เกย์หนุ่มแคลิฟอร์เนียรับเพื่อนบ้านที่เป็นคุณยายวัย 89 ป่วยเป็นลูคีเมียมาอยู่ด้วย ดูแลจนถึงวันสุดท้าย

“การที่ผมได้สนิทกับเธอในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานี่ ทำให้ผมมีความผูกพันกับเธอแล้วก็กลายมาเป็นผู้ดูแลเธอ สำหรับผมมันเป็นเรื่องยากมากที่จะระงับอารมณ์ความรู้สึกกับคนที่เรารู้สึกผูกพันด้วย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขากำลังจะตายไปต่อหน้าต่อตาเรา ผมพยายามวางท่าให้ดูเข้มแข็งที่สุด เพราะผมไม่อยากให้ยายเห็นว่าผมกำลังเสียใจ”

ระหว่างที่คุณยายคุกมาพักอยู่กับซัลวาทอเรนั้น เธอยืนด้วยตัวเองไม่ได้แล้ว และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา แต่ซัลวาทอเรก็บอกว่าแม้อยู่ในสภาพนั้นแต่คุณยายก็ยังเปล่งประกายเฉิดฉายอย่างกับดอกไม้ไฟ
“ที่เธอเป็นแบบนี้ละ ทำให้ผมรักเธอ เธอยังเป็นคนทันสมัยและวิจารณ์อะไรตรงไปตรงมาอย่างที่เธอเห็น ถ้าผมใส่เสื้อตัวไหนที่เธอไม่ชอบ เธอจะวิจารณ์ทันที เธอเป็นของเธอแบบนี้แหละ มันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ”

ซัลวาทอเรเล่าว่า คุณยายคุกดูมีความสุขอย่างมาก แม้ว่าเธอจะอยู่ในสภาวะป่วยหนัก เธอกินอาหารได้เยอะขึ้นและน้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้นด้วย
“เธอยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน เธอหวาดกลัวความตาย แต่เธอก็บอกว่าเธอยอมรับชะตากรรมได้”
“คุณยายบอกว่า ผมคือหลานชายที่เธอไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ผมพยายามจะใช้เวลาอยู่กับคุณยายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเจอเรื่องดีหรือเรื่องร้าย แต่เราก็ยังมีกันและกัน”

พยาบาลจากโรงพยาบาลแวะมาดูอาการคุณยายสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เธอบอกว่าคุณยายน่าจะอยู่ได้อีกประมาณ 2 เดือนหรืออาจจะน้อยกวานั้น

“วันนั้นคุณยายคุกบอกผมว่า เธอไม่อยากให้ผมเห็นตอนที่เธอจากโลกนี้ไป มันเป็นคำพูดที่ทำผมใจสลายมาก เพราะว่าผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะเป็นคนที่อยู่กับเธอในวาระสุดท้าย ผมไม่อยากให้เธอคิดว่าผมจะต้องเสียใจเจียนตายไปด้วย ผมพยายามแสดงให้เธอเห็นว่าผมแข็งแกร่งพอ ผมบอกกับยายว่าผมโอเคถึงแม้ว่ามันจะผ่านช่วงเวลานั้นไปยากมาก ๆ ก็เถอะ”

“ผมบอกตัวเองเสมอว่าผมโชคดีมากที่ได้รู้จักคุณยาย เธอคือผู้เปลี่ยนชีวิตผม เธอทำให้ผมเป็นคนจิตใจดีขึ้นมาก กลายเป็นคนที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้อยู่กับเธอในช่วงวาระสุดท้ายของเธอ”

ซัลวาทอเรบอกว่าเขายินดีที่จะถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของเขากับคุณยายคุก เพราะอยากให้เรื่องราวของเขาได้กระตุ้นให้ผู้คนได้รู้จักเปิดใจยอมรับผู้คนรอบข้างที่แปลกใหม่มากขึ้น
“ผมอยากให้เรื่องราวของผมได้เป็นแรงบันดาลใจต่อผู้คน ให้เปิดใจต่อคนแปลกหน้าหรือเพื่อนบ้านมากขึ้น แรกเริ่มคุณอาจมองว่าเขาแปลกแตกต่างจากคุณ ผมได้เรียนรู้เรื่องนี้จากคุณยายคุก และผมก็อยากให้ทุกคนได้เรียนรู้เรื่องนี้จากเธอเช่นกัน ความมีน้ำใจมันสามารถเยียวยาซึ่งกันและกันได้ พวกเราอยู่ร่วมโลกเดียวกัน ถ้าคุณจุดดวงไฟเพื่อส่องสว่างเส้นทางให้ใครสักคน ดวงไฟเดียวกันก็จะส่องสว่างเส้นทางของคุณด้วย”

“ตอนผมเจอคุณยายแรก ๆ นั้น ผมคิดว่าผมไม่มีอะไรใกล้เคียงกับคนแก่อายุ 89 หรอก แต่แล้วผมก็พบว่าวัยต่างกันไม่ใช่ปัญหาเลย อย่าเอามันมาเป็นข้ออ้างที่จะสานสัมพันธ์กับใครสักคนเลย เพราะคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาคนนั้นอาจจะกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณก็ได้”

ตั้งแต่ซัลวาทอเรรับคุณยายมาดูแล เขาให้คุณยายนอนบนเตียง ส่วนตัวเขาก็นอนบนโซฟาข้าง ๆ เผื่อเกิดอะไรฉุกเฉินเขาจะได้รับรู้โดยทันท่วงที
“การต้องเผชิญกับความตาย ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครก็ตาม แต่ผมก็จะอยู่เคียงข้างเธอเพื่อให้ผ่านพ้นภาวะเช่นนี้ไปให้ได้”
“เวลาผมคุยอะไรกับคุณยาย ถึงแม้บางครั้งเธอจะไม่ได้กล่าวตอบอะไรผม แต่ผมก็สังเกตได้ว่าเธอรับรู้จากสายตาและรอยยิ้มบาง ๆ ของเธอ”
“เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ คุณยายเริ่มเข้าสู่สภาวะโคมา แต่ก็มีบางช่วงที่อาการเธอพอจะทุเลาขึ้นมา เธอก็พยายามจะสื่อสารกับผม เช้าวันรุ่งขึ้นคุณยายบอกผมว่าเธอพร้อมที่จะจากไปแล้ว เธอรอให้พระเจ้ามารับตัวเธอไป”
คำพูดสุดท้ายของคุณยายที่ฟังได้ยาก แต่ซัลวาทอเรพอจะจับเป็นคำได้ว่า “ฉันรักเธอนะ”
ซัลวาทอเรเล่าต่อว่า ความหวังสุดท้ายของคุณยายคุกคือถ้าจะอยู่ให้ถึงวันวาเลนไทน์ เพื่อฉลองวาเลนไทน์เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตเธอโดยที่มีซัลวาทอเรอยู่ข้าง ๆ
“ในวันวาเลนไทน์ผมเตรียมขนมหวานไว้ให้เธอกองใหญ่ มีทั้งช็อกโกแลตในกล่องรูปหัวใจ และดอกกุหลาบอีกหนึ่งช่อ ผมหอบทั้งหมดเดินเข้าประตูไปหาเธอแล้วบอกกับเธอว่า
“คุณจะเป็นคู่ควงวันวาเลนไทน์ของผมไหม? เพราะคุณยายอยากที่จะฉลองวาเลนไทน์ครั้งสุดท้ายกับผม ผมเองก็อยากให้เธอรู้สึกเป็นคนพิเศษสุดในวันนี้”

คุณยายนอร์มา คุก จากไปตอนตี 1 ของวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2017 หลังผ่านพ้นวันวาเลนไทน์มาได้ 1 ชั่วโมงพอดี
“สิ่งสุดท้ายที่เธอทำคือโอบกอดมารอบคอผม ตอนนั้นเธออ่อนแรงมากแล้ว ผมก็ไม่รู้นะว่าทำไมเธอยังมีแรงโอบกอดผมได้อีก เธอดึงตัวผมเข้าไปหา จุ๊บผมแล้วบอกว่า เธอรักผม”

“ผมเตรียมใจมาตลอดว่าเธอกำลังจะจากไปในไม่กี่วันนี้แล้ว เพราะอาการเธอช่วงนั้นดี ๆ ทรุด ๆ เป็นระยะ ผมจึงตั้งใจอยู่กับเธอให้มากที่สุด ทำให้เธอมีความสุขและสบายใจที่สุด และเธอก็น่าจะจากไปในแบบที่สงบสุขที่สุด เพราะรอบตัวเธอมีทั้งพยาบาล เพื่อน ๆ และผมอยู่เคียงข้างเธอ”

“ห้องผมตอนนี้มันเงียบเหงามาก ผมสัมผัสได้ถึงวิญญาณของเธอว่ายังอยู่ที่นี่ แต่ผมก็รู้สึกสงบสุขนะที่ได้รู้ว่าเธอได้จากไปอย่างสบายไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป ผมรู้สึกว่าเธอยังเฝ้ามองผมด้วยความห่วงใย”

ก่อนจากไป คุณยายคุกขอให้ซัลวาทอเรให้สัญญากับเธอไว้เรื่องหนึ่ง ว่าจะต้องไม่จัดพิธีศพให้กับเธอ ขอให้จัดงานเฉลิมฉลองด้วยการเชิญเพื่อน ๆ ของเธอมาร่วมงานกันแค่นั้นพอ
“เธอคือครูผู้ยิ่งใหญ่ที่สอนให้ผมรู้จักความรัก เธอคือผู้ที่นำพาผู้คนต่างวัย ต่างเชื้อชาติ ต่างรสนิยมทางเพศ ให้มาเชื่อมสัมพันธ์กัน คุณยายพร่ำบอกผมเสมอว่าเธอยากเปลี่ยนแปลงโลกนี้ ผมน่ะคิดว่าเธอได้ลงมือทำแล้วด้วยเรื่องราวชีวิตของเธอเอง และความรักอันท่วมท้นที่เธอมอบให้ผู้คนรอบข้าง เธอมอบความรักให้กับโลกใบนี้ในวันที่เราต้องการมันจริง ๆ”

อ้างอิง อ้างอิง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save