Connect with us

What The Fact

Doctor Dolittle: ต้นกำเนิดหนังหมอใจดีผู้ได้ยินเสียงสัตว์ บทบาทใหม่ของ Downey Jr.

หลังประกาศจบการศึกษาจากบ้านจักรวาล Marvel กับบทบาทพลิกชีวิตกว่า 10 ปีในการสวมบท Iron Man หลายคนคงนึกสงสัยว่า Robert Downey Jr. จะมีผลงานการแสดงเรื่องไหนเป็นเรื่องต่อไป นอกจากการกลับไปรับบทเป็นนักสืบ Sherlock Holmes ในภาค 3 ซึ่งคงใช้เวลาอีก 2 ปี กว่าหนังจะถ่ายทำเสร็จและเข้าฉาย วันนี้ค่ายหนังอย่าง Universal Pictures ก็ได้ปล่อยเฉลยออกมาเป็นภาพ Poster แรกของหนังเรื่องใหม่ที่เขานำแสดง

หากจะพูดถึงหนังที่เดินเรื่องเกี่ยวกับแพทย์หรือ “หมอคน” คุณผู้ชมทั้งหลายคงจะนึงถึงหนังหรือซีรี่ส์หลายเรื่องทั้งของตะวันตกและฝากฝั่งเอเชีย แต่ถ้าพูดถึงวิชาชีพสัตวแพทย์หรือ “หมอสัตว์” แล้วละก็ หนังเพียงหนึ่งเดียวที่บอกเล่าถึงอาชีพสัตวแพทย์ ผสมด้วยความแฟนตาซีสัตว์พูดได้ตามสไตล์คล้ายนิทานของค่าย Disney คงจะนึกถึงเรื่องไหนไปไม่ได้นอกจากหนังที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนตั้งแต่ยุค 1920 อย่าง Doctor Dolittle

Dolittle (2020)

ต้นกำเนิดของหนังสือและนิยายภาพ Doctor Dolittle ในยุค 1920

จุดเริ่มต้นของ Doctor Dolittle เกิดขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อนพอดิบพอดี จากฝีมือของนักเขียนอังกฤษที่มีอาชีพเป็นวิศวกรโยธาชื่อ Hugh Lofting เขาเขียนเรื่องราวของ Doctor Dolittle เป็นหนังสือสำหรับเด็กโดยได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ John Hunter ศัลยแพทย์ที่มีชื่อเรื่องความทุ่มเทในการรักษาคนไข้และเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1728-1793 ชื่อของหนังสือเล่มแรก (จากทั้งหมด 15 เล่ม) ใช้ชื่อว่า The Story of Doctor Dolittle ในฉบับแรกๆ ที่ Hugh เขียนนั้น เขาอาศัยเวลาว่างขณะออกรบแนวหน้าของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 Doctor Dolittle คือสัตวแพทย์ที่อาศัยอยู่ในยุค Victorian ของอังกฤษผู้มีความสามารถพิเศษในการฟังและเข้าใจภาษาสัตว์ ในฉบับแรกนั้นผู้อ่านต่างพูดกันว่ามันทั้งหดหู่และมืดหม่น แต่ขณะเดียวกันเหล่าผองเพื่อนสัตว์น้อยใหญ่ของ Doctor ตั้งแต่แมว นกแก้ว หมู สุนัข เป็ด ลิง และนกฮูก ก็เปรียบเสมือนเพื่อนในจินตนาการ ที่จะพาเด็กๆ หลบลี้หนีหน้าออกจากความทุกข์ในสงครามที่กำลังเผชิญอยู่ หลังจากนั้นอีก 14 เล่มก็ทยอยตามออกมาจนถึงปี 1952 และยุติลง เพราะ Hugh Lofting เสียชีวิตในปี 1947 แต่ 3 เล่มที่เขาเขียนไว้ก่อนเสียชีวิตก็ถูกตีพิมพ์ตามหลังออกมา

ภาพของ Hugh Lofting นักเขียน Doctor Dolittle และสัตว์เลี้ยงของเขา

ภาพของ Hugh Lofting นักเขียน Doctor Dolittle และสัตว์เลี้ยงของเขา

หน้าปกหนังสือเล่มแรกของชุด Doctor Dolittle

หน้าปกหนังสือเล่มแรกของชุด Doctor Dolittle

การปรากฎตัวทางวิทยุ-ละครเวทีของ Doctor Dolittle และการเข้าชิงรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ยุค 1928-1972

การปรากฏตัวในสื่อวิทยุและโทรทัศน์ของ Doctor Dolittle เริ่มต้นในปี 1928 ในรูปแบบของแอนิเมชันภาษาเยอรมันโดยใช้ชื่อว่า Doctor Dolittle and his Animals อีกไม่กี่ปีถัดมาในปี 1933 กลายเป็นละครวิทยุทางสถานี NBC ของสหรัฐอเมริกาและเผยแพร่อยู่ 2 ปีเต็ม ส่วนฉบับภาพยนตร์ออกฉายในเวอร์ชันแรกปี 1967 นำแสดงโดย Sir Reginald Carey Harrison หรือชื่อในวงการคือ Rex Harrison ก่อนหน้าจะมารับบทนำในเรื่องนี้ Harrison ประสบความสำเร็จอย่างดีจากหนังมหากาพย์แห่งยุคอย่าง Cleopatra (1963) และ My Fair Lady (1964) ส่วนผู้กำกับของเรื่องนั้นได้ Richard Fleischer ผู้คร่ำหวอดในการทำหนังแฟนตาซีล้ำสมัยอย่างผลงานก่อนหน้า Doctor Dolittle เช่น Fantastic Voyage (1966) และ 20,000 Leagues Under the Sea (1954)

Doctor Doolittle คว้ารางวัลออสการ์ในปี 1968 จากสาขาสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม และเพลงจากภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเพลง “Talk to the Animals” โดย Leslie Bricusse สิ่งน่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ หนังสำหรับผู้ชมวัยเยาว์เรื่องนี้ยังได้เข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ถ่ายภาพยอดเยี่ยม องค์ประกอบศิลป์ยอดเยี่ยม เสียงยอดเยี่ยม เพลงประกอบยอดเยี่ยม ตัดต่อยอดเยี่ยม และเพลงจากภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (จากอีกเพลงที่ไม่ใช่เพลงที่ได้รับรางวัล) ส่วนบทเวทีลูกโลกทองคำก็คว้ารางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากการแสดงของ Sir Richard Attenborough (Hammond จาก Jurassic Park (1993)) อีกด้วย ในปี 1970-1972 Doctor Dolittle ยังได้กลายเป็นซีรี่ส์ทางช่อง Fox Television จนในปี 1998 ก็กลายมาเป็นทั้งหนังและละครเพลงมิวสิคัล ควบคุมเพลงและการแสดงโดย Leslie Bricusse ผู้คว้ารางวัลออสการ์มาจากการทำเพลงฉบับภาพยนตร์ปี 1967

Poster ฉบับฝรั่งเศสของ Doctor Dolittle (1967)

Poster ฉบับฝรั่งเศสของ Doctor Dolittle (1967)

Rex Harrison ผู้รับบท Doctor Dolittle ฉบับภาพยนตร์คนแรก

Rex Harrison ผู้รับบท Doctor Dolittle ฉบับภาพยนตร์คนแรก

“Eddie Murphy” Dr. Dolittle ที่ทุกคนคุ้นเคย ในยุค 1998-2001

ในช่วงขาขึ้นและกำลังโด่งดังสุดๆ ของนักแสดงผิวสี Eddie Murphy เขาก็ได้กลายมาเป็น Dr.Dolittle คนที่ 2 กับฉบับหนังในปี 1998  กำกับโดยผู้กำกับหญิง Betty Thomas โดยดัดแปลงเรื่องให้ทันสมัยเกิดในยุคปัจจุบัน ความสำเร็จของภาพยนตร์ภาคแรก (ทำรายได้รวมทั่วโลก 294 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ทำให้เกิด Dr.Dolittle ภาค 2 ตามมาในปี 2001กำกับโดยผู้กำกับ Steve Carr (Daddy Day Care, Paul Blart: Mall Cop) ซึ่งลดกระแสความสำเร็จลงจากภาคแรก ก่อนที่จะมีภาค 3-5 ตามออกมาในรูปแบบลง Home Video ตั้งแต่ปี 2006-2009 เล่าเรื่องราวของ Maya Dolitle ลูกสาวของ Dr.Dolittle รับบทโดย Kyla Pratt

Dr.Dolittle 2 (2001)

Dr.Dolittle 2 (2001)

ในปีหน้า 2020 หนังเวอร์ชันใหม่ของ Doctor Dolittle ก็ได้ฤกษ์ถึงเวลารีเมก กันเป็นหนที่ 3 นำทีมโดย Robert Downey Jr. ในหนนี้หนังใช้ชื่อว่า Dolittle (ชื่อเดิมที่หนังเคยคิดจะใช้คือ The Voyages of Doctor Dolittle ซึ่งตรงกับชื่อหนังสือตอนที่ 2 ที่ตีพิมพ์ในปี 1922) กำกับโดยผู้กำกับสายเครียด Stephen Gaghan ผู้เคยเขียนบทหนังอย่าง Syriana (2005) หรือหนัง 4 รางวัลออสการ์เกี่ยวกับการค้ายาเสพติดอย่าง Traffic (2000) ที่พลิกแนวอย่างหนักมาสายตลกแทน สมทบด้วยนักแสดงแถวหน้าที่ยกขบวนมาให้เสียงเป็นสิงสาราสัตว์เช่น Tom Holland (Spider-Man ที่ได้โคจรมาเจอ Tony Starks อีกครั้ง) นักแสดงรางวัลออสการ์ Rami Malek (Bohemian Rhapsody และตัวร้ายใน 007 ตอนล่าสุดที่จะออกฉายปี 2020 เช่นกัน) Ralph Fiennes (Voldemort จาก Harry Potter และ M จาก 007) Emma Thompson (จาก Beauty and the Beast และ Saving Mr.Banks) Antonio Banderas (The Mask of Zorro) นักแสดงรางวัลออสการ์ Marion Cotillard (Inception) นักมวยปล้ำ John Cena (ฺBumblebee) และนักร้องดังอย่าง Selena Gomez  โดย Dolittle ในฉบับนี้จะย้อนกลับไปเล่าเรื่องในสมัย Victorian ของอังกฤษซึ่งจะเหมือนกับหนังฉบับปี 1967 มากกว่า 1998 รอติดตามกันได้เข้าฉายในสหรัฐฯ 17 มกราคมปีหน้า

ทีมนักแสดงคับจอขอ Dolittle (2020)

ทีมนักแสดงคับจอขอ Dolittle (2020)

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!