Connect with us

ภาพยนตร์

Storks: ความแบ๊วของหนังเรื่องนี้จะทำให้เราอ่อนเยาว์ลงสิบปี ใช้ดีกว่าครีมยี่ห้อดัง

ต้องบอกว่าประทับใจตั้งแต่ตอนได้ชมตัวอย่างหนังแล้ว ด้วยเนื้อหาที่เข้าใจง่ายมากๆ ว่าด้วยคู่หูจำเป็นระหว่างเจ้านกกระสานักส่งของแนวหน้านาม จูเนียร์ กับเด็กสาวที่กำพร้าเพราะความผิดพลาดของการส่งทารกในอดีตนาม ทิวลิป ซึ่งต้องร่วมมือกันไปส่งทารกน้อยที่เกิดจากอุบัติเหตุของเครื่องสร้างทารกที่ถูกเลิกใช้ไปนานนม ด้วยว่านกกระสาหัวหน้าใหญ่นาม ฮันเตอร์ ได้ทำการปฏิรูปองค์กรกระสาให้เลิกส่งทารกที่เป็นหน้าที่นับแต่อดีตกาลมาทำธุรกิจรับส่งสินค้าที่ให้กำไรสูงแทน งานนี้นอกจากต้องแอบแก้ปัญหาไม่ให้หัวหน้ารู้เรื่องแล้ว จูเนียร์ยังต้องรับมือกับเด็กมนุษย์เจ้าปัญหาถึงสองคน ทั้งทิวลิปที่จับอะไรก็วายป่วงไปหมด และทารกน้อยที่น่ารักเกินห้ามใจจนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆมากมาย

ต้องบอกว่าประทับใจตั้งแต่ตอนได้ชมตัวอย่างหนังแล้ว ด้วยเนื้อหาที่เข้าใจง่ายมากๆ ว่าด้วยคู่หูจำเป็นระหว่างเจ้านกกระสานักส่งของแนวหน้านาม จูเนียร์ กับเด็กสาวที่กำพร้าเพราะความผิดพลาดของการส่งทารกในอดีตนาม ทิวลิป ซึ่งต้องร่วมมือกันไปส่งทารกน้อยที่เกิดจากอุบัติเหตุของเครื่องสร้างทารกที่ถูกเลิกใช้ไปนานนม ด้วยว่านกกระสาหัวหน้าใหญ่นาม ฮันเตอร์ ได้ทำการปฏิรูปองค์กรกระสาให้เลิกส่งทารกที่เป็นหน้าที่นับแต่อดีตกาลมาทำธุรกิจรับส่งสินค้าที่ให้กำไรสูงแทน งานนี้นอกจากต้องแอบแก้ปัญหาไม่ให้หัวหน้ารู้เรื่องแล้ว จูเนียร์ยังต้องรับมือกับเด็กมนุษย์เจ้าปัญหาถึงสองคน ทั้งทิวลิปที่จับอะไรก็วายป่วงไปหมด และทารกน้อยที่น่ารักเกินห้ามใจจนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายต่างๆมากมาย

ว่าไปเนื้อหาก็มีเค้าๆบางส่วนจาก Monster Inc. (2001) ที่ว่าด้วยคู่หูปีศาจต่างนิสัยที่ต้องมาทำภารกิจแอบส่งเด็กน้อยมนุษย์กลับสู่บ้านเหมือนกัน ซึ่งก็ไม่แปลกใจเพราะเมื่อดูชื่อผู้กำกับอย่าง Doug Sweetland เองก็เคยเป็นผู้ควบคุมงานอนิเมชั่นของหนังเรื่อง Monster Inc. มาก่อน ทั้งยังทำอนิเมชั่นขนาดสั้นเรื่อง Presto (2008) ที่ฉายปะหน้า WALL·E (2008) ผลงานจากค่ายพิกซาร์เช่นเดียวกัน จนเข้าไปชิงรางวัลออสการ์อนิเมชั่นขนาดสั้นมาก่อนด้วย

และจะว่าไปพล็อตเกี่ยวกับนกกระสาส่งเด็กก็เคยถูกพิกซาร์เอามาเล่นแล้วในอนิเมชั่นขนาดสั้นฉายปะหน้า Up (2009) เรื่อง Partly Cloudy (2009) ผลงานของ Peter Sohn ผู้กำกับ The Good Dinosaur (2015) ด้วย แม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นแค่ตัวละครหนึ่งในเรื่องหลักก็ตาม แต่ก็อาจเป็นแรงบันดาลใจนิดหน่อยที่ส่งมางานหนังยาวเรื่องนี้ด้วย เรียกว่าแม้หนังเรื่องนี้จะมาเกิดที่ต่างค่ายอย่าง Warner และสร้างสรรค์โดยทีมอนิเมชั่นของ Sony แต่ก็เป็นงานของผู้จบหลักสูตรการศึกษาจากพิกซาร์ระดับเกียรตินิยมเลยล่ะครับ

ในขณะที่อีกด้าน ผู้กำกับและเขียนบทร่วมอีกคนอย่าง Nicholas Stoller ก็ถือว่าจัดเจนในสายตระกูลหนังคอมเมดี้ฟีลกู้ดสุดๆเหมือนกัน ผลงานกำกับของเขาเรื่องก่อนหน้าอย่าง Neighbors (2014) และ Neighbors 2: Sorority Rising (2016) รวมถึงงานเขียนบทให้หนังอย่าง The Muppets (2011) และ Yes Man (2008) ก็ยืนยันความเป็นมืออาชีพในการนำเสนอเรื่องราวอบอุ่นของคำว่าครอบครัวผ่านเรื่องราวอลหม่านสนุกขบขันได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และเมื่อสองผู้กำกับที่โดดเด่นในทางของตนมาร่วมมือกันทำหนังใหญ่ ก็บอกเลยว่างานนี้แซ่บอย่างยิ่งครับ

ความโดดเด่นของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้เอาอยู่ตั้งแต่ไม่ได้ดูเลยคือ คาแรคเตอร์ต่างๆ นี่ล่ะครับ ออกแบบมาได้ฉลาดและลงตัวมากๆ ถึงจะยังไม่กลมกล่อมสุดๆแต่ก็ถือว่ามีเสน่ห์ล้นเอาหนังอยู่ตั้งแต่แอทเฟิร์สไซท์ทีเดียว ไม่ว่าจะคู่หูสูตรสำเร็จอย่าง จูเนียร์ ที่นิสัยเก่งรอบรู้แต่ก็ต้องคอยเจอปัญหาซวยซ้ำซาก กับ ทิวลิป ที่มาสไตล์มหาภัยตาใส ก่อเรื่องแบบไม่ตั้งใจให้จูเนียร์ต้องตามแก้ร่ำไป ซึ่งก็เริ่มแบบไม้เบื่อไม้เมาก่อนจะปรับความเข้าใจผ่านการผจญภัยร่วมกัน อาจจะไม่ได้ใหม่ให้ร้องว้าวอะไร แต่ข้อดีคือหนังทำได้สมบูรณ์ในสูตรของมันครับ ทำให้เราเข้าใจเรื่องเร็ว อินกับตัวละครได้ไวมากๆเพราะชินกับแนวนี้แล้ว

ทิวลิป และจูเนียร์ ในฉากที่หลงรักเด็กเข้าอย่างจัง จนต้องมาร่วมมือกันจนได้

ทิวลิป และจูเนียร์ ในฉากที่หลงรักเด็กเข้าอย่างจัง จนต้องมาร่วมมือกันจนได้

มาด้านคาร์แรกเตอร์รองอย่าง เด็กทารก ก็เอาความไร้เดียงสาตาแป๋วจนใจละลายมาใช้ได้ผลตลอดเรื่อง เป็นองค์ประกอบสำคัญที่เข้ามาขยี้ได้ดีทั้งฉากฮาฉากซึ้งเลยล่ะ ส่วนฝั่งตัวร้ายก็มีทั้งตามสูตรอย่างเจ้านายอย่าง ฮันเตอร์ ที่มาแนวพี่บิ๊กที่เข้มงวดและเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ได้ลูกเสริมจาก เจ้าพิราบโทดี้ ที่มาออกแนวลูกไล่วายร้ายได้อย่างลงตัว ส่วนตัวร้ายที่ขอยกให้เป็นแก๊งขโมยซีนของเรื่องต้องยกให้ หล่าฝูงหมาป่า เลยครับ คือมันดีมากตลกมาก น่ารักและน่ากลัวไปพร้อมๆกัน ยิ่งมุกพวกหมาป่าประกอบร่างนี่ฮาสุดๆ คือเอาตัวละครแก๊งนี้ไปต่อยอดทำหนังของตัวเองได้แบบแก๊งเพนกวินในหนัง มาดากัสการ์ ได้เลยล่ะ

แก๊งหมาป่า เป็นคาร์แรกเตอร์ที่ชอบมากจนอยากให้มีหนังของตัวเองเลยล่ะครับ

แก๊งหมาป่า เป็นคาร์แรกเตอร์ที่ชอบมากจนอยากให้มีหนังของตัวเองเลยล่ะครับ

ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีแก๊งเพนกวินที่เด่นทั้งซีนของตัวเองอยู่เหมือนกัน ขอบอกว่าฉากรบของเพนกวินนี่เข้าใจคิดและตลกแบบสร้างสรรค์มาก เป็นฉากที่ตัวละครต้องสู้กันโดยห้ามใช้เสียงเพราะกลัวเด็กทารกที่เพิ่งหลับไปตื่นขึ้นมาร้อง นอกจากการดึงนิสัยและลักษณะเฉพาะของสัตว์ต่างๆมาใช้เป็นมุกอย่างการรวมฝูงของหมาป่า นกที่มองไม่เห็นกระจก เหล่านี้แล้วความตลกของหนังยังใช้ประโยชน์จากปัญหาในเรื่องการเลี้ยงเด็กบ่อยครั้ง ซึ่งก็ฮาตลอดเหมือนกัน เพราะเป็นพฤติกรรมที่เสียดสีและสะท้อนสภาพพ่อแม่ที่มีลูกเล็กได้อย่างดี ทั้งการป้อนอาหาร การกล่อมนอน หรือการเช็กลิสต์สาเหตุเมื่อเด็กร้องเป็นต้น ใครเคยเลี้ยงเด็กคงยิ่งฮาเข้าไปอีก

น่ารักเอาอยู่ทั้งตัวละครในเรื่องทั้งคนดูเลย อะไรจะแบ๊วได้ปานนั้น

น่ารักเอาอยู่ทั้งตัวละครในเรื่องทั้งคนดูเลย อะไรจะแบ๊วได้ปานนั้น

และที่ต้องเอ่ยในลำดับสุดท้ายคือเหล่าตัวละครที่เป็นตัวคู่ขนานกับการผจญภัยตัวเอก อย่าง ครอบครัวการ์ดเนอร์ ที่ประกอบด้วย พ่อ แม่ นักอสังหาริมทรัพย์งานชุก จนไม่ค่อยมีเวลาเล่นกับลูกชายวัยกำลังซนอย่าง เนท จนทำให้เนทเขียนจดหมายขอน้องชายมาเป็นเพื่อนส่งให้นกกระสา ซึ่งทำให้เกิดเรื่องต่างๆทั้งหมดทั้งมวล ตรงนี้ก็มีมุกเสียดสีครอบครัวแบบนี้ได้เจ็บๆสนุกๆเหมือนกัน ผู้สร้างนับว่าเก็บงานได้ละเอียดดีครับ ไม่มีความรู้สึกว่าพาร์ทไหนจะเป็นส่วนเกินหรือแค่ใส่ๆให้มันครบๆเท่านั้น แต่มีบทบาทในที่ตัวเองซึ่งสำคัญกับหนังทั้งนั้นเลย ซึ่งในส่วนของฝั่งนี้ก็เป็นตัวแทนครอบครัวสมัยใหม่ที่ทำให้ภาพของครอบครัวชัดขึ้นอบอุ่นและอิ่มใจมากๆครับ

ตัวแทนฝั่งครอบครัวจริงๆที่มีปัญหาของตัวเองเหมือนกัน สะท้อนสังคมดีเลยล่ะครับ ชอบความแดกดันน่ารักๆของเจ้าลูกชายมาก

ตัวแทนฝั่งครอบครัวจริงๆที่มีปัญหาของตัวเองเหมือนกัน สะท้อนสังคมดีเลยล่ะครับ ชอบความแดกดันน่ารักๆของเจ้าลูกชายมาก

สรุป

เพลินสุดๆ มุกดี ใสสะอาด จะเด็กจะผู้ใหญ่ดูได้ สนุกมากๆครับ ยิ่งดูจบบอกเลยว่าจะยิ้มกริ่มออกมาทั้งครอบครัวแน่นอน หรือต่อให้คุณไปดูคนเดียวก็เชื่อว่าจะฟีลกู้ดจนออกมาทางใบหน้า และตกหลุมรักตัวละครเหล่านี้ได้ไม่ยากเลย ตรงนี้บอกเลยว่านี่เป็นหนังที่จะทำให้หัวใจเราเต้นจังหวะเดียวกับสมัยเด็กๆ และจะทำให้มีความสุข ยิ้มหัวเราะได้เหมือนเด็กๆเลยล่ะครับ แบ๊วง่ายๆไม่ต้องไปเสี่ยงใช้ครีมในเน็ทให้กัดหน้าเล่นด้วย 55

หนังเข้าตั้งแต่วันที่ 22 กันยาเป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์ครับ คุ้มค่าไม่เสียเวลาไม่เสียดายเงินแน่นอน ฟันเฟิร์ม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น