Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS โชว์เจ๋ง เริ่มต้นบริการลูกค้าด้วยหุ่นยนต์, เปิดซิมใหม่ยืนยันตัวด้วยใบหน้า

Published

on

AIS เร่งพัฒนาบริการในรูปแบบใหม่ที่หลากหลายและสะดวกมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัว 4 บริการใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำยุคเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลลูกค้าอย่างเข้าถึง ซึ่ง 4 บริการใหม่มีดังนี้

  1. บริการ Full-E เพิ่มความสามารถให้แอป myAIS สามารถเช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จผ่านแอปได้ ลดการใช้กระดาษและการติดต่อสาขาลงไปอีก
  2. ตู้ Kiosk ใน AIS Shop ทั่วประเทศจะสามารถตรวจสอบใบหน้าของผู้ใช้เพื่อยืนยันตัวผู้ใช้ในการเปิดเบอร์ใหม่ได้
  3. ร่วมกับ Google เพื่อนำ Google Assistant มาใช้งานร่วมกับแอป myAIS และ AIS Play และพัฒนาหุ่น Alex เพื่อให้บริการทั่วไป
  4. สร้าง Angel Team ทีมดูแลพิเศษใน AIS Contact Center เพื่อดูแลลูกค้าสูงวัยโดยเฉพาะ

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด

โดยนางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าตอนนี้ลูกค้ามี AIS 40 ล้านรายแล้ว และเป็น Pre-paid 80% และ Post-paid 20% โดย Post-paid โตขึ้น 15% พร้อมอธิบายรายละเอียดของ 4 บริการใหม่จากเอไอเอสดังนี้

ความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญ AIS เน้นเรื่อง Human Touch มาตลอด

บริการ Full-E ยกระดับการให้บริการในแอป myAIS

Full-E เป็นการเสริมความสามารถให้แอป myAIS สามารถทำงานได้ครอบคลุมกว่าเดิม เพราะเห็นแนวโน้มว่า มีคนใช้งาน myAIS เพิ่มเป็น 15 ล้านครั้งต่อเดือน โดยมีบริการย่อยๆ คือ

  • eBill สามารถเช็คบิลค่าบริการผ่านแอป myAIS ในมือถือได้ พร้อม SMS แจ้งเตือน ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าใช้งานกว่า 1 ล้านรายแล้ว สมัคร eBill ตอนนี้ได้ AIS Point ฟรี 60 คะแนนด้วย
  • ePay สามารถจ่ายค่าบริการได้หลายช่องทางเช่นแอปธนาคารในมือถือ, Rabbit LINE Pay หรือตัดผ่านบัตรเครดิต ซึ่งได้รับมาตรฐานรับรองความปลอดภัยบัตรเครดิต PCI DSS ทำให้มั่นใจว่าข้อมูลบัตรจะไม่รั่วไหล
  • eReceipt สามารถเรียกดูใบเสร็จย้อนหลังได้ 3 เดือน (โดยจะใช้ฟีเจอร์นี้ได้ในไตรมาส 4 ปีนี้)

ซึ่งทั้ง 3 บริการย่อยนี้ทำให้ประหยัดกระดาษมากขึ้น ลูกค้าสะดวกขึ้น ไม่ต้องรอรับบิลกระดาษซึ่งอาจตกหล่น ทำให้ไม่ได้จ่ายค่าบริการได้

เปิดเบอร์ใหม่ผ่านตู้ Kiosk โดยใช้ใบหน้ายืนยันตัวที่ AIS Shop

เอไอเอสอัปเกรดความสามารถให้ตู้อัจฉริยะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ด้วย Face Recognition เป็นรายแรกในโลก โดยใช้งานร่วมกับบัตรประชาชนเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัตรจริงๆ และสามารถเปิดเบอร์ใหม่ผ่านตู้ Srvice Kiosk 80 ตู้ ที่ AIS Shop 66 สาขาทั่วประเทศ

ใช้นวัตกรรมล้ำยุคอย่าง Google Assistant และหุ่นยนต์มาช่วยบริการ

AIS จับมือกับ Google เพื่อนำ Google Assistant ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย เพื่อให้เข้าถึงบริการจาก myAIS และ AIS Play ได้ ซึ่งสามารถดูค่าบริการ ดูรายละเอียดการใช้บริการจากการสั่งงานด้วยเสียงได้ หรือสามารถเลือกช่อง เปลี่ยนช่องใน AIS Play ด้วยสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยผ่าน Google Assistant ได้ด้วย ซึ่ง AIS ถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการด้วยเสียงผ่าน Google Assistant โดยจะเปิดให้บริการในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้

นอกจากนี้เอไอเอสยังพัฒนาหุ่นยนต์ Alex Robot เพื่อตอบโต้กับลูกค้า และให้ข้อมูลสินค้าและบริการได้ แนะนำโทรศัพท์รุ่นที่ออกใหม่ก็ได้ โดย AIS จะกระจายหุ่น Alex เพื่อให้บริการใน AIS Shop ทั่วๆ กันในช่วงปลายปีนี้

ลูกค้าสูงวัยก็เป็นกลุ่มสำคัญที่ AIS ใส่ใจ

เอไอเอสตั้ง Angel Team เพื่อให้บริการลูกค้าสูงวัยไฮเทคผ่าน AIS Contact Center โดยเฉพาะ ซึ่ง Angel Team เป็นทีมพิเศษที่มีอายุงานมากกว่า 10 ปี ผ่านการอบรมหลักสูตร “ฟังด้วยความเข้าใจ และใช้ใจบริการ” โดยสามารถสื่อสารอย่างใจเย็น และคุยด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้ลูกค้ากลุ่มที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีความสบายใจตลอดเวลาที่รับบริการ ซึ่งตอนนี้มี Angel Team อยู่ประมาณ 50 คน และกำลังขยายเป็น 100 คน

นอกจากนี้ AIS ยังจัด Workshop มากกว่า 600 ครั้งตลอดทั้งปีเพื่อเสริมความรู้ให้ลูกค้าก้าวทันเทคโนโลยีมากขึ้น

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เตรียมรับสังคมผู้สูงอายุ! ชมอุปกรณ์ Smart Home จาก PZent Technology เปลี่ยนบ้านให้สะดวกและปลอดภัย

Published

on

พาชมบูธ PZent Technology โชว์อุปกรณ์ Smart Home ในงาน Intercare Asia 2018

PZent Technology

แบไต๋ลุยงาน Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี สินค้าและบริการด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ดีกว่าจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยงานนี้จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราจะไปพาชมอุปกรณ์ Smart Home สุดล้ำ จาก PZent Technology ในโซน Home Care and Equipment กัน

PZent Technology

PZent Technology

เป็นบริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยีเกี่ยวกับบ้าน และที่พักอาศัย ด้วยการศึกษาค้นคว้าจากผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (R&D) จนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำต่าง ๆ โดยภายในงานนี้ PZent ได้คัดอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยในบ้านที่เป็นอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดมาจัดแสดง เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสะดวกสบาย เพราะอุปกรณ์ทั้งหมดสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่ทำให้เราสามารถดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้อย่างใกล้ชิดผ่านกล้อง โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะทำงานควบคู่กัน และมีการแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เพื่อการช่วยเหลือที่ทันท่วงที อีกทั้งใช้ทำงานแทนรีโมตด้วยการสั่งงานผ่านแอปได้เช่นเดียวกัน รวมถึงตั้งค่าให้ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในครั้งเดียวได้ ไม่หมดเท่านี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของ PZent Technology อีกมากมาย อาทิ

Smart Station

Smart Station

อุปกรณ์สำคัญเป็นศูนย์กลางการทำงานของระบบ Smart Home สามารถสั่งงานอุปกรณ์ได้กว่า 500 ตัว ทำงานได้ระยะกว้าง 200 เมตร สั่งงานด้วยเสียง AI เชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกชิ้นเข้าด้วยกันผ่านระบบ Wifi

Spot (Universal Remote Controller)

อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แทนรีโมตทั้งหมด ควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้รีโมตทั้งหมด สั่งงานด้วยการกระจายสัญญาณอินฟราเรทโดยที่ไม่ต้องชี้รีโมตไปที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้สามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ผ่านแอปได้โดยไม่ต้องนั่งจำรีโมตเลย

 

Cube Clicker / Door-Window Sensor

Cube Clicker

อุปกรณ์อัจฉริยะที่เราสามารถใช้สั่งงานเปิด-ปิดอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดในบ้านได้เพียงการกดปุ่มคลิกเดียว (แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานกว่า 24 เดือน) เช่น คลิกเดียวปิดไฟทั้งห้อง หรือคลิกเดียวปิดหลอดไฟทั้งบ้านยกเว้นไฟทางเดิน สามารถตั้งค่าได้หลายแบบเลยทีเดียว

Door / Window Sensor

เซนเซอร์สำหรับตรวจจับการเปิด-ปิดประตู หรือหน้าต่าง สามารถทำงานควบคู่กับอุปกรณ์ IoT อื่น ๆ ได้ เช่น เมื่อปิดหน้าต่างให้เปิดไฟ หรือเมื่อเปิดประตูให้เปิดไฟ ไม่ต้องกลัวคลำหาสวิตช์ไฟไม่เจอเลยครับ

Wireless Camera

Wireless Camera

กล้องวงจรปิดความละเอียด 1080P หมุนซ้ายขวาได้ 270 องศา ขึ้นลงได้ 120 องศา บันทึกภาพนิ่งได้ มี Night Mode สามารถดูภาพได้แบบ Real-Time พร้อมบันทึกวิดีโอลง Micro SD Card มี Motion Detection จับความเคลื่อนไหวแล้วบันทึกภาพทันที หรือบันทึกภาพตามการตั้งค่า เช่น ทุกครั้งที่มีการเปิดประตู และสามารถทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่นได้

Environmental Sensor / Motion Sensor

Environmental Sensor

เครื่องตรวจจับอุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่างในบ้าน สามารถแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติได้ และทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เปิดเครื่องฟอกอากาศ หรือปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติได้ ร้อนปุ๊ป เปิดแอร์ปั๊ป

Motion Sensor

เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว จำแนกเวลากลางวัน กลางคืนได้ เนื่องจากเป็นแค่ตัวจับความเคลื่อนไหว จึงต้องทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่น เช่น แจ้งเตือนเมื่อมีคนเดินผ่านห้องเก็บของไปที่แอป เปิดไฟหรือบันทึกภาพเมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านประตูหน้าบ้าน เปิดไฟเมื่อเดินขึ้นบันได หรือปิดไฟเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่เป็นเวลานาน

Smart Switch

Smart Switch

สวิตซ์ไฟอัจฉริยะที่สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติได้ สั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้ ควบคุมการใช้งานได้แม้ไม่ได้อยู่ที่บ้าน (ไปต่างจังหวัดก็ตั้งเปิดปิดไฟในบ้านได้เหมือนมีคนอยู่บ้าน ป้องกันโจรได้ระดับนึงเลย)

Smart Curtain Switch

ที่ช่วยให้เราสะดวกยิ่งขึ้นในการเปิด-ปิดผ้าม่าน ด้วยการสั่งงานผ่านแอป การสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri และ Google Home โดยสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ เช่น เปิดม่านเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำงานร่วมกับ Cube Environmental Sensor

Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness

ทั้งนี้ภายในงาน Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังมีสินค้าและบริการอีกมากมายโดยแบ่งพื้นที่จัดงานออกเป็น 5 โซน ได้แก่

  1. Home Care and Equipment : อุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ เช่น วีลแชร์ วอร์คเกอร์ อุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
  2. Rehabilitation : อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการดูแลช่วยเหลือและปกป้องผู้สูงอายุ เช่น หุ่นยนต์ผู้ช่วย ลิฟต์สำหรับเคลื่อนย้าย และ Power Suits หรือชุดช่วยพยุงน้ำหนักในการเคลื่อนไหว
  3. Medical Tourism : การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น สปา ฟิตเนส และสถานบริการนวดแผนไทย
  4. Service : สินค้าและบริการทั่วไปสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การออมเงิน บริการรถรับส่ง ประกันชีวิต เป็นต้น และ
  5. Nutritional Food : ผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น เจลลี่สำหรับผู้สูงอายุ อาหารเสริมอัดเม็ด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีงานสัมมนาให้ความรู้จากวิทยากรที่มีชื่อเสียง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงการต่อยอดทางธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เจาะเงื่อนไข (ที่ว่าเป็นกฎใหม่ของ) LINE การเข้าถึงข้อมูลห้องแชทคืออะไร ไลน์แอบอ่านแชทเราได้ไหม

Published

on

กลายเป็นประเด็นที่มีผู้ส่งต่อเยอะมากในไลน์ เมื่อมีวิดีโอบอกว่า LINE สามารถดึงข้อมูลรวมถึงข้อความสนทนาต่างๆ ในห้องแชทของเราได้ ซึ่งสามารถเข้าไปแก้ไขได้ด้วยการปิด “การเข้าถึงข้อมูลห้องแชท” หรือ “Chat Infomation” ซึ่งประเด็นนี้ทางไลน์ยืนยันว่าไม่มีการเข้าไปอ่านข้อความ รูปภาพหรือวิดีโอที่ส่งกันไปมาในห้องแชท รวมถึงการโทรหาระหว่างกันอย่างแน่นอน! เพราะฉะนั้นผู้ใช้ไม่ต้องกลัว

แต่ข้อสงสัยต่อไปของเราคือ LINE ดึงข้อมูลอะไรจากผู้ใช้บ้าง

เมื่อดูจากข้อมูลที่ไลน์ให้มา ถ้าเราอนุญาตให้ไลน์เก็บข้อมูลห้องแชท ไลน์จะเข้าไปเก็บข้อมูลการใช้งานดังต่อไปนี้

  • สำหรับการแชทกับเพื่อนทั่วไป ไลน์จะเก็บข้อมูลการใช้สติกเกอร์ อิโมจิ เอฟเฟ็กต์ รวมถึงฟิลเตอร์ต่างๆ (ไลน์จึงบอกได้ไงว่าสติกเกอร์อะไรเป็นสติกเกอร์ยอดนิยมที่คนใช้มากที่สุด และวิเคราะห์อารมณ์ของผู้ใช้ได้) แต่ไม่เก็บเนื้อหาการสนทนารวมถึงรูปภาพและวิดีโอ
  • รายละเอียดการใช้งาน เช่นใครคือบุคคลที่ติดต่อ, วันเวลาในการติดต่อ, สถานะการอ่านข้อความ, รูปแบบข้อมูล, ข้อความที่ถูกยกเลิก และการกดเข้าลิงก์ต่างๆ
  • เนื้อหาที่โพสต์ใน Timeline และถ้าหากตั้งความเป็นส่วนตัวเป็น Myself Only จะเก็บเฉพาะข้อมูลวันเวลาที่โพสต์ รูปแบบของเนื้อหา สติกเกอร์ในช่องความเห็น และเวลาที่มีการดูโพสต์
  • การสื่อสารกับบัญชีทางการ (Official Account) ต่างๆ (คุยกับช่องของแบรนด์ต่างๆ นะถึงจะดึงข้อมูลพวกนี้ ถ้าคุยกับเพื่อนจะไม่ดึงไป) ซึ่งจะดึงคำไปวิเคราะห์การใช้, รูปและวิดีโอที่ส่งเข้าไป ซึ่งรวมถึง metadata พวกการตั้งค่ากล้อง วันเวลาที่ถ่ายรูป จะดึงไปวิเคราะห์ด้วย รวมถึงการใช้งานสติกเกอร์ และสถานที่
  • รายละเอียดการใช้งานเบราว์เซอร์ รวมถึงการบันทึกและแชร์ในไลน์
  • เมื่อกดดูเว็บผ่านไลน์ ก็จะบันทึกว่ากดอ่านจากห้องแชท หรืออ่านจากที่ไหนในแอปไลน์
  • ข้อมูลนี้อาจแชร์ไปถึงบริษัทอื่นๆ ที่ทำงานกับไลน์ด้วย

ซึ่งไลน์ให้เหตุผลการดึงข้อมูลเหล่านี้ว่า จะนำไปใช้ป้องกันการใช้งานที่ไม่เหมาะสม จึงเก็บข้อมูลการเข้าถึงลิงก์ต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าลิงก์ไหนที่ไม่ปลอดภัย มีไวรัสหรือภัยอันตราย และใช้พัฒนาคุณภาพของบริการต่อไป คือนำไปรวมเป็น Big Data แล้วใช้ Machine Learning วิเคราะห์การใช้งานของผู้ใช้ ซึ่งอาจมีการวิเคราะห์ข้อความจากโพสต์ที่เปิดสาธารณะบน Timeline แบบไม่ระบุตัวคนโพสต์ เพื่อปรับปรุงการให้บริการ

นอกจากนี้ข้อมูลของผู้ใช้จะนำไปวิเคราะห์เพื่อแสดงโฆษณาในเครือข่ายของไลน์ได้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น (ต้องเข้าใจนะว่า ถึงเราจะปิดไม่ให้ไลน์ดึงข้อมูลส่วนนี้ไป โฆษณาในไลน์ก็ยังมีอยู่ดีไม่ได้หายไปไหน แต่จะเป็นโฆษณาที่ขึ้นสุ่ม ไม่ได้วิเคราะห์เรื่องที่เราน่าจะชอบมาแสดง) และวิเคราะห์การใช้สติกเกอร์เพื่อนำเสนอสติกเกอร์อื่นๆ ที่เราน่าจะสนใจออกมา

ซึ่งถ้าใครอ่านแล้วอยากช่วยไลน์ให้บริการดีขึ้น นำเสนอบริการและโฆษณาที่ตรงใจเรามากขึ้น ก็เปิดใช้ Chat infomation นี้ต่อไปครับ แต่ถ้าใครอ่านแล้วไม่สบายใจ ก็ยกเลิกไม่ให้ไลน์เก็บข้อมูลได้โดยเข้าไปที่ Settings -> Privacy -> Provide Usage data -> Chat Information แล้วเอาติ๊กออกไปครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Xiaomi พร้อมขาย Mi Air Purifier 2S, Mi Laptop Air 13.3” และ Mi Robot Vacuum ในไทยแล้ว!

Published

on

หลังจากให้ผู้ใช้ชาวไทยรอคอยว่าอุปกรณ์ชุด Mi Ecosystem ตัวเจ๋งๆ จะพร้อมขายในไทยเมื่อไหร่ ล่าสุด เสียวหมี่ ก็ได้เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 2S, โน้ตบุ๊กสุดบาง Mi Laptop Air ขนาด 13.3 นิ้ว และหุ่นยนต์ทำความสะอาด Mi Robot Vacuum ในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

เครื่องฟอกอากาศไซส์มินิ ประสิทธิภาพสูง Mi Air Purifier 2S

Mi Air Purifier 2S เป็นเครื่องฟอกอากาศในขนาดกะทัดรัด มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับอนุภาคด้วยเลเซอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทราบถึงคุณภาพอากาศ อุณหภูมิห้องและความชื้นของสภาพแวดล้อมโดยรอบในแบบเรียลไทม์บนหน้าจอ OLED ในส่วนฐานของตัวเครื่องมีช่องเพื่อรองรับการกรองอากาศจำนวนกว่า 943 ช่อง ในขณะที่ด้านบนจะมีใบพัดที่มีประสิทธิภาพต่อการช่วยระบายอากาศที่สะอาดขึ้นสู่ด้านบน เพื่อให้สามารถตรวจจับคุณภาพอากาศในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ

Mi Air Purifier 2S มีเซ็นเซอร์ตรวจจับอนุภาคด้วยเลเซอร์ที่สามารถวัดอนุภาคอากาศขนาดเล็กถึง PM2.5 และขนาด 0.3 ไมครอน นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการทำงานได้จากระยะไกลโดยใช้แอปพลิเคชั่น Mi Home ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหรือปิดเครื่อง ดูข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เปลี่ยนโหมดการทำงาน (Auto, Sleep และ High Speed) ติดตามการใช้งานของตัวกรอง ตลอดจนตั้งค่าตัวเลือกอัตโนมัติผ่านทางแอปพลิเคชั่นอีกด้วย

Mi Air Purifier 2S พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วที่ Mi store, ร้านค้า IT และเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ ในราคา 5,990 บาท

โน้ตบุ๊กสุดเรียบ Mi Laptop Air 13.3”

Mi Laptop Air ขนาด 13.3 นิ้ว นับเป็นแล็ปท็อปอีกรุ่นหนึ่งที่มอบความบางและเบาเป็นพิเศษ ที่มาพร้อมการ์ดจอแยกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และรองรับการขยายฮาร์ดไดรฟ์ แบบ SSD ในตัวเครื่องสีเทาเข้มและเป็นโลหะทั้งชิ้นด้วยดีไซน์สไตล์ Minimalist ด้วยความหนาเพียง 14.8 มม. และหนักเพียง 1.3 กก. ทั้งยังโดดเด่นด้วยหน่วยประมวลผล Intel 8th Generation Kaby Lake-Refresh Core i5-8250U แบบ quad-core ที่มีอัตราความเร็วสูงสุดที่ 3.4GHz พร้อม 8GB DRR4 RAM จึงช่วยให้การทำงานมีความราบรื่นแม้ในระหว่างการใช้งานหนัก เช่น การแต่งภาพ และเล่นไฟล์วิดีโอ

นอกจากนี้ Mi Laptop Air ขนาด 13.3 นิ้ว ยังมาพร้อมกับ การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX150 ที่มี 2GB GDDR5 VRAM ซึ่งแทบจะไม่พบในแล็ปท็อปขนาดที่บางเบาเช่นนี้ และด้วยความจุของ SSD PCle ที่มากถึง 256GB จึงยิ่งช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็วมากกว่ากว่าไดร์ฟ SATA ที่นิยมใช้ในแล็ปท็อปทั่วไปถึง 3 เท่า

Mi Laptop Air ขนาด 13.3 นิ้ว พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วที่ Mi store, IT City, Advice และร้านค้า IT ชั้นนำ ในราคา 35,990 บาท

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Mi Robot Vacuum

Mi Robot Vacuum เป็นหุ่นยนต์ทำความสะอาดสุดชาญฉลาดที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประหยัดเวลาและพลังงานในการทำความสะอาดบ้านได้ในทุกวัน โดยใช้กลไกการทำงานของ LDS (Laser Distance Sensor) และ SLAM (Simultaneous Lacalization and Mapping) ซึ่งช่วยให้ Mi Robot Vacuum สามารถสร้างแผนที่ของสิ่งแวดล้อมโดยรอบเพื่อคำนวณหาเส้นทางเพื่อการทำความสะอาดได้ดี ทั้งยังสามารถสแกนสภาพแวดล้อมได้แบบ 360 องศา สูงสุดถึง 1,800 ครั้งต่อวินาที และทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์อื่นๆ เพื่อการสร้างแผนที่ห้องนั้นๆ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง SLAM (Simultaneous Localization and Mapping) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการจัดตำแหน่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในยานพาหนะที่ไม่มีคนขับและยานพาหนะสำรวจ โดยข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นนี้จะถูกส่งไปยังหน่วยประมวลผลทั้งสามตัวเพื่อคำนวณเส้นทางการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อช่วยลดเวลาในการทำความสะอาดและให้ผลการทำความสะอาดที่ดีที่สุด

Mi Robot Vacuum พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วที่ Mi Store และร้านค้า IT ชั้นนำ ในราคา 12,990 บาท

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!