Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS โชว์เจ๋ง เริ่มต้นบริการลูกค้าด้วยหุ่นยนต์, เปิดซิมใหม่ยืนยันตัวด้วยใบหน้า

Published

on

AIS เร่งพัฒนาบริการในรูปแบบใหม่ที่หลากหลายและสะดวกมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัว 4 บริการใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำยุคเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลลูกค้าอย่างเข้าถึง ซึ่ง 4 บริการใหม่มีดังนี้

  1. บริการ Full-E เพิ่มความสามารถให้แอป myAIS สามารถเช็ค จ่าย รับ บิลและใบเสร็จผ่านแอปได้ ลดการใช้กระดาษและการติดต่อสาขาลงไปอีก
  2. ตู้ Kiosk ใน AIS Shop ทั่วประเทศจะสามารถตรวจสอบใบหน้าของผู้ใช้เพื่อยืนยันตัวผู้ใช้ในการเปิดเบอร์ใหม่ได้
  3. ร่วมกับ Google เพื่อนำ Google Assistant มาใช้งานร่วมกับแอป myAIS และ AIS Play และพัฒนาหุ่น Alex เพื่อให้บริการทั่วไป
  4. สร้าง Angel Team ทีมดูแลพิเศษใน AIS Contact Center เพื่อดูแลลูกค้าสูงวัยโดยเฉพาะ

บุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด

โดยนางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าตอนนี้ลูกค้ามี AIS 40 ล้านรายแล้ว และเป็น Pre-paid 80% และ Post-paid 20% โดย Post-paid โตขึ้น 15% พร้อมอธิบายรายละเอียดของ 4 บริการใหม่จากเอไอเอสดังนี้

ความใส่ใจเป็นเรื่องสำคัญ AIS เน้นเรื่อง Human Touch มาตลอด

บริการ Full-E ยกระดับการให้บริการในแอป myAIS

Full-E เป็นการเสริมความสามารถให้แอป myAIS สามารถทำงานได้ครอบคลุมกว่าเดิม เพราะเห็นแนวโน้มว่า มีคนใช้งาน myAIS เพิ่มเป็น 15 ล้านครั้งต่อเดือน โดยมีบริการย่อยๆ คือ

  • eBill สามารถเช็คบิลค่าบริการผ่านแอป myAIS ในมือถือได้ พร้อม SMS แจ้งเตือน ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าใช้งานกว่า 1 ล้านรายแล้ว สมัคร eBill ตอนนี้ได้ AIS Point ฟรี 60 คะแนนด้วย
  • ePay สามารถจ่ายค่าบริการได้หลายช่องทางเช่นแอปธนาคารในมือถือ, Rabbit LINE Pay หรือตัดผ่านบัตรเครดิต ซึ่งได้รับมาตรฐานรับรองความปลอดภัยบัตรเครดิต PCI DSS ทำให้มั่นใจว่าข้อมูลบัตรจะไม่รั่วไหล
  • eReceipt สามารถเรียกดูใบเสร็จย้อนหลังได้ 3 เดือน (โดยจะใช้ฟีเจอร์นี้ได้ในไตรมาส 4 ปีนี้)

ซึ่งทั้ง 3 บริการย่อยนี้ทำให้ประหยัดกระดาษมากขึ้น ลูกค้าสะดวกขึ้น ไม่ต้องรอรับบิลกระดาษซึ่งอาจตกหล่น ทำให้ไม่ได้จ่ายค่าบริการได้

เปิดเบอร์ใหม่ผ่านตู้ Kiosk โดยใช้ใบหน้ายืนยันตัวที่ AIS Shop

เอไอเอสอัปเกรดความสามารถให้ตู้อัจฉริยะสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ด้วย Face Recognition เป็นรายแรกในโลก โดยใช้งานร่วมกับบัตรประชาชนเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัตรจริงๆ และสามารถเปิดเบอร์ใหม่ผ่านตู้ Srvice Kiosk 80 ตู้ ที่ AIS Shop 66 สาขาทั่วประเทศ

ใช้นวัตกรรมล้ำยุคอย่าง Google Assistant และหุ่นยนต์มาช่วยบริการ

AIS จับมือกับ Google เพื่อนำ Google Assistant ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย เพื่อให้เข้าถึงบริการจาก myAIS และ AIS Play ได้ ซึ่งสามารถดูค่าบริการ ดูรายละเอียดการใช้บริการจากการสั่งงานด้วยเสียงได้ หรือสามารถเลือกช่อง เปลี่ยนช่องใน AIS Play ด้วยสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยผ่าน Google Assistant ได้ด้วย ซึ่ง AIS ถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการด้วยเสียงผ่าน Google Assistant โดยจะเปิดให้บริการในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้

นอกจากนี้เอไอเอสยังพัฒนาหุ่นยนต์ Alex Robot เพื่อตอบโต้กับลูกค้า และให้ข้อมูลสินค้าและบริการได้ แนะนำโทรศัพท์รุ่นที่ออกใหม่ก็ได้ โดย AIS จะกระจายหุ่น Alex เพื่อให้บริการใน AIS Shop ทั่วๆ กันในช่วงปลายปีนี้

ลูกค้าสูงวัยก็เป็นกลุ่มสำคัญที่ AIS ใส่ใจ

เอไอเอสตั้ง Angel Team เพื่อให้บริการลูกค้าสูงวัยไฮเทคผ่าน AIS Contact Center โดยเฉพาะ ซึ่ง Angel Team เป็นทีมพิเศษที่มีอายุงานมากกว่า 10 ปี ผ่านการอบรมหลักสูตร “ฟังด้วยความเข้าใจ และใช้ใจบริการ” โดยสามารถสื่อสารอย่างใจเย็น และคุยด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้ลูกค้ากลุ่มที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มีความสบายใจตลอดเวลาที่รับบริการ ซึ่งตอนนี้มี Angel Team อยู่ประมาณ 50 คน และกำลังขยายเป็น 100 คน

นอกจากนี้ AIS ยังจัด Workshop มากกว่า 600 ครั้งตลอดทั้งปีเพื่อเสริมความรู้ให้ลูกค้าก้าวทันเทคโนโลยีมากขึ้น

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

AIS ชำระค่าประมูลงวดที่ 1 ในความถี่ 1800 MHz แล้ว

Published

on

By

บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือ AIS หลังจากชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz (1740-1745 MHz คู่กับ 1835-1840 MHz) จำนวน 1 ใบอนุญาต วันนี้คุณสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO ของ AIS ก็ได้เข้าไปที่กสทช. เพื่อชำระเงินค่าประมูลงวดแรก จำนวน 6,693,385,000 บาท

โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2555 – 2561 AIS ได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ ตั้งแต่การประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz มูลค่า 14,625 ล้านบาท ,คลื่น 1800 MHz (ชุดแรก) มูลค่า 40,987 ล้านบาท ,คลื่น 900 MHz มูลค่า 75,654 ล้านบาท ซึ่งคุณสมชัยเล่าให้ฟังผ่านเฟซบุ๊กว่า AIS ได้ชำระเงินให้ตรงตามกำหนดเสมอ เพราะเข้าใจดีว่าเงินเหล่านี้จะไปพัฒนาประเทศต่อไป

ปัจจุบันทาง AIS มีคลื่นอยู่ในมือดังนี้

  • 2100 MHz
  • 1800 MHz (ชุดแรก)
  • 1800 MHz (ชุดสอง)
  • 900 MHz
  • 2100 อีกชุด (โรมมิ่งกับ TOT)

ให้บริการครอบคลุมทั้งในระบบ 2G, 3G และ 4G

วันจันทร์หน้า AWN (AIS) จะได้รับใบอนุญาตและพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายนนี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

กลับมาอีกครั้งและยิ่งใหญ่เช่นเดิมกับ “RetailEX ASEAN 2018” งานแสดงสินค้าและบริการเพื่อธุรกิจค้าปลีก

Published

on

งาน RetailEX ASEAN 2018 งานแสดงสินค้า นวัตกรรม และการประชุมนานาชาติ เพื่อธุรกิจค้าปลีกครบวงจร พร้อมจัดเสวนาหัวข้อพิเศษ อาทิ

  • จุดขายของการค้าออนไลน์,
  • วิธีการใช้ฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการสำรวจเทรนด์ตลาด เป็นต้น

จากผู้ทรงคุณวุฒิในวงการการค้านำโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย, เซ็นทรัล, เดอะ มอลล์, KFC, DHL, Unilever, และ ลอรีอัล เป็นต้น โดยงาน RetailEX ASEAN 2018 ถือได้ว่าเป็นจุดนัดหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างธุรกิจที่ผู้ค้าปลีกพลาดไม่ได้ ทั้งงานจัดแสดงนวัตกรรมครบวงจรเพื่อผู้ค้าปลีก และงานสัมมนาเพื่อการต่อยอดธุรกิจอีกมากมาย สามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่…วันที่ 19 – 21 กันยายน 2561 ณ อาคาร 3 และ 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

งาน RetailEX ASEAN 2018 จัดโดย สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับ แคลเรียน อีเว้นท์ และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด และได้รับความสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB  เพื่อรวบรวมผู้ประกอบการจากด้านต่าง ๆ อาทิ

  • การบริการ นวัตกรรม และสินค้า
  • รวมถึงการสัมมนาร่วมพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดและเทคโนโลยีสำหรับผู้ค้าปลีก โดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายแขนง เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่อยู่ในธุรกิจการค้าปลีก
  • ตลอดทั้งสามวันไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมชมงาน

ด้วยช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายและก้าวหน้า ทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก ธุรกิจการค้าปลีกจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการตลาดในยุคใหม่  งาน RetailEX ASEAN 2018 มุ่งมั่นในการยกระดับธุรกิจการค้าปลีกในไทย พร้อมนำเสนอไฮไลท์ภายในงานที่พลาดไม่ได้ ได้แก่

  • โชว์เคสแนวคิดการออกแบบร้านค้าใหม่ล่าสุด เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า
  • การแสดงเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบบริการตนเอง อาทิ
    • บูธถ่ายรูป (Photo Booths)
    • ตู้ชาร์จโทรศัพท์มือถือ
    • อุปกรณ์ซักรีดแบบดูแลตัวเอง
    • ทั้งยังมีการเปิดตัวรางวัลใหม่ล่าสุดเพื่อยกย่องผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกที่ดีที่สุดในอาเซียน
    • และโปรแกรมบริการจับคู่เจรจาธุรกิจ ที่จะมีบริการผู้ช่วยส่วนตัวในการติดต่อระหว่างผู้ซื้อระดับภูมิภาคและท้องถิ่น กับผู้จัดแสดงสินค้าและผู้สนับสนุนการจัดงาน
    • นอกจากนี้ยังมีโซนใหม่ภายในงานรีเทลเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพโซน กับ RetailEX Elevator Pitch ที่จะให้ 10 โครงการสตาร์ทอัพ ได้มีเวลา 2 นาทีในการนำเสนอไอเดียให้แก่นักลงทุนชั้นนำ 10 ราย

งาน RetailEX ASEAN ยังคงเป็นงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจการค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 70 แบรนด์ และผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 4,000 ราย ซึ่งงาน RetailEX ASEAN สามารถตอบสนองการพัฒนา และเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคได้อย่างครบวงจร

มั่นใจว่า การจัดงานครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจของ สสปน.ในการใช้งานแสดงสินค้าและการประชุมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และพันธมิตรต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นเวทีแสดงสินค้าสำคัญของอาเซียน ดังนั้นสสปน.จึงจัดให้มีแคมเปญสนับสนุนทั้งผู้จัดงานแสดงสินค้า ผู้เข้าร่วมงาน และผู้เข้าชมงาน ซึ่งเราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับรีเทลเอ็กซ์ อาเซียน 2018อย่างแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว “Nokia 6.1 Plus” สมาร์ทโฟนจอใหญ่ไร้ขอบ พร้อมสมรรถนะอัดแน่นเพื่อผู้ใช้งาน

Published

on

เอชเอ็มดี โกลบอล เจ้าของลิขสิทธิ์การจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบรนด์โนเกีย ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน Nokia 6.1 Plus ที่จะทำให้คุณดูโดดเด่นด้วยความสามารถในการทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยในการสร้างคอนเทนต์ของคุณ Nokia 6.1 Plus เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Android One

โนเกีย มุ่งมั่นเดินหน้าทำการตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้เรามุ่งเน้นในการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับโลก เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าของโนเกีย อาทิ

  • การส่งสมาร์ทโฟนโนเกียเข้าร่วมโปรแกรม Android One จาก Google เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานเพียวแอนดรอยด์ ที่รวดเร็ว ปลอดภัย และอัปเดตก่อนใคร
  • นอกจากนั้นยังร่วมมือกับพันธมิตรอื่น ๆ ในการจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง
  • และการขยายช่องทางในการจัดจำหน่ายไปยังออนไลน์โดยได้ร่วมมือกับ Shopee และ JD Central เพื่อเปิด Nokia Official Shop บนแพล็ตฟอร์มออนไลน์
  • สำหรับช่องทางในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ยังคงมุ่งเน้นการชูจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โนเกียที่มีความสามารถในการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการบอกเล่าเรื่องราวหรือสร้างคอนเทนต์ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยช่องทางในการสื่อสารยังคงทำควบคู่ไปทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

Nokia 6.1 Plus

  • โดดเด่นด้วยหน้าจอไร้ขอบและประสิทธิภาพในการใช้งาน
  • มอบประสบการณ์การใช้งาน แบบเต็มจอในขนาดที่จับถนัดมือ ด้วยสัดส่วนแสดงผล 19:9 บนหน้าจอ 5.8 นิ้ว
  • จอแสดงผลแบบ Full HD+ พร้อมค่า Color Gamut 96%
  • มาพร้อมกระจก Gorilla® Glass จาก Corning® ทรงโค้ง
  • และใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 636 รุ่นใหม่ล่าสุด สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่จาก Qualcomm ซึ่งประมวลผลได้รวดเร็วกว่ารุ่นที่แล้วถึง 40% ทำให้สามารถเล่นเกมและใช้งานสตรีมได้แบบไม่มีสะดุด
  • ระบบการใช้งานแบตเตอรี่ที่ทรงประสิทธิภาพ ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับการฟังเพลง และรับชมวิดีโอได้ยาวนานขึ้นด้วย ด้วยฮาร์ดแวร์สมรรถนะสูงกับ USB Type-C ที่รองรับระบบ Fast Charging

  • กล้องหลังคู่16/5 MP ช่วยเก็บรายละเอียดภาพให้มีความคมชัดเหนือระดับ และโหมด HDR ช่วยทำให้ภาพมีชีวิตชีวาด้วยสีสัน เด่นชัดในทุกรายละเอียด
  • และเทคโนโลยี Depth Sensor ทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ราวกับมืออาชีพ เมื่อใช้ Bokeh Effect ซึ่งสามารถปรับแก้ให้สวยงามยิ่งขึ้นในภายหลังได้
  • และเก็บภาพเซลฟี่ความละเอียดสูงได้ด้วยกล้องหน้า 16 MP พร้อมโหมด Bothie ที่ทำให้ถ่ายภาพจากกล้องหน้า และกล้องหลังได้พร้อมกัน มีเทคโนโลยี AI ช่วยปรับภาพให้สวยงามขึ้นโดยอัตโนมัติเป็นครั้งแรกในโลก
  • ยังสามารถแชร์ภาพ Bothie จากทั้งสองฝั่งของกล้อง ลงในโซเดียลมีเดีย ผ่านการสตรีมแบบสด ๆ ได้ โดยใช้ฟีเจอร์ Dual-Sight
  • และยังมีระบบปรับปรุงภาพอัตโนมัติ ที่ทำให้เรื่องราวของคุณมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ด้วยฟิลเตอร์สนุก ๆ สติกเกอร์หน้ากาก และภาพสามมิติ เสริมด้วยระบบแสงสำหรับถ่ายภาพ Portrait
  • ระบบปฏิบัติการ Android Oreo™ ทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดต่าง ๆ ได้ทันที เช่น Google Lens, Picture-in-Picture และ Google Play Instant
  • และ Nokia 6.1 Plus ยังพร้อมสำหรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Android Pie อีกด้วย
  • มี 3 สีให้เลือกได้แก่ สีดำ (Gloss Black) , สีขาว (Gloss White) , สีน้ำเงินเข้ม (Gloss Midnight Blue)

ระบบปฏิบัติการเพียวแอนดรอยด์จาก Android One ออกแบบโดย Google ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ทันสมัย ปลอดภัย ให้กับผู้ใช้งานทุกคน ทำให้ Nokia 6.1 Plus ได้รับการการอัปเดตอยู่เสมอ มีทุกเดือนตลอดเวลาสามปี และการรับประกันว่าจะมีการอัปเดตระบบปฏิบัติการทันทีที่มีการเปิดให้ใช้งานตลอดเวลาสองปี

และคุณจะได้รับพื้นที่เก็บข้อมูลและแบตเตอรี่สำหรับใช้งานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากแอปที่ติดตั้งมากับเครื่องนั้นมีจำนวนน้อย นอกจากนั้นคุณยังจะได้ใช้บริการใหม่ล่าสุดจาก Google ที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยก่อนใครเสมอ เช่น Google Assistant และ Google Photos พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูลภาพความละเอียดสูงแบบไม่จำกัดและไม่มีค่าใช้จ่าย

การจัดจำหน่าย

เริ่มจัดจำหน่ายภายในเดือนกันยายน ในราคา 8,990 บาท ที่ตัวแทนจำหน่ายโทรศัพท์มือถือโนเกียทั่วประเทศ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!