Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS Thailand PVP eSports Championship พร้อมสนับสนุนอีสปอร์ตไทย เผยศึกใหญ่ระดับภูมิภาค ชิงเงินรางวัลรวม 11.5 ล้านบาท !!

Published

on

AIS พร้อมสนับสนุนวงการ eSports ประเทศไทย จัดศึกใหญ่ระดับ Southeast Asia ผ่านความร่วมมือระหว่างเครือ Singtel Group พร้อมพันธมิตรค่ายเกมยักษ์ใหญ่มากมาย กับการแข่งขัน AIS Thailand PVP eSports Championship ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 11.5 ล้านบาท

แข่งกันผ่าน 2 เกมดังระดับโลก

โดยงาน AIS Thailand PVP eSports Championship นี้จะมีการคัดเลือกนักกีฬาจากประเทศไทยสำหรับการแข่งขัน 2 เกมด้วยกันดังนี้

  1. เกม DOTA 2 เกมแนว MOBA ที่การแข่งขันสุดดุเดือด ที่ ณ ปัจจุบันมีเงินรางวัลใหญ่ The International สูงที่สุดในโลก โดยในงานนี้ ผู้ชนะในไทย จะได้รับเงินรางวัลกว่า 600,000 บาท และสิทธิ์เข้าแข่งขันงาน ใหญ่ ณ ประเทศสิงคโปร์
  2. เกม AoV (Arena of Valor) หรือ RoV ที่เรารู้จักกันดีในเกมตีป้อมบนมือถือที่ดังทั่วบ้านทั่วเมือง ชิงเงินรางวัลกว่า 1 ล้านบาทและสิทธิ์เข้าแข่งขันงาน ใหญ่ ณ ประเทศสิงคโปร์เช่นเดียวกัน

AIS และ Singtel ตั้งใจว่าจะสร้างการแข่งขันนี้ให้ยิ่งใหญ่เพื่อรองรับเหล่าผู้เล่นและผู้ชมยุคใหม่ที่กำลังผันตัวเข้าสู่วงการอีสปอร์ตทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทำไมถึงเลือก 2 เกมนี้ เพราะ 2 เกมนี้เป็นเกมที่ดังที่สุดในฝั่ง Southeast Asia และมีนักกีฬาอีสปอร์ตที่เก่งกาจเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็น่าจะช่วยให้การแข่งขันเป็นไปอย่างสนุกสนานและช่วยให้ผู้ชมมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจได้ติดตามไปด้วยกัน ซึ่งการแข่งขัน AIS Thailand eSports Championship นี้จะเป็นการแข่งขันครั้งแรกที่รวมเอาโลก Mobile กับโลก PC เข้าด้วยกัน

คุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส

คุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส ได้กล่าวถึงงานนี้ว่า “AIS ตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์การใช้งานอินเตอร์เน็ตที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในด้าน Gaming ที่มีผู้เล่นในปัจจุบันกว่า 20 ล้านคนที่เป็นกลุ่มอายุอยู่ในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยถึงวัยทำงานเริ่มต้น เป็นกลุ่มที่มีแรงผลักดันเป็นอย่างมากในด้านกีฬาอีสปอร์ต โดย AIS มีหน้าที่สำคัญในการให้ความรู้และความเข้าใจแก่คนกลุ่มนี้ เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวไปสู่นักกีฬาอีสปอร์ตที่แท้จริง”

ซึ่งทาง Singtel คุณอาเธอร์ แลง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสิงค์เทลอินเตอร์เนชั่นแนล ก็ได้เผยข้อมูลว่า ปัจจุบันอีสปอร์ตได้กลายมาเป็น 1 เทรนด์หลักของโลกที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ค่อย ๆ ผันตัวมาเป็นทั้งผู้ชมและบางส่วนที่กลายมาเป็นนักแข่งกีฬาอีสปอร์ตที่กลายเป็นผู้มีชื่อเสียงมากมาย ทางโอเปอเรเตอร์ก็ได้เล็งเห็นโอกาสนี้จึงได้มีการจับมือกับทาง AIS และอีก 6 ค่ายมือถือทั่วโลกเพื่อสร้างการแข่งขันในครั้งนี้ให้ทุกคนได้ร่วมแข่งขันและร่วมเชียร์ไปพร้อมกัน

สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าแข่งขัน ทาง AIS พร้อมเปิดรับสมัครนักกีฬาทั่วไทยในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ โดยอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ais.co.th/eSports

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

News

แกะกล่อง New iPad Pro 2018 จาก Apple Store สาขา IconSiam

Published

on

ช่วงหัวค่ำของวันนี้ 14 พ.ย. 2561 ระหว่างเข้าคลาสที่จองไว้ก่อนหน้านี้ “Photo Lab : สร้างช็อตสุดเพอร์เฟ็กต์กับ Chase Jarvis” ทั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้มาสอนด้วยตัวเอง แต่ถูกถ่ายทอดบทเรียนจากคุณ Chase Jarvis ผ่านน้องตาโต สาวน้อยหน้าใส ดีกรีปริญญาตรีจากรั้วจามจุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง สนุกสนาน แต่แล้วความสนใจของผมก็ถูกดึง (เสียสมาธิ) ด้วยประโยคสั้นๆ โดนใจที่ว่า “วันนี้ iPad Pro รับเครื่องได้แล้วนะครับ” เอาหละสิ 555 จัดไม่จัดดี ลังเล เพราะผมเองก็มีโปรแกรม trade-in (โปรแกรมนำเครื่องเก่า แลกเครื่องใหม่) ค้างอยู่กับ Apple ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ (ไว้มาเขียนเล่าให้อ่านกันครับ) ถ้าได้มาก็ว่าจะนำมาเป็นส่วนลดในการซื้อเครื่อง แต่แล้ว … ก็ลองกดเข้าไปดูใน App Apple Store มีเครื่องพร้อมระบุรับเครื่องได้ที่ Apple Store IconSiam นั่นไง ภาพตัดเครื่องก็มาวางอยู่ตรงหน้า ให้ได้มาถ่ายภาพให้เพื่อนๆ ได้ชมกันแล้ว ปล. iPad รุ่นล่าสุดของผมก็คือ iPad Air 2 ใช้มานานปี ได้เวลาเปลี่ยนใหม่เสียที

ผมเลือกรุ่น 11 นิ้ว ไวไฟ ความจุ 256GB สีเทา มาถึงบ้านก็แกะกล่องถ่ายรูป เปิดเครื่องเพื่อลงโปรแกรม ความฟินก็ตรงที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล์อะไรให้วุ่นวาย เพราะช่วงหลังมานี้ Apple ทำให้เรา Setup ง่ายขึ้น ด้วยการนำ iPhone ที่อยู่ใกล้เคียงของเรามาอยู่ข้างๆ เอากล้องไอโฟนส่องที่หน้าจอ iPad ระบบก็จะจัดการให้ต่อเอง โดยที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลใดใดให้วุ่นวาย

ประสบการณ์แรกสัมผัสคือดีย์ จอภาพ Liquid Retina คมขนลุก คือดี การที่หน้าจอติดขอบแล้วจอใหญ่ดีแบบนี้นี่เอง ประสบการณ์ด้านอื่นยังไม่ได้ลอง ไปชมภาพมุมต่างๆ ของเครื่องกันครับ

 


https://www.apple.com/th/trade-in/

https://www.apple.com/th/ipad-pro/

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว JBL LINK ลำโพงไร้สายอัจฉริยะในไทย สั่งงาน Google Assistant ได้ ฟังเพลงไม่ต้องต่อมือถือ!

Published

on

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ผู้นำเข้าเครื่องเสียงแบรนด์ JBL เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล JBL LINK ที่เป็นลำโพงอัจฉริยะ สามารถเชื่อมต่อกับ WiFi ได้ พร้อมใช้งาน Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะของกูเกิ้ล ซึ่ง JBL LINK น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน Google Assistant ชุดแรกๆ ที่ขายในไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 5 รุ่น ตั้งแต่ลำโพงรุ่นเล็ก จนถึงลำโพงที่มาพร้อมหน้าจอ

JBL Link มีด้วยกัน 5 รุ่น

  • JBL LINK 10 ลำโพงตัวเล็กที่สุดในตระกูล ใช้งานได้ 5 ชั่วโมง กำลังขับ 10 W 4,990 บาท 
  • JBL LINK 20 ลำโพงขนาดย่อม ตัวสูงกว่า LINK 10 ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง กำลังขับ 20 W 6,990 บาท 
  • JBL LINK 300 ลำโพงขนาดกลางสำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 50 W 9,990 บาท
  • JBL LINK 500 ลำโพงขนาดใหญ่สำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 60 W 13,900 บาท
  • JBL LINK View ลำโพงรุ่นพิเศษที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสเพื่อดูข้อมูล หรือแสดงข้อมูลที่ Google Assistant หามา จะขายเร็วๆ นี้ ในเดือนธันวาคม ราคายังไม่ประกาศ

นอกจากนี้ JBL ยังมีลำโพงรุ่น Control Xtreme ตัวใหญ่พิเศษสำหรับใช้ในงาน Party ด้วย ซึ่งลำโพงตัวนี้ก็เชื่อม Wifi ได้เหมือนกัน

จุดเด่นของลำโพง WiFi ที่แตกต่างจากลำโพง Bluetooth ทั่วไป

แม้ว่า JBL LINK จะสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ตามปกติได้ แต่การที่มันเชื่อม WiFi ได้นั้นมันเจ๋งกว่าการต่อ Bluetooth ทั่วไปเยอะ โดยเฉพาะสำหรับนักฟังเพลง เมื่อใช้กับบริการที่รองรับ Chromecast Audio อย่าง Spotify ตัวลำโพงจะสามารถดึงเพลงต้นฉบับจาก Server มาเปิดให้ฟังโดยตรงได้เลย ไม่ต้องดึงผ่านโทรศัพท์ แล้วส่งผ่านมาถึงลำโพงผ่าน Bluetooth อีกทีเหมือนลำโพงทั่วไป ทำให้คุณภาพเสียงดีกว่าเพราะไม่มีการบีบอัดเสียงซ้ำ นอกจากนี้พวกเสียง Noti หรือเสียงรบกวนต่างๆ จากโทรศัพท์มือถือจะไม่ไปดังที่ลำโพงให้กวนใจด้วย ให้มันดังอยู่ที่สมาร์ทโฟนก็พอ

Google Assistant ทำอะไรได้บ้าง

JBL LINK View

Google นั้นเติบโตเร็วมากในกลุ่มลำโพงอัจฉริยะ เมื่อเปิดตัว Google Assistant ก็แย่งส่วนแบ่ง Amazon ที่ทำ Alexa มาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในไทยจะยังไม่สามารถใช้ Google Assistant บนอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยคำสั่งเสียงภาษาไทยได้ (ส่วนบนมือถือใช้ภาษาไทยได้แล้ว) แต่เราก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษสำเนียงไทยๆ ของเรานี่แหละเพื่อสั่งงานต่างๆ ได้ เช่นพูดว่า Good Morning เพื่อให้มันเปิดไฟ ปิดแอร์ เล่าข่าวตอนเช้าให้ฟัง หรือพูด Broadcast เพื่อกระจายเสียงของเราไปทั่วบ้านผ่านทุกลำโพงที่เชื่อม Google Assistant อยู่

ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ Google Assistant ได้นั้นมีหลากหลายมากครับ เช่นหลอดไฟ Phlips Hue ก็เชื่อมเพื่อเปลี่ยนสีสันหรือควมคุมระดับแสงไฟในห้องได้ หรือกล้องวงจรปิดจาก Nest ก็เชื่อมเพื่อส่งภาพมาดูในทีวีได้ หรือการควบคุมแอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้รีโมทก็จะมีตัวสั่งงานโดยการยิงแสง IR เข้าไปที่แอร์เพื่อควบคุมระยะเวลาการปิด-เปิดได้ ลองดูในวิดีโอสาธิตการใช้ Google Assistant ร่วมกับ JBL Link นี้น่าจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ

นอกจากนี้ JBL ยังออกหูฟังชุดใหม่ที่มี Google Assistant ในตัวคือสามารถแตะที่หูฟังเพื่อสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวได้เลย เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวติดหูไปด้วย

  • JBL Everest 110GA หูฟังแบบ in-ear ฟังได้ 8 ชั่วโมง ราคา 3,990 บาท
  • JBL Everest 310GA หูฟังแบบทับหู ฟังได้ 20 ชั่วโมง ราคา 7,990 บาท
  • JBL Everest 710GA หูฟังแบบครอบหู ฟังได้ 25 ชั่วโมง ราคา 9,990 บาท

JBL Everest 710GA

ก็ติดตามรีวิว JBL LINK จากแบไต๋ได้เร็วๆ นี้ครับ ว่าจะสั่งงานดี เสียงดี น่าใช้แค่ไหน

หนุ่ย พงศ์สุขและพัชรวดี ว่องปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ.มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

Fitbit Charge 3 ฟิตเนสแทรคเกอร์ดีไซน์พรีเมียม แบตยาวต่อเนื่อง 7 วัน!

Published

on

ในระยะหลังมานี้ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพได้กลายเป็นเทรนด์ที่คนไทยหันมาสนใจ ซึ่ง Fitbit แบรนด์อุปกรณ์สวมใส่ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพที่มียอดขายสะสมมากกว่า 84 ล้านเครื่องทั่วโลกนี้ ก็ได้ประกาศวางจำหน่าย Fitbit Charge 3 ไลน์ผลิตภัณฑ์ฟิตเนสแทรกเกอร์รุ่นล่าสุดออกมาที่มีดีไซน์สวยงามและพรีเมี่ยมมากขึ้น พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานติดต่อกันได้ถึง 7 วันเลยทีเดียว!

Fitbit Charge 3 ได้พัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้การออกกำลังกายของเรามีประสิทธิภาพสูงสุด ไล่ตั้งแต่ เซ็นเซอร์วัดการเต้นหัวใจที่ทันสมัยที่สุดของทาง Fitbit (PurePulse) ที่สามารถตรวจวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดสัมพัทธ์ได้ (Relative SpO2 sensor), กันน้ำและสามารถใส่ว่ายน้ำลงลึกได้ถึง 50 เมตรที่ยังตามติดผลการออกว่ายน้ำได้อัติโนมัติ, ติดตามสุขภาพสำหรับสุภาพสตรี (เช็ครอบเดือน, ระยะตกไข่ ฯลฯ), ติดตามการนอนในช่วงต่างๆ พร้อมข้อมูลวิเคราะห์ และประสบการณ์อื่นๆ อีกมากมาย

เกตต์ ตรีวรัตถ์ และ Fitbit Charge 3 ฟิตเนสแทรคเกอร์รุ่นล่าสุด

ตัวเรือนของ Charge 3 นั้นใช้วัสดุอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับวงการอากาศยาน แถมหน้าปัดกระจกยังถูกดีไซน์มาได้ดูโฉบเฉี่ยว กรอบเรียบหรูและกลมกลืนแนบไปกับข้อมือให้ความสบาย แถมในผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดนี้เองก็ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ใกล้เคียงสมาร์ทวอร์ชเข้ามา ไม่ว่าจะการเช็คการแจ้งเตือนต่างๆ จากสมาร์ทโฟนพร้อมด้วยโหมดตอบกลับข้อความได้อย่างรวดเร็ว (เฉพาะบนโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ที่จะเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้) และปิดท้ายด้วยระบบการชำระเงิน “ฟิตบิท เพย์” ตรงจากข้อมือใช้งานง่ายและปลอดภัยที่ในตอนนี้สามารถใช้ร่วมกับบัตรจาก 3 ธนาคารของไทย ได้แก่ KTC, Kbank, SCB แถมพวกเขายังแง้มๆ เพิ่มมาอีกว่าจะสามารถใช้ร่วมกันหลายหน่วยงานของไทยได้ในอนาคตด้วยนะ

 

Fitbit Charge 3 พร้อมวางจำหน่ายแล้วในราคา 6,490 บาท ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไปทั้ง B2S, Life, King Power, Power Buy และ Lazada โดยจะมีจำหน่ายทั้งแบบสีดำพร้อมกรอบอะลูมีเนียมกราไฟต์หรือสืบลูเกรย์พร้อมกรอบอะลูมิเนียมสีชมพูโรสโกลด์ และอุปกรณ์เสริมในรูปแบบของสายเรือน ได้แก่สายรัดข้อมือแบบสปอร์ต, สายผ้าใยสังเคราะห์ และสายหนัง Horween ที่ทั้งหมดทั้งมวลจะมีราคาระหว่าง 990 – 1,890 บาท และรุ่น Special Edition ในราคา 6,990 บาท ที่มาพร้อมสายพิเศษด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!