Connect with us

What The Fact

สรุปเรื่องราวก่อนลิงกับคนจะมาเปิดวอร์ใน War for the Planet of the Apes มหาสงครามพิภพวานร

Published

on

ในฉบับเล่าใหม่ของหนังไซไฟคลาสสิกอย่าง Planet of the Apes (1968) ที่ปรับเรื่องให้ทันยุคทันสมัยขึ้น ที่สำคัญจริงจังและสมจริงจนคิดว่าเกิดขึ้นได้ในอนาคตด้วย โดยในฉบับไตรภาคใหม่นี้ ได้เริ่มด้วยหนังปี 2011 ของผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง รูเพิร์ต ไวแอต  โดยได้คู่สามีภรรยาที่ปลุกปั้นโปรเจ็กต์คืนชีพพิภพวินรมาแต่ต้นอย่าง ริค จาฟฟา และ อะแมนด้า ซิลเวอร์ มาทำหน้าทีเขียนบทที่รับแรงบันดาลใจมาจาก Conquest of the Planet of the Apes (1972) หนังภาคที่ 4 จากชุดต้นฉบับ แต่ก็ปรุงใหม่จนเรียกได้ว่าเป็นคนละเรื่องกันในชื่อ Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร) ที่ตั้งมาให้รู้ว่าเรากำลังได้รับรู้เรื่องราวปฐมบทใหม่ที่ไม่เคยเล่ามาก่อนในหนังตระกูล Planet of the Apes นี้ครับ

ส่วนภาคต่อมาในปี 2014 อย่าง Dawn of the Planet of the Apes (รุ่งอรุณแห่งอาณาจักรพิภพวานร) ได้เปลี่ยนมือผู้กำกับมาเป็น แมตต์ รีฟส์ ที่โด่งดังมาจากหนังไซไฟกล้องส่ายอย่าง Cloverfield (2008) และในส่วนทีมเขียนบทที่โดดเด่นจากภาคแรกยังคงมาครบทั้ง ริคและอะแมนด้า นอกจากนั้นยังสมทบเพิ่มด้วย มาร์ค บอมแบค ที่ผ่านงานรีเมคหนังอย่าง Total Recall (2012) มาแล้วด้วย ซึ่งพอในภาคที่ 3 อย่าง War for the Planet of the Apes (มหาสงครามพิภพวานร) ที่กำลังเข้าฉายในบ้านเรา มาร์คก็เลยรับไม้ต่อมา จับคู่กับผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ เขียนบทแทน โดยริคกับอะแมนด้าไปนั่งโปรดิวซ์เพียงอย่างเดียว

เอาเป็นว่าเกริ่นพอให้เห็นภาพสำหรับหนังไตรภาคใหม่ครับ เรามาดูกันดีกว่า ว่าเนื้อเรื่องของหนังเกิดอะไรขึ้นมาแล้วบ้างก่อนจะเข้าไปชมภาคใหม่กัน

Rise of the Planet of the Apes (กำเนิดพิภพวานร)
  • เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นจากบริษัทด้านยาแห่งหนึ่งในเมืองซานฟรานซิสโก ชื่อว่า เจน-ซิส ได้ทำการทดลองยารักษาโรคอัลไซเมอร์จากเชื้อไวรัส ที่มีรหัสยาว่า ALZ-112 นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นหัวหน้าโครงการนั้นคือ วิล รอดแมน (เจมส์ ฟรานโก) ซึ่งมีพ่อป่วยด้วยโรคนี้อยู่เช่นกัน

วิลได้ทดลองตัวยาใหม่กับลิงชิมแปนซีเพศเมียตัวหนึ่งที่จับมาจากป่าแอฟริกาชื่อว่า ไบรท์อายส์  การทดลองประสบผลสำเร็จดี ไบรท์อายส์มีพัฒนาการทางสมองดีมาก ทำให้ความเฉลียวฉลาดของเธอสูงขึ้นด้วย แต่ก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นในระหว่างที่วิลกำลังนำเสนอผลการทดลอง ไบรท์อายส์เกิดคลุ้มคลั่งแหกกรงออกมา จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องฆ่าเธอเสีย และโครงการยาตัวใหม่ของวิลก็ถูกผู้บริหารอย่าง สตีเฟ่น เจคอบส์ (เดวิด โอเยโลโว) สั่งล้มไป

  • แต่ผู้ช่วยของวิลชื่อ แฟรงคลิน ได้พบสาเหตุที่ไบรท์อายส์อาละวาดก็เพราะเธอเกิดให้กำเนิดลิงชิมแปนซีตัวน้อยและกลัวคนจะทำร้ายลูกเธอที่แอบไว้ในคอกนั่นเอง วิลจำใจต้องรับทารกน้อยมาเลี้ยงเพื่อช่วยเหลือจากการการุณฆาตของบริษัท เขาตั้งชื่อเจ้าทารกชิมแปนซีเพศชายนั้นว่า ซีซาร์  (โมชั่นแคปโดย แอนดี้ เซอร์คิส) และภายหลังเขายังพบว่าซีซาร์ได้รับความฉลาดและพัฒนาการมาทางสายเลือดจากไบรท์อายส์ ทำให้เขามองซีซาร์เหมือนลูกตัวเองด้วย

  • 3 ปีให้หลัง วิลพบว่าซีซาร์มีพัฒนาการสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่อาการพ่อของเขากลับทรุดลงอย่างมาก วิลจึงได้ตัดสินใจทดลองยาที่เขาพัฒนามากับพ่อของเขา ซึ่งผลที่ได้นั้นเรียกว่าประสบความสำเร็จดีพ่อของเขามีความทรงจำดีขึ้นและยังฉลาดกว่าเดิมด้วย วันหนึ่งซีซาร์เห็นเด็กข้างบ้านเล่นกันเขาจึงแอบออกจากบ้านไปจะเล่นด้วย แต่ก็ทำให้พ่อของเด็กซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของวิลชื่อ ดักลาส ฮันไซเกอร์ ตกใจและทำร้ายซีซาร์ วิลมาช่วยทันแต่ก็ต้องพาซีซาร์ไปหาสัตวแพทย์ที่สวนสัตว์ และนั่นทำให้เขาได้สานสัมพันธ์กับแพทย์สาวอย่าง แคโรไลน์ (ฟรีด้า ปินโท)

  • 5 ปีถัดมา วันหนึ่งที่ซีซาร์กับวิลและแคโรไลน์ได้ไปเที่ยวป่าด้วยกัน ซีซาร์ที่ถูกใส่ปลอกคอจูงเดิน ก็ได้พบกับครอบครัวที่จูงหมามาเที่ยวเช่นกัน นั่นทำให้เขาเปรียบเทียบและรู้สึกถึงตัวตนขึ้นมา วิลจึงต้องพาซีซาร์มาดูบริษัทและอธิบายจุดกำเนิดของซีซาร์ให้ฟัง

  • พ่อของวิลอาการกลับทรุดลงอีกครั้งจากเพราะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมาทำลายไวรัสที่เป็นตัวยา ทำให้เขาไปทะเลาะกับดักลาสเพื่อนบ้าน ซีซาร์เห็นดักลาสจะทำร้ายพ่อวิลจึงออกมาช่วยสู้ แต่เหตุการณ์ก็ทำให้ซีซาร์ถูกทางการจับไปเข้าสถานกักกันสัตว์ของ จอห์น แลนดอน (ไบรอัน คอกซ์) ระหว่างที่วิลดำเนินการทางศาลเพื่อมีสิทธิ์ดูแลซีซาร์
  • แลนดอนเป็นผู้บริหารสถานกักกันที่เห็นแก่ตัว ฉากหน้าเขาเหมือนดูแลสัตว์อย่างดี แต่แท้จริงสัตว์จะถูกกักขังในกรงแคบ ๆ เท่านั้น แลนดอนมีลูกชายวัยรุ่นชื่อว่า ดอด์จ (ทอม เฟลตัน) ซึ่งมีนิสัยเกเรชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าโดยเฉพาะพวกสัตว์ในสถานกักกันที่เขาดูแล

  • ซีซาร์ได้เห็นการทารุณกรรมเหล่าลิงพันธุ์ต่าง ๆ ในสถานกักกันนั้น และเริ่มหาวิธีหลบหนี ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มมีเพื่อนเป็นอุรังอุตังที่รู้ภาษามืออย่าง มัวริส และหัวหน้าใหญ่อย่าง บัค กอริลล่ายักษ์ที่ยอมรับซีซาร์หลังซีซาร์ช่วยให้ออกจากกรงขังได้ ทำให้ลิงอันธพาลอย่าง ร็อคเก็ต และลิงตัวอื่น ๆ ในสถานกักกันที่เคยแกล้งซีซาร์ก็ต้องสยบยอมกับซีซาร์
  • วิลเกลี้ยกล่อมเจคอบส์ เพื่อขอพัฒนาตัวยาใหม่ชื่อ ALZ-113 ที่มีประสิทธิภาพแรงขึ้นเพื่อชนะภูมิคุ้มกันในร่างกายคนได้ เจคอบส์เมื่อรู้ผลข้างเคียงว่าทำให้คนฉลาดขึ้นด้วยจึงอนุมัติด้วยความละโมบที่จะขายยาที่ได้กำไรสูงกว่ายารักษาอัลไซเมอร์ โดยวิลได้ทดลองกับลิงที่เกิดในห้องทดลองและถูกทำทารุณกรรมจากการทดลองของมนุษย์มาตลอดจนมันแค้นมนุษย์ชื่อว่า โคบา


  • ระหว่างการทดลองพ่นไวรัสใส่โคบา เกิดอุบัติเหตุและทำให้แฟรงคลินผู้ช่วยของวิลเกิดสูดไวรัสเข้าไป ซึ่งภายหลังโคบามีพัฒนาการสมบูรณ์มาก แต่แฟรงคลินกลับป่วยจนถึงกับไอเป็นเลือดแต่ก็ปิดคนอื่นไว้ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าลิงสามารถรับไวรัสตัวนี้ได้ดีกว่าคน แม้การทดลองตัวยาจะสำเร็จแต่ก็ไม่ทัน เพราะพ่อของวิลเสียไปเสียก่อน วิลพยายามยับยั้งการพัฒนายาต่อไปเพราะเห็นผลข้างเคียงที่ไม่แน่ชัดในมนุษย์ แต่เจคอบส์ไม่ยอม
  • วิลพยายามเดินเรื่องจนสามารถรับซีซาร์กลับได้ แต่ซีซาร์จำใจต้องหันหลังให้วิลเพราะตอนนี้เขาคือผู้นำที่จะต้องช่วยเหลือลิงทุกตัวในสถานกักกัน คืนหนึ่งซีซาร์แอบหนีออกจากสถานกักกันไปบ้านของวิลและขโมยตัวยาชนิดใหม่มาใช้กับลิงทุกตัวในสถานกักกัน ทำให้กองทัพลิงฉลาดและเข้มแข็งขึ้นมาก พวกมันรอโอกาสที่จะเอาคืนมนุษย์อย่าง จอห์นและดอด์จ แล้วหลบหนีสู่ป่า
  • วันหนึ่งที่ดอด์จพยายามทำร้ายซีซาร์ ซีซาร์ได้ต่อสู้และได้ออกเสียงคำว่า ไม่! ขึ้นมาเป็นครั้งแรก ซึ่งเหมือนคำประกาศว่าพวกมันจะไม่ยอมให้มนุษย์ทำร้ายอีกต่อไปแล้ว ในคืนนั้นพวกมันแหกออกจากสถานกักกันและได้ฆ่าดอด์จตาย
  • ระหว่างทางหลบหนี พวกซีซาร์ได้บุกทำลายบริษัทยาเจน-ซิสเพื่อขโมยตัวยา ซึ่งทำให้ลิงในแล็บรวมถึงโคบาถูกปล่อยออกมา พวกมันยังช่วยเหลือลิงในสวนสัตว์ที่ถูกมนุษย์คุมขัง ก่อนจะหนีสู่ป่าผ่านทางสะพานแขวน ที่นี่เองที่เป็นสมรภูมิสำคัญของเรื่อง เหล่าตำรวจและเจ้าหน้าที่บริษัทยาต่างเข้าปราบฝูงลิง บัคต้องสละชีพในเหตุการณ์นี้เพื่อทำลายเฮลิคอปเตอร์ของเจคอบส์ที่ไล่ล่ามา และเจคอบส์ที่ถูกซีซาร์ผู้ต้องการเพียงการหลบหนีโดยไม่ทำร้ายมนุษย์ไว้ชีวิตก็ถูก โคบามาฆ่าทิ้ง

  • ฝูงลิงหนีเข้าป่าสำเร็จ วิลตามมาเจอซีซาร์ แต่ซีซาร์ได้โอบกอดวิลและบอกว่า ซีซาร์อยู่ที่บ้านแล้ว คือป่าและเหล่าฝูงลิงคือครอบครัวใหม่ของเขา วิลจึงอำลากับซีซาร์ที่ตรงนั้น
  • เหตุการณ์หลังจากนั้นคือ ดักลาส เพื่อนบ้านของวิลที่ติดเชื้อไวรัสจากแฟรงคลินตอนที่มาบ้านวิล ก็ได้เดินทางไปทำงาน ความวอดวายอยู่ตรงที่เขาทำงานเป็นนักบินที่กำลังจะบินไปปารีส ทำให้ไวรัสแพร่ระบาดไปทั่วโลกจากสนามบิน
Dawn of the Planet of the Apes (รุ่งอรุณแห่งอาณาจักรพิภพวานร)
  • เรื่องราวผ่านจากภาคแรกไปราว 10 ปี บัดนี้ซีซาร์ได้เป็นหัวหน้าฝูงลิงที่กำลังสร้างสังคมและอารยธรรมของตนเองในป่าของซานฟรานซิสโก เขามีภรรยาเป็นลิงที่ช่วยไว้ในภาคแรกชื่อว่า คอร์นีเลีย และมีลูกด้วยกันหนึ่งคนคือ บลูอายส์ ในขณะที่ประชากรมนุษย์ทั่วโลกล้มตายจากเชื้อไวรัส ALZ-113 จนเหลือคนเพียงไม่มากที่มีภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติ อารยธรรมมนุษย์เข้าขั้นใกล้ล่มสลายทีเดียว
  • วันหนึ่งมีกลุ่มมนุษย์เดินทางเข้ามาสำรวจในป่า และมนุษย์คนหนึ่งชื่อว่า คาร์เวอร์  (เคิร์ก อะเซเวโด) ได้บังเอิญพบกับ แอช ลูกของร็อคเก็ตลิงในภาคแรกและเพื่อนซี้ของบลูอายส์ ด้วยความกลัวคาร์เวอร์จึงเผลอยิงใส่แอชเข้า มัลคอล์ม (เจสัน คลาร์ก) หัวหน้าของคาร์เวอร์ได้ตามมาถึงจุดที่คาร์เวอร์อยู่ แต่ก็ถูกซีซาร์และพวกรุมล้อมไว้แล้ว โชคดีที่แอชไม่เป็นอะไรมาก ซีซาร์จึงได้ไล่พวกกลุ่มของมัลคอล์มกลับไป แต่ด้วยความรอบคอบซีซาร์จึงสั่งให้โคบา ซึ่งบัดนี้เป็นหัวหน้าทหารลิง ออกสะกดรอยตามกลุ่มมนุษย์ไปว่ามาด้วยจุดประสงค์ใด

  • โคบา ตามกลุ่มของมัลคล์มมาถึงกลางเมืองซานฟรานซิสโก ที่นั่นพวกมนุษย์ที่เหลือรอดรวมตัวกันอยู่ในตึกสูงที่เรียกว่า ทาวเวอร์ โดยมีหัวหน้ากลุ่มชื่อว่า เดรฟัส (แกรี่ โอลด์แมน) คอยดูแล มัลคอล์มแจ้งเรื่องพบลิงพูดได้ให้กับเดรฟัส ซึ่งเหล่ามนุษย์ต้องการเข้าไปซ่อมระบบปั่นไฟฟ้าที่อยู่ในเขื่อนซึ่งพวกซีซาร์อาศัยอยู่ เพื่อมีพลังงานมาใช้ในตัวเมือง การที่พวกซีซาร์คุมอยู่ทำให้การซ่อมเป็นไปได้ลำบาก

  • คอร์นีเลียได้คลอดลูกชายคนที่สองให้ซีซาร์ ในขณะที่โคบาผู้มีความเคียดแค้นมนุษย์เพราะเคยถูกจับทดลองก็แสดงเจตนาที่จะห้ำหั่นมนุษย์ แต่ถูกซีซาร์ปรามไว้ ตอนนี้ซีซาร์คิดว่าจำเป็นที่จะต้องปกป้องตนเองจากการรุกรานของมนุษย์ที่พบเจอรังของพวกเขาแล้ว ซีซาร์จึงนำกองทัพลิงมายังทาวเวอร์ เพื่อแสดงเจตนาว่าตนไม่คิดจะทำร้ายมนุษย์ แต่จะปกป้องตนเองหากมนุษย์รุกรานก่อน และขอให้ต่างคนต่างอยู่ไปก่อนยกพวกกลับ

  • มัลคอล์มปรึกษากับเดรฟัสถึงทางเลือกด้านพลังงานแต่ก็หาทางออกไม่ได้ มัลคอล์มจึงอาสาเข้าไปเจรจากับซีซาร์เพื่อขออนุญาตนำคนมาซ่อมเครื่องปั่นไฟฟ้า และจะไม่รบกวนพวกลิงอีก ซีซาร์เล็งเห็นอนาคตที่อาจอยู่ได้อย่างสันติจึงอนุญาต ท่ามกลางความไม่พอใจของโคบา โดยมีข้อตกลงว่าห้ามมนุษย์นำอาวุธเข้ามาเด็ดขาด
  • มัลคอล์มพาภรรยาที่เป็นอดีตนางพยาบาลชื่อ เอลลี่ (เครี่ รัสเซล) และลูกชายอย่าง อเล็กซานเดอร์ (โคดี้ สมิท-แมคฟี) รวมถึงพรรคพวกเข้ามาซ่อมเครื่องปั่นไฟ โดยมีคาร์เวอร์ที่เป็นอดีตพนักงานประปาเข้ามาช่วย ระหว่างนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของฝูงลิงกับกลุ่มมัลคอล์มดีขึ้นมาก ลิงเริ่มไว้ใจมนุษย์มากขึ้น

  • แต่แล้ววันหนึ่งซีซาร์ก็พบปืนที่คาร์เวอร์แอบซ่อนไว้ ทำให้เขาโกรธมากและสั่งให้มนุษย์ออกจากป่าไป แต่ภายหลังก็อนุญาตให้ซ่อมเครื่องปั่นไฟให้เสร็จในหนึ่งวันเพราะเอลลี่มีพระคุณใช้ยาช่วยรักษาชีวิตคอร์นีเลียไว้
  • อีกด้านหนึ่งโคบาพบว่า เดรฟัสได้สั่งให้ชาวทาวเวอร์ติดอาวุธเพื่อความปลอดภัยเพราะยังไม่ไว้ใจพวกลิง ทำให้โคบาโกรธมากและพยายามยุให้ซีซาร์กำจัดพวกมนุษย์แต่ถูกซีซาร์ปฏิเสธ ทำให้โคบาแตกหักกับซีซาร์ด้วยความเชื่อเดิมว่าซีซาร์รักพวกมนุษย์มากกว่าเผ่าพันธุ์เดียวกัน ทั้งคู่ต่อสู้กันซีซาร์เป็นฝ่ายได้รับชัยแต่เลือกไว้ชีวิตโคบา โคบาหนีออกจากฝูงลิงไปยังคลังอาวุธของทาวเวอร์และฆ่ายามไปสองคนก่อนขโมยปืนไรเฟิลกลับมาแอบฆ่าคาร์เวอร์ตาย
  • ในวันนั้นกลุ่มมัลคอล์มได้ซ่อมเครื่องปั่นไฟสำเร็จและทำการฉลองกับพวกซีซาร์ แต่โคบาก็ได้กลับมาเผารังเพื่อเบี่ยงความสนใจก่อนจะใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงซีซาร์จนตกหน้าผาไป จากนั้นจึงเข้ามาควบคุมฝูงโดยโยนความผิดให้กับคาร์เวอร์ที่ตายไปแล้ว

  • โคบาได้นำกองทัพลิงจู่โจมทาวเวอร์และขังมนุษย์ทุกคนเอาไว้ เขาพยายามสั่งสอนให้ลิงเกลียดมนุษย์ แต่แอชเชื่อฟังซีซาร์และขัดคำสั่งที่จะฆ่ามนุษย์ โคบาจึงจับแอชโยนทิ้งจากตึกจนตาย และสั่งให้ขังลิงที่ยังภักดีกับซีซาร์ทั้งหมดด้วย บลูอายส์ที่อยู่ในกองทัพลิงด้วยต้องการล้างแค้นให้พ่อพบเห็นสิ่งที่โคบาทำก็เกิดลังเล

  • อีกด้านมัลคอล์มได้พบซีซาร์และช่วยชีวิตไว้ โดยพาเขามายังบ้านเดิมที่เคยอยู่ ซีซาร์ค้นพบว่าเป็นโคบาที่ยิงเขาและตระหนักว่าลิงเองก็อาจเลวร้ายได้ไม่ต่างจากคน หลังจากนั้นมัลคอล์มก็ได้พบบลูอายส์โดยบังเอิญและจึงพามาพบซีซาร์ ทั้งหมดวางแผนที่จะต่อสู้ล้มโคบาลงเพื่อช่วยคนและลิงในทาวเวอร์
  • บลูอายส์ได้แอบเข้าไปในทาวเวอร์เพื่อปล่อยคนและฝูงลิงที่ถูกขังไว้ ด้านมัลคอล์มก็นำกำลังฝูงลิงเข้ายึดคืนทาวเวอร์ แต่เขาก็ได้พบกับเดรฟัสที่กำลังวางแผนวางระเบิดทำลายตึกไปพร้อมพวกลิง มัลคอล์มทรยศพวกเดรฟัสแต่ก็ได้ทราบว่าลูกน้องของเดรฟัสได้ใช้วิทยุสื่อสารที่กลับมาใช้งานได้เพราะมีไฟฟ้า ติดต่อไปยังกองกำลังทหารอีกแห่งหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือเสียแล้ว แล้วเดรฟัสก็ตัดสินใจระเบิดพลีชีพเพื่อกอบกู้มนุษยชาติจากพวกลิง

  • บนดาดฟ้าของทาวเวอร์ที่กำลังถล่ม ซีซาร์ได้ต่อสู้กับโคบาและสามารถเอาชนะได้ โดยประกาศว่าโคบาไม่ใช่พวกลิงก่อนจะปล่อยมือโคบาให้ตกลงไปจากยอดตึก ซึ่งหนังชี้ให้เห็นว่าบางทีโคบาอาจจะยังไม่ตายก็ได้เพราะร่างของมันตกลงบนสายไฟและคานเหล็กก่อนร่วงลงสู่พื้น
  • มัลคอล์มมาแจ้งเรื่องกำลังทหารที่กำลังจะบุกมาปราบพวกลิงแก่ซีซาร์ ซีซาร์จึงบอกให้มัลคอล์มกับครอบครัวหนีไป และอยู่กับกองทัพลิงเพื่อเตรียมรับมือกับกองกำลังมนุษย์ที่จะมาถึง

War for the Planet of the Apes (มหาสงครามพิภพวานร)

เนื้อเรื่องเล่าต่อจากภาคที่แล้ว อีก 2 ปีต่อมา มนุษย์ไล่ฆ่าห้ำหั่นเหล่าลิงจนแหลกลาญ ฝั่งของซีซาร์สูญเสียไปไม่ใช่น้อย จนทำให้ซีซาร์ต้องต่อสู้กับสัญชาตญาณมืดของตนเองที่เข้าจู่โจมให้เขาเคียดแค้นมนุษย์มากขึ้น ๆ การเดินทางเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ทำให้ที่สุดซีซาร์ต้องเผชิญหน้ากับ นายพลผู้ไร้ความเมตตา (วูดดี้ ฮาร์เรลสัน) เพื่อตัดสินชี้ชะตาว่าเผ่าพันธุ์ใดกันแน่ที่จะอยู่รอด!!

ติดตามบทสรุปกันได้ในวันที่  13 กรกฎาคมนี้ครับ



แสดงความคิดเห็น

บันเทิง

Plan B ติดปีกเข้าซื้อหุ้นBNK48 ออฟฟิต 35%

Published

on

แพลนบี ประกาศซื้อหุ้น BNK48 มูลค่ารวม 182.25 ล้านบาท คิดเป็น 35%

ค่ำวันนี้(23 ..2561) เวลาประมาณ 20:02:07 ที่เว็บ set.or.th  หน้า PLANB : บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้มีจดหมายแจ้งการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (Term Sheet) การเข้าลงทุนในบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด บริษัทฯ จะเข้าซื้อหุ้นในอัตราส่วนรวมทั้งหมดร้อยละ 35 โดยแบ่งเป็น

–  ซื้อหุ้น จากผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วนร้อยละ 17.5 คิดเป็น 350,000 หุ้น มูล ค่าไม่เกิน 82,250,000 บาทและ

–  บริษัทฯ จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนอีก 538,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.5 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลัง เพิ่มทุน มูลค่าไม่เกิน 100,000,000 บาท มูลค่าการลงทุนรวมทั้ง สิ้นไม่เกิน 182,250,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่คำนวณ จากผลการดำเนินงานในอดีตและปัจจุบัน รวมถึงการคาดการณ์ผลกำไร สุทธิในอนาคต (กำไรสุทธิหลังหัก ภาษี; NPAT)

ทั้งนี้ได้อธิบายถึงวัตถุประสงค์การเข้าลงทุนในครั้งนี้ว่า

เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้จากความหลากหลายและความ นิยมของธุรกิจและสินค้าของบีเอ็นเค48 ที่มีการประสานและส่งเสริมกัน กับ ธุรกิจหลัก ของบริษัทฯ และเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจใหม่ท่ีมี มลูค่าสำคัญ ต่อธุรกิจบันเทิงหรืออื่นๆ อย่างต่อเนื่อง

เอกสารประกาศ

ซึ่งการจับมือร่วมทุนกันในครั้งนี้น่าจะเป็นการเสริมเพิ่มพลังให้กับทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างดี เพราะ Plan B เองก็มีสื่อครบวงจร BNK48 เองก็มีวงที่อยู่ในความนิยม และแน่นอนว่าก้าวต่อไปของ BNK48 ที่มีสื่อครบวงจรเข้ามาหนุนแบบเต็มกำลัง กับรุ่นสองที่กำลังจะมาถึง รุ่นหนึ่งที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ การคาดหวังรายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นไปได้ดั่งฝันได้ไม่ยากเลย

บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)

ผู้ให้บริการป้ายสื่อโฆษณาครบวงจร ทั้งกลางแจ้ง บนรถ ภายในสนามบิน ห้างสรรพสินค้า สื่อโฆษณาออนไลน์ มีทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 353,500,000.00 บาท

 

บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จำกัด

ประกอบกิจการจัดการ ดูแล บริหาร ศิลปิน นักร้อง นักแสดง เจ้าของวง BNK48 ที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างสูงอยู่ในขณะนี้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก set.or.th PlanB

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

What The Fact

[รีวิว]Solo a Star Wars Story : ภาคที่สดใสที่สุดในจักรวาลสตาร์วอร์ส

Published

on

หนังภาคแยกจากจักรวาลสตาร์วอร์สต่อจาก Rouge One ที่รอบนี้เลือกมาเล่าวีรกรรมในวัยหนุ่มของ ฮาน โซโล ฮีโร่ที่สาวกสตาร์วอร์สน่าจะชื่นชอบที่สุดแล้ว และเป็นตัวละครที่มีพื้นเพน่าสนใจ เป็นพระเอกในแบบที่ไม่ใช่วีรบุรุษที่ขาวสะอาด เพราะฮานเป็นพวกนอกกฏหมายโดยแท้ เป็นนักต้มตุ๋น นักพนัน และ เซียนไพ่ และมาด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว และที่สำคัญเขามีเพื่อนรักขนยาวที่มีเพียงฮานคนเดียวที่ฟังออกและสื่อสารกันรู้เรื่อง ล้วนแล้วจึงเป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจ นำมาขยายเป็นหนังภาคแยกได้น่าสนุกสุดแล้ว และ Solo a Star Wars Story ก็ตอบสนองแฟน ๆ ได้ดีกับการเล่าที่มาของชิวเบคก้า และ มิลเลนเนียมฟอลคอน ให้ได้หายสงสัยกัน

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

Solo a Star Wars Story เป็นอีก 1 โปรเจ็กต์ที่อยู่ในความสนใจและรอคอยจากแฟน ๆ สตาร์วอร์ส เพราะอย่างทีว่านี่คือตัวละครที่หลายคนรัก การฆ่าฮานในเส้นเรื่องหลักก็ทำร้ายจิตใจแฟน ๆ ไปแล้ว เมื่อฮานกลับมามีชีวิตบนจออีกครั้ง จึงเป็นการกลับมาของตัวละครที่รัก และถูกจับตาตั้งแต่การเลือกตัวแสดงมาเป็นฮาน และเป็นการสร้างที่้ต้องเจอปัญหาใหญ่กับการเปลี่ยนผู้กำกับกะทันหัน จาก ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ที่มาจากสายคอมมีดี้ก็เลยจะพาหนังออกแนวคอมมีดี้ตามสไตล์ตัวเอง และไม่ถ่ายทำตามบท ก็ต้องโดนอัปเปหิออกไป และได้ รอน โฮเวิร์ด ผู้กำกับออสการ์จาก A Beautiful Mind มาแทนที่ภายใน 2 วัน ซึ่งรอนก็เริ่มงานด้วยการรื้องานของคู่หูเก่าทิ้งและถ่ายทำใหม่ถึง 80 %

บทหนังเป็นฝีมือของลอเรนซ์ คาสดาน สมาชิกเก่าของทีมงานสตาร์วอร์ส ที่เขียนบท Episode 5,6,7 มาแล้ว ก็เล่าที่มาของฮานได้อย่างลื่นไหล น่าติดตามเพราะเต็มไปด้วยวีรกรรมโลดโผน แม้บทจะเป็นฝีมือของลอเรนซ์ คาสดาน แต่ก็อิงเรื่องราวหลาย ๆ ส่วนมาจากนิยาย 3 เล่ม The Han Solo Adventures ที่ออกมาในปี 1979 -1980 ประพันธ์โดย ไบรอัน เดลีย์

ในนิยายเล่าวีรกรรมของฮาน ในช่วง 2 ปีก่อนเหตุการณ์ใน Star Wars Episode IV: A New Hope (1977) ส่วนเหตุการณ์ในหนัง Solo a Star Wars Story เริ่มเรื่องตั้งแต่ฮานในวัยหนุ่ม และเป็นโจรปลายแถวสุมนของแก๊งอาชญากรในคอเรลเลีย ดาวที่ฮานถือกำเนิดมาและอยากจะหนีจากที่นี่มาโดยตลอด ฮานมีคนรักคือ “คิรา”บทของเอมิเลีย คลาร์ค ทั้งคู่พากันหนีจากคอเรลเลียที่โดนปกครองโดยจักรวรรดิ ฮานหนีมาได้สำเร็จแต่คิราหนีไม่พ้น ฮานตั้งใจจะหาเงินและมียานของตัวเองและกลับมารับคิรา ทางเดียวที่ถนัดคืองานนอกกฏหมายที่พาเขาไปพบกับเบ็คเก็ต บทของ วู้ดดี้ ฮาเรลสัน ,ฮาน ขอเข้าเป็นสมาชิกแก๊งและร่วมกันปล้นโคแอ็กเซี่ยมแร่พลังงานมูลค่ามหาศาลจากจักรวรรดิ และเป็นจุดเริ่มต้นที่ฮานเริ่มจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับจักรวรรดิ

2 ชั่วโมง 15 นาทีของหนัง เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นที่หลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งฉากใหญ่ฉากเล็ก ที่น่าประทับใจสุดก็เป็นฉากฮานและแก๊งเบ็คเก็ตบุกปล้นขบวนรถไฟบรรทุกโคแอ็กเซี่ยม เป็นฉากแอ็คชั่นที่ยาวนานและลุ้นระทึกมาก และอีกฉากใหญ่ก็คือ “เคสเซิลรัน” อีกวีรกรรมที่กลายเป็นตำนานเล่าขานของฮาน โซโล เมื่อเขาขับมิลเลนเนียม ฟอลคอน หนีออกจากดาวเคสเซิลด้วยความเร็วกว่า 12 พาร์เซ็ค ที่ไม่เคยมีใครทำได้ และยังคงถ่ายทอดบุคลิกอันโดดเด่นของการเป็นคนกะล่อน เจ้าเล่ห์ มีไหวพริบในการเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ของฮาน ได้อย่างชัดเจน และด้วยความเจ้าเล่ห์ของฮานนี่ล่ะ ที่นำมาใช้เป็นมุกเด็ดในฉากไคลแมกซ์ได้น่าชื่นชม ถือว่าจุดที่ดีในบทเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

มองที่ตัว อัลเด็น เออเร็นริช ถ้าเราไม่พยายามเอาเขาไปเปรียบเทียบกับตัวแฮริสัน ฟอร์ด ก็นับ อัลเด็น เป็นฮานที่มีเสน่ห์ ทำหน้าที่จุดศูนย์กลางของหนังที่มีตัวละครมากมายแบบนี้ได้โดยไม่โดนข่ม ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับภารกิจการคัดตัวละครที่ยาวนาน เพราะการคัดตัวแสดงมาเป็นฮาน โซโล นั้นมีนักแสดงหน้าใหม่หน้าเก่ามาแคสต์บทมากถึง 3,000 คน ใช้ระยะเวลาในการคัดเลือกยาวนานเป็นอันดับ 2 รองจากการหานักแสดงในบท “คริสเตียน เกรย์”ใน Fiffty Shades Of Grey และที่สำคัญ อัลเด็น เออเร็นริช คือนักแสดงคนแรกที่มาแคสต์บท ฮาน โซโล แล้วเขาก็ยังสามารถเอาชนะอีก 3,000 กว่าคนที่มาทีหลังเขาได้หมด

ตัวละครที่เด่นรองลงมาเดิมที่คิดว่าจะเป็น คิรา กลับเป็น เบ็คเก็ต ผู้เป็นทั้งพี่เลี้ยงคอยสอนและแนะนำ เป็นผู้ที่พาฮาน เข้าสู่โลกอาชญากรอย่างแท้จริง วู้ดดี้ ฮาเรลสัน เหมาะมากกับบทผู้ชำนาญการผ่านโลกแบบนี้เหมือนกับบท เฮย์มิตช์ ใน The Hunger Games

เอมิเลีย คลาร์ค กับโอกาสอีกครั้งในบทนำ หลังจากเคยคว่ำมาแล้วกับการได้เป็น ซารา คอนเนอร์ กับบทคิรา วันนี้เธออายุ 31 แล้วแต่ด้วยความเป็นสาวตัวเล็ก ก็เลยดูเด็กตลอดเวลา ในฉากเปิดตัวดูเป็นสาววัยรุ่นได้ไม่เคอะเขินเลย ครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญเพราะคิราเป็นบทที่มีความลึกของตัวละครมาก เธอเป็นคนรักของฮาน ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นสมาชิกระดับล่างของจักรวรรดิ เป็นตัวละครที่คนดูต้องคอยคาดเดาว่าแท้จริงแล้วเธอจะอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ และฉากสุดท้ายของเธอก็ทิ้งค้างคำถามไว้ให้สานต่อในภาคต่อไป….ถ้ามีนะ

เป็นเรื่องน่าสงสัยว่าทำไมจักรวาลสตาร์วอร์จะต้องใส่คาแรกเตอร์ที่พูดมากเข้าไปในทุกภาค เดิมก็มี C3PO แต่ก็ไม่น่ารำคาญเท่าจาร์จาร์ บิงก์ มาภาคนี้ก็ใส่ L3-37 เข้ามา เป็นหุ่นยนต์คู่ซี้ของ แลนโด คาริสเซียน เป็นดรอยด์ที่ไม่มีเสน่ห์ของดรอยด์อย่างที่ผ่านมาเลย เพราะ L3 พูดจาต่อยหอยด้วยน้ำเสียงมนุษย์ และทีท่าการเคลื่อนไหวก็เหมือนมนุษย์และ…..น่ารำคาญ ,แม้ในเรื่องนี้จะไม่มีตัวละครหลักอย่างลุค , เลอา หรือ ดาร์ธ เวเดอร์ แต่ก็ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการปรากฏตัวของตัวละครจากเส้นเรื่องหลักมาแวบนึง แต่ก็ได้เสียงโห่ฮิ้วในโรงไปพอสมควร

แม้ว่าภาพของหนังจะเลือกทำออกมาหม่นซีด ใกล้เคียงกับภาพใน Rogue One หนังภาคแยกเรื่องก่อนหน้า แต่กับเนื้อหาของหนังนั้นแตกต่างกันลิบลับ โทนของ Rogue One มืดหม่นทั้งภาพทั้งเรื่อง แต่กับ Solo a Star Wars Story แล้วก็ฉีกเส้นทางออกไปได้ไกล เพราะเป็นตัวละครใหม่ทั้งหมด ต่างกับ Solo ที่เป็นตัวละครจากเส้นเรื่องหลัก บุคลิกตัวละครและบทสรุปนั้นถูกล็อคไว้หมดแล้ว ดิ้นไปไหนไม่ได้มาก แต่กระนั้นโทนหนังก็ยังออกมาสดใสมาก เพราะแรงส่งจากตัวละครหลักอย่างฮาน ที่มากับพลังของวัยหนุ่ม อเลิร์ตตลอดเวลา ยิ้มสู้กับทุกสถานการณ์ ก็เลยพาหนังโลดแล่นไปข้างหน้าได้อย่างมีพลังกับเขาไปได้ตลอด แม้ตลอดเรื่องจะมีอุปสรรค ปัญหานานับประการ แต่ฮานก็ผ่านทุกวิกฤตมาได้อย่างสวยงาม

แม้จะดูเป็นหนังอารมณ์ดีแต่ก็ไม่ถึงกับมีมุกที่เรียกเสียงฮาได้หนัก ๆ แบบ The Last Jedi ในหนังมีตัวละครตายมากมาย แต่ก็ไม่ได้ใช้เวลาแม้เพียงนิดจะอ้อยอิ่งไว้อาลัยกับการสูญเสีย หนังเดินเรื่องเร็วมากไม่มีฉากนั่งพูดคุยปรับทุกข์มากมาย โดยรวมก็เป็นสตาร์วอร์สภาคที่สดใสไร้ความหม่นที่สุดในจักรวาลสตาร์วอร์สแล้ว สมกับเป็นหนังของดิสนีย์เสียจริง หนังเปิดเผยตัวละครใหม่ องค์กรใหม่มากมาย เป็นไปได้อย่างสูงว่าหนังไม่จบแค่ภาคเดียว ถ้าภาคนี้ได้ตังค์นะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ภาพยนตร์

[รีวิว]ตุ๊ดตู่กู้ชาติ – แกล้งๆเป็นกะเทยในหนังย้อนยุคปล่อยมุกดีเลย์ เขร้ !หนังยาวเกิน 2 ชั่วโมง

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย Major Cineplex

เมื่อกองทัพ ยโสธราวดี กำลังจะบุก อโสรยา ทำให้หมู่บ้านคุ้งระกา จำต้องเตรียมการรับศึกและทำให้  แฟง (เพชรทาย วงคำเหลา) เดือน (เจริญพร อ่อนละม้าย) หอม (ชาญณรงค์ ขันฑีท้าว)  ก้อน (นพดล ทรงแสง) และ สร้อย (น้องบิว ขาวคง) กะเทย 5 นางประจำหมู่บ้านจึงอาสาไปแทรกซึมในกองทัพศัตรูเพื่อสืบแผนการรบของศัตรู งานนี้เหล่ากะเทยจะพิสูจน์ความรักชาติและสามัคคี

 

 

 



ด้วยหน้าหนังและเพลงประกอบที่ปล่อยมาก่อนหน้านี้ บอกตามตรงว่าผมอดคาดหวังความสนุกจากหนังเรื่องนี้ไม่ได้ ลำพังนักแสดงตลกแถวหน้าของเมืองไทยทั้งพี่หม่ำ พี่ติ๊ก กลิ่นสี  พี่โก๊ะตี๋ หรือน้าจิ้ม ชวนชื่น ก็ล้วนเป็นตลกที่รับประกันความฮาจากผลงานที่ผ่านๆมาได้ในระดับหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอด เอาแค่การสร้างคาแรกเตอร์กะเทย 4-5 นางที่ควรมีบทบาทเด่นและสร้างความฮา หนังก็สอบตกในมาตรฐานความแซ่บของเหล่ากะเทยในหนังของพี่ พชร์ อานนท์ โดยสิ้นเชิงแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็น แฟง เดือน หอม หรือ ก้อน แทบไม่มีใครที่ถูกนำเสนอให้ออกมาเป็นกะเทยที่มีสีสันในระดับเดียวกับ หอแต๋วแตก ของพี่พชร์ได้เลย แถมหนังยังพยายามยัดเยียดแนวคิด ความรัก ความสามัคคี เพื่อชาติบ้านเมือง ผ่านการทะเลาะกันของเหล่ากะเทยก็ยิ่งทำให้หนังอยู่ในภาวะ ‘กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง’ จะเอาฮากลับกริบ เอาสาระกลับดูวอนนาบีจนชวนเพลียไปอี๊ก

ด้านพี่หม่ำ แม้จะเคยเล่นเป็นกะเทยใน คู่แรด (2550) มาก่อน แต่กับบทแฟง ที่เหมือนเป็นกะเทยหัวโจกก็ไม่ได้บทบาทอะไรนอกจาก ‘ทำท่า’ บ้าผู้ อย่าง แกร่ง (ชัยวัฒน์ ทองแสง) ควาญช้างที่หมั่นมาอ่อยให้อยากถึงหน้าเรือน ที่ผมมองว่ามาตรฐานพี่หม่ำเคยสูงกว่านี้ เคยกล้าเล่นกว่านี้ แต่นี่มันกลับออกมาดูเสแสร้งผิดมาตรฐาน นักแสดงตลกที่มีฝีมือทางการแสดงและกำกับหนังไปโดยสิ้นเชิง  ด้าน พี่โก๊ะตี๋ ถามว่าเล่นดีมั้ย ‘ก็ดีแหละ’ แต่มันคือบทบาทที่ไม่ได้ฉีกภาพลักษณ์ แม้จะมีดราม่าเรื่องพ่อแม่ของเดือน แต่มันก็ไม่ได้มีพลังพอมาชดเชยกับมุกแป้กๆที่ตัวละครพยายามแค่นให้คนดูขำแต่อย่างดี  การมีอยู่ของ พี่ติ๊ก กลิ่นสี ในบทหอมต่างหากที่น่าสนใจ เพราะผมไม่ได้เห็นพี่ติ๊กเล่นหนังมานานแล้ว ซึ่งก็ยอมรับนะครับว่าเห็นหน้าพี่ติ๊กก็ขำแล้ว แต่พอหนังดำเนินไปเรื่อยๆ พี่เขากลับไม่มีอะไรทำเป็นชิ้นเป็นอัน เดินไปเดินมา ยืนหลับ เล่นมุกปากเหม็น ทำอะไรเซื่องๆ ไอ้ที่หนังมันเอื่อยอยู่แล้ว แกยิ่งทำให้หนังดูยืดยาดหนักกว่าเดิมอีก ส่วนน้าจิ้ม ชวนชื่น นี่น่าสงสารสุดเลย เพราะท้ายสุดเราแทบไม่เห็นลักษณะเด่นอะไรในคาแรกเตอร์ ก้อน เลยสักนิดเพราะแทบไม่มีช่องปล่อยมุกสร้างความเด่นอะไรเลย นอกจากพูดจาโวยวายไร้สาระไปวันๆ นี่เลยทำให้เราแทบไม่สามารถเกาะเกี่ยวตัวละครนำเพื่อพาเราไปพบความสนุกได้อย่างที่คาดหวังจากตัวอย่างได้เลย



เอาล่ะหวังกับพลอตและตัวละครหลักไม่ได้แล้ว มีอะไรให้ดูอีกบ้างใน ตุ๊ดตู่กู้ชาติ ซึ่งก็โชคดี ? ที่หนังดันมี ‘ซับพลอต’ พระเจ้าช่วย! หนังพชร์ อานนท์ มีพลอตรอง ซึ่งน่าสนใจมาก แต่ปัญหาคือ มันดันมีซับพลอตที่ซับซ้อน และเอาล่อเอาเถิดไปร่วม 3-4 พลอต  ทีนี้ปัญหามันเลยเกิดตรงที่ว่าท้ายสุดแกก็ขมวดปมไม่ได้ บางช่วงเล่าไม่เคลียร์ เล่นสรุปง่ายๆก็มี  ทั้งปมความรักความคิดถึงที่มีต่อคนรักทางบ้านของทหารสองนายที่หนึ่งในนั้นคือ พี่โย่ง อาร์มแชร์ ที่อุตส่าห์เพิ่มปมให้ซับซ้อนด้วยการให้เมียแกมีอาการทางจิต (แน่นอน เราก็จะได้เห็นแอคติ้งทำตาเหลือกและนั่งโยกตัวไปมา)  ไปจนถึงพลอตการเมืองทั้งการทุจริตใน อโสรยา และการชิงดีชิงเด่นใน ยโสธราวดี แต่จนแล้วจนรอด ซับพลอตก็กลายเป็นภาระของหนังให้ต้องเล่าเรื่องราวมากมายจนหนังออกมาสะเปะสะปะ และหาทางลงแทบไม่ได้ บางพลอตก็เล่นง่ายด้วยการสรุปความให้ตัวละครมากล่าวสรุป บางพลอตหนังก็ข้ามๆบทสรุปไป จนหนังลากยาวกว่า 2 ชั่วโมงเหมือนกลัวไม่มีพื้นที่ให้บรรดาดารารับเชิญที่ส่วนหนึ่งแทบยกกระบิมาจากละครช่อง 3 มิหนำซ้ำพอเห็นกระแสละครบุพเพสันนิวาส แรง แกเลยจัดการทำเพลงประกอบแบบแทบจะเดินตามละครดัง ตั้งแต่เปิดเรื่องโดยไม่สนว่ามันจะเข้ากับโทนภาพที่ถ่ายมาหรือเปล่าอีกด้วยนะ

สรุปเลยว่า ใครคิดลองของกับ ตุ๊ดตู่กู้ชาติ ก็ลองดูเลยครับ เพราะนี่เป็นอีกหนึ่งงานที่ดูพี่พชร์ตั้งใจทำทั้งการออกแบบฉาก และมุมกล้องที่ประหนึ่งโฆษณาการท่องเที่ยว ฉากไหนใช้โดรนถ่ายได้แกถ่ายหมด แม้ไม่ได้มีความหมายทางภาพยนตร์เลยก็ตาม เพียงแต่การเล่าเรื่องและบทหนังที่เหมือนถูกเติมมาเรื่อยๆจนหนังยาวเกินความจำเป็นและมุกที่ไม่เข้าเป้าที่ฉุดหนังให้ยืดยาดมากไปหน่อยเท่านั้นเอง

อ่านรีวิวแล้ว อย่าเพิ่งถอดใจมามะ…มาลองของกับ ตุ๊ดตู่กู้ชาติกัน ซื้อตั๋วคลิ๊กที่รูปด้านล่างเลยจ้า

 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!