทีออสการ์:
    • ชนะ 2 สาขารางวัล (นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Heath Ledger) และผสมเสียงยอดเยี่ยม)
    • เข้าชิง 6 สาขารางวัล (ถ่ายภาพยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม, องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม, แต่งหน้าทำผมยอดเยี่ยม, ผสมเสี่ยงยอดเยี่ยม และวิชวลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม)

หนังที่ได้ชื่อว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโรที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งของโลก ถึงขนาดการไม่ได้เข้าชิงสาขารางวัลาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของหนัง กลายเป็นกระแสกดดันคณะกรรมการออสการ์ ทำให้หลังจากปี 2008 เป็นต้นมา หนังที่เข้าชิงสาขานี้จะไม่ถูกจำกัดจำนวนไว้ที่ 5 เรื่องอีกต่อไป นอกจากนั้น หนังก็เป็นหมุดหมายในการเรียกหนังซูเปอร์ฮีโรยุคหลังที่เน้นด้านมืดหม่นและความรุนแรงของเนื้อเรื่องว่า Post The Dark Knight ด้วย

Christian Bale, Heath Ledger, and Christopher Nolan in The Dark Knight (2008)

หนังได้ยกระดับการเป็นหนังฮีโรไปเป็นหนังอาชญากรรมที่ใช้จิตวิทยาในการเล่าเรื่องอย่างเข้มข้น ซึ่งองค์ประกอบสำคัญก็คือการแสดงเป็นวายร้ายหลักของเรื่องอย่าง Joker โดย Heath Ledger ที่กลายเป็นบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา ที่แม้ว่าเขาจะไม่เสียชีวิตไปก่อนหนังฉายก็น่าจะได้รับรางวัลออสการ์จากบทนี้ไปครองอยู่ดี เขาทำการบ้านอย่างหนักเพื่อจะมารับบท อ่านนิยายภาพ Arkham Asylum และศึกษาหนัง A Clockwork Orange (1971) ของ Stanley Kubrick เพื่อนำมาออกแบบ Joker ส่วนแรงบันดาลในการออกแบบภาพลักษณ์ของ Joker ในเวอร์ชันนี้ของทีมงานก็มาจากใบหน้าของ Brandon Lee จาก The Crow (1994) ซึ่งเขาก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุขณะถ่ายทำหนังเรื่องนั้นด้วยเช่นกัน ส่วนแรงบันดาลใจต่อการนำเสนอ Joker ในมุมมองของเขามาจากหนัง The Testament of Dr. Mabuse (1933)

Aaron Eckhart and Christopher Nolan in The Dark Knight (2008)

ความสำเร็จของหนังสะท้อนผ่านตัวเลขรายได้ที่กลายเป็นหนัง Batman ที่ทำรายได้สูงสุดในทุกฉบับ กลายเป็นหนังซูเปอร์ฮีโรที่รายรับทั่วโลกข้ามหลักพันล้านเหรียญฯ ได้เป็นเรื่องแรก และเพียงแค่ 6 วัน หนังก็สามารถทำรายได้ในสหรัฐฯ แซง Batman Begins ภาคแรกทั้งโปรแกรมฉาย ถึงอย่างนั้นหนังก็ยังเกิดเรื่องราวเหมือนมีอาถรรพ์ตลอดการถ่ายทำ ทั้งการเสียชีวิตของ Ledger และ Conway Wickliffe ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิต Bale ถูกจับข้อหาทำร้ายร่างกายแม่และพี่สาว (เขาออกมาปฏิเสธ) รวมถึง Morgan Freeman ก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำแต่รอดมาได้

THE PRESTIGE (2006)

2 นักมายากลที่เคยเป็นเพื่อนกันอย่าง Alfred Borden และ Robert Angier เกิดต้องมาแตกหักกัน เมื่ออัลเฟรดทำให้คนรักของ Robert ต้องจบชีวิตอย่างไม่ตั้งใจ Robert จึงหาทางล้างแค้นทำลายการแสดงของ Alfred ก่อเกิดเป็นการจองเวรทำลายการแสดงของอีกฝั่งกันไปกันมา ทั้งด้วยเล่กลมนตร์คาถาชนิดที่เกทับบลัฟแหลก จนกลายเป็นสู้กันด้วยวิธีสกปรกไปในที่สุด

  • นักแสดง: Hugh Jackman, Christian Bale, Michael Caine, Scarlett Johansson, Rebecca Hall, David Bowie, Andy Serkis
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 40 / 109 ล้านเหรียญฯ
  • รางวัลบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 2 รางวัลออสการ์ (ถ่ายภาพยอดเยี่ยม และองค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม)

The Prestige ดูเหมือนจะเป็นหนังที่ห่างไกลจากความเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดแล้วของ Nolan เพราะเล่ามาที่เรื่องราวโลกของนักมายากล 2คนที่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนก่อนที่จะชิงดีชิงเด่นกันในท้ายที่สุด แต่ Nolan ก็ยังผูกเรื่องของวิทยาศาสตร์เข้ามาทำให้กลายเป็นหนังมายากลซับซ้อนและมีบทสรุปชวนหักมุม หนังสร้างจากแนวคิดพื้นฐานขั้นตอนการแสดงมายากล 3 ขั้น ได้แก่ The Pledge ตอนที่นักมายากลแสดงให้เห็นสิ่งของหรือเหตุการณ์ธรรมดาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, The Turn เมื่อนักมายากลแสดงให้เห็นถึงสิ่งผิดปกติที่เปลี่ยนไปของสิ่งของสิ่งนั้น และ The Prestige ตอนสุดท้ายเมื่อนักมายากลนำสิ่งของหรือเหตุการณ์ที่ผิดแปลกไปนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม (หนังเรื่องนี้ก็ใช้วิธีการนี้หลอกล่อคนดูจนจบเช่นกัน)

David Bowie in The Prestige (2006)
David Bowie

ความพิเศษหลายประการของหนังเรื่องนี้ ไล่ตั้งแต่การได้นักแสดงสุดหล่อมากฝีมือแห่งยุค 2คนโคจรมาเจอกัน อย่าง Hugh Jackman และ Christian Bale (Batman ของ Nolan) แล้วก็ยังได้ David Bowie ศิลปินนักร้องไอคอนระดับโลกผู้ล่วงลับที่ไม่ค่อยรับงานแสดงเท่าไร มารับบทเป็น Nikola Tesla ที่แต่งหน้าทำผมจนไม่เหลือเค้าเดิมของ Bowie เลย ปี 2006 ที่หนังเข้าฉายนั้นยังเป็นปีทองของหนังนักมายากล เพราะมี The Illusionist ที่นำแสดงโดย Edward Norton และ Scoop หนังของผู้กำกับ Woody Allen เข้าฉาย ซึ่งเรื่องหลังนี้ก็นำแสดงโดย Jackman และ Johansson เช่นกัน นอกจากนี้หนังมีฉากจัมพ์คั9 (ที่หมายถึงตัดต่อเปลี่ยนฉากไปจากฉากก่อนหน้า) มากถึง 146 ครั้ง แต่เชื่อว่า Tenet จะทำลายสถิติหนังที่มีจัมพ์คั9มากที่สุดของ Nolan แน่นอน

ชวนอ่าน “ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? 12 “หนังหักมุม” ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล

BATMAN BEGINS (2005)

Bruce Wayne หวาดกลัวค้างคาวมาตั้งแต่เด็ก วันหนึ่งพ่อและแม่ของเขาได้พาเขาไปชมละครเวที ในละครเรื่องนั้นประกอบไปด้วยตัวละครที่มีลักษณะคล้ายค้างคาว เมื่อพวกมันปรากฏตัว Wayne ก็เกิดความกลัวและเร่งเร้าให้พ่อและแม่พาเขากลับบ้าน หลังจากที่เดินออกจากที่นั่น พ่อและแม่ของเขาก็ถูกสังหารโดยโจรจี้ปล้น Wayne เฝ้าโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิต หลายปีต่อมาหลังเรียนจบ เขากลับมายังเมืองก๊อตแธม เพื่อล้างแค้นฆ่าโจรคนที่ฆ่าพ่อแม่ แต่โจรคนนั้นได้ถูกกันไว้เป็นพยานให้การในคดีความของเจ้าพ่อมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ต่อมาเจ้าพ่อคนนั้นก็ก็ชิงสังหารโจรไปเสียก่อน Wayne ผิดหวังต่อตัวเองที่มุ่งแต่จะแก้แค้นโดยไม่สนใจความยุติธรรม เขาตัดสินใจที่จะเดินทางไปในมุมต่าง ๆ ของโลก เพื่อทำความเข้าใจจิตวิญญาณของการเป็นอาชญากร

หลังจากนั้นถึง 7 ปี เขาถูกจับกุมที่ประเทศจีน โทษฐานที่เป็นขโมยและถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำของชาวภูฏาน เขาได้พบกับ Ducard ผู้เชิญให้เขาไปเข้าร่วมกับกลุ่มศาลเตี้ย “พันธมิตรแห่งเงา” (League of Shadows) ที่นำโดยหัวหน้ากลุ่มที่ชื่อ Ra’s Al Ghul ต่อมา Wayne ตอบตกลงเข้ากลุ่มฝึกวิชาการสู้รบร่วมกับกลุ่มทุกรูปแบบ โดยมีดูคาร์ดเป็นอาจารย์ผู้ฝึกสอน จนเขาสามารถขจัดความกลัวในวัยเด็กของเขาได้ แต่เมื่อเขาได้รู้ว่า กลุ่มตั้งใจจะใช้เขาเพื่อเป็นเครื่องมือทำลายเมืองสกปรกโสมมอย่างก็อตแธม เขาจึงปฏิเสธความตั้งใจนั้นด้วยการทำลายฐานบัญชาการของกลุ่มและสังหาร Ra’s Al Ghul แต่เขาได้ช่วย Ducard เอาไว้ และกลับไปกำจัดอาชญากรและมาเฟียเพื่อฟื้นฟูก็อตแธมอีกครั้งในนาม Batman

  • นักแสดง: Christian Bale, Michael Caine, Gary Oldman, Liam Neeson, Katie Holmes, Cillian Murphy
  • ทุนสร้าง/รายรับรวมทั่วโลก: 150 / 373 ล้านเหรียญฯ
  • รางวัลบนเวทีออสการ์: เข้าชิง 1 สาขารางวัล (ถ่ายภาพยอดเยี่ยม)

ปฐมบทของหนังไตรภาคมนุษย์ค้างคาวอัศวินรัตติกาลที่ดีที่สุดจนถึงตอนนี้ และเป็นหนังที่ทำให้ Christopher Nolan กลายเป็นผู้กำกับสายเมนสตรีม กำกับการมาจับหนังแฟรนไชส์ซูเปอร์ฮีโร และนัยหนึ่งก็เป็นหนังที่กรุยทางให้หนังฮีโรกลายเป็นที่ยอมรับในเชิงคุณภาพด้วย (ต่อมาในปี 2008 ภาคต่อของเรื่องนี้และ Iron Man (2008) จากฝั่ง Marvel คือที่มา) ด้วยชื่อชั้นของ Nolan ทำให้หนังได้นักแสดงระดับแถวหน้าและได้ออสการ์ในเวลาต่อมาหลายคนมาร่วมงาน อย่าง Christian Bale เองที่ขอตั้งตนไม่รับเล่นหนังแฟรนไชส์ก็ยังมาเล่นหนังเรื่องนี้ด้วย ก่อนหน้านี้สองพี่น้อง Wachowski จาก The Matrix (1999) เคยถูกวางตัวให้มากำกับภาครีเมก Batman แต่พวกเขาเลือกจะไปทำภาคต่อหนังไซไฟเรื่องสร้างชื่อ

Christian Bale, Katie Holmes, and Jack Gleeson in Batman Begins (2005)

รายชื่อของนักแสดงที่เคยเกือบจะได้บท Bruce Wayne นี้ไปครองมีตั้งแต่ Aston Kutcher, Jake Gyllenhaal ซึ่งมือเขียนบท David S. Goyer เชียร์เป็นพิเศษ, Henry Cavil ที่ต่อมาได้มารับบท Superman, Heath Ledger ที่มารับบท Joker ในภาค2, Josh Hartnett และคนที่ Nolan เลือกก่อนจะเปลี่ยนใจเป็น Bale ก็คือ Cillian Murphy สุดท้าย Nolan ก็เลยมอบบทวายร้ายหุ่นไล่ก่าให้ และเป็นตัวร้ายเพียงตัวเดียวที่ปรากฏตัวตลอดทั้งไตรภาค

Bale คือคนแรกในทีมนักแสดงทั้งหมดที่ทดสอบบทผ่าน ส่วนคนสุดท้ายคือ Gary Oldman ที่ตอบตกลงมารับบท Jim Gordon ทั้งที่ยังไม่ได้อ่านบทเลย บทนี้เดิมที่ถูกเสนอให้ Chrirs Cooper มารับบท แต่เมื่อเขาปฏิเสธ Nolan จึงโยก Oldman จากเดิมที่ได้รับบท Ra’s Al Ghul (ภาษาอาระบิก แปลว่า หัวของปิศาจ) มาเล่นแทน ส่วนบทนี้ก็ตกเป็นของ Liam Neeson ในเวลาต่อมา Goyer มือเขียนบทบอกว่า บท Ra’s Al Ghu นั้นได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนบุคลิกและปูมหลังมาจากหัวหน้ากลุ่มก่อการร้าน Osama bin Laden (บท Ra’s Al Ghu ยังเคยถูกเสนอให้ Daniel Day-Lewis กับ Viggo Mortensen ด้วย)

ความพิเศษของหนังเรื่องนี้อีกอย่างคือเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้สุดยอดนักทำเพลงถึง 2 คนมาทำ คนแรกคือ Hans Zimmer ที่เป็นขาประจำนักทำเพลงประกอบของ Nolan อยู่แล้ว ส่วนอีกคนที่ Zimmer ขอให้ Nolan มาช่วยทำเพลงด้วยคือ James Newton Howard ทั้งสองแบ่งพาร์ทการทำเพลงประกอบกันที่ช่วง Bruce Wayne กับ Batman (พวกเขาทำเพลงร่วมกันในภาค The Dark Knight ด้วย ก่อนที่ภาคสุดท้าย The Dark Knight Rises นั้น Howard ขอถอนตัวออกไปเพราะ “รู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน” ตามเหตุผลที่แถลงออกมา)

(อ่านต่อหน้าถัดไป)

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save