Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Epson จับมือ Major Cineplex นำ Projector เสริมความสนุกให้กับ Blu-O

Major เผยความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่าง Epson ผู้นำด้านเทคโนโลยีโปรเจคเตอร์ ด้วยการนำเอาโปรเจคเตอร์เข้ามาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรมบันเทิงที่ Blu-O สยามพารากอน โดยครอบคลุมทั้งระบบ Mapping บนลาน Bowling และบนกำแพงในรูปแบบ ป้ายโฆษณาดิจิตอล ซึ่งถือได้ว่าเป็นลานโบว์ลิ่งที่แรกในประเทศไทยที่มีระบบนี้
 

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “เอปสัน ประเทศไทย รู้สึก ยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ซึ่งเป็นผู้นำด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์เอนเตอร์เทนเมนท์ ครบวงจรที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ทั้งยังมีความโดดเด่นในเรื่องการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องและนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการต่างๆ ของกลุ่มธุรกิจอยู่เสมอ ลูกค้าจึงได้รับประสบการณ์ใหม่ ตลอดเวลา เช่นเดียวกับเอปสันที่ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีให้อยู่ในระดับสูง สามารถช่วยยกระดับธุรกิจ ลูกค้าได้เสมอ การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้เอปสันได้นำนวัตกรรมทั้งโปรเจคเตอร์และอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ เข้าไปสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจต่างๆ ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป”

“โปรเจคแรกที่เอปสันจะเริ่มดำเนินการ คือการติดตั้งโปรเจคเตอร์โซลูชั่นที่บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล (Blu-O Rhythm & Bowl) สาขาศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยจะครอบคลุมการทำ Mapping Wall บริเวณแคทวอล์คทางเข้าสร้างความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้านด้วยเทคนิค 3D Mapping ถัดมาคือป้ายโฆษณาดิจิทัล บริเวณ Digital Marking Unit เพื่อเป็นช่องทางโฆษณาสินค้าและประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของบลูโอ อีกทั้งยังทำโซนแสดงสินค้าใหม่ที่นำเสนอข้อมูลสินค้าในรูป­­­­­­­­แบบกราฟฟิคเคลื่อนไหว ผ่านเทคนิค Mapping ด้วยเลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene นอกจากนี้ เอปสันยังได้ทำ Motion Bowling Lanes หรือเลนโบว์ลิ่งแบบอินเตอร์แอคทีฟขึ้นมาเป็นพิเศษ เพื่อสาธิตเทคนิค Interactive Mapping จากโปรเจคเตอร์เอปสันที่จะฉายเอฟเฟคลงบนเลนทันทีที่ลูกโบว์ลิ่งกระทบกับพื้นไปจนถึงช่องตั้งพิน ซึ่งช่วยเพิ่มสีสันความสนุกสนานให้กับลูกค้าเวลาโยนโบว์ลิ่ง และยังได้สาธิตการใช้เลเซอร์ โปรเจคเตอร์รุ่นโฮมยูสกับระบบโฮมเธียเตอร์ในห้องคาราโอเกะของบลูโอ”

“การได้เป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ในครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำความสำเร็จของเอปสัน เพราะ ปัจจุบัน โปรเจคเตอร์ 3LCD ความสว่างสูงและเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของบริษัทฯ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในวงการอีเว้นท์ออร์แกไนเซอร์และธุรกิจบันเทิง เพราะมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า ทั้งในเรื่องของ คุณภาพของภาพฉายที่สวยคมชัดสมจริง ความทนทานที่สามารถใช้งานติดต่อกันได้เป็นเวลานาน โดยที่คุณภาพ ของภาพไม่ตกลงและไม่มีปัญหาจุกจิก ไปจนถึงความยืดหยุ่นในการติดตั้งเครื่องแบบ 360 องศา และคุณสมบัติ พิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Edge Blending หรือการฉายภาพบนฉากโค้งหรือเข้ามุม เป็นต้น” นายยรรยง กล่าว

นางชัญญ์ญาณ์ ธำรงวินิจฉัย ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจพันธมิตร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)กล่าว “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ซึ่งประกอบด้วยธุรกิจโรงภาพยนตร์ ธุรกิจโบว์ลิ่ง คาราโอเกะ และลานสเก็ตน้ำแข็งจากการเติบโตของธุรกิจในระยะเวลาที่ผ่านมาเสริมสร้างให้เมเจอร์ฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์เอนเตอร์เทนเมนท์ครบวงจรในประเทศไทย อีกทั้งในปัจจุบันเมเจอร์ฯ ได้ก้าวสู่ยุคเมเจอร์ 5.0 ซึ่งได้นำสุดยอดนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งการให้บริการที่เป็นเลิศมาสร้างประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับ และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทั้งยังได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Application Major Movie Plus ที่ไม่เพียงแต่ให้ผู้บริโภคเช็ครอบหนังและโปรโมชั่นต่างๆ แต่ยังซื้อบัตรชมภาพยนตร์ผ่านสมาร์ทโฟน โดยเพียงนำ QR CODE ที่ได้มาสแกนที่เครื่อง Smart Ticket แล้วเดินเข้าโรงภาพยนตร์ได้ทันที นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีและดิจิทัลมาต่อยอดธุรกิจโรงภาพยนตร์สู่ธุรกิจเกมส์ โดยเปิดให้บริการ IMAX VR แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ เป็นครั้งแรกที่คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ Virtual Reality ในโลกเสมือนจริง และล่าสุดได้เปิดตัวโรงภาพยนตร์ Esports แห่งแรกในโลกที่เอส พลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา ซึ่งสามารถจัดฉายภาพยนตร์ และจัดกิจกรรมด้านอีสปอร์ตได้ ซึ่งจากที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าเมเจอร์ฯ มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ครั้งนี้จึงได้ เกิดความร่วมมือกับเอปสันขึ้นกับบลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล สาขาพารากอน ซีนีเพล็กซ์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนท์ในประเทศไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการ และความพึงพอใจเมื่อมาใช้บริการที่เมเจอร์ฯ และอยากกลับมาใช้บริการอีกอย่างต่อเนื่อง”

ในโอกาสนี้ เอปสันยังได้เปิดตัว LightScene เลเซอร์โปรเจคเตอร์รูปแบบสปอตไลท์ ในชื่อ EV-100 Series ซึ่งเน้น การสร้างไฮไลท์และการพรีเซนต์ข้อมูลเฉพาะจุด ด้วยความสว่าง 2,000 ลูเมนส์ และความละเอียดของภาพแบบ WXGA เลเซอร์โปรเจคเตอร์ LightScene มีความยืดหยุ่นในการติดตั้งสูง สามารถปรับองศาในการติดตั้งได้อย่าง อิสระ และไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ โดยอาศัยการสั่งงานผ่านสมาร์ทดีไวซ์ด้วยแอพพลิเคชั่น Epson iProjection

นายยรรยง กล่าวว่า “LightScene จะช่วยเปลี่ยนรูปแบบการจัดแสดงสินค้าหรือบริการ ณ จุดขาย ในร้านอาหาร ร้านค้า โรงแรม พิพิธภัณฑ์ หรือในงานแสดงสินค้าและงานนิทรรศการต่างๆ และช่วยสร้างบรรยากาศที่แปลกใหม่ ให้ธุรกิจบันเทิง ด้วยคุณสมบัติพิเศษมากมาย ทั้งการทำ Mapping ภาพบนพื้นผิวต่างๆ การฉายภาพพาโนรามา หรือการต่อภาพขนาดใหญ่ด้วยการเชื่อมต่อภาพจาก LightScene หลายเครื่อง นอกจากนี้ ในงานอีเว้นท์ที่ต้องการ บรรยากาศสบายๆ หรือต้องการซ่อนเครื่องโปรเจคเตอร์ เพื่อลดความเป็นทางการลง LightScene จะสามารถตอบ โจทย์ได้ดี เพราะมีรูปลักษณ์แบบสปอตไลท์เข้ากับสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในงานได้ดีกว่า สามารถโชว์ตัว เครื่องเหมือนเป็นอุปกรณ์ตกแต่งงาน”

นอกจากนี้ เอปสันยังได้ขยายไลน์สินค้า 3LCD เลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่นความสว่างระดับกลาง ตั้งแต่ 5,000 – 6,000 ลูเมนท์ พร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น EB-L510U ความละเอียด WUXGA 5,000 ลูเมนท์ รุ่น EB-L610W ความละเอียด WXGA 6,000 ลูเมนท์ และรุ่น EB-L610U ความละเอียด WUXGA 6,000 ลูเมนท์ ซึ่งทั้ง 3 รุ่น มีบอดี้ที่เล็กน้ำหนัก เบากว่าเครื่องของแบรนด์อื่นในตลาด แต่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายเทียบเท่าเครื่องรุ่นความสว่างสูง อาทิ สามารถ ติดตั้งได้แบบ 360 องศา รวมถึงคุณสมบัติ Quick Corner และ Arc Correction ที่จะช่วยปรับภาพฉายให้ลงตัว ตามสัดส่วนของฉากรับภาพได้อย่างแม่นยำ จุดเด่นอีกประการคือ ระดับ Contrast Ratio สูงถึง 2,500,000:1 จึงให้ ภาพที่มีความลึกและรายละเอียดภาพได้อย่างชัดเจน รวมถึงแสดงภาพแบบ 3 มิติได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อแบบ HDBaseT ที่ใช้สาย LAN ในการช่วยส่งสัญญาณภาพ

“หลังจากที่เอปสันเปิดตัวเลเซอร์โปรเจคเตอร์ รุ่นความสว่างสูงไปเมื่อปีที่แล้ว ในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มไลน์อัพในรุ่นความสว่างระดับกลางเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจบันเทิงและสถาบันศึกษา รวมถึงองค์กรธุรกิจขนาดกลางและ ใหญ่ ซึ่งปัจจุบันหันมาให้ความสนใจเลเซอร์โปรเจคเตอร์มากขึ้น โดยเอปสันจะชูจุดเด่นในเรื่องความทนทานและ คุณภาพสูง อีกทั้งเอปสันยังเพิ่มความอุ่นใจให้กับลูกค้า ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานนานถึง 20,000 ชั่วโมง หรือ 3 ปี ครอบคลุมชิ้นส่วนแหล่งกำเนิดแสง (Laser Light Source) ซึ่งลูกค้าจะพบกับความคุ้มค่าสูงสุดอย่าง แน่นอนเมื่อลงทุนกับโปรเจคเตอร์ของเอปสัน” นายยรรยง กล่าว

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาต “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาต ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!