Connect with us

What The Fact

สรุปเรื่องราวก่อนลิงกับคนจะมาเปิดวอร์ใน War for the Planet of the Apes มหาสงครามพิภพวานร

Published

on

ในฉบับเล่าใหม่ของหนังไซไฟคลาสสิกอย่าง Planet of the Apes (1968) ที่ปรับเรื่องให้ทันยุคทันสมัยขึ้น ที่สำคัญจริงจังและสมจริงจนคิดว่าเกิดขึ้นได้ในอนาคตด้วย โดยในฉบับไตรภาคใหม่นี้ ได้เริ่มด้วยหนังปี 2011 ของผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง รูเพิร์ต ไวแอต  โดยได้คู่สามีภรรยาที่ปลุกปั้นโปรเจ็กต์คืนชีพพิภพวินรมาแต่ต้นอย่าง ริค จาฟฟา และ อะแมนด้า ซิลเวอร์ มาทำหน้าทีเขียนบทที่รับแรงบันดาลใจมาจาก Conquest of the Planet of the Apes (1972) หนังภาคที่ 4 จากชุดต้นฉบับ แต่ก็ปรุงใหม่จนเรียกได้ว่าเป็นคนละเรื่องกันในชื่อ Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) ที่ตั้งมาให้รู้ว่าเรากำลังได้รับรู้เรื่องราวปฐมบทใหม่ที่ไม่เคยเล่ามาก่อนในหนังตระกูล Planet of the Apes นี้ครับ

ส่วนภาคต่อมาในปี 2014 อย่าง Dawn of the Planet of the Apes (รุ่งอรุณแห่งอาณาจักรพิภพวานร) ได้เปลี่ยนมือผู้กำกับมาเป็น แมตต์ รีฟส์ ที่โด่งดังมาจากหนังไซไฟกล้องส่ายอย่าง Cloverfield (2008) และในส่วนทีมเขียนบทที่โดดเด่นจากภาคแรกยังคงมาครบทั้ง ริคและอะแมนด้า นอกจากนั้นยังสมทบเพิ่มด้วย มาร์ค บอมแบค ที่ผ่านงานรีเมคหนังอย่าง Total Recall (2012) มาแล้วด้วย ซึ่งพอในภาคที่ 3 อย่าง War for the Planet of the Apes (มหาสงครามพิภพวานร) ที่กำลังเข้าฉายในบ้านเรา มาร์คก็เลยรับไม้ต่อมา จับคู่กับผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ เขียนบทแทน โดยริคกับอะแมนด้าไปนั่งโปรดิวซ์เพียงอย่างเดียว

เอาเป็นว่าเกริ่นพอให้เห็นภาพสำหรับหนังไตรภาคใหม่ครับ เรามาดูกันดีกว่า ว่าเนื้อเรื่องของหนังเกิดอะไรขึ้นมาแล้วบ้างก่อนจะเข้าไปชมภาคใหม่กัน

Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร)
  • เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นจากบริษัทด้านยาแห่งหนึ่งในเมืองซานฟรานซิสโก ชื่อว่า เจน-ซิส ได้ทำการทดลองยารักษาโรคอัลไซเมอร์จากเชื้อไวรัส ที่มีรหัสยาว่า ALZ-112 นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นหัวหน้าโครงการนั้นคือ วิล รอดแมน (เจมส์ ฟรานโก) ซึ่งมีพ่อป่วยด้วยโรคนี้อยู่เช่นกัน

วิลได้ทดลองตัวยาใหม่กับลิงชิมแปนซีเพศเมียตัวหนึ่งที่จับมาจากป่าแอฟริกาชื่อว่า ไบรท์อายส์  การทดลองประสบผลสำเร็จดี ไบรท์อายส์มีพัฒนาการทางสมองดีมาก ทำให้ความเฉลียวฉลาดของเธอสูงขึ้นด้วย แต่ก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นในระหว่างที่วิลกำลังนำเสนอผลการทดลอง ไบรท์อายส์เกิดคลุ้มคลั่งแหกกรงออกมา จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องฆ่าเธอเสีย และโครงการยาตัวใหม่ของวิลก็ถูกผู้บริหารอย่าง สตีเฟ่น เจคอบส์ (เดวิด โอเยโลโว) สั่งล้มไป

  • แต่ผู้ช่วยของวิลชื่อ แฟรงคลิน ได้พบสาเหตุที่ไบรท์อายส์อาละวาดก็เพราะเธอเกิดให้กำเนิดลิงชิมแปนซีตัวน้อยและกลัวคนจะทำร้ายลูกเธอที่แอบไว้ในคอกนั่นเอง วิลจำใจต้องรับทารกน้อยมาเลี้ยงเพื่อช่วยเหลือจากการการุณฆาตของบริษัท เขาตั้งชื่อเจ้าทารกชิมแปนซีเพศชายนั้นว่า ซีซาร์  (โมชั่นแคปโดย แอนดี้ เซอร์คิส) และภายหลังเขายังพบว่าซีซาร์ได้รับความฉลาดและพัฒนาการมาทางสายเลือดจากไบรท์อายส์ ทำให้เขามองซีซาร์เหมือนลูกตัวเองด้วย

  • 3 ปีให้หลัง วิลพบว่าซีซาร์มีพัฒนาการสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่อาการพ่อของเขากลับทรุดลงอย่างมาก วิลจึงได้ตัดสินใจทดลองยาที่เขาพัฒนามากับพ่อของเขา ซึ่งผลที่ได้นั้นเรียกว่าประสบความสำเร็จดีพ่อของเขามีความทรงจำดีขึ้นและยังฉลาดกว่าเดิมด้วย วันหนึ่งซีซาร์เห็นเด็กข้างบ้านเล่นกันเขาจึงแอบออกจากบ้านไปจะเล่นด้วย แต่ก็ทำให้พ่อของเด็กซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของวิลชื่อ ดักลาส ฮันไซเกอร์ ตกใจและทำร้ายซีซาร์ วิลมาช่วยทันแต่ก็ต้องพาซีซาร์ไปหาสัตวแพทย์ที่สวนสัตว์ และนั่นทำให้เขาได้สานสัมพันธ์กับแพทย์สาวอย่าง แคโรไลน์ (ฟรีด้า ปินโท)

  • 5 ปีถัดมา วันหนึ่งที่ซีซาร์กับวิลและแคโรไลน์ได้ไปเที่ยวป่าด้วยกัน ซีซาร์ที่ถูกใส่ปลอกคอจูงเดิน ก็ได้พบกับครอบครัวที่จูงหมามาเที่ยวเช่นกัน นั่นทำให้เขาเปรียบเทียบและรู้สึกถึงตัวตนขึ้นมา วิลจึงต้องพาซีซาร์มาดูบริษัทและอธิบายจุดกำเนิดของซีซาร์ให้ฟัง

  • พ่อของวิลอาการกลับทรุดลงอีกครั้งจากเพราะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายไวรัสที่เป็นตัวยา ทำให้เขาไปทะเลาะกับดักลาสเพื่อนบ้าน ซีซาร์เห็นดักลาสจะทำร้ายพ่อวิลจึงออกมาช่วยสู้ แต่เหตุการณ์ก็ทำให้ซีซาร์ถูกทางการจับไปเข้าสถานกักกันสัตว์ของ จอห์น แลนดอน (ไบรอัน คอกซ์) ระหว่างที่วิลดำเนินการทางศาลเพื่อมีสิทธิ์ดูแลซีซาร์
  • แลนดอนเป็นผู้บริหารสถานกักกันที่เห็นแก่ตัว ฉากหน้าเขาเหมือนดูแลสัตว์อย่างดี แต่แท้จริงสัตว์จะถูกกักขังในกรงแคบ ๆ เท่านั้น แลนดอนมีลูกชายวัยรุ่นชื่อว่า ดอด์จ (ทอม เฟลตัน) ซึ่งมีนิสัยเกเรชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าโดยเฉพาะพวกสัตว์ในสถานกักกันที่เขาดูแล

  • ซีซาร์ได้เห็นการทารุณกรรมเหล่าลิงพันธุ์ต่าง ๆ ในสถานกักกันนั้น และเริ่มหาวิธีหลบหนี ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มมีเพื่อนเป็นอุรังอุตังที่รู้ภาษามืออย่าง มัวริส และหัวหน้าใหญ่อย่าง บัค กอริลล่ายักษ์ที่ยอมรับซีซาร์หลังซีซาร์ช่วยให้ออกจากกรงขังได้ ทำให้ลิงอันธพาลอย่าง ร็อคเก็ต และลิงตัวอื่น ๆ ในสถานกักกันที่เคยแกล้งซีซาร์ก็ต้องสยบยอมกับซีซาร์
  • วิลเกลี้ยกล่อมเจคอบส์ เพื่อขอพัฒนาตัวยาใหม่ชื่อ ALZ-113 ที่มีประสิทธิภาพแรงขึ้นเพื่อชนะภูมิคุ้มกันในร่างกายคนได้ เจคอบส์เมื่อรู้ผลข้างเคียงว่าทำให้คนฉลาดขึ้นด้วยจึงอนุมัติด้วยความละโมบที่จะขายยาที่ได้กำไรสูงกว่ายารักษาอัลไซเมอร์ โดยวิลได้ทดลองกับลิงที่เกิดในห้องทดลองและถูกทำทารุณกรรมจากการทดลองของมนุษย์มาตลอดจนมันแค้นมนุษย์ชื่อว่า โคบา


  • ระหว่างการทดลองพ่นไวรัสใส่โคบา เกิดอุบัติเหตุและทำให้แฟรงคลินผู้ช่วยของวิลเกิดสูดไวรัสเข้าไป ซึ่งภายหลังโคบามีพัฒนาการสมบูรณ์มาก แต่แฟรงคลินกลับป่วยจนถึงกับไอเป็นเลือดแต่ก็ปิดคนอื่นไว้ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าลิงสามารถรับไวรัสตัวนี้ได้ดีกว่าคน แม้การทดลองตัวยาจะสำเร็จแต่ก็ไม่ทัน เพราะพ่อของวิลเสียไปเสียก่อน วิลพยายามยับยั้งการพัฒนายาต่อไปเพราะเห็นผลข้างเคียงที่ไม่แน่ชัดในมนุษย์ แต่เจคอบส์ไม่ยอม
  • วิลพยายามเดินเรื่องจนสามารถรับซีซาร์กลับได้ แต่ซีซาร์จำใจต้องหันหลังให้วิลเพราะตอนนี้เขาคือผู้นำที่จะต้องช่วยเหลือลิงทุกตัวในสถานกักกัน คืนหนึ่งซีซาร์แอบหนีออกจากสถานกักกันไปบ้านของวิลและขโมยตัวยาชนิดใหม่มาใช้กับลิงทุกตัวในสถานกักกัน ทำให้กองทัพลิงฉลาดและเข้มแข็งขึ้นมาก พวกมันรอโอกาสที่จะเอาคืนมนุษย์อย่าง จอห์นและดอด์จ แล้วหลบหนีสู่ป่า
  • วันหนึ่งที่ดอด์จพยายามทำร้ายซีซาร์ ซีซาร์ได้ต่อสู้และได้ออกเสียงคำว่า ไม่! ขึ้นมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเหมือนคำประกาศว่าพวกมันจะไม่ยอมให้มนุษย์ทำร้ายอีกต่อไปแล้ว ในคืนนั้นพวกมันแหกออกจากสถานกักกันและได้ฆ่าดอด์จตาย
  • ระหว่างทางหลบหนี พวกซีซาร์ได้บุกทำลายบริษัทยาเจน-ซิสเพื่อขโมยตัวยา ซึ่งทำให้ลิงในแล็บรวมถึงโคบาถูกปล่อยออกมา พวกมันยังช่วยเหลือลิงในสวนสัตว์ที่ถูกมนุษย์คุมขัง ก่อนจะหนีสู่ป่าผ่านทางสะพานแขวน ที่นี่เองที่เป็นสมรภูมิสำคัญของเรื่อง เหล่าตำรวจและเจ้าหน้าที่บริษัทยาต่างเข้าปราบฝูงลิง บัคต้องสละชีพในเหตุการณ์นี้เพื่อทำลายเฮลิคอปเตอร์ของเจคอบส์ที่ไล่ล่ามา และเจคอบส์ที่ถูกซีซาร์ผู้ต้องการเพียงการหลบหนีโดยไม่ทำร้ายมนุษย์ไว้ชีวิตก็ถูก โคบามาฆ่าทิ้ง

  • ฝูงลิงหนีเข้าป่าสำเร็จ วิลตามมาเจอซีซาร์ แต่ซีซาร์ได้โอบกอดวิลและบอกว่า ซีซาร์อยู่ที่บ้านแล้ว คือป่าและเหล่าฝูงลิงคือครอบครัวใหม่ของเขา วิลจึงอำลากับซีซาร์ที่ตรงนั้น
  • เหตุการณ์หลังจากนั้นคือ ดักลาส เพื่อนบ้านของวิลที่ติดเชื้อไวรัสจากแฟรงคลินตอนที่มาบ้านวิล ก็ได้เดินทางไปทำงาน ความวอดวายอยู่ตรงที่เขาทำงานเป็นนักบินที่กำลังจะบินไปปารีส ทำให้ไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลกจากสนามบิน
Dawn of the Planet of the Apes (รุ่งอรุณแห่งอาณาจักรพิภพวานร)
  • เรื่องราวผ่านจากภาคแรกไปราว 10 ปี บัดนี้ซีซาร์ได้เป็นหัวหน้าฝูงลิงที่กำลังสร้างสังคมและอารยธรรมของตนเองในป่าของซานฟรานซิสโก เขามีภรรยาเป็นลิงที่ช่วยไว้ในภาคแรกชื่อว่า คอร์นีเลีย และมีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือ บลูอายส์ ในขณะที่ประชากรมนุษย์ทั่วโลกล้มตายจากเชื้อไวรัส ALZ-113 จนเหลือคนเพียงไม่มากที่มีภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติ อารยธรรมมนุษย์เข้าขั้นใกล้ล่มสลายทีเดียว
  • วันหนึ่งมีกลุ่มมนุษย์เดินทางเข้ามาสำรวจในป่า และมนุษย์คนหนึ่งชื่อว่า คาร์เวอร์  (เคิร์ก อะเซเวโด) ได้บังเอิญพบกับ แอช ลูกของร็อคเก็ตลิงในภาคแรกและเพื่อนซี้ของบลูอายส์ ด้วยความกลัวคาร์เวอร์จึงเผลอยิงใส่แอชเข้า มัลคอล์ม (เจสัน คลาร์ก) หัวหน้าของคาร์เวอร์ได้ตามมาถึงจุดที่คาร์เวอร์อยู่ แต่ก็ถูกซีซาร์และพวกรุมล้อมไว้แล้ว โชคดีที่แอชไม่เป็นอะไรมาก ซีซาร์จึงได้ไล่พวกกลุ่มของมัลคอล์มกลับไป แต่ด้วยความรอบคอบซีซาร์จึงสั่งให้โคบา ซึ่งบัดนี้เป็นหัวหน้าทหารลิง ออกสะกดรอยตามกลุ่มมนุษย์ไปว่ามาด้วยจุดประสงค์ใด

  • โคบา ตามกลุ่มของมัลคล์มมาถึงกลางเมืองซานฟรานซิสโก ที่นั่นพวกมนุษย์ที่เหลือรอดรวมตัวกันอยู่ในตึกสูงที่เรียกว่า ทาวเวอร์ โดยมีหัวหน้ากลุ่มชื่อว่า เดรฟัส (แกรี่ โอลด์แมน) คอยดูแล มัลคอล์มแจ้งเรื่องพบลิงพูดได้ให้กับเดรฟัส ซึ่งเหล่ามนุษย์ต้องการเข้าไปซ่อมระบบปั่นไฟฟ้าที่อยู่ในเขื่อนซึ่งพวกซีซาร์อาศัยอยู่ เพื่อมีพลังงานมาใช้ในตัวเมือง การที่พวกซีซาร์คุมอยู่ทำให้การซ่อมเป็นไปได้ลำบาก

  • คอร์นีเลียได้คลอดลูกชายคนที่สองให้ซีซาร์ ในขณะที่โคบาผู้มีความเคียดแค้นมนุษย์เพราะเคยถูกจับทดลองก็แสดงเจตนาที่จะห้ำหั่นมนุษย์ แต่ถูกซีซาร์ปรามไว้ ตอนนี้ซีซาร์คิดว่าจำเป็นที่จะต้องปกป้องตนเองจากการรุกรานของมนุษย์ที่พบเจอรังของพวกเขาแล้ว ซีซาร์จึงนำกองทัพลิงมายังทาวเวอร์ เพื่อแสดงเจตนาว่าตนไม่คิดจะทำร้ายมนุษย์ แต่จะปกป้องตนเองหากมนุษย์รุกรานก่อน และขอให้ต่างคนต่างอยู่ไปก่อนยกพวกกลับ

  • มัลคอล์มปรึกษากับเดรฟัสถึงทางเลือกด้านพลังงานแต่ก็หาทางออกไม่ได้ มัลคอล์มจึงอาสาเข้าไปเจรจากับซีซาร์เพื่อขออนุญาตนำคนมาซ่อมเครื่องปั่นไฟฟ้า และจะไม่รบกวนพวกลิงอีก ซีซาร์เล็งเห็นอนาคตที่อาจอยู่ได้อย่างสันติจึงอนุญาต ท่ามกลางความไม่พอใจของโคบา โดยมีข้อตกลงว่าห้ามมนุษย์นำอาวุธเข้ามาเด็ดขาด
  • มัลคอล์มพาภรรยาที่เป็นอดีตนางพยาบาลชื่อ เอลลี่ (เครี่ รัสเซล) และลูกชายอย่าง อเล็กซานเดอร์ (โคดี้ สมิท-แมคฟี) รวมถึงพรรคพวกเข้ามาซ่อมเครื่องปั่นไฟ โดยมีคาร์เวอร์ที่เป็นอดีตพนักงานประปาเข้ามาช่วย ระหว่างนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของฝูงลิงกับกลุ่มมัลคอล์มดีขึ้นมาก ลิงเริ่มไว้ใจมนุษย์มากขึ้น

  • แต่แล้ววันหนึ่งซีซาร์ก็พบปืนที่คาร์เวอร์แอบซ่อนไว้ ทำให้เขาโกรธมากและสั่งให้มนุษย์ออกจากป่าไป แต่ภายหลังก็อนุญาตให้ซ่อมเครื่องปั่นไฟให้เสร็จในหนึ่งวันเพราะเอลลี่มีพระคุณใช้ยาช่วยรักษาชีวิตคอร์นีเลียไว้
  • อีกด้านหนึ่งโคบาพบว่า เดรฟัสได้สั่งให้ชาวทาวเวอร์ติดอาวุธเพื่อความปลอดภัยเพราะยังไม่ไว้ใจพวกลิง ทำให้โคบาโกรธมากและพยายามยุให้ซีซาร์กำจัดพวกมนุษย์แต่ถูกซีซาร์ปฏิเสธ ทำให้โคบาแตกหักกับซีซาร์ด้วยความเชื่อเดิมว่าซีซาร์รักพวกมนุษย์มากกว่าเผ่าพันธุ์เดียวกัน ทั้งคู่ต่อสู้กันซีซาร์เป็นฝ่ายได้รับชัยแต่เลือกไว้ชีวิตโคบา โคบาหนีออกจากฝูงลิงไปยังคลังอาวุธของทาวเวอร์และฆ่ายามไปสองคนก่อนขโมยปืนไรเฟิลกลับมาแอบฆ่าคาร์เวอร์ตาย
  • ในวันนั้นกลุ่มมัลคอล์มได้ซ่อมเครื่องปั่นไฟสำเร็จและทำการฉลองกับพวกซีซาร์ แต่โคบาก็ได้กลับมาเผารังเพื่อเบี่ยงความสนใจก่อนจะใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงซีซาร์จนตกหน้าผาไป จากนั้นจึงเข้ามาควบคุมฝูงโดยโยนความผิดให้กับคาร์เวอร์ที่ตายไปแล้ว

  • โคบาได้นำกองทัพลิงจู่โจมทาวเวอร์และขังมนุษย์ทุกคนเอาไว้ เขาพยายามสั่งสอนให้ลิงเกลียดมนุษย์ แต่แอชเชื่อฟังซีซาร์และขัดคำสั่งที่จะฆ่ามนุษย์ โคบาจึงจับแอชโยนทิ้งจากตึกจนตาย และสั่งให้ขังลิงที่ยังภักดีกับซีซาร์ทั้งหมดด้วย บลูอายส์ที่อยู่ในกองทัพลิงด้วยต้องการล้างแค้นให้พ่อพบเห็นสิ่งที่โคบาทำก็เกิดลังเล

  • อีกด้านมัลคอล์มได้พบซีซาร์และช่วยชีวิตไว้ โดยพาเขามายังบ้านเดิมที่เคยอยู่ ซีซาร์ค้นพบว่าเป็นโคบาที่ยิงเขาและตระหนักว่าลิงเองก็อาจเลวร้ายได้ไม่ต่างจากคน หลังจากนั้นมัลคอล์มก็ได้พบบลูอายส์โดยบังเอิญและจึงพามาพบซีซาร์ ทั้งหมดวางแผนที่จะต่อสู้ล้มโคบาลงเพื่อช่วยคนและลิงในทาวเวอร์
  • บลูอายส์ได้แอบเข้าไปในทาวเวอร์เพื่อปล่อยคนและฝูงลิงที่ถูกขังไว้ ด้านมัลคอล์มก็นำกำลังฝูงลิงเข้ายึดคืนทาวเวอร์ แต่เขาก็ได้พบกับเดรฟัสที่กำลังวางแผนวางระเบิดทำลายตึกไปพร้อมพวกลิง มัลคอล์มทรยศพวกเดรฟัสแต่ก็ได้ทราบว่าลูกน้องของเดรฟัสได้ใช้วิทยุสื่อสารที่กลับมาใช้งานได้เพราะมีไฟฟ้า ติดต่อไปยังกองกำลังทหารอีกแห่งหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือเสียแล้ว แล้วเดรฟัสก็ตัดสินใจระเบิดพลีชีพเพื่อกอบกู้มนุษยชาติจากพวกลิง

  • บนดาดฟ้าของทาวเวอร์ที่กำลังถล่ม ซีซาร์ได้ต่อสู้กับโคบาและสามารถเอาชนะได้ โดยประกาศว่าโคบาไม่ใช่พวกลิงก่อนจะปล่อยมือโคบาให้ตกลงไปจากยอดตึก ซึ่งหนังชี้ให้เห็นว่าบางทีโคบาอาจจะยังไม่ตายก็ได้เพราะร่างของมันตกลงบนสายไฟและคานเหล็กก่อนร่วงลงสู่พื้น
  • มัลคอล์มมาแจ้งเรื่องกำลังทหารที่กำลังจะบุกมาปราบพวกลิงแก่ซีซาร์ ซีซาร์จึงบอกให้มัลคอล์มกับครอบครัวหนีไป และอยู่กับกองทัพลิงเพื่อเตรียมรับมือกับกองกำลังมนุษย์ที่จะมาถึง

War for the Planet of the Apes (มหาสงครามพิภพวานร)

เนื้อเรื่องเล่าต่อจากภาคที่แล้ว อีก 2 ปีต่อมา มนุษย์ไล่ฆ่าห้ำหั่นเหล่าลิงจนแหลกลาญ ฝั่งของซีซาร์สูญเสียไปไม่ใช่น้อย จนทำให้ซีซาร์ต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณมืดของตนเองที่เข้าจู่โจมให้เขาเคียดแค้นมนุษย์มากขึ้น ๆ การเดินทางเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ทำให้ที่สุดซีซาร์ต้องเผชิญหน้ากับ นายพลผู้ไร้ความเมตตา (วูดดี้ ฮาร์เรลสัน) เพื่อตัดสินชี้ชะตาว่าเผ่าพันธุ์ใดกันแน่ที่จะอยู่รอด!!

ติดตามบทสรุปกันได้ในวันที่  13 กรกฎาคมนี้ครับ



แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Illang: The Wolf Brigade: จากแอนิเมชั่นดังญี่ปุ่นสู่มือผู้กำกับเกาหลีในฉบับคนแสดง

Published

on

By

เรื่องย่อ

ปี 2029 เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ตัดสินใจพยายามรวมชาติเพื่อเพิ่มศักยภาพประเทศให้สามารถต้านภัยคุกคามของทั้งฝั่งจีนและญี่ปุ่น รวมถึงอเมริกาที่พยายามขัดขวางการรวมชาติของเกาหลีด้วยโดยการสนับสนุนองค์กรก่อการร้ายชื่อว่า เซ็ค ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงเกาหลีที่ไม่ยอมรับการรวมชาติ ฝั่งรัฐบาลเกาหลีก็ไม่ยอมแพ้ได้ตั้งหน่วยรบเฉพาะกิจในนาม กองพันหมาป่า ขึ้น ออกปฏิบัติการในชุดเกราะเหล็กและอาวุธสงคราม ช่วงเวลาพ้นมาหลังเหตุการณ์ที่กองพันหมาป่าบุกรังเซ็คผิดพลาดจนสังหารเด็กสาวตายผู้บริสุทธิ์ตายไป พระเอกของเรา อิมจุงคยอค (คังดองวอน) หนึ่งในหน่วยเฉพาะกิจได้กลายเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงอย่าง ฮาน ที่ต้องการให้จุงคยอคเป็นเหยื่อการใส่ร้ายเพื่อยุบหน่วยเฉพาะกิจเสีย เพราะจุงคยอคมีความใจอ่อนต่อเหยื่อต่างจากคนอื่นในหน่วยของเขา เหตุการณ์นี้ดึงทั้งฝ่ายผู้ก่อการร้าย ฝ่ายหน่ยเฉพาะกิจ และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ เข้ามาพัวพันอิรุงตุงนังด้วยผลประโยชน์ที่แตกต่าง แล้วเหตุการณ์จะจบลงอย่างไรต้องติดตาม

ใครเคยดูแอนิเมชั่นของผู้กำกับ โอคิอุระ ฮิโรยุกิ ที่เป็นขวัญใจใครต่อหลายคนอย่าง Jin-Roh: The Wolf Brigade (1999) ซึ่งเป็นผลงานการเขียนบทและสร้างสรรค์จินตนาการของผู้กำกับแอนิเมชั่นชื่อก้องอย่าง โอชิอิ มาโมรุ ผู้สร้างหนังชุด Ghost in The Shell มาแล้ว คงอยากติดตามว่าเมื่อไรจะได้ถูกเอามาถ่ายทอดในฉบับคนแสดงกันบ้าง แล้วในปีนี้เองทางเน็ตฟลิกซ์ก็ได้นำแอนิเมชั่นเรื่องดังกล่าวมาฉายให้ชมกันเรียบร้อย

โดยหนังถูกดัดแปลงเป็นฉบับเกาหลีที่ถนัดงานดราม่าการเมืองหนัก ๆ เหมาะกับเนื้อหาของเรื่องที่ประยุกต์มาเป็นปัจจุบัน ทั้งยังได้ผู้กำกับชั่นยอดคนหนึ่งของเกาหลีอย่าง คิมจีอุน ซึ่งมีผลงานคุ้นหูบ้านเรามาเยอะอย่าง A Tale of Two Sisters ตู้ซ่อนผี (2003) หรืองานโกอินเตอร์อย่าง The Last Stand (2013) ที่ได้อาร์โนลด์มารับบทนำแม้อาจไม่ประสบความสำเร็จนัก แต่ก็ยืนยันการยอมรับฝีมือจากฮอลลีวู้ดได้เป็นอย่างดี

และยิ่งหลังสุด คิมจีอุน เพิ่งมีหนังสายลับตัวแทนชิงออสการ์ของเกาหลีอย่าง The Age of Shadows (2016) ที่เฉือนคมเข้มข้นทั้งการหักหลังซ้อนแผนและปมดราม่าการเมืองสุดซับซ้อน ก็เป็นการันตีเข้าไปอีกว่าเขาคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการถ่ายทอด Jin-Roh ออกมาในฉบับคนแสดง แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ หนักดราม่าเข้มข้นผลประโยชน์ซับซ้อนมีการหลอกกันไปมาสนุกสนานทีเดียว ซึ่งก็คงเหมาะกับผุ้ชมที่ชอบหนังสปาย หนังเฉือนคมเป็นหลัก เพราะส่วนของแอ๊กชั่นนั้นมีแต่ก็อาจดูเป็นส่วนเสริมเพิ่มควงามสนุกมากกว่าครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีนะ พอช่วงไหนเป็นแอ๊กชั่นก็สาดกันยาวแถมลงทุนคิดฉากสตั้นท์แบบไม่ยั้งเลยทีเดียว ทั้งขับรถสู้กัน ต่อสู้บนโซลทาวเวอร์ ฉากประท้วงหน้าพระราชวัง การใช้โดรนสังหาร หรือการสาดกระสุนของมนุษย์เกราะก็โหดได้การ

 หนังยังเด่นที่ดารานำ ซึ่งได้สตาร์ของเกาหลีมาเล่นหลายคนทั้ง คังดองวอน ที่มาร่วมงานกับ ฮันเฮียวจู อีกครั้งหลังจากเพิ่งมีผลงานกันในหนังแอ๊กชั่นอย่าง Golden Slumber เมื่อต้นปี นอกจากนี้ก็ยังมีรุ่นใหญ่อย่าง จุงวูซุง มาประกบกับดาวรุ่งอย่าง ชอย มินโฮ จากวง Shinee ด้วย ก็นับว่าเป็นสเกลหนังระดับลงโรงเป็นบล็อกบัสเตอร์ได้สบาย ๆ เลยทีเดียว

ชมมาเยอะ ขอพูดจุดด้อยของหนังบ้าง ซึ่งก็คงเป็นเรื่องของความซับซ้อนของเนื้อหาที่อาจไม่ถูกชะตาคอแอ๊กชั่นทั่วไป ยิ่งตัวละครมีมากจำชื่อแทบไม่ได้เลยยิ่งทำให้สับสนเข้าไปใหญ่เวลาใครพูดถึงใคร นอกจากนี้หนังยังเคารพต้นฉบับมาแทบจะเล่าเหมือนแอนิเมชั่นเกือบทั้งเรื่อง แต่ก็ดัดแปลงและตีความใหม่ ซึ่งบางคนอาจชอบเพราะมันกลมกล่อมขึ้นและดูจับต้องง่ายขึ้น แต่ก็มีไม่น้อยที่อาจไม่ชอบกับการที่หนังเลือกจบต่างไปแบบนี้เพราะทำลายเสน่ห์ดั้งเดิมของแอนิเมชั่นที่ว่าด้วยเรื่องหน้าทีความถูกต้อง VS ความรักความเห็นใจไปพอสมควร

ก็เป็นอีกเรื่องที่หลายคนจับตามอง ส่วนตัวมองว่าต้องดูเป็นหนังสายลับ เฉือนคมถึงจะสนุกครับ อย่างไรก็ตามนี้เป็นหนังคุณภาพจากทีมงานเกาหลีที่ไม่เสียเวลาการรับชมแน่นอนครับ

ใครสมัครเน็ตฟลิกซืไว้แล้วก้กดดูที่ลิ้งก์นี้เลย https://www.netflix.com/title/80239666

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

10 อันดับ Box Office (19-21 ต.ค.) : Halloween กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัวไปเกือบ 80 ล้านเหรียญ

Published

on

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานอย่าง Halloween ได้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ โดยในภาคล่าสุดนี้ยังสานต่อเนื้อเรื่องและกลิ่นอายความโหดแบบดั้งเดิมเอาไว้ อีกทั้งยังได้ เจมี ลี เคอร์ติส ในวัย 60 ปี ผู้เป็นดั่งไอค่อนแห่งวงการภาพยนตร์สยองขวัญ กลับมารับบทนำเช่นเดิมด้วย

Halloween (2018) ทำรายได้เปิดตัวไป 77.5 ล้านเหรียญ ทั่วโลกทำไปแล้ว 91.8 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 10 ล้านเหรียญเท่านั้น

A Star is Born ผลงานกำกับเรื่องแรกของ แบรดลีย์ คูเปอร์ เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ม้ามืดในปีนี้ โดยเก็บรายได้ในสหรัฐฯไปแล้ว 126.4 ล้านเหรียญ รวมทั่วโลกทำไป 201.1 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างเพียง 36 ล้านเหรียญ

แต่ในขณะเดียวกัน First Man ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่อาจได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาใหญ่ ๆ  ในปีนี้ ก็ทำรายได้ลดลงไปมากในสัปดาห์ที่ 2 โดยทั่วโลกทำไป 55.5 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างที่สูงถึง 59 ล้านเหรียญ

10 อันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดประจำสัปดาห์ มีดังนี้

อันดับที่ 1 : Halloween

77.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 1)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 77.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 14.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 91.8 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 10 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 2 : A Star is Born

19.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 126.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 74.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 201.1 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 36 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 3 : Venom

18.1 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 171.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 236.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 407.6 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 100 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 4 : Goosebumps 2: Haunted Halloween

9.7 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 28.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 3.7 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 32.5
  • ทุนสร้าง : 35 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 5 : First Man

8.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 30 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 25.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 55.5 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 59 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 6 : The Hate U Give

7.5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 3)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 10.6 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

อันดับที่ 7 : Smallfoot

6.6 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66.4 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 70.8 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 137.2 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 50 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 8 : Night School

5 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 66.9 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 17.5 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 84.4 ล้านเหรียญ
  • ทุนสร้าง : 29 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 9 : Bad Times at the El Royale

3.3 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 2)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 13.3 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : 8.1 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมทั่วโลก : 21.4
  • ทุนสร้าง : 32 ล้านเหรียญ

อันดับที่ 10 : The Old Man & the Gun

2 ล้านเหรียญ (สัปดาห์ที่ 4)

  • รายได้รวมในสหรัฐอเมริกา : 4.2 ล้านเหรียญ
  • รายได้รวมต่างประเทศ : –
  • รายได้รวมทั่วโลก : –
  • ทุนสร้าง : –

ข้อมูลอ้างอิง : boxofficemojo

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

ฟังกันหรือยังกับเพลง Unlovable – MILD เวอร์ชั่นนี้ถึงอารมณ์กว่าเดิมหลายเท่า!!!?

Published

on

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้แอดมินบอกเลยว่าได้มีโอกาสเลื่อนหน้า Facebook แล้วไปเจอกับเพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงเก่านานมาแล้ว เป็นเพลงที่แอดมินชอบมาก แต่พอมาฟังเวอร์ชั่นนี้บอกเลยว่า เห้ย!! สุดติ่งกระดิ่งแมวจริงๆ เพลงเดิม ทำนองเดิม แต่อารมณ์เพลงมันไม่เหมือนเดิม กับเพลง Unloveable ของวง MILD

หลายๆ คนคงรู้จักเพลงนี้กันดีอยู่แล้ว วันนี้ลองมาฟังเวอร์ชั่นนี้กันดู ว่าจะร้องว้าวเหมือนแอดมินไหม !!!

มาทำความรู้จักกับเพลง Unloveable สักหน่อย

เวอร์ชั่นที่เพื่อนๆ ได้ฟังด้านบนนั้น เป็นเวอร์ชั่นดั้งเดิม ที่เราเคยฟังกันมา แต่เดี๋ยว!! ใครที่เคยฟังเวอร์ชั่นนี้ แล้วร้องได้แบบจำขึ้นใจ ก็แอบมีอายุกันแล้วนะ (ฮ่าๆๆ) สำหรับเพลง Unloveable เวอร์ชั่นนี้ ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ซึ่งเพลงนี้อยู่ในอัลบั้มที่มีชื่อว่า Mild และเป็นอัลบั้มแรกของวงนี้ด้วย

ภาพตัวอย่าง อัลบั้ม MILD

รวมถึงเพลงอื่นๆ ก็อยู่ในอัลบั้มนี้เช่นกัน อาทิเช่น

1.อีกนานไหม

2.หวานเย็น

3.รักล้นใจ

4.Unloveable

5.เสร็จ

6.อีกนานไหม – เปียโน เวอร์ชั่น

7.บรรยากาศพาไป – Hidden Track

ซึ่งแต่ละเพลงที่บอกมานั้น เป็นเพลงที่ดังมากในช่วงปี พ.ศ.2551 วัยรุ่นสมัยนั้นส่วนใหญ่ แทบจะร้องเพลงในอัลบั้มนี้กันได้เกือบหมด (บอกเลยว่าแอดมินร้องได้ทุกเพลง ฮ่าๆ)

Unloveable เวอร์ชั่นนี้ฟังแล้วต้องร้องว้าว!!

เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ เวอร์ชั่นนี้ ฟังแล้วมันอินจัด ร้องได้ถึงอารมณ์เพลงดีจริงๆ แอดมินฟังครั้งแรกนี่ขนลุกเลย เพราะหนาว (ล้อเล่นนะครับฮ่าๆ) ฟังแล้วขนลุกจริงๆ เวอร์ชั่นนี้ มันมีการเล่นของจังหวะดนตรีมากขึ้น ให้ความรู้สึก เจ็บในหัวใจแบบยิ่งเจ็บยิ่งสะใจ กับความรักที่มันไม่สมหวัง (พาเศร้าอีกแล้ว) ซึ่งเวอร์ชั่นนี้เป็นเวอร์ชั่นที่ทางเพจ นักพจญเพลง

ภาพตัวอย่าง โลโก้ นักผจญเพลง

ได้ทำขึ้นมา ในเพจพี่เขายังมีอีกหลายผลงานเพลง จากหลายศิลปินให้ฟังอีกเยอะเลยนะ ใครสนใจเข้าไปติดตามได้ที่ Facebook Page: นักผจญเพลง เข้าไปกดไลค์แล้วติดตามได้เลยจ้า


และช่วงท้ายนี้ เพลง Unloveable เวอร์ชั่นที่แอดมินนำมาให้ดูวันนี้ ชอบกันไหม ไว้โอกาสหน้า ถ้าแอดมินเจอเพลงเจ๋งๆ แบบนี้จะเอามาให้ได้ลองฟังกันอีก ดูแลสุขภาพกันด้วยนะเพื่อนๆ วันนี้ต้องขอกล่าวคำว่า

“ม้าที่ว่าแรงยังต้องแพ้ลา”

“เพราว่า ลาไปก่อน”

สวัสดีครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!