Connect with us

บันเทิง

จากผู้จัดละครสู่ เส้นทางสายไอดอล ของคุณปลั๊ก อธิปติ ไพรหิรัญ ผู้ก่อตั้งวง Fever

ถ้าพูดถึงวงการละครแล้วน้อยคนนักที่จะไม่คุ้นเคยกันนามสกุลนี้ ไพรหิรัญ ทั้งในฐานะนักแสดงผู้ฝากผลงานไว้มากมาย และในฐานะผู้จัดละคร อย่าเพิ่งงงกันครับ ว่าผมจั่วหัวมาแบบนี้แล้วจะพูดถึงเรื่องละคร ผมกำลังนำเข้าสู่ บุตรชายของ สมมาตร ไพรหิรัญ คือคุณ ปลั๊ก อธิปติ ไพรหิรัญ ที่บ่มเพาะสืบสายประสบการณ์จากคุณพ่อในแวดวงละคร สู่เส้นทางการทำวงไอดอล กับโปรเจค Fever

จุดเริ่มต้นของวง FEVER
แท้ที่จริงการคุยของทีมมีการคุยกันมาก่อนแล้วว่าเราอยากจะทำวงไอดอลขึ้นมาอีก แต่เป็นไอดอลที่ต่างจากไอดอลหลักของประเทศไทยตอนนี้ หลังจากที่มี BNK48 เขาเป็นคนเปิดทางสายไอดอลของประเทศไทย และทั้งหมดทั้งมวลที่ออกมามันเป็นทางเดียวกันหมด เราคิดว่าจริงๆ มันแตกต่างกันได้ เราเลยลองเสนออีกมุม ซึ่งก่อนที่เราจะมาออดิชั่น เราคุยกันสรุปตรงกลางว่าเราจะไปทางไหนกันดี ก็เลยเริ่มเปิดรับออดิชั่นเด็กเข้ามา
ขยายอีกมุมนึงที่ว่า บอกคร่าวๆ ได้ไหมว่าเป็นยังไง? จะเป็นแนวไหน? ในตอนนั้นนะ?
จริงๆ มันเป็นทางเพลงที่ไม่เหมือน และไม่เคยได้ยินมาก่อน
แล้วทางภาพลักษณ์?
มันไปด้วยกันอยู่แล้ว ถ้าเกิดเพลงมันสายนี้ ภาพลักษณ์มันก็ประมาณนี้
มีแนวเพลงที่แบบชัดๆ เลยไหม? ที่เรียกกัน
ยังพูดไม่ได้ อยากให้ฟังมากกว่า แต่ไม่ใช่โอตะฟังเพลงไอดอลได้อย่างเดียว แต่อยากให้คนทั่วไปฟังเพลงไอดอลได้เหมือนกัน แต่ถ้ามีความไอดอลจ๋าเลย บางทีคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยรับ เพราะเขารู้สึกว่าเขาก็เป็นไอดอลทั่วๆไป ใจเราอยากให้เพลงมันทำงานได้ในวงการเพลงด้วย ไม่ใช่วงการไอดอล
มองว่าภาพลักษณ์มันต้องเป็นยังไง? จำนวนคนมีเท่าไหร่ ? ในแง่ว่าไอดอลที่จริงต้องเป็นยังไงเราศึกษาเรื่องนี้อย่างไร?
ก็อย่างที่เล่าว่า 48 46 ของญี่ปุ่นที่มานี้ ด้วยระบบคร่าวๆ วิธีการจัดการเรามองว่ามันเหมือนถูกวางไว้จากญี่ปุ่นแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดในการคุมไอดอล จากการทำงานวงไอดอลมันเป็นแบบนี้ เราก็จะยึดจากตรงนั้นมาประมาณหนึ่ง แต่เราก็จะปรับบางอย่างที่เข้ากับคนไทยมากกว่า เข้าจริตคนไทยมากกว่า

บางเรื่องที่ว่ามันดูเป็นญี่ปุ่น แล้วของญี่ปุ่นคือ?
มันเป็นกฎบางอย่างที่บางทีผมก็มองว่ามันควรจะเป็นแบบนั้นหรือ? เพราะบางอันก็เป็นญี่ปุ่นจ๋า
อยากให้ยกตัวอย่าง
เช่น พวกงานจับมือ งานเลือกตั้ง ผมอาจจะปรับ แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าปรับเป็นแบบไหน แต่ผมคิดว่ามันน่าจะถูกปรับนิดหน่อย
มันมีเหมือนกัน แต่เป็นอีกแบบ
คาดหวังไว้อย่างไร? ว่าเมื่อมีการโพสต์ออกไป หลังจากมีการเปิดออดิชัน หวังไว้ว่าเราอยากได้เด็กแบบไหน?
วันที่สมัครมีมา 138 คน จริงๆ ผมหวังว่าไม่เกิน 100 คน ไม่คิดว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดี
ตอนนั้นสมัครผ่านทางไหน? เยอะแค่ไหน?
ใช้วิธีผ่านทางเพจ และช่วยกันแชร์ โพสต์ที่รับสมัครมีการถูกแชร์เยอะมาก เราก็ไม่เชื่อว่าจะถูกกระจายไปได้เยอะขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำโปรโมทอะไรมากมาย
มีการเตรียมคนอย่างไร?
ตอนแรกคิดไว้ 9 ถึง 12คน
ทำไมต้อง 9 ถึง 12 คน?
มันเป็นเรื่องของตำแหน่งบนเวที คิดว่าจำนวนประมาณนี้น่าจะสวยที่สุด เราเลือกคนที่เข้ากับคาเรกเตอร์มากกว่า ถ้าเห็นคนไหนน่าสนใจก็น่าจะไปต่อได้ เราจะสนใจคนพวกนี้มากกว่าบางคนที่มาแบบพร้อมทุกอย่าง แบบนี้จะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
สำหรับบางคนก็ค่อนข้างพร้อมนะ ร้องเพลงเก่งนะ
สำหรับเรา เรามองว่าสำหรับบางคนเราเอามาเพราะว่าหลายคนด้อยก็พอมีคนช่วยพยุง สร้างความบาลานซ์ในวงได้เหมือนกัน

 

ปลั๊ก อธิปติ ไพรหิรัญ

 

ใช้เวลาคัดเลือกนานไหมครับ?
ใช้เวลาคัดเลือก จากช่วงหลังออดิชั่นมาประมาณอาทิตย์ 1-2 อาทิตย์ ถึงจะตัดสินใจและประกาศออกไป
จากพฤษภาคม มาประมาณ 2 เดือนเองนะครับ
หลังจากได้ออดิชั่นเด็กๆ แล้ว มีหลายคนบอกว่ามีหลายๆ ที่แต่ก็ลืมกันไปแล้ว มันหายไปไหน หลังจากที่มีการออดิชั่นไปแล้ว มันหายเงียบ จริงๆ ระหว่างนี้เราทำคอนเท้นท์ นอกจากการทำเพลงเราก็ทำพวกรายการด้วย ตอนนี้เราถ่ายรายการไว้แล้ว หลายเทป เราอยากจะเตรียมพร้อมทุกอย่าง พอเวลาเพลงมาเราก็ได้มีคอนเท้นท์ลงไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ขาดช่วง ยังไม่ลงช่อง ตอนนี้ลงแค่ในยูทูป
ชื่อรายการอะไร ผมคิดว่าถ้าเตรียมจะออกอยู่แล้ว ก็น่าบอกชื่อรายการกับเราได้?
ขอพูดง่ายๆ ว่าตอนนี้ทำเพลง ทำรายการ เตรียมความพร้อมน้อง เอาเด็กทั้งหมดมารวมกันให้เข้ากันให้ได้ก่อน ผมคิดว่าทางนี้เตรียมหัวข้อไว้น้อยมาก เวลาแค่ 3 เดือนที่จะให้เด็กรวมกัน คุ้นเคยกัน
เป็นเวลาที่สั้นมาก เอาแค่เรื่องบรรยากาศ มันจะมีบางอย่างที่เป็นโรงเรียนหญิงล้วน ?
ก็มีเล็กๆ ด้วยความที่ว่าเรา 12 คน แล้วเราไม่ได้ทำระบบแบบตัวเด่น ทุกคนถูกพรีเซนต์เท่ากันทั้ง 12 คน มันก็ตัดเรื่องการแบ่งแยก และโชคดีที่เด็กค่อนข้างเฟรนลี่ เหมือนบางคนก็รู้จักกันอยู่แล้วก็เลยคุยกันง่าย เข้ากันง่าย
เช่น เฟสบุ๊ค อินสตาร์แกรม สื่อโซเชียลมีเดียส่วนตัว ตัดหมด
ใช่ครับ จะเป็นของฟรีเวอร์ทั้งหมด เป็นไอจีของตัวตนในฟรีเวอร์ ทุกคนนับ 1 เริ่มต้นเท่ากัน
ชื่อ FEVER มาตอนไหน? ทำไมต้องเป็นชื่อ FEVER ?
ชื่อ FEVER มาตั้งแต่ประชุมตอนแรกว่า คำว่า FEVER ถูกมองได้เป็น 2 อย่าง เป็น (n.) หรือ (v.) เป็น n. คือ เป็นไข้ เป็น v. คือ ติดไข้ คิดดูว่าที่เปิดมาเป็น FEVER project เราก็ยังไม่ชัวร์ว่าเราจะลงกับวงนี้จะถูกไหม แต่พอมาดูแล้ว ผมว่า คำว่า FEVER เหมาะกับเด็กทุกคน
ขอถามตรงๆ นะครับ ถ้ามีคนบอกว่าก๊อปปี้หละครับ
ก็ขอบอกว่าระบบการเป็นไอดอล ถูกล๊อคไว้ประมาณนี้แล้ว ก็คือสิ่งที่ดีที่สุดของการทำไอดอล มันไม่ได้ copy แต่เป็นการ design มาแล้วว่าคือสิ่งที่ดีที่สุดในการทำวง style นี้ มันเพียบพร้อม มันไปได้
ปีนี้จะมี single แรกให้ฟังไหมครับ หรือวางแผนไว้อย่างไรบ้างจนถึงสิ้นปีนี้?
ในช่วงแรกน่าจะได้ single มา 1 เพลงก่อน และภายในปีนี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 เพลง คือที่แปลนไว้นะ มันถูกทำมาไว้แล้ว รอแค่ให้เด็กพร้อม เพราระหว่างทางที่ผ่านมาก็ได้มีการถูกซ้อม ให้ลองไปแล้ว
ที่บอกว่ามี 3 เพลง รวมเป็น Single เดียว หรือว่าแยกกันครับ?
ครับ อยู่ด้วยกัน

 

รายได้จะมาจากไหน?
รายได้ตามระบบไอดอลเลยครับ Photo ขายแผ่น
แล้วอะไรผลิตเสร็จก่อน? จะเริ่มอะไรก่อนระหว่างซีดีซิงเกอร์ หรือ โฟโต้ ?
ใจอยากจะให้เป็นเพลงที่ออกมาก่อน จริงๆ ผมอยากจะดู feedback เพลงแรกที่ออกไปก่อน เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่ากระแสจะกลับมาประมาณไหน
Feedback วัดจาก?
การพูดถึง การรู้จักของสังคมโดยรวม
ผมอยากรู้ เพราะบางคนมีวิธีวัดที่ต่างกัน เช่น ดูจากยอดวิว มี meet and greet วิธีการวัดของคุณคืออะไร?
ก็อย่างที่ว่าต้องดูจากยอดเยี่ยมชม ยอดการมองเห็น ยอดการมอง คนชอบ การพูดถึง สังคม โซเชียลโดยรวมเป็นอย่างไร ณ ตอนนั้น

 

ในแง่ของไอดอล หนึ่งในสิ่งที่ไอดอลพ่วงมาจากญี่ปุ่น มันจะไม่เหมือนไอดอลสมัยนี้ ทุกอย่างเป็นกระบวนการโดยค่าย และแต่ละคนต้องทำภาพเหมือนกัน คาเรกเตอร์ของเด็กมันพร้อมกับการที่ต้องทุ่มเทกับมันแล้วหรือยัง?
ผมมองว่ามีค่ายบางอย่างอาจจะไม่พร้อมไปนอนคลุกคลีตีโมง
ผมมองว่าส่วนหนึ่งในการที่ไม่มีข้อจำกัดของไอดอลแล้ว เด็กที่เข้ามารู้แล้ว มีตัวอย่างให้เห็นว่าการเป็นไอดอลจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นก็จะต้องมีการเตรียมใจมาก่อน แต่ไม่ใช่ว่าเราจะมาแค่ร้องเพลง ออกอีเวนท์อย่างเดียว ชีวิตรอบตัวเราหลายๆ เรื่องก็จะกลายเป็นเบื้องหน้า ความเป็นไอดอลให้มากขึ้น ผมคิดว่าหลังจากที่มีกระแสไอดอล เด็กเข้าใจไอดอลมากขึ้น และมีการเตรียมตัว เตรียมใจมาแล้ว ว่าจะต้องเจออะไร
ผมไปดูซีนหนึ่งที่ไปเที่ยวทะเล แล้วมีอยู่คนหนึ่งที่พอถ่ายเสร็จปุ๊บก็กลับไปโลกของตัวเอง โลกของตัวเองคือ การไม่คุยกับเพื่อน แต่เป็หนการสร้างอะไรของตัวเองขึ้นมา
เตรียมน้องๆ กับการดูแลแฟนคลับ ผมขอถามทีเดียวเลยว่าความถี่ในการให้น้องๆ เข้ามาซ้อม เต้น ร้อง อย่างไร? เตรียมรูป เตรียมข้อความ ไหม? เรามีเงินให้น้องไหม? ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร?
การซ้อม ตอนนี้เราวางไว้ 3-4 ครั้ง ต่ออาทิตย์ รวมทั้งเต้นและร้อง เพราะคิวเด็กค่อนข้างยาก บางคนเรียน บางคนทำงาน เวลาว่างค่อนข้างน้อยมาก ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมเรามีทีมที่เตรียมไว้อยู่แล้ว เขาจะคำนวณ ดูตลาด ว่าช่วงไหนควรลงความถี่เท่าไร เด็กควรจะลงเรื่องพวกนี้ หรือ ลงเวลาดีที่เด็กควรจะลง แต่ตอนนี้ก็มีเด็กบางคนที่มีทั้งเก่งโซเชียล และไม่เก่งโซเชียล เด็กที่ชอบโพสต์ ชอบกิน กับเด็กที่ไม่ชอบโพสต์ เราก็ต้องตีมาตรฐานว่าให้ช่วยลงให้เท่าๆ กัน
แล้วมีเงินเดือนให้เด็กๆ ไหม?
ผมไม่แน่ใจว่าพูดเรื่องนี้ได้ไหม เพราะจริงๆ แล้วก็มีทั้งเด็กที่เรียนและทำงานอยู่ เอาเป็นว่ามันเป็นวงที่เด็กได้ใช้ชีวิตปกติ คนที่เรียนก็เรียน คนที่ทำงานก็ทำงานอยู่ ก็จะได้รายได้จากการทำงานและได้รายได้จากตรงนี้ด้วย
คือเรามีจ่ายค่าร้อง เราไม่มีเงินเดือนใช่ไหม?
ตอบว่า มีรายได้จากการเป็นไอดอลดีกว่า
ผมคิดว่าคำถามนี้จะเป็นคำถามที่ถูกถามเสมอว่า ทำแล้วได้อะไร บางคนก็มีข้อสังเกตเสมอว่า official ได้โน้นได้นี่ แล้วเด็กๆ หละ?
ซึ่งบอกตัวเลขไม่ได้อยู่แล้ว บางที่บอกให้เป็นเงินเดือน บางที่ออกอีเวนท์แล้วให้ ของคุณเป็นรูปแบบไหน?
ด้วยความที่ว่า หลายคนก็เรียกว่าไอดอล part time เพราะเป็นส่วนวัฒนธรรมของเขา ไม่ได้ให้ลาออกจากงานทุกคน ทุกคนทำงานได้ แต่ต้องมีเวลาที่ต้องทำ มีการทำสัญญาด้วย ก็คือรูปเงินเดือนมันเป็นเงินเดือนไม่ได้อยู่
แล้วเพาะมันเป็น part time แต่ผมจะไปเคลียร์เรื่องรายได้ ความแตกต่างของการที่เข้าบริษัทกับที่เข้าน้อง ไม่ให้ต่างกันเท่าไหร่ อย่างรายได้บางอันควรเข้าเด็กให้เยอะกว่านี้
เป้าระยะสั้นที่เรามอง ไม่ขอมองระยะยาวนะครับอยากให้ FEVER เป็นอย่างไร?
อยากให้ FEVER เข้าไปอยู่ในสายไอดอลก่อนตอนนี้ ให้คนรู้จักว่า FEVER เป็นวงไอดอลอีกวงหนึ่ง ที่มีสไตส์เป็นแบบนี้ เพราะเป้าหมายแรกอยากจะให้เป็นที่รู้จักก่อนอยู่แล้ว ไปคาดหวัง ตอนนี้ก็คาดหวังไม่ได้อยู่แล้ว เพราะตอนนี้หมู่ไอดอลก็เยอะ
ถ้า BNK48 ขายความพยายาม บอกว่า FEVER ขายอะไร?
พูดยาก ถ้า BNK48 มีความพยายาม เรามีความแตกต่างดีกว่า กดดัน พูดยาก

 

สมาชิกวง Fever

 

BeamBeam FEVER
https://www.facebook.com/beambeam.fever/
https://www.instagram.com/beambeam.feverth/

 

Pop FEVER
https://www.facebook.com/poppy.fever/
https://www.instagram.com/pop.feverth/

 

Beam FEVER
https://www.facebook.com/beam.fever/
https://www.instagram.com/beam.feverth/

 

Baimon FEVER
https://www.facebook.com/baimon.fever/
https://www.instagram.com/baimon.feverth/

 

Ply FEVER
https://www.facebook.com/ply.fever/
https://www.instagram.com/ply.feverth/

 

Baifern FEVER
https://www.facebook.com/baifern.fever/
https://www.instagram.com/baifern.feverth/

 

Spam FEVER
https://www.facebook.com/spam.fever/
https://www.instagram.com/spam.feverth/

 

Su FEVER
https://www.facebook.com/ssu.fever/
https://www.instagram.com/su.feverth/

 

Baibua FEVER
https://www.facebook.com/baibua.fever/
https://www.instagram.com/baibua.feverth/

 

Froy FEVER
https://www.facebook.com/froy.fever/
https://www.instagram.com/froy.feverth/

Cee FEVER
https://www.facebook.com/cee.fever/
https://www.instagram.com/cee.feverth/

Boss FEVER
https://www.facebook.com/bossboss.fever/
https://www.instagram.com/boss.feverth/

ดูก่อนใคร แคชเฟส & อัลบั้มภาพ น้องๆ วง Fever ไอดอลเชื้อสายไทย [มีภาพ มีคลิป]

ทำความรู้จักน้องๆ Fever กับคลิปสัมภาษณ์แบบครบคน

สัมภาษณ์โดย : Peetapat Pothisaratana, Sukit Jaroenmukayanan

ถอดเทปโดย : นิรนาม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

ประกาศผลรางวัลใหญ่สุดท้ายก่อนออสการ์ BAFTA 2019 เค้าลางเริ่มมาแล้วว่าออสการ์จะเป็นของใครบ้าง

Published

on

By

24 กุมภาพันธ์นี้จะมีการประกาศผลรางวัลออสการ์ ที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในวงการภาพยนตร์ แต่ก่อนหน้านั้นยังมีการประกาศรางวัลใหญ่อีกสาขาที่เด็ดดวงและไม่ควรพลาด นั่นก็คือ BAFTAs Awards 2019 หรือ British Academy Film Awards เรียกสั้น ๆ ว่า แบฟต้า เป็นรางวัลประจำปีของสหราชอาณาจักร ที่มอบรางวัลให้กับภาพยนตร์ โทรทัศน์ รายการสำหรับเด็ก และสื่อเชิงโต้ตอบ ส่วนผู้ชนะในแต่ละสาขาจะมีใครบ้าง ไปดูกันเลย!

“BlacKkKlansman”

“The Favourite”

“Green Book”

“Roma” (winner)

“A Star is Born”

Bradley Cooper, “A Star is Born”

Alfonso Cuarón, “Roma” (winner)

Yorgos Lanthimos, “The Favourite”

Spike Lee, “BlacKkKlansman”

Paweł Pawlikowski, “Cold War”

“Cold War,” Janusz Głowacki, Paweł Pawlikowski

“The Favourite,” Deborah Davis, Tony McNamara (winner)

“Green Book,” Brian Currie, Peter Farrelly, Nick Vallelonga

“Roma,” Alfonso Cuarón

“Vice,” Adam McKay

“BlacKkKlansman,” Spike Lee, David Rabinowitz, Charlie Wachtel, Kevin Willmott (winner)

“Can You Ever Forgive Me?,” Nicole Holofcener, Jeff Whitty

“First Man,” Josh Singer

“If Beale Street Could Talk,” Barry Jenkins

“A Star is Born,” Bradley Cooper, Will Fetters, Eric Roth

Christian Bale, “Vice”

Bradley Cooper, “A Star is Born”

Steve Coogan, “Stan & Ollie”

Rami Malek, “Bohemian Rhapsody” (winner)

Viggo Mortensen, “Green Book”

Glenn Close, “The Wife”

Lady Gaga, “A Star is Born”

Melissa McCarthy, “Can You Ever Forgive Me?”

Olivia Colman, “The Favourite” (winner)

Viola Davis, “Widows”

Adam Driver, “BlacKkKlansman”

Mahershala Ali, “Green Book” (winner)

Richard E. Grant, “Can You Ever Forgive Me?”

Sam Rockwell, “Vice”

Timothee Chalamet, “Beautiful Boy”

Amy Adams, “Vice”

Claire Foy, “First Man”

Emma Stone, “The Favourite”

Margot Robbie, “Mary Queen of Scots”

Rachel Weisz, “The Favourite” (winner)

“BlacKkKlansman,” Terence Blanchard

“If Beale Street Could Talk,” Nicholas Britell

“Isle of Dogs,” Alexandre Desplat

“Mary Poppins Returns,” Marc Shaiman

“A Star Is Born,” Bradley Cooper, Lady Gaga, Lukas Nelson (winner)

“Bohemian Rhapsody,” Newton Thomas Sigel

“Cold War,” Łukasz Żal

“The Favourite,” Robbie Ryan

“First Man,” Linus Sandgren

“Roma,” Alfonso Cuarón (winner)

“Bohemian Rhapsody,” John Ottman

“The Favourite,” Yorgos Mavropsaridis

“First Man,” Tom Cross

“Roma,” Alfonso Cuarón, Adam Gough

“Vice,” Hank Corwin (winner)

“Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald,” Stuart Craig, Anna Pinnock

“The Favourite,” Fiona Crombie, Alice Felton (winner)

“First Man,” Nathan Crowley, Kathy Lucas

“Mary Poppins Returns,” John Myhre, Gordon Sim

“Roma,” Eugenio Caballero, Bárbara Enríquez

“The Ballad of Buster Scruggs,” Mary Zophres

“Bohemian Rhapsody,” Julian Day

“The Favourite,” Sandy Powell (winner)

“Mary Poppins Returns,” Sandy Powell

“Mary Queen of Scots,” Alexandra Byrne

“Bohemian Rhapsody,” Mark Coulier, Jan Sewell

“The Favourite,” Nadia Stacey (winner)

“Mary Queen of Scots,” Jenny Shircore

“Stan & Ollie,” Mark Coulier, Jeremy Woodhead, Josh Weston

“Vice,” Kate Biscoe, Greg Cannom, Patricia DeHaney, Chris Gallaher

“Bohemian Rhapsody,” John Casali, Tim Cavagin, Nina Hartstone, Paul Massey, John Warhurst (winner)

“First Man,”Mary H. Ellis, Mildred Iatrou Morgan, Ai-Ling Lee, Frank A. Montaño, Jon Taylor

“Mission: Impossible – Fallout,” Gilbert Lake, James H. Mather, Chris Munro, Mike Prestwood Smith

“A Quiet Place,” Erik Aadahl, Michael Barosky, Brandon Proctor, Ethan Van der Ryn

“A Star is Born,” Steve Morrow, Alan Robert Murray, Jason Ruder, Tom Ozanich, Dean Zupancic

“Avengers: Infinity War,” Dan DeLeeuw, Russell Earl, Kelly Port, Dan Sudick

“Black Panther,” Geoffrey Baumann, Jesse James Chisholm, Craig Hammack, Dan Sudick (winner)

“Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald,” Tim Burke, Andy Kind, Christian Manz, David Watkins

“First Man,” Ian Hunter, Paul Lambert, Tristan Myles, J.D. Schwalm

“Ready Player One,” Matthew E. Butler, Grady Cofer, Roger Guyett, David Shirk

“Capernaum,” Nadine Labaki, Khaled Mouzanar

“Cold War,” Paweł Pawlikowski, Tanya Seghatchian, Ewa Puszczyńska

“Dogman,” Matteo Garrone

“Roma,” Alfonso Cuarón, Gabriela Rodríguez (winner)

“Shoplifters,” Hirokazu Kore-eda, Kaoru Matsuzaki

“Free Solo,” Elizabeth Chai Vasarhelyi, Jimmy Chin, Shannon Dill, Evan Hayes (winner)

“McQueen,” Ian Bonhôte, Peter Ettedgui

“RBG,” Julie Cohen, Betsy West

“They Shall Not Grow Old,” Peter Jackson, Clare Olssen

“Three Identical Strangers,” Tim Wardle, Grace Hughes-Hallett, Becky Read

“Incredibles 2,” Brad Bird, John Walker

“Isle of Dogs,” Wes Anderson, Jeremy Dawson

“Spider-Man: Into the Spider-Verse,” Bob Persichetti, Peter Ramsey, Rodney Rothman, Phil Lord (winner)

“Beast,” Michael Pearce, Kristian Brodie, Lauren Dark, Ivana MacKinnon

“Bohemian Rhapsody,” Graham King, Anthony McCarten

“The Favourite,” Yorgos Lanthimos, Ceci Dempsey, Ed Guiney, Lee Magiday, Deborah Davis, Tony McNamara (winner)

“McQueen,” Ian Bonhôte, Peter Ettedgui, Andee Ryder, Nick Taussig

“Stan & Ollie,” Jon S. Baird, Faye Ward, Jeff Pope

“You Were Never Really Here,” Lynne Ramsay, Rosa Attab, Pascal Caucheteux, James Wilson

“Apostasy,” Daniel Kokotajlo (Writer/Director)

“Beast,” Michael Pearce (Writer/Director), Lauren Dark (Producer) (winner)

“A Cambodian Spring,” Chris Kelly (Writer/Director/Producer)

“Pili,” Leanne Welham (Writer/Director), Sophie Harman (Producer)

“Ray & Liz,” Richard Billingham (Writer/Director), Jacqui Davies (Producer)

“I’m OK,” Elizabeth Hobbs, Abigail Addison, Jelena Popović

“Marfa,” Greg McLeod, Myles McLeod

“Roughhouse,” Jonathan Hodgson, Richard Van Den Boom (winner)

“73 Cows,” Alex Lockwood (winner)

“Bachelor, 38,” Angela Clarke

“The Blue Door,” Ben Clark, Megan Pugh, Paul Taylor

“The Field,” Sandhya Suri, Thomas Bidegain, Balthazar de Ganay

“Wale,” Barnaby Blackburn, Sophie Alexander, Catherine Slater, Edward Speleers

Barry Keoghan

Cynthia Erivo

Jessie Buckley

Lakeith Stanfield

Letitia Wright (winner)

 

และปลายเดือนนี้ 24 กุมภาพันธ์ มาติดตามกันว่าใครจะได้รางวัลในสาขาอะไรบ้างของ ออสการ์ อย่าลมกดติดตาม แบไต๋ และ What The Fact นะ ข่าวล่ามาไวแน่นอน ♥

 

 

 

 

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความวงการเกม

เกมเก่าที่มีอายุครบ 20 ปีตอนนี้ และยังคงมีภาคต่อ

Published

on

และก็มาถึงปี 2019 ปีแห่งการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ของเกมเหล่านี้ในปีนี้ก็ยังคงมีเกมชื่อดังประกาศออกมาอย่างมากมายมากมายให้พวกเรา กว่าที่เกมจะมาถึงตรงนี้ที่เราได้นั่งเกมที่ดีที่ได้รับผ่านเกมมาแล้วที่ผ่านมาในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาจนถึงปี 2019 ดูกันว่ามีเกมไหนภาคอะไรบ้างที่ออกมาตั้งแต่ปี 1999 มาจนถึง 2019 แต่ก็ยังมีภาคต่อให้เราได้เล่นกันถ้าพร้อมแล้วไปนั่งเครื่องย้อนเวลาแล้วตามมาเลย

Super Smash Bros

เริ่มต้นเกมแรกกับตำนานเกมต่อสู้ที่ชาวเกมเมอร์ฝั่ง Nintendo น่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี กับ Super Smash Bros ภาคแรกที่วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 21 มกราคม 1999 บนเครื่อง Nintendo 64 ซึ่งในครั้งแรกที่เกม  Super Smash Bros วางจำหน่ายมีตัวละครจากซีรี่ส์ชื่อดังของ Nintendo อย่าง Super Mario, Donkey Kong, The Legend of Zelda, Metroid, Star Fox, Kirby, Yoshi และ Pokémon และมีตัวละครเพียง 12 ตัวเท่านั้นอย่าง Mario, Donkey Kong, Link, Samus, Yoshi, Kirby, Fox, Pikachu, Luigi, Captain Falcon, Ness, และ Jigglypuff กับรูปแบบการเล่นที่ไม่มีพลังชีวิตแบบเกมอื่นๆ แต่จะมีค่าเปอร์เซ็นต์ที่เราจะกระเด็นตกเหว ซึ่งสร้างความสนุกและแปลกใหม่ให้แฟนๆเป็นอย่างมาก จนเวลาผ่านมากว่า 20 ปีแล้วเกม Super Smash Bros ก็ยังมีภาคต่อออกมาอย่างต่อเนื่องจนถึงตอนนี้

Final Fanyasy Vlll

ย้อนเวลากลับไปวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1999 เกม Final Fanyasy Vlll ได้วางจำหน่ายเป็นครั้งแรก ซึ่งตัวเกมนี้คือหนึ่งในภาคต่อของซีรี่ส์เกมในตำนานอย่าง Final Fanyasy ที่ในภาค 8 ของซีรี่ส์นี้วางจำหน่ายครั้งแรกบนเครื่อง PlayStation 1 โดยตัวเกมยังคงรูปแบบการเล่นและควบคุมมาจาก Final Fanyasy Vll ที่สร้างชื่อเสียงมาแล้ว โดยในภาคนี้จะเปลี่ยนรูปแบบของตัวละคร และเรื่องราวให้สมจริงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโมเดลตัวละครในเกมให้สมส่วน ไม่ใช่ SD แบบภาคก่อนๆ แถมยังมีการออกแบบตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ให้แฟนๆ จดจำจากฝีมือ Nomura Tetsuya ที่สร้างชื่อมาจาก Final Fanyasy Vll รวมถึงเรื่องราวในเกมที่อ้างอิงเรื่องราวของความรัก ที่เป็นแกนหลักของเรื่องที่เกมซีรี่ส์ Final Fanyasy ไม่ค่อยจะเน้นมาก่อน ซึ่งตอนนี้ตัวละครของเกม Final Fanyasy Vlll ก็ยังปรากฏตัวตามเกมต่างๆอยู่ เป็นเครื่องยืนยันความสนุกของเกมนี้ได้เป็นอย่างดี

Silent Hill

ในช่วงปี 1999 เป็นเวลาที่เกมชื่อดังอย่าง Resident Evil 2 ยังคงเป็นกระแส และมีข่าวเกมภาคใหม่อย่าง Resident Evil 3 ที่จะวางจำหน่ายที่แฟนๆทั่วโลกรอคอย ทาง Konami ก็ปล่อยเกมสยองขวัญของตัวเองออกมา ในวันที่ 31 มกราคม 1999 นั่นคือเกม Silent Hill เกมที่ประกาศเปิดตัวว่าเป็นเกมสยองขวัญ ที่ให้อารมณ์ที่ต่างจากเกม Resident Evil ที่ในเกม Silent Hill เราจะได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆในเมือง Silent Hill เพื่อตามหาลูกสาวที่หายตัวไป คนที่เคยเล่นในยุคนั้นต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เกมนี้หลอนสยองและน่ากลัว กับความวิปริตที่นักพัฒนาใส่มาแบบไม่ยั้ง กับความหลอนของหมอกที่เราแทบมองอะไรไม่เห็นเลย นอกจากเสียงวิทยุที่เตือนเราว่ามีศัตรูอยู่ใกล้ๆ สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ จนมีภาคต่อออกมามากมายจนถึง (ก่อน) ปัจจุบัน ซึ่งแฟนๆ ก็หวังว่า Konami จะเข็นภาคใหม่ (แบบไม่ใช่ตู้ปาจิงโกะ) ออกมาไวๆ นะ

Resident Evil 3 Nemesis

หลังจากที่เกม Silent Hill ได้สร้างกระแสความสยองขวัญ จนแทบแย่งตลาดตัวเกมแนวนี้ไป ในวันที่ 22 กันยายน 1999 ทาง Capcom ก็ปล่อยเกมที่หลายคนในยุคนั้นรอคอย อย่าง Resident Evil 3 Nemesis ออกมาเอาใจแฟนๆ ที่คราวนี้ตัวเกมยังคงเล่าเรื่องราวในเมืองแรคคูน ที่เป็นเรื่องราวก่อนเกม Resident Evil 2 เพียง 1 วัน ที่เราต้องเจอกับศัตรูสุดโหด ที่เป็นตำนานในวงการเกมอย่าง Nemesis ที่มันไม่ได้มีแค่ความน่ากลัว  แต่มันมีอาวุธครบมือที่มาพร้อมความโหดในการไล่ล่าเราตลอดเวลา แถมยังเป็นการขยายเรื่องราวที่เคยมีกับฉากที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นเมืองทั้งเมือง แทนที่โรงพักแบบภาคเก่า ภาคนี้จึงยังเป็นตำนานที่หลายคนต่างรอคอยให้ Remake ออกมาต่อจาก Resident Evil 2 Remake

Grand Theft Auto 2

ทุกตำนานย่อมมีจุดเริ่มต้นคำๆนี้ยังคงใช้ได้เสมอ ยิ่งเกมในตำนานอย่าง Grand Theft Auto หรือเราเรียกในชื่อย่อๆว่า GTA ที่กว่าเกมนี้จะดังมีชื่อเสียงจนกลายเป็นตำนานมาจนถึงตอนนี้ ครั้งหนึ่งเกมนี้ก็เคยถูกสร้างมาแบบมุมมองด้านบน ที่เรียกว่า Bird-Eye View ที่ตัวละครในเกมจะเป็นตัวเล็กๆ วิ่งไปมา ซึ่งในภาค 2 ของ Grand Theft Auto ก็ยังคงรูปแบบเดียวกับภาคแรก โดยเกมนี้ถูกวางจำหน่ายวันที่ 22 ตุลาคม 1999 บนคอมพิวเตอร์ Microsoft Windows ซึ่งสิ่งที่เราเคยทำใน Grand Theft Auto ภาคหลังๆ ทำได้ล้วนมีต้นแบบมาจาก Grand Theft Auto 2 เกมนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการไล่ยิงผู้คน ขโมยรถ สู้กับตำรวจเมื่อดาวเพิ่ม จะต่างกันแค่รูปแบบกราฟิกเท่านั้น ที่แม้เอามาเล่นตอนนี้จะดูไม่น่าสนใจ แต่มันก็คืออีกหนึ่งก้าวอันยิ่งใหญ่ของเกมในตำนาน ที่มียอดขายอันดับต้นๆ ของโลกอย่าง Grand Theft Auto V ก็มีรากฐานมาจากเกมนี้นั่นเอง

Soulcalibur

ย้อนกลับไปในปี 1998 เกมภาคต่อชื่อดังที่คนหลายคนรู้จักกันอย่างล้ำสมัย Soul Edge ได้รับการตีพิมพ์เป็นเกมแนวใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับชื่อใหม่อย่าง Soulcalibur ที่เป็นชื่อดาบคู่อริกับ Soul Edge ที่ตัวเกมเป็นเรื่องราวใหม่การเล่นใหม่ที่มีทั้งตัวละครเก่าและใหม่อย่างใกล้ชิดและในวันที่ 5 สิงหาคม 1999 เกม Soulcalibur ถูกวางลงบนเครื่องดรีมแคสต์ในยุคนั้นโดย Hiroaki Yotoriyama บอกว่าตัวเกมควรเดินไปข้างหน้าเพื่อเริ่มต้นการเดินทางและเนื้อเรื่องใหม่เขามาจากเกม Soul Edge 2 มาเป็น Soulcalibur ที่ยังคงมีการต่อสู้แบบใช้อาวุธอย่างรวดเร็วและสวยงามขึ้นกว่าก่อนตัวละครที่มีเอกลักษณ์และหลาย ๆ ตัว แต่ก็ยังมีตัวละครที่อยู่ในภาคใต้ ถึงตอนนี้แน่นอน

Gran Turismo 2

วันที่ 11 ธันวาคม 1999 เกมแข่งรถภาคต่อที่ชาว PlayStation 1 ทั่วโลกรอคอยอย่าง Gran Turismo 2 ได้วางจำหน่าย โดยในภาคแรกนั้นได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้ทาง Sony รีบเข็นภาค 2 ออกมา ซึ่งตัวเกมก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ตรงข้ามตัวเกมกลับพัฒนาตัวเองขึ้นกว่าเดิม ให้มีความสมจริงมากขึ้นในการควบคุมรถ พร้อมสนามแข่งที่อ้างอิงมาจากของจริง ที่ถูกจำลองออกมาได้ถูกอกถูกใจแฟนๆ รวมถึงโมเดลรถในเกมที่อ้างอิงรถจริงๆ ที่มีอยู่ในตอนนั้น มาแบบจัดครบจัดเต็ม ใครที่เป็นแฟนเกมแข่งรถต่างรู้ดี ว่าเกมในซีรี่ส์ Gran Turismo ไม่เคยทำให้แฟนๆ ผิดหวัง และในภาค 2 ก็เป็นหนึ่งในตำนานเกมที่หลายคนยังคงหลงรักมาจนถึงทุกวันนี้

Crash Team Racing

ปิดท้ายด้วยเกมแข่งรถสุดสนุก ที่ไม่ว่าจะดูมุมไหนตัวเกมก็ลอกแบบมาจากเกมแข่งรถในตำนานของ Nintendo อย่าง Mario Kart ซึ่งเกม Crash Team Racing ที่แม้จะเป็นแบบนั้น แต่ตัวเกมก็สร้างเรื่องราวและความแตกต่างจากต้นฉบับ จนมีรูปแบบการเล่นที่น่าสนใจเป็นของตัวเอง โดยตัวเกมวางจำหน่ายวันที่ 30 กันยายน 1999 และในวันที่ 21 มิถุนายน 2019 ครบรอบ 20 ปีเกม Crash Team Racing ก็จะมีภาคใหม่ออกมาในชื่อ Crash™ Team Racing Nitro-Fueled บนเครื่อง PS4 ถ้าไม่ดีจริงไม่สนุกจริงคงไม่มีภาคต่อออกมาอย่างแน่นอน

ก็จบกันไปแล้วกับเกมที่ครบรอบ 20 ปีในปี 2019 เกมนี้ทุกเกมที่เรานำมาเล่นเป็นเกมที่ยังคงมีภาคต่อหรือตัวละครในเกมยังคงมีบทบาทอยู่ในเกมภาคต่อ มาเล่นเกมนี้กันดีกว่าเกมอื่น ๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้คุณเล่นเกมนี้ได้อย่างเต็มที่ ปีที่ 21 หรือ 22 เกมเหล านี้ก็ยังคงมีภาคต่อออกมาอีกอย่างแน่นอนเราในฐานะคนเล่นก็เตรียมตัวรอกันได้ตราบเท่าที่เราไม่เบื่อกันไปเสียก่อน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ประกาศผู้เข้าชิง JOOX Thailand Music Awards 2019 ศิลปินหน้าใหม่, เก่า ฟัดกันมันส์!

Published

on

By

ปีนี้งาน JOOX Thailand Music Awards 2019 หรือ JTMA2019 จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ใน วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน เพื่อมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะในรางวัลแต่ละสาขา

สำหรับปีนี้ผู้ที่น่าจับตามองคนจะไม่พ้น The TOYS (ธันวา บุญสูงเนิน) ศิลปินที่คว้า 3 รางวัลจากงาน JTMA2018 ซึ่งในปีนี้ The TOYS เป็นศิลปินที่เข้าชิงรางวัลมากที่สุดถึง 4 สาขา ได้แก่ เพลงป็อปแห่งปี (Pop Song of The Year) จากซิงเกิล ลาลาลอย (100%)”, เพลงคาราโอเกะแห่งปี (Karaoke of The Year) จากซิงเกิล “04:00” , เพลงแห่งปี (Song of The Year) จากซิงเกิล “Stars” รวมถึงรางวัลศิลปินแห่งปี

ขณะทางฝั่งศิลปินฮิปฮอป OG-ANIC (บิ๊ก-ภูวดิท ศิลาอุดมเดช) แร็ปเปอร์หนุ่มที่แจ้งเกิดจากเวที The Rapper ก็ได้เข้าชิงรางวัล เพลงฮิปฮอปแห่งปี และ เพลง Collaboration แห่งปี จากซิงเกิล “เป็นไรไหม?” พร้อมทั้งยังถูกเสนอชื่อในสาขา ศิลปินหน้าใหม่แห่งปี อีกด้วย

ส่วนศิลปินหนุ่ม นนท์-ธนนท์ จำเริญ เองก็ได้เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่เข้าชิง 3 รางวัลในปีนี้ ได้แก่รางวัล เพลงแห่งปี, เพลงป็อปแห่งปี จากผลงานซิงเกิล “มีผลต่อหัวใจ” พร้อมทั้งยังมีโอกาสคว้ารางวัล ศิลปินแห่งปี อีกด้วย

โดยวันนี้ได้มีการจัดงานปาร์ตี้ประกาศผู้เข้าชิงแต่ละสาขาที่บริษัท เทนเซ็นต์ ประเทศไทย ตึกทีวัน (T-One Building) ชั้น 11 ซึ่งทาง JOOX ได้ย้ายเข้ามาประจำที่นี่ได้ประมาณ 1 เดือน จึงเสมือนว่านี่เป็นปาร์ตี้ฉลองบ้านหลังใหม่ไปด้วยคราวเดียวกัน (อ่านทิศทางของ JOOX ในปี 2019 ได้ที่นี่)

ในงานมีแขกรับเชิญมากมายโดยเฉพาะศิลปินที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีทั้ง นนท์ ธนนท์, แสตมป์ อภิวัชร์, เอิ้ต ภัทรวี, เดอะ พาร์กินสัน, Whale & Dolph , WONDERFRAME และ Getsunova, จีน่า เดอซูซ่า, ขัน ไทเทเนียม , ต้น ธนสิทธิ์ , เอ็ม ยศ, Better Weather , กบ Flat boy, Gliss

หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอก็ถึงเวลาประกาศผลผู้เข้าชิงในแต่ละสาขา

เพลงอินดี้แห่งปี (Indie Song of The Year)

  • อาวรณ์ – Polycat
  • Lover Boy – Phum Viphurit  (ภูมิ วิภูริศ)
  • คิดถึงขนาด – Somkiat
  • ซ่อน – TELEx TELEXs
  • คนชั่ว 2018 – The Parkinson

เพลงลูกทุ่ง เพื่อชีวิตแห่งปี

  • ห่อหมกฮวกไปฝากป้า ft. เต๊ะ ตระกูลตอ (กสิกร ม่วงสาย)  – ลำเพลิน วงศกร (วงศกรณ์ โยวะราช)
  • สายแนนหัวใจ Ost. นาคี ๒  – ก้อง ห้วยไร่ (อัครเดช ยอดจำปา)
  • บุญผลา – ไมค์ ภิรมย์พร (พรภิรมย์ พินทะปะกัง)
  • เฮ็ดทุกวิถีทาง ft. ก้อง ห้วยไร่ – เบิ้ล ปทุมราช อาร์ สยาม (อาทิตย์ สมน้อย)
  • ซังได้ซังแล้ว – ต่าย อรทัย (อรทัย ดาบคำ)

เพลงป็อปแห่งปี (Pop Song of The Year)

  • มีผลต่อหัวใจ – นนท์ ธนนท์
  • ซ่อนกลิ่น – ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ
  • ลาลาลอย (100%)  – The TOYS (ธันวา บุญสูงเนิน)
  • ภาพจำ – ป๊อบ-ปองกูล สืบซึ้ง
  • ถ้าฉันหายไป- เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข

เพลงร็อคแห่งปี (Rock Song of The Year)

  • วิชาตัวเบา – Bodyslam
  • รู้ดีว่าไม่ดี ft. YOUNGOHM  – getsunova
  • เท่าไหร่ไม่จำ – Potato
  • ได้ไหม – สงกรานต์ – รังสรรค์ ปัญญาเรือน
  • เกลียด – The Yers

เพลง Collaboration แห่งปี (Best Collaboration Song of The Year)

  • Nobody Like You ft. Hollaphonic  – เป๊ก-ผลิตโชค อายนบุตร
  • ดวงจันทร์กลางวัน ft. วี-วิโอเลต วอเทียร์  –  getsunova
  • บอกตัวเอง ft. โป่ง หิน เหล็ก ไฟ (ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์)  – Room39
  • เป็นไรไหม? ft. LazyLoxy (ท็อป-ปฐมภพ พูลกลั่น) – OG-ANIC (บิ๊ก-ภูวดิท ศิลาอุดมเดช)
  • อยู่ดีๆก็… ft. YOUNGOHM (โอม – รัธพงศ์ ภูรีสิทธิ์) – WonderFrame  (ศุภัคชญา สุขใบเย็น)

เพลงคาราโอเกะแห่งปี (Karaoke of The Year)

  • จริงๆมันก็ดี  – จีน่า เดอซูซ่า
  • 04:00 – The TOYS
  • หัวร้อน  – แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก
  • คนโดนเท – Flame
  • ถอย – Gliss

ศิลปินแห่งปี (Artist of The Year)

  • Bodyslam
  • ปาล์มมี่
  • อะตอม ชนกันต์
  • นนท์ ธนนท์
  • The TOYS

เพลงฮิปฮอปแห่งปี (Hip-Hop Song of The Year)

  • เป็นไรไหม? ft. LAZYLOXY – OG-ANIC
  • นอนได้แล้ว ft. The TOYS – ฟักกลิ้ง ฮีโร่ (ณัฐวุฒิ ศรีหมอก)
  • อยากนอนกับเธอ ft. OG-ANIC – เด็กเลี้ยงควาย (นิวยอร์ก-เทพฤทธิ์ อิ่มสุดสำราญ)
  • Galaxy ft. Kob The X Factor (ณัฐพงศ์ ยิ้มมงคล) – D Gerrard  (บิ๊ก – อุกฤษ วิลลีย์บรอดดอนกาเบรียล)
  • Bye Bye ft. YOUNGOHM  – P-Hot (ปอนด์ – วัชรินทร์ พึ่งสุข)

ศิลปินหน้าใหม่แห่งปี (New Face Artist of The Year)

  • OG-ANIC
  • Phum Viphurit  (ภูมิ วิภูริศ)
  • WonderFrame
  • D Gerrard
  • Whal & Dolph

ศิลปินเกาหลีแห่งปี (Best K-POP Artist Of The Year)            

  • BTS
  • BLACKPINK
  • EXO
  • GOT7
  • Wanna One

ศิลปินต่างประเทศแห่งปี (Best International Artist Of The Year)

  • Ariana Grande
  • HONNE
  • Alan Walker
  • Dua Lipa
  • Drake

เพลงแห่งปี (Song of The Year)

  • ซ่อนกลิ่น – ปาล์มมี่
  • ภาพจำ- ป๊อบ ปองกูล
  • Good Morning Teacher – อะตอม ชนกันต์
  • Stars – The TOYS
  • มีผลต่อหัวใจ – นนท์ ธนนท์

แฟนๆ ที่อยากให้กำลังใจเชียร์ศิลปินหรือเพลงโปรดได้มีสิทธิ์เป็นผู้ชนะใน JTMA2019 สามารถเข้าไปที่ JOOX แอปพลิเคชัน ในวันที่ 11 – 28 กุมภาพันธ์ นี้ แล้วกดที่แบนเนอร์โปรโมทงาน JTMA2019 ก็สามารถร่วมลงคะแนนได้ และเมื่อโหวตแล้วจะแชร์ไปในโซเชียลให้เพื่อน ๆ ช่วยกันเข้ามาโหวตให้เพลง และศิลปินคนโปรดต่อได้อีกด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!