[สัมภาษณ์] ‘TSUNARI’ สุนารีแห่งวงการฮิปฮอป สาวโคราชที่ไปต๊าซระดับอินเตอร์

‘TSUNARI’ ชื่อเก๋ ๆ นามนี้อ่านแบบไทย ๆ ได้ว่า ‘สุนารี’ เธอเป็นแรปเปอร์สาวลูกครึ่งไทย-ตรินิแดด ที่เติบโตในหลายถิ่นดินแดนเกิดที่อังกฤษ แต่ไปโตที่โคราชถิ่นอีสาน และในซาอุดิอาระเบีย จากนั้นจึงกลับมาไทยและกลับไปที่ซาอุ ฯ ย้ายไปย้ายมา จนสุดท้ายได้ตัดสินใจไปชีวิตและทำเพลงอยู่ที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ

จากชีวิตที่ได้สัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรม พบเจอเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย สุนารีได้แปรเปลี่ยนมันเป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยคุณภาพการทำเพลงระดับอินเตอร์ที่มาพร้อมเนื้อร้องภาษาไทยที่ฟังเผิน ๆ ก็นึกว่าเป็นภาษาอังกฤษซะงั้น

เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ทำความรู้จักกับตัวตนและบทเพลงของเธอมากขึ้น ขอเชิญไปสัมผัสกับแรปเปอร์สาว ‘สุนารี’ คนนี้ได้เลยครับ

ตอนฟังเพลงของสุนารีครั้งแรกก็รู้สึกนึกว่าเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษฟังไปฟังมาเป็นภาษาไทยคือมันเนียนมาก

คนที่นี่ก็นึกว่าสุนารีร้องเป็นภาษาอังกฤษแต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เป็นภาษาไทย

แล้วเวลาฝรั่งเขาฟังเพลงสุนารีเขาว่ายังไงบ้าง

ส่วนมากถ้าเขาฟังผ่าน ๆ ก็นึกว่าเป็นภาษาอังกฤษ แต่พอฟังดี ๆ เฮ้ยมันเป็นภาษาอื่นแต่เขาก็จะมีฟีลแบบว่าถึงเขาจะฟังไม่รู้เรื่องแต่เขาก็ชอบ มันก็เลยทำให้สุนารีอยากปล่อยเพลงภาษาอังกฤษแต่เอาตรงนี้ให้เสร็จก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยปล่อยเป็นภาษาอังกฤษ

สุนารีก็ไปอยู่มาหลายประเทศใช้ชีวิตแบบหลากหลายเชื้อชาติแต่ทำไมเราถึงตัดสินใจทำเพลงเป็นภาษาไทย

เพราะว่าหนึ่งเลยถึงสุนารีอาจจะย้ายไปอยู่ลอนดอนแต่สุนารีก็ไม่ลืมความเป็นไทยแล้วก็นึกอยากจะคืนกลับให้คนไทยสังคมไทยแล้วก็เด็กรุ่นต่อไปที่อยากจะทำตามความฝันเหมือนสุนารี แบบสุนารีสามารถทำได้นะถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเจออุปสรรคอะไรมาเยอะ แต่ 10 ปีผ่านไปสุนารีก็ยังอยู่ในเส้นทางนี้ก็ยังทำต่อไป อยากจะเป็น inspiration ให้กับคนรุ่นต่อไปค่ะ

ซึ่งในวันนี้สุนารีก็ทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว และก็เป็นหนึ่งในศิลปินหญิงสายฮิปฮอปที่โดดเด่นชัดเจนซึ่งถือว่ายังมีน้อยอยู่ในวงการบ้านเรา

ค่ะอยากให้มีศิลปินหญิงเยอะขึ้นด้วยโดยเฉพาะในด้านฮิปฮอปอาร์แอนด์บีมันก็มีไม่กี่คนนะ มันก็คงจะดีถ้าหากเรามีศิลปินที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น เหมือนแร็ปเปอร์ผู้ชายที่มีเป็นกลุ่มหลายสิบคนแต่ตอนนี้แร็ปเปอร์หญิงเรามีไม่ถึงสิบคน

ในมุมมองของสุนารีคิดว่าแร็ปเปอร์หญิงต่างกับแร็ปเปอร์ชายยังไงและอะไรคือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแรปเปอร์หญิง

โดยส่วนตัวแล้วสุนารีคิดว่าการเป็นแรปเปอร์หญิงเราสามารถที่จะพูดคุยในหลาย ๆ เรื่องไม่ใช่แค่เรื่องแก๊งสเตอร์หรือเรื่องห้าว ๆ แต่ว่าเราเกิดมาเป็นผู้หญิงแล้วสามารถพูดถึงเรื่องที่มัน emotional ถึงเรื่องประสบการณ์ต่าง ๆ ถึงเรื่องความรักหรือไม่ก็ถึงเรื่องอะไรที่มันทำให้เราสู้ต่อไป ผู้หญิงที่อยากจะเป็นแรปเปอร์อาจจะคิดว่าฉันอยากจะเป็นแรปเปอร์ฉันจะต้อง hard อย่างเดียว ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจริงค่ะเรายังสามารถอ่อนโยน ร้องแบบอ่อนโยนแบบเป็นผู้หญิงได้ใช้ feminine energy (พลังของความเป็นหญิง) สุนารีคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สวยงามในการที่เราใช้ความเป็นผู้หญิงมาผสานกับความสตรองความห้าวหาญของความเป็นฮิปฮอปความแรปอ่ะค่ะ มันเป๊ะมันปั๊วะเลยค่ะ

เพลง ‘Since Young’ เปิดมาตอนแรกสุนารีร้องก่อนเลยว่า ‘ลำบากมาตั้งแต่เด็ก’ อยากให้สุนารีเล่าหน่อยว่าที่ว่าลำบากมาตั้งแต่เด็กเนี่ยชีวิตในวัยเด็กของสุนารีเป็นยังไงบ้าง

ชีวิตในวัยเด็กของสุนารีก็ล้มลุกคุกคลานขึ้น ๆ ลง ๆ สุนารีเป็นลูกครึ่งแล้วก็มีโอกาสได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศอื่นได้ไปต่างประเทศแต่ว่าครอบครัวของสุนารีเขาชอบที่จะสนับสนุนและสั่งสอนในเรื่องของการเห็นคุณค่าของชีวิต คุณยายของสุนารีเป็นชาวนาที่โคราชค่ะ มีไร่มีนาแล้วสุนารีได้มีโอกาสไปทำไร่ทำนากับเขาแล้วได้เห็นถึงอีกมุมมองของชีวิตหนึ่งอีกฝั่งหนึ่งได้เห็นถึงความยากลำบากอันนั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งและความลำบากของสุนารีก็คือการที่สุนารีได้อยู่ในสังคมใหม่นั่นก็คือในประเทศไทยสมัย 12-13 ปีก่อนตอนอยู่ประถมที่โคราช แล้วก็มีแค่สุนารีกับน้องสาวที่เป็นลูกครึ่งผิวสีแล้วมันทำให้เราแตกต่างจากคนอื่นซึ่งสุนารีก็ได้ประสบกับปัญหาของการบูลลี่มาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นทางด้านของเพื่อนรอบข้างในวัยเด็กแย่กว่านั้นก็คือการดูถูกดูหมิ่นจากผู้ใหญ่ที่เขาไม่เชื่อมั่นในตัวเราที่เขาแบบว่ายูไม่เวิร์กอ่ะ เพราะว่าสุนารีอยากเป็นศิลปินตั้งแต่เด็กแล้ว พอสุนารีแสดงตัวว่าเราอยากเป็นนักร้อง เราอยากเป็นศิลปินเขาก็จะมีการคอมเมนต์มาตลอดว่าเนี่ยยูร้องเพลงเก่งนะยูร้องเพลงได้นะแต่ความฝันของยูที่ยูอยากเป็นศิลปินคงจะเป็นไปไม่ได้เพราะว่ายูผิวคล้ำ ยูไม่สวย ยูอ้วนดำ ยูไม่ได้มี แพ็กเกจมันไปไหนไม่ได้ ซึ่งเราฟังแล้วเราแบบว่าเฮ้ยยูเป็นผู้ใหญ่มันไม่โอเคอ่ะ แต่ว่าสุนารีก็ไม่ยอม ก็สู้ต่อไปค่ะ

แล้วสุนารีผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง

ในความที่มันเกิดขึ้นตอนที่เราเด็กแล้วด้วยความที่เราเป็นเด็กมันก็เลยมีผลกระทบค่อนข้างสูง เพราะว่าเราก็ไม่เคยผ่านอะไรมากนักกับชีวิต หนังยังไม่ได้หนาเนอะ ตอนนั้นจำได้เลยว่าดาร์กแล้วก็ดาวน์กับตัวเองมากรู้สึกว่าตัวเองขาดความมั่นใจ ความมั่นใจหายจาก 100 กลายเป็น 10 แทบไม่เหลืออะไรเลยซึ่งมันก็กระทบกับสุนารีจนถึงตัวเอง 11-12 ขวบแล้วก็ช่วงที่เราเป็นเด็กเราก็ยังไม่กล้าทำอะไรคือเงียบ ๆ อยู่ตัวคนเดียวไม่กล้าทำอะไรไม่กล้ามีเพื่อนจนสุนารีได้มามีโอกาสเริ่มร้องเพลงแล้วก็เหมือนแบบโอเคฉันไม่สน ฉันไม่แคร์แล้ว นี่มันชีวิตของฉัน ฉันเป็นคนลิขิตเอง ฉันเป็นคนลิขิตอนาคตของฉัน หลังจากนี้ก็จะปล่อยผีอีบ้าออกมา ฉันเป็นอิสรภาพแล้ว ฉันจะหลุดพ้นแล้ว ฉันจะบินแล้ว (หัวเราะ) สุนารีก็ใช้พวก negativity energy (พลังงานด้านลบ) พวกคำสบประมาทมาเป็นแรงผลัดดันมาเป็นเชื้อเพลิงในการใช้ชีวิตในการดำรงชีวิตของสุนารี ให้มันก้าวต่อไปเป็นเชื้อเพลิงเป็นพลังงานที่ทำให้เราเป็นเราในเวอร์ชันที่ดีที่สุดให้ได้ค่ะ

อะไรเป็นตัวจุดประกายหรือใครเป็นแรงบันดาลใจให้สุนารีชอบดนตรี

จำได้เลยช่วงนั้นเป็นช่วงที่ MTV VH-1 Channel [V] เป็นอะไรที่แบบมันบูมมาก สุนารีจำได้ว่ากลับมาจากโรงเรียนแล้วสุนารีก็มาเปิดดูแล้วก็เจอพวก Destiny’s Child , Beyoncé, Rihanna, Britney Spears อะไรอย่างนี้แล้วเราเห็นแล้วแบบเฮ้ยมันเจ๋งดีอ่ะบวกกับที่ว่าเราชอบอิมเมจของผู้หญิงที่สตรองแล้วสวย เราก็เลยอยากจะเป็นเหมือนเขา เราอยากจะเดินตามเขาแต่ว่าก็เป็นในแบบสุนารี ซึ่งสุนารีเห็นแล้วก็แบบนี่แหละคือชีวิตของไอ ฉันจะเป็นอย่างนี้แหละ โอเคไป ! พร้อม ! จัดไป !

เคยไปประกวดร้องเพลงไหมตอนเด็ก ๆ

เคยค่ะสุนารีเป็นสายประกวดเลยค่ะ ก็มาประกวดตามพวกงานวัด งานโรงเรียน งานจังหวัดแล้วก็รวมถึงพวกรายการทีวีต่าง ๆ เอเอฟ เดอะสตาร์ เดอะวอยซ์ ก็เคยไปออดิชันค่ะ แต่ก็ไม่ติด (หัวเราะ) เข้าไปถึงรอบเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่เคยเข้าไปรอบลึก มีโอกาสอะไรสุนารีก็คว้าหมดทำหมดได้ไม่ได้ไม่รู้ขอให้ได้ไป ได้ไปฝึกฝนไปลองดู

ได้เรียนดนตรีอย่างจริงจังในสถาบันหรือในมหาลัยอะไรไหม

เรียนค่ะตอนนั้นขึ้นปี 1 ของที่ม.รังสิตแล้วก็เรียนดนตรีปีนึงและก็ (หัวเราะ) ไม่ได้เป็นเด็กเกเรนะคะแต่ว่าก็เรียนแล้วก็ร้องเพลงไปด้วย บวกกับที่ตอนนั้นจังหวะชีวิตเราก็เรียนต่อได้แต่เราอยากไปอยู่ที่อังกฤษก็เลยดรอปแล้วก็ย้ายไปอยู่ที่ลอนดอนเลยค่ะหลังจากที่จบปีหนึ่ง ฉันไม่ใช่เด็กเกเรนะ (หัวเราะ) แค่ชัดเจนว่าฉันต้องไปแล้ว เดี๋ยวค่อยกลับมาเรียน เดี๋ยวมันแก่เกินไป

พอไปที่ลอนดอนแล้วเริ่มต้นทำเพลงเลยหรือเปล่า

เริ่มต้นเลยสุนารีก็อยากจะทำเพลงนะคะแต่ด้วยความที่ว่าเราก็ต้องอยู่ในโลกความเป็นจริง สุนารีก็ต้องเลี้ยงชีพตัวเอง พอมาถึงปุ๊บก็เลยหนึ่งหาที่อยู่ สองหางานเพื่อที่จะจ่ายค่าที่อยู่แล้วก็ค่ากินค่าอยู่ค่าดำเนินชีวิตพอสุนารีจับต้นชนปลายได้ประมาณหนึ่ง สุนารีก็เริ่มออดิชัน เข้าไปในเว็บไซต์แคสติ้งงานแล้วมันก็มีงานหลาย ๆ งานให้เราแคสต์ ไม่ว่าจะเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นางแบบ นักแสดง สุนารีก็ลองมาหลาย ๆ งานก็ได้บ้างไม่ได้บ้างแต่ก็สนุกค่ะ เพราะเราได้เรียนรู้งาน เราได้ลองทำงานแปลก ๆ ใหม่ ๆ อย่างมิวสิกวิดีโอ ตอนอยู่ไทยด้วยความที่เราไม่ได้ลุคพิมพ์นิยมเนอะ ความคิดที่จะเป็นนางเอกเอ็มวีมันก็ไม่ใช่ แต่ว่าพอมาอยู่ที่นี่งานแรกจำได้ว่าเป็นนางเอกเอ็มวีเลยก็แบบกรี๊ดกร๊าดฉันเป็นนางเอกเอ็มวีอ่ะเลิศเนอะ

จากนั้นสุนารีก็เลยมาเริ่มต้นทำเพลง

ก็มาเริ่มปล่อยเพลงของตัวเองอย่างจริง ๆ จัง ๆ เลยก็คือช่วงต้นปี 2020 ตอนนั้นก็ปล่อยเพลงแรกคือเพลง “Mula” แต่ก่อนหน้านี้สุนารีก็ได้มีโอกาสปล่อยเพลง “Fire” กับพี่ดาบอยเวย์ พี่เวย์ไทเทเนี่ยม โตมากับยุคไทเทเลยจำได้ตอนเด็ก ๆ พอเพลง “ทะลึ่ง” เพลง “ยักไหล่” ออกมา จำได้ว่าเฮ้ยมันเจ๋งมากไทเทเนียม ต่อไปฉันอยากจะทำเพลงกับพี่ไทเทเนียมสักวัน สุดท้ายเวลาผ่านไปเราได้มีโอกาสทำฝันให้เป็นจริง อันนั้นก็เป็นเพลงไทยเพลงแรกที่สุนารีได้ปล่อยออกมาแล้วก็เป็นเพลงภาษาอังกฤษด้วยค่ะ

แล้วไปเจอพี่เวย์ได้ยังไง

มีคนถามหลายคนมากคือสุนารีได้เคยเจอพี่เวย์นานมาแล้วในงานนึง แต่พี่เวย์จำไม่ได้หรอกค่ะ แต่ว่ามาร่วมทำงานกันได้จากการที่สุนารีดีเอ็มไปในอินสตาแกรมสุนารีบอกว่าสุนารีปล่อย Remix เพลง “Rockstar” ของ Post Malone แล้วก็เหมือนถามความคิดเห็นอะไรอย่างนี้ค่ะ แล้วพอเขาได้ฟังเขาก็ไปแชร์ใน stories ของเขา เราก็แบบเว้ยเฮ้ยกรี๊ดหลังจากนั้นเขาก็แบบว่าเออเนี่ยกำลังทำอัลบั้มนะสนใจจะให้ยูมา feat. กับเราพอเราได้โอกาส เราก็กรี๊ดเลยเฮ้ยได้ร้องเพลงกับพี่ดาบอยเวย์ ฝันฉันเป็นจริงแล้ว เพื่อนสาวก็อิจฉาเพราะเพื่อนสาวปลื้มพี่เวย์ พี่เวย์เขาหล่อตั้งแต่หนุ่ม ๆ เพื่อน ๆ ก็เลยอิจฉากัน

ตอนแรกพอสุนารีปล่อย “Mula” ไปเป็นยังไงบ้างดีใจไหมที่ในที่สุดก็มีเพลงของตัวเองแล้ว

ก่อนปล่อยตอนนั้นหวาดเสียวมากเพราะว่าไม่ได้ปล่อยเพลงมานานมากบวกกับเราถ่ายเอ็มวีแล้วเราเขียนเพลงตั้งแต่ก่อนโควิดมันจะเกิดขึ้น ก่อนล็อกดาวน์มันจะเกิดขึ้น แล้วพอเราจะปล่อยเพลงแล้วเนี่ยก็มีการล็อกดาวน์ สุนารีก็แบบว่าเฮ้ยใครจะอยากฟังเพลงเธอนะ เพราะตอนนี้ทุกคนก็เครียดกับล็อกดาวน์ ทุกคนก็เสียงานเจอกับปัญหาอะไรหลาย ๆ อย่าง ก่อนปล่อยสุนารีก็รู้สึกว่าเฮ้ยรอก่อนดีไหมก็เลยรอ 1-2 เดือนให้สถานการณ์เข้าที่แล้วพอปล่อยปุ๊บคนก็ชอบ ซึ่งสุนารีก็ตกใจแต่ก็ดีใจ โอเคหายเสียวแล้ว คนไม่ด่าแล้ว (หัวเราะ)

หลังจากนั้นก็เลยเหมือนเราก็มั่นใจเราก็ทำต่อมาเลย

แล้วก็ปล่อยต่อมาเลยมีเพลง “เทวดา”  “Fruity Loops”  “ไม่เอาแล้ว” “ฟาด” แล้วก็มา “Since Young”

ในเพลง “เทวดา” นี่จำได้เลยในเอ็มวีในห้องจะมีโปสเตอร์บริตนีย์ สเปียร์ส บอยแบนด์สมัยตอนยุค 90s

ใช่ถ้าเป็นวัยรุ่นยุค 90s ก็จะแบบเฮ้ยนี่มันเป็นไอดอลเราสมัยก่อนอะไรอย่างนี้ซึ่งไอเดียเพลง “เทวดา” สุนารีก็แบบอยากเป็นแนววายทูเคย้อนอดีต 2000 ต้น ๆ นิดนึงโอเคเราเอาโปสเตอร์ซุปเปอร์สตาร์สมัยก่อนมาอะไรอย่างนี้

สุนารีนิยามฮิปฮอปในแบบของตัวเองยังไง

ฮิปฮอปของสุนารีก็คือเฟมินีนฮิปฮอป (Feminine Hiphop) สุนารีแรปอยู่แต่ว่าสุนารีก็แอบเอาความเป็นผู้หญิง ความอ่อนโยน ความเซ็กซี่ เข้ามาผสมด้วย สุนารีคิดว่าไหน ๆ เราก็เป็นผู้หญิงแล้วเราเอาเอสโทรเจนมาผสมกับเพลงแนวเทสโทสเตอโรนก็น่าจะดีนะ พอเอาเอสโทรเจนมาผสมก็เพิ่มความกระชุ่มกระชวยให้นิดนึง

สุนารีมีวิธีแต่งเพลงยังไงรู้สึกขึ้นมาแล้วก็แต่งหรือทำเป็นกิจวัตร

ก็แล้วแต่ช่วงคือสุนารีจะแบบนิสัยเสีย สุนารีชอบเขียนเพลงเวลาหน้าร้อน เวลาที่มีอากาศ มีแดดออกมาแล้วจะได้อารมณ์ จะเป็นคนแบบจะได้อารมณ์ในช่วงเวลาที่เราเจออะไรที่ทำให้เรารู้สึกแฮปปี้ เวลาสุนารีเขียนเพลงสุนารีก็จะเริ่มจากการเขียนเมโลดี้ก่อน แล้วพอเราได้เมโลดี้แล้วเหมือนจิตวิญญาณเราก็สัมผัสถึงได้ว่าเรากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร คือไอเดียมันจะมาเองหลังจากที่เราได้เมโลดี้ ส่วนเนื้อหามันก็เป็นความรู้สึกของเราหรือเป็นสิ่งที่เราอยากจะทำ หรือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว หรือเป็นสิ่งที่เราอยากจะให้กำลังใจกับคนที่ฟังเรา

แล้วชื่อสุนารีนี่ตั้งตาม ‘สุนารี ราชสีมา’ หรือเปล่า

ใช่ค่ะ (หัวเราะ) แต่จริง ๆ แล้ว ‘สุนารี’ เป็นชื่อที่ตั้งมาโดยคุณพ่อไม่ใช่คุณแม่ ด้วยความที่ตอนที่สุนารีเกิดคุณแม่ชอบ “พุ่มพวง ดวงจันทร์” มาก แล้วก็ชอบ ‘สุนารี ราชสีมา’ “สองมือกราบลงที่ตรงเหนืออาสน์แทบบาทย่าโม” แล้วก็แบบไม่รู้เขาคิดอะไรของเขาตั้งชื่อลูกว่า ‘สุนารี’ พ่อก็บอกว่าถ้าเป็นลูกชายก็จะตั้งชื่อแบบเดียวกับพ่อ เราก็แบบทำไมต้องทำให้ชีวิตมันยุ่งยากลำบาก (หัวเราะ) ก็เลยตั้งชื่อว่าสุนารีค่ะ แล้วน้องก็เป็นชื่อคล้าย ๆ กับสุนารีเหมือนกันน้องชื่อ ‘ดนตรี’ ทั้ง ๆ ที่คุณพ่อก็เป็นสาย academic เป็นสายเรียนแล้วมาตั้งชื่อลูกเป็นสายบันเทิง แปลกใจเหมือนกันก็ถามคุณพ่อว่าทำไม พ่อก็บอกว่าก็แล้วแต่อารมณ์ก็แบบเออคิดได้เนอะ

เหมือนเป็นคำใบ้เหมือนกันว่าวันหนึ่งลูกสาวคนนึงจะมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับดนตรี

ใช่ค่ะวันที่บอกกับคุณพ่อว่าอยากเป็นนักร้องคุณพ่อก็ไม่ให้เป็นค่ะ คุณพ่อบอกอย่าเป็นเลยนักร้องมันลำบากนะเราว่ามันคอนทราสต์มันขัดแย้งนะคือตั้งชื่อลูกให้เป็นนักร้องแต่ว่าไม่ให้ลูกเป็นนักร้อง อะหยังก่อ อีหยังวะ แต่สุนารีก็ไม่ฟัง ไปตามทางของสุนารีต่อ ดื้อค่ะ

วงการเพลงลูกทุ่งมี ‘สุนารี ราชสีมา’ ฮิปฮอปมี ‘Tsunari’ สุนารีรู้สึกยังไงบ้างในฐานะที่เป็นลูกอีสานเป็นคนโคราช อะไรที่ทำให้สุนารีภูมิใจในความเป็นเรา

ทุก ๆ อย่างนะคะ ทุก ๆ อย่างสุนารีรู้สึกภูมิใจทุก ๆ อย่างที่ทำให้เป็นสุนารีไม่ว่าจะเป็นพื้นเพแบ็กกราวนด์ทั้งหลาย แล้วก็ประสบการณ์ชีวิต ทั้งเรื่องดีแล้วก็เรื่องไม่ดี สุนารีจะมองโลกในแง่ดีตลอด ไม่ว่าจะเจออะไรในชีวิต คือเราจะเอา negativity ให้เป็น positive ให้หมด แล้วสุนารีก็รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองได้โตที่ประเทศไทยได้เจออะไรที่แปลก ๆ ใหม่ ๆ บ้าบอคอแตกรวมถึงคัลเจอร์ที่มันสวยงาม ที่มันน่าสนใจ แล้วสุนารีก็ proudly present ภูมิใจมากค่ะ “I’m reppin my city Korat City Korat มาจากอีสาน”

พอมองย้อนกลับไปในชีวิตที่ผ่านมา อะไรเป็นสิ่งที่สุนารีคิดว่ามันหล่อหลอมให้เราเป็นสุนารีอย่างทุกวันนี้

สิ่งที่หล่อหลอมให้สุนารีเป็นสุนารีวันนี้ สุนารีว่าทุกอย่างนะคะทุกอย่างเลยคือจะบอกอย่างเดียวมันก็ไม่ได้เพราะทุกอย่างมันเป็นเหมือนค็อกเทล แล้วด้วยความที่สุนารีรักครอบครัว สุนารีอยากที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวเราสบาย แล้วก็วางแผนให้ครอบครัวในอนาคตของเราได้ดี เพื่อที่ให้เขาได้มีเหมือนรากฐานที่เวลาเขาอยากจะทำอะไร เขาก็สามารถทำได้แล้วเราก็จะทุ่มเทและซัปพอร์ตเขาเต็มที่

แล้วตอนนี้สุนารีตั้งเป้ายังไงในชีวิตทั้งเรื่องชีวิตเรื่องวงการเพลง

สุนารีใฝ่สูงค่ะ ใฝ่สูงมาก ตอนนี้สุนารีก็ตั้งเป้าหมายว่าอยากจะโกอินเตอร์แล้วก็อยากจะมีโอกาสได้เวิลด์ทัวร์สัก 2 รอบ ได้มีโอกาสแสดงบนเมทกาลา เอ็มทีวี เอาหมดทุกอย่างแล้วก็ represent ที่ไม่ใช่แค่เอเชียอย่างเดียวความเป็นไทยด้วย คือตอนนี้พอมีลิซ่าแล้วมันเลิศมาก คือลิซ่าเก่งมาก แล้วสุนารีก็คิดว่าเหมือนลิซ่าเป็นอีกศิลปินหนึ่งที่ช่วยเปิดทางให้กับศิลปินคนอื่น ๆ แล้วสุนารีก็อยากได้มีโอกาสไปอยู่ในที่ ๆ นั้นแล้วก็ผลักดันแล้วก็ push every boundaries ต่อไปค่ะ

อยากฝากอะไรกับแฟน ๆ บ้าง

ตอนนี้นะคะถ้าพูดถึงเรื่องผลงาน สุนารีกำลังทำอีพีแรกในชีวิต ตอนนี้ยังไม่มีชื่อค่ะ แต่ว่าเป็นอีพีที่มีความสำคัญกับสุนารีมาก แล้วก็เป็นอีพีแซ่บ ๆ บด ๆ อะไรก็ว่าไป คือเราจะไม่พูดไม่เกริ่นมาก แต่ก็ฝากติดตามด้วยนะคะ ก็น่าจะออกมาประมาณสักต้นหรือกลางงปี 2022 ค่ะ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save