Connect with us

News

จับ Macbook Pro แปลงโฉมให้เป็นแท็บเล็ตสเปคเทพ!

เป็นโปรเจคล่าสุดบน Kickstarter กับ Modbook Pro X ที่ปกติแล้วผู้ผลิตรายนี้จะรับดัดแปลงโนตบุคหรือ Macbook ให้กลายมาเป็นแท็บเล็ต แต่โปรเจคล่าสุดนี้ทีมงานคิดใหญ่ทำใหญ่ เพราะจะเอา Macbook Pro with Retina Display มาทำให้เป็นแท็บเล็ตและรองรับการใช้งาน Stylus ด้วย

จุดเด่นของ Modbook Pro X คือจะมีสเปคเทียบเท่ากับ Macbook Pro with Retina Display 15.4 นิ้ว ตัว CPU เป็น 2.8GHz Core i7 quadcore, RAM 32GB และรองรับหน่วยความจำถึง 2TB ส่วนการ์ดจอก็เลือกได้ระหว่าง Iris Pro กับ NVIDIA’s GeForce GT 750M

modbookXpro-2

ช่องพอร์ตต่างๆ จะมีทั้ง HDMI, Thunderbolt 2 ช่อง, ช่องอ่านการ์ด SDXC และ USB 3.0 อีก 2 ช่อง นอกจากนี้พอถูกดัดแปลงให้เป็นแท็บเล็ตแล้ว ก็จะรองรับการหมุนหน้าจอในแนวนอน-ตั้งอัตโนมัติ และเพิ่มฟังค์ชั่นปากกา Stylus ที่รองรับแรงกดได้ถึง 2,048 ระดับ ใช้งานร่วมกับโปรแกรมกราฟฟิกต่างๆ อย่าง Adobe Photoshop, Autodesk Sketchbook Pro และโปรแกรมต่างได้อย่างไม่มีปัญหา

modbookXpro-3

น่าจะเป็นแท็บเล็ตที่โดนใจคนใช้งาน Macbook เพื่องานออกแบบและประสิทธิภาพขั้นเทพ ตัว Modbook X Pro มีตัวแท่น Keyboard Docking เพิ่มขึ้นมาด้วย ราคาค่าดัดแปลงกำหนดไว้เริ่มต้นที่ $1999 และปรับเปลี่ยนสเปคได้ กำหนดส่งสินค้าให้ได้ช่วงต้นปี 2015 และสำหรับโครงการระดมทุนใน Kickstarter นั้นตั้งเป้าเอาไว้ที่ $150,000

modbookXpro-4 modbookXpro-5

ที่มา : Modbook

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

News

สรุปตัวอย่าง CGI ยาว 5 นาทีของ “Rainbow Six Siege” หรือนี่จะเป็นการมาของโหมดเนื้อเรื่อง ?? มาวิเคราะห์กัน

Published

on

By

ในงาน Six Invitational 2019 จัดขึ้นที่ Montreal, Canada ณ วันที่ 11-17 กุมภาพันธ์ 2019 เป็นงานแข่งขัน E-SPORT ของเกม Rainbow Six Siege มีทีมต่างๆจากทั่วโลก รวมไปถึงเอเชียเองด้วยก็ได้ไปเข้าร่วม และดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่เมื่อมีการจัด Event E-SPORT เมื่อไร ก็จะมีการเปิดตัวโชว์เนื้อหาของเกมใหม่ๆออกมา และอย่างที่แฟนๆเกมรู้กันดีว่าภายในงานนี้จะมีการเปิดตัว Operation Burnt Horizon เนื้อหาเสริมแรกสำหรับ Year 4 Pass ที่วางจำหน่ายไปแล้วในเดือนธันวาคม 2018

แต่แล้ว Ubisoft ก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนๆอีกครั้ง เมื่อมีการเปิดโชว์ตัวอย่างใหม่ในรูปแบบ CGI กลางงาน Six Invitational 2019 แบบสดๆ ให้คนดูตกใจกัน และถือว่าไม่บ่อยนักที่เราจะได้เห็นตัวอย่าง CGI จาก Rainbow Six Siege ยาวขนาด 5 นาที แสดงว่านี่จะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเกมอย่างแน่นอน หลายๆคนที่ไม่เคยเล่นก็อาจจะสงสัยว่า ไอ่ Rainbow Six Siege เนี่ยมันเกมที่เน้น Multiplayer แล้วมันมีเนื้อเรื่องกับเขาด้วยหรอ ?? ก็ต้องขอบอกว่า มีครับ และมีเยอะมากด้วย

ขอแนะนำให้รู้จัก Harishva “Harry” Pandey หรือ The New Six ของทีม Rainbow เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วสำหรับคนที่เล่นเกม ทีม Rainbow จะมีผู้อำนวยการ หรือจะเรียกว่าหัวหน้าหน่วยก็ได้อยู่ ซึ่งในภาค Siege ผู้อำนวยการของทีม Rainbow ก็คือ Aurelia “Six” Arnot โดยเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับชื่อ Six เธอมีหน้าที่ดูแลและคัดเลือกคนมาเข้าร่วมทีม โดยการรวมตัวของทีม Rainbow ครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อร่วมกันต่อต้านผู้ก่อการร้ายนามว่า “White Masks” ที่ก่อเหตุไปทั่วโลก

ซึ่งตรงนี้ผู้เล่นจะได้ต่อสู้กับพวก White Masks ก็ในโหมด Terrorist Hunt นั้นเองครับ โดย AI พวกนั้นก็คือ White Masks นั้นแหล่ะ โดยหน้าที่ของเราก็แล้วแต่เช่น จัดการหยุดระเบิด ช่วยเหลือตัวประกัน ปราบศัตรูให้หมด อะไรพวกนี้เป็นต้น ส่วนในโหมด Multiplayer ที่เราเห็นเหล่า Operators มาแบ่งทีมยิงกันเองนั้น มันเป็นการฝึกซ้อมใน Virtual reality ของทีม Rainbow ครับ โดยเหตุการณ์ในช่วง Outbreak ของ Operation Chimera จะเป็นครั้งแรกที่ผู้เล่นเห็นเหล่า Operators ต่างฝ่ายมาร่วมมือกัน

กลาง คุณ Lucien Soulban ขวา คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle

และการมาของ Harry หรือ The New Six นั้นจะหมายถึงอะไรกันแน่ ? จากที่ผมได้ดู Live สดๆ มาโดยเป็นการพูดคุยของ Chief Writer คุณ Lucien Soulban และ Narrative Director คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle (ชื่อโคตรยาว) มาพูดถึงแนวทางของเนื้อเรื่องภายในเกม ที่ตลอด 3 ปีตั้งแต่วางขายมานั้น ทีมงานพยายามใส่ความลึกล้ำของตัวละครทั้งหมดทั้ง Lore และเสียงพากย์ ให้มีความเชื่อมโยงกันนั้นเอง


 The Hammer and the Scalpel


เปิดตัวอย่างมา เราจะเห็นการฝึกซ้อมของทีม Rainbow ปกติ โดยเราจะเห็น Thatcher และ Dokkaebi กำลังจะบุก Dokkaebi ได้ใช้ Tablet ของเธอเข้า Hack กล้องวงจรปิดของฉากเพื่อที่จะได้เห็นวิสัยทัศน์โดยรวมก่อนบุกเข้าไป แต่ Thatcher นั้นรอไม่ไหว และกลับใช้ระเบิด EMP บุกเข้าห้องแทน แน่นอนว่ามันทำให้ทั้งกล้อง และแสงไฟในห้องดับหมด หลังจากฝึกเสร็จ Dokkaebi นั้นไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอได้เข้ามาคุยกับ Thatcher และมีการเถียงกันเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษากับ Harry

Harishva “Harry” Pandey เขานั้นมีบทบาทอยู่ในทีม Rainbow มาตั้งแต่เริ่มรวมทีมใหม่แล้ว เขาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของ Aurelia “Six” Arnot ผู้อำนวยการทีม Rainbow นอกจากนี้เขายังเป็นที่ปรึกษาด้าน จิตวิทยา และ การทหารให้กับตัวเธอเอง และคนในทีม Rainbow ทุกคนอีกด้วย หน้าที่หลักๆของเขา ก็คือช่วยเหลือ Aurelia ในการคัดกรองและคัดเลือกผู้สมัครเข้าทีม เพื่อให้แน่ใจว่าเขาสามารถเข้ากันได้ดีกับทีม Rainbow ได้เป็นอย่างดี

ตลอดเวลาที่ผ่านมา Harry เป้าหมายที่จะรวบรวมทีมที่มีโดดเด่นและหลากหลายมากที่สุดในโลก โดยภารกิจในครั้งนี้จะประกอบไปด้วยวัตถุประสงค์หลัก 3 อย่าง ได้แก่ “To be the best, train with the best, joint training exercises, and comradery.” โดยเขามีแผนจะคัดเลือก Operators ที่มีความสามารถในการต่อต้านกับภัยคุกคามด้านเทคโนโลยี (เช่น Drone, อุปกรณ์สวมใส่, อาวุธไฮเทค, นาโนเทคโนโลยี) โดย Operators อย่าง Clash และ Finka นั้นตรงตามกับสิ่งที่เขาตามหาเป็นอย่างมาก

สำหรับเรื่องการเป็นที่ปรึกษาให้กับทีม Rainbow นั้น เราจะเห็นได้จากตอน Operation Para Bellum ที่ทั้งสองตัวละครใหม่อย่าง Alibi และ Maestro มีการประเมินผลทางจิตวิทยาเพิ่มเข้ามาในส่วนของประวัติตัวละคร ซึ่งตรงนี้หากผู้เล่นไม่สังเกตให้ดีก็อาจจะไม่เห็น ตัวอย่างนี้เตรียมการมาทั้งหมด 8 เดือนเต็ม โดยได้คุณ Andy McQueen นักแสดงทีวีซีรี่ส์ชื่อดังมารับบทพากย์เสียง Harry ให้ในครั้งนี้อีกด้วยครับ

จากการพูดคุยกันของ ของ Chief Writer คุณ Lucien Soulban และ Narrative Director คุณ Emmanuel Ralaimihoatra-Bajolle เขาได้บอกว่า ในตัวอย่างเราจะเห็นถึงการขัดแย้งกันของ 2 Operators Thatcher และ Dokkaebi ที่ทั้งสองคนนั้นอายุห่างกันมาก ใช้ภาษาต่างกัน ทัศนคติและความคิดต่างกัน บ้านเกิดก็ต่างกัน วัฒนธรรมและการเป็นอยู่ก็ต่างกัน แต่สิ่งที่ทั้งสองคนเหมือนกัน ก็คืออยู่ทีม Rainbow เหมือนกัน และต้องทำงานร่วมกันตลอดเวลา

ซึ่งตรงนี้มันก็เหมือนกับตัวผู้เล่นเกมทั่วโลกเอง ที่ต่างคนต่างมีอายุที่ห่างกัน ใช้ภาษาไม่เหมือนกัน อยู่คนละประเทศ แต่ก็ต้องมาเล่นเกมร่วมกันในทีมเดียวกัน โดยในตัวอย่างที่เราได้ดูไปนั้น มันคือภาพสะท้อนของสังคมใน Rainbow Six Siege นั้นเองครับ

“Outbreak” โหมดการเล่นแบบ Coop ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน Operation Chimera”

แล้วตกลงมันจะสื่อถึงอะไรกันแน่ ?? เรื่องนี้เองพวกเขาไม่ได้ให้คำตอบเอาไว้ และเราเองก็คงไม่มีทางรู้จนกว่าจะได้เห็นประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามเรื่องนี้ก็น่าจะคาดเดากันได้ง่ายๆอยู่แล้ว เพราะในช่วงต้นปีที่แล้วนั้น Operation Chimera ซึ่งเป็นอัปเดตแรกของ Year 3 ได้มีการเพิ่มโหมด Outbreak ซึ่งเป็นโหมดเสริมที่ทำออกมาให้ผู้เล่นได้สนุกกัน แถมยังมีการเติมเต็มเนื้อเรื่องของ Rainbow Six เข้าไปอีกด้วย

และแน่นอนว่าอัปเดตแรกของ Year 4 นั้นได้ประกาศออกมาแล้วในชื่อ Operation Burnt Horizon จะต้องมีโหมดอะไรสักอย่างมาให้เราเล่นในช่วงต้นปีนี้อย่างแน่นอน และจากที่เราเห็นตัวอย่างล่าสุดที่เป็น Teaser ล่าสุดไปก็จะเห็นว่า ไอ่ Operators ใหม่สองตัวนี้มันค่อนข้างจะหลุดความเป็นทหาร หรือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ไปมากเลยทีเดียว ซึ่งมันก็น่าจะเข้าทางกับการที่ Harry ต้องการอะไรใหม่ๆจากทีม Rainbow นั้นเองครับ

และแน่นอนว่าหากมีการเคลื่อนไหวอะไรใหม่ๆเกี่ยวกับ Rainbow Six Siege ทีมงาน Beartai เองจะรีบนำมาอัปเดตกันให้ทราบอย่างแน่นอน !!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

หลุดภาพเรนเดอร์ Samsung Galaxy A50 และสเปคเต็มทั้ง 3 รุ่น : ระดับกลาง

Published

on

สมาร์ทโฟนระดับกลาง Samsung Galaxy A50 ได้เริ่มมีข่าวการทดสอบ Benchmark มาตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคม 2018 ตามมาด้วยสเปคกที่หลุดออกมา, การรับรอง Wi-Fi และภาพตัวเครื่อง

ล่าสุด ได้มีภาพเรนเดอรืของ Samsung Galaxy A50 หลุดออกมา ซึ่งยังคงแสดงให้เห็นความน่าสนใจของสมาร์ทระดับกลางที่มีสเปคเกือบเทียบเท่าเรือธง ดังที่ปรากฏด้านล่างนี้

ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า Galaxy A50 นั้น เป็นเพียงรุ่นเดียวในตอนนี้ของซีรีส์ A ที่ได้รับการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วบนหน้าจอ โดยในอนาคอาจขยายมารองรับ Galaxy A20, A70 และ A90 ในอนาคต

นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นหน้าจอ Super AMOLED แบบ Infinity-U อัตราส่วน 19.5:9, กล้องหน้า 25 ล้านพิกเซล (f/2.0) และกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 25 ล้านพิกเซล (f/1.7) + 8 ล้านพิกเซล (f/2.4, Ultra-Wide) + 5 ล้านพิกเซล (f/2.2, เซ็นเซอร์จับความลึก)

เปรียบเทียบสเปคสมาร์ทโฟนซีรีส์ Galaxy A (2019) ทั้ง 3 รุ่น : A30, A10 และ A50

จากสเปคข้างต้นแสดงให้เห็น Galaxy A50 มีจุดเด่นที่ชิปเซ็ต Exynos 9610 ที่มีหน่วยประมวลผลระดับ 8 แกนสมอง ความเร็ว 2.3 GHz, แรม/ความจุ มากถึง 4/64 GB และ 6/128 GB อีกทั้งยังรองรับ micro SD Card สุงสุดถึง 512 GB และแบตเตอรีที่มากถึง 4,000 mAh

สำหรับ Galaxy A30 และ A20 นั้น ถึงแม้จะใช้เช็ปเซ็ตในระดับที่ลดหลั่นกันมาอย่าง Exynos 7904 และ 7884B ตามลำดับ แต่ก็ยังคงมีแกนสมองถึง 8 แกน ซึ่งมีความเร็วที่ไม่แตกต่างกันมาก และรองรับการทำงานร่วมกับแรมขนาด 4 GB และ 3 GB ตามลำดับ ได้อย่างลื่นไหล

พร้อมด้วยดีไซน์ไร้ขอบที่แบบ Infinity-U และ Infinity-V ที่ทำให้แสดงภาพได้กว้างเต็มตาไม่แพ้กัน

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

ชมภาพ Samsung Galaxy S10+ ด้านหลังเซรามิก พร้อมสเปคพรีเมียม และราคาแพงสุดๆ

Published

on

ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า Samsung Galaxy S10 ที่จะเปิดตัวในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 นี้ จะมีด้วยกัน 3 รุ่น คือ

  • Galaxy S10e ที่เป็นรุ่นราคาประหยัด
  • Galaxy S10 ที่เป็นรุ่นมาตรฐาน
  • Galaxy S10+ ที่เป็นรุ่นพรีเมียม

รุ่นหนึ่งที่ได้รับความสนมากคือ Galaxy S10+ ที่มาพร้อมดีไซน์ด้านหลัง Ceramic White และ Ceramic Black ที่มีสเปคที่สูงสุด และราคาแพงมาก ซึ่งได้มีการเผยแพร่ภาพเรนเดอร์ชัด ๆ ดังที่ปรากฏด้านล่างนี้

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลหลุดออกมาว่า Galaxy S10+ สเปคพรีเมียมที่สุด และราคาสูงมากนี้ จะมีความจุภายในตัวเครื่องสูงสุดถึง 1 TB (ต่างจาก Galaxy Note 9 ที่มีความจุ 512 GB และเสริมด้วย microSD Card อีก 512 GB) และมีแรมมากถึง 12 GB เลยทีเดียว

อีกทั้งยังได้ปรากฏคะแนนทดสอบ Galaxy S10+ พร้อมแรม 12 GB จาก AnTuTu และ Geekbench ที่สูงมากๆ

เปรียบเทียบสเปคของ Samsung Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น

คะแนนทดสอบ Samsung Galaxy S10+ พร้อมแรม 12 GB

ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ารุ่นมาตรฐานนั้นเริ่มมีราคาที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลทำให้ผู้ใช้ไม่สนใจจะซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่มากนัก (ถึงแม้ว่าจะสเปคจะได้รับการอัพเกรดอย่างชัดเจนก็ตาม) และทำให้ยอดจำหน่ายในช่วงปีที่ผ่านมานั้นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่อาจจะช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายได้คือ การนำเสนอบริการแบบครอบคลุม และเน้นไปที่สเปคของอุปกรณ์รุ่นต่าง ๆ มากขึ้น

กล่าวคือ การปรับปรุงสเปครุ่นพรีเมียมที่สุดของ Galaxy S10+ ให้มีแรมมากถึง 12 GB และความจุภายในตัวเครื่องที่สูงสุดคือ 1 GB และเสริมด้วย microSD Card อีก ก็ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเพียงพอที่จะใช้งานไปอีกหลายปี และราคาที่แพงขึ้นนั้นดูสมเหตุสมผลมากขึ้น

นั่นอาจส่งผลทำให้ผู้ใช้สนใจ Galaxy S10+ มากขึ้น

Samsung จะเปิดจัดงานอีเวนท์ Unpacked ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 นี้ สำหรับเปิดตัว Galaxy S10 ทั้ง 3 รุ่น พร้อม Galaxy Watch Active, Galaxy Fit, Galaxy Buds และอาจรวมถึงสมาร์ทโฟนจอพับได้อีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!