Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS ชวนคุณทดลองสัมผัสประสบการณ์ “5G” ครั้งแรกในไทย ที่ AIS D.C. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

AIS จับมือ Partner ระดับโลกอย่าง Nokia, Huawei และ ZTE ชวนคุณทดสอบเทคโนโลยี 5G ที่จำลองมาจากของจริง ร่วมเตรียมความพร้อมรับเทคโนโลยีอนาคต พร้อมทดลองสัมผัสประสบการณ์ก่อนใคร เพื่อให้ภาคธุรกิจ และทุกอุตสาหกรรมเห็นภาพของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจาก 5G ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ช่วยเสริมแรงบันดาลใจที่จะเตรียมความพร้อมองค์กรให้สอดรับกับเทคโนโลยีอนาคตที่จะมาถึงในอนาคตอันใกล้

ซึ่งพิธีกร beartai12+ โดยคิว เตมี ก็ได้เดินทางมาไลฟ์บรรยากาศของงานให้ได้ชมกันแบบสด ๆ อีกด้วย

คุณ วีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

“หน้าที่หลักในฐานะ Digital Life Service Provider คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อประเทศ เราจึงไม่เคยหยุดทำงานพร้อมนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมามอบให้แก่คนไทยเสมอ นอกจากนี้อีกหน้าที่หลักซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการซึ่งมีคลื่นความถี่มากที่สุดคือ 120 MHz เราจะต้องนำทรัพยากรคลื่นความถี่มาสร้างมูลค่าและประโยชน์ให้แก่อุตสาหกรรมและประเทศไทยอย่างดีที่สุด หมายรวมถึง การศึกษา ค้นคว้า วิจัย เทคโนโลยีใหม่ๆอย่างกรณี 5G ที่ต้องเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างสม่ำเสมอ เพราะอย่างที่ทราบกันดีกว่า 5G คือ โอกาสครั้งสำคัญที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมไปอีกขั้น”

“จึงเป็นที่มาว่าในเดือนตุลาที่ผ่านมา เอไอเอสและโนเกีย จึงยื่นเรื่องขอทดสอบ 5G และได้รับอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์เพื่อดำเนินการสาธิต 5G จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 และได้ยื่นเรื่องขอดำเนินการสาธิต 5G ให้กับ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานของ กสทช ด้านกิจการโทรคมนาคม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 โดยวันนี้คณะกรรมการ กสทช. ได้อนุมัติให้เอไอเอสและโนเกียสามารถเปิดการสาธิต 5G บนคลื่น ความถี่ย่าน 26.5-27.5 GHz ได้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 ซึ่งพร้อมเปิด ให้คนไทย และภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ได้สัมผัสประสบการณ์และใช้เทคโนโลยี 5G ครั้งแรกในเมืองไทย ในงาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” ณ AIS DC ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม (ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) เพื่อให้เห็นประโยชน์ของ 5G ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะเทคโนโลยีที่จะพลิกโฉมและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจทุกระดับ อันจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถเศรษฐกิจและสังคม โดยจะทยอยนำเสนอเทคโนโลยีจากพันธมิตรระดับโลกรายอื่นๆอย่างต่อเนื่อง”

คุณ วีรวัฒน์ เกียรติพงษ์ถาวร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจสัมพันธ์และองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

และภายในงาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” นั้นจะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่เกิดจากความร่วมมือกับ NOKIA ผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก นำการสาธิต 5G ผ่าน 5 รูปแบบนวัตกรรมสุดล้ำ ครั้งแรกของเมืองไทย มีดังนี้

5G Super Speed

การแสดงศักยภาพที่สำคัญของเครือข่าย 5G เช่น ความเร็วในการรับส่งสัญญาณ (Throughput) และความหน่วง (Latency) ว่าล้ำขนาดไหนสำหรับเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้นี้

5G Ultra Low Latency – Cooperative Cloud Robot

การสาธิตประสิทธิภาพการตอบสนองที่รวดเร็วของเครือข่าย 5G โดยการใช้หุ่นยนต์สามตัวในการหาจุดสมดุล ที่ทำให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางกระดาน การสาธิตแสดงเวลาที่หุ่นยนต์ใช้ในการหาจุดสมดุลผ่านการสื่อสารระหว่างกันโดยใช้เครือข่าย 4G เปรียบเทียบกับเครือข่าย 5G ว่าต่างกันแค่ไหน

5G for Industry 4.0

หุ่นยนต์จะมีบทบาทอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 การทำงานร่วมกันของเครื่องจักรจากหลายสายการผลิตต้องการการเชื่อมต่อไร้สายที่มีความหน่วงต่ำและความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งจะทำให้สายการผลิตทำงานได้เร็วขึ้น ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการสาธิตหุ่นยนต์ YuMi® Dual-Arm Collaborative Robot จาก ABB ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G

5G Virtual Reality – immersive video

การสาธิต การดูวีดีโอที่แสดงสภาวะเสมือนจริง (immersive video) ผ่านเครือข่าย 5G ผู้ที่ใส่แว่นตา VR จะสามารถมองเห็นได้รอบด้าน 360 องศา การดูวีดีโอ VR ที่มีความคมชัด ต้องการ bandwidth ที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการถ่ายทอดสด หรือ live streaming

5G FIFA Virtual Reality

ทดลองความเร็วของเครือข่าย 5G ด้วยตัวคุณเอง โดยการเตะลูกบอล Virtual Reality ที่จุดโทษผ่านเครือข่าย 5G และ 4G ว่ามีความแตกต่างกันเช่นไร

ซึ่งแน่นอนว่าเทคโนโลยี 5G จะมาช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพจากคุณสมบัติ 3 ส่วน คือ

  • ยกระดับความเร็วการใช้ดาต้า (Enhanced Mobile Broadband-EMBB) เน้น “ความเร็ว(Speed)” ที่สูงมาก ๆ เพื่อรองรับการใช้งาน DATA ที่สูงขึ้นของคนยุคปัจจุบัน
  • ขยายขีดความสามารถการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่ออุปกรณ์ (Massive machine type communications-mMTC) เน้น สนับสนุน IoT ที่จะถูกนำมาใช้อย่างมหาศาล เพราะ 5G นั้นมีขีดความสามารถในการรองรับอุปกรณ์ IoT หรือ Internet of Things ได้สูงถึง 1 ล้าน Devices ต่อ 1 ตารางกิโลเมตร
  • เพิ่มคุณภาพเครือข่ายให้สามารถตอบสนองได้รวดเร็วและเสถียรที่สุด (Ultra-reliable and low latency communications) เน้น ประสิทธิภาพความเร็วในการตอบสนอง หรือ LowLatency ที่จะตอบโจทย์รูปแบบการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางการแพทย์ หรือ อุตสาหกรรมยานยนต์อย่าง Self Driving Car อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการทดสอบเทคโนโลยี 5G ครั้งนี้ คือ 1 ในการเตรียมความพร้อมของเอไอเอส ที่จะทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ และพร้อมนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อตอบสนองการพัฒนาประเทศในอนาคตอันใกล้ สำหรับท่านใดที่สนใจอยากเห็นเทคโนโลยี 5G แบบชนิดจับต้องได้ ก็เดินทางมาได้ที่งาน “5G the First LIVE in Thailand by AIS” ซึ่งจะมีการจัดแสดงตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2561 ณ AIS DC ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม 5G จะใช้ได้ในไทยเมื่อไหร่

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

ยังต้องพบใบขับขี่! เมื่อตำรวจไม่รับ “ใบขับขี่ดิจิทัล” เพราะเหตุใด? – ทนายออกความเห็นเรื่องนี้

Published

on

By

วันนี้เป็นวันแรกที่ประกาศใช้ใบขับขี่ดิจิทัลอย่างเป็นทางการโดยกรมขนส่งฯ จากการที่เคยนำเสนอข่าวเดิมไว้ ว่าประมาณกลางเดือนมกราคม 2562 จะได้ใช้อย่างเป็นทางการ

เหมือนจะเรียบร้อยดีแต่ว่า “ตำรวจดันไม่เอาด้วย”

เนื่องจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ยังไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง แต่ก็มีเหตุผลของเขา

พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กล่าวว่า “ทางปฏิบัติการเรียกตรวจผู้ขับขี่ทำผิดกฎหมายจราจร ผู้ขับขี่จะต้องแสดงใบขับขี่ต่อเจ้าพนักงานตำรวจจราจร” แต่ว่าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแล้วยังไม่สามารถทำได้ทันที ซึ่งเรื่องนี้ต้องนำเข้าพิจารณาผ่าน สนช. ในวันที่ 17 นี้  เนื่องจากต้องแก้ไข พ.ร.บ. ให้ยกเลิกการเรียกเก็บใบขับขี่ ให้รองรับนโยบายใหม่ของกรมขนส่งฯ โดยต้องอาศัยอำนาจตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จราจรทางบกปี 2522 ไปก่อน

ส่งผลให้ช่วงที่ยังไม่ได้ประกาศ พ.ร.บ. ใหม่ อย่างเป็นทางการ ตำรวจยังมีสิทธิยึดใบขับขี่เดิมได้อยู่ ต้องพกติดตัวไว้  โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งทางกรมขนส่งฯ แล้วว่าขอเลื่อนการใช้ใบขับขี่ดิจิทัลไปก่อน

ด้านทนายก็ออกมาให้ความเห็น

ทนายรัชพล ศิริสาคร
ประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ได้โพสต์ในเพจ “สายตรงกฎหมาย” ระบุว่า

“ในทางกฎหมาย หากมีการจับกุมข้อหาไม่พกใบขับขี่ ถือว่า สตช และ ขนส่ง ทำผิดต่อกฎหมาย เพราะเป็นผู้จงใจทำให้ประชาชนตกเป็นผู้เสียหาย จะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องละเมิด มาตรา 420

ประเด็นถัดมาที่ตำรวจจะจับข้อหาไม่พกใบขับขี่นั้น โดยอำนาจไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่อข้อกฎหมายไม่ชัดเจน หรือข้อกฎหมายขัดกันเอง ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย หมายความว่า เมื่อประชาชนใช้ใบขับขี่ดิจิทัล ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้ทำได้ และเป็นการพกใบขับขี่อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทางตำรวจจะมาบอกว่าผิดกฎหมายได้อย่างไร”

สรุปคร่าวๆ นะครับ เป็นเพราะว่าเนื่องจากทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดความสับสนนั่นเอง แทนที่จะดำเนินการให้พร้อมและค่อยประกาศใช้ ทำให้ประชาชนสับสน ถ้าดูจากเจตนาของประชาชนมันแสดงให้เห็นได้ชัดเจน

ที่มา: ไทยรัฐ, เพจ “สายตรงกฎหมาย”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ชายสี่หมี่เกี๊ยว, SCB และ VISA ประกาศความร่วมมือ ซื้อบะหมี่ผ่าน QR Code ก็ง่าย รับส่วนลด

Published

on

วันนี้ (14 มกราคม) ธนาคารไทยพานิชย์ (SCB) ร่วมมือกับ VISA มุ่งสู่สังคมไร้เงินสด Cashless society ผนึกกำลังกับแฟรนไชน์สตรีทฟู้ดส์ชื่อดัง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” เปิดมิติการชำระเงินรูปแบบใหม่ในระดับ Total Business Solution ที่แก้ปัญหา Painpoint ของเจ้าของกิจการได้อย่างตรงจุด  เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์

Cashless Society ก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เล่าวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มการใช้ E-Payment มีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านการใช้งาน internet banking และการชำระเงินผ่านสูงขึ้นมากจากการที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งาน และความสะดวกสบายของผู้ใช้ เพราะทุกคนต่างก็พก Smartphone ติดตัวอยู่แล้วในยุคปัจจุบัน

โดยปัจจุบันมีการเติบโตของการใช้ดิจิตอลแบงก์กิ้งสูงขึ้นมาก โดยมีเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่มี่ 12 ล้าน และการทำธุรกรรมในปัจจุบันก็เติบโตสูงขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมาจาก 237 ล้านธุรกรรมเป็น 711 ล้านธุรกรรม โดยเป้าหมายปี 2019 ของ SCB อยากให้แม่มณีเข้าสู่ร้านค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย 2 ล้านร้านค้า และอีก 100,000 ร้านค้าที่รับบัตรเครดิต เพื่อช่วยในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

ทำไมถึงต้องจับมือกับชายสี่บะหมี่เกี๊ยว?

เรียกได้ว่าคนไทยรวมไปถึงทุกคนบนโลกถือได้ว่าเรื่องอาหารเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหาร Street food มีการเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ด้วยผลการค้นหากว่า 7,500,000 ครั้งในปี 2560 ก็เห็นได้ว่าคนค้นหา “ก๋วยเตี๋ยว” เป็นเทรนด์อันดับต้น ๆ ทาง SCB และ VISA ก็ได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงเข้ามาจับมือกับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น 1 ในร้านอาหารสตรีทฟู๊ดส์ประเภทก๋วยเตี๋ยวระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ใคร ๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี

ซึ่งนอกจากด้านการรับเงินจากลูกค้าแล้ว ทาง SCB ยังได้สร้าง Solution ให้ทางร้านแฟรนไชน์สามารถดำเนินงานได้ในรูปแบบ Cashless Society แบบครบวงจรเริ่มจากสายส่งที่ไปส่งของ ก็จะมีแอปฯ สำหรับให้ร้านค้าสแกน QR Code ขึ้นมาเพื่อสแกนและรับเงินเข้าสู่ระบบทันที ทำให้เจ้าของกิจการรู้ว่า แฟรนไชน์นี้ได้เงินเท่าไหร่ได้ทันทีโดยไม่ต้องมารวบรวมอีกครั้งในภายหลัง รวมไปถึงมีความปลอดภัยในด้านการจัดการเงินอีกด้วย

ประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด ได้เล่าประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวว่า ได้เริ่มต้นกิจการขึ้นตั้งแต่ปี 2535 – 2537 จึงเริ่มตั้งชื่อชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และก็ได้มีสาขาขึ้นมา และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันขยายธุรกิจไปแล้วกว่า 4,300 สาขาและกระจายจนไปถึงต่างประเทศ ซึ่งเขาได้ขยายแบรนด์ออกมามากมายนอกเหนือจากการทำชายสี่บะหมี่เกี๊ยว เรียกได้ว่าเป็น 1 ในแบรนด์คนไทยที่เติบโตขึ้นมาสู่ธุรกิจระดับประเทศอย่างแท้จริง

และด้านความร่วมมือในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็นผลมาจากความผูกพันกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว รวมไปถึงเขาก็ได้มองเห็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตที่เคยเกิดขึ้น และการเข้ามาของ Total Business Solution ที่ SCB ได้ร่วมมือกับ VISA นี้มีข้อดีอยู่มากมายตั้งแต่เงินที่เข้าบริษัทจะไม่ถูกยักยอกอย่างแน่นอน รวมไปถึงเรื่องการขอกู้จะสามารถทำได้ง่ายเพราะเห็นกระแสเงินสดอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือฝั่งพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอนให้กับลูกค้าอีกต่อไป

อีกก้าวหนึ่งของ VISA กับ QR Payment

คุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย

ทางด้านคุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย ก็มองเห็นภาพว่า สังคมไร้เงินสดเริ่มเติบโตเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ยังไม่มากพอ เพราะยังมีอีกอย่างที่ต้องจ่ายด้วยเงินสดอยู่ดี โดยการจับมือครั้งนี้ตั้งใจนำเอาเทคโนโลยีดี ๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ จึงได้มีการนำเอาเทคโนโลยี QR Payment ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดขึ้นมา พร้อมจับมือกับ SCB

ปัจจุบันคนกว่า 74% ของไทยรู้แล้วว่าสามารถนำเอา QR Code มาใช้ชำระเงินได้แล้ว ทาง VISA จึงได้พัฒนาในการใช้งาน QR Code ในการชำระเงินผ่านบัตร VISA ได้แล้ว โดยมีบัตรต่าง ๆ มากมายรวมไปถึง Mobile Banking ที่สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code รูปแบบนี้ แล้วที่สำคัญคือได้มีโปรโมชั่นต่าง ๆ เหมือนกับการใช้บัตรเครดิต และยังได้ลุ้นรับเบนซ์ C250 Coupe มูลค่ากว่า 3,620,000 บาท ถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต?

เพราะการทำในครั้งนี้ไม่เพียงแค่การสร้างการชำระเงินแบบไร้เงินสดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง Ecosystem เพื่อให้คนมีแรงจูงใจในการใช้ QR Code ซึ่งทาง SCB ก็ตั้งใจมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทางพ่อค้าแม่ค้าชายสี่บะหมี่เกี๊ยวด้วยคูปอง 500 บาทเมื่อมียอดใช้จ่ายถึง 5,000 บาท ถ้าสะสมยอดถึง 20,000 บาทรับร่มแม่มณีฟรี ๆ และสุดท้ายคือมีสินเชื่อสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะอีกด้วย

และฝั่งลูกค้า SCB มีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จ่ายเงินผ่าน QR Code ถ้าใช้จ่ายเงิน 50 บาทขึ้นไปครบ 3 ครั้ง จะได้รับเงินคืน 100 บาทอีกด้วย คุ้มมาก!! สามารถใช้ได้แล้ววันนี้กับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว 378 ร้านที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

เรียกได้ว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอีก 1 ก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยรู้จักโลกของ Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เดกซ์ ดึง ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ชวนรวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ใน “ULTRAMAN RUN & TRAIL”

Published

on

DEX เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] ผู้นำเอนเตอร์เทนเมนต์คอนเทนต์ลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่น รวมพลังกับ สวนนงนุช พัทยา และ ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ประเทศญี่ปุ่น เจ้าของลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน จัดงานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์กับเหล่า Character ขวัญใจตลอดกาลอย่าง
อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด และเหล่าสัตว์ประหลาด โดยงานจะจัดขึ้นใน วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562สวนนงนุช พัทยา สนับสนุนการจัดงานโดย สวนนงนุช พัทยา, สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย, อีซูซุ

“ไฮไลท์ของการจัดงานในครั้งนี้ จะสร้างรอยยิ้มและความสุขให้แก่ผู้ร่วมงานได้อย่างแน่นอน อาทิ การปรากฏตัวของเหล่าพี่น้อง Ultraman และ Monster ตัวจริงจากญี่ปุ่น ที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในช่วงปล่อยตัวและรอต้อนรับเหล่านักวิ่ง นอกจากนี้ คณะผู้จัดงานยังสร้างความท้าทายพิสูจน์ความแกร่งด้วยการวิ่งระยะ 3 km /6 km ผ่านสวนหินอวกาศและสวนมอนสเตอร์โลกล้านปี  สำหรับระยะทาง 12 km /16 km เหล่านักวิ่งจะได้ตะลุยกับเส้นทางเทรลขึ้นลงเนิน เพื่อรับผ้าคลุม Ultraman Finisher และแน่นอนที่สุดว่าเหล่ามอนสเตอร์ จะรอคอยทุกท่านตามเส้นทางวิ่ง!! เพื่อให้ได้รวมพลังปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์กันตลอดเส้นทางสำหรับเด็ก ๆ ทุกคน จะต้องเก็บตราประทับอุลตร้าแมนตามเส้นทางให้ครบทั้ง 5 Ultraman เพื่อรับเหรียญและของเล่น จากสมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย คนละ 1 ชิ้น เมื่อเข้าเส้นชัย (มาถึงก่อนได้เลือกของเล่นก่อนใคร) ทั้งนี้ กิจกรรมการวิ่งถือเป็นการออกกำลังกายที่ทุกคนในครอบครัวสามารถมีส่วนร่วมและช่วยให้ทุกคนมีสุขภาพดี เดกซ์ [ดรีม เอกซ์เพรส] จึงวางแผนจัดงานวิ่งที่สนุกแปลกใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอด 3 ปีต่อจากนี้”

ทั้งนี้ งานวิ่ง “ULTRAMAN RUN & TRAIL” รวมพลังวิ่งปล่อยแสงปราบเหล่ามอนสเตอร์ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562 ณ สวนนงนุช พัทยา โดยแบ่งระยะทางวิ่งเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย

  1. Ultra Kids Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 600 บาท)
  2. Ultra Race ระยะทาง 3 กม. / 6 กม. (ราคา 750 บาท)
  3. Ultra Challenge Race ระยะทาง 12 กม. / 16 กม. (ราคา 900 บาท)

ผู้สนใจสมัครวิ่งได้แล้ววันนี้!! ผ่านทางเว็บไซต์ shop.DEXclub.com/ultramanrun

  • Race Pack Collection ประกอบด้วย เสื้อวิ่งสุดเท่พร้อมแปลงร่างเป็น อุลตร้าแมน / อุลตร้าแมนทาโร่ / เจ้าแม่อุลตร้า / อุลตร้าแมนออร์บ / อุลตร้าแมนจี๊ด(เลือกได้ 1 ลาย)
  • BIB
  • เหรียญ (เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัย)
  • ผ้าคลุม Ultraman Finisher (เฉพาะผู้สมัครวิ่งระยะทาง 12 กม. และ 16 กม. เมื่อวิ่งเข้าเส้นชัยเท่านั้น)

Early Bird Promotion

  • Early Bird ครั้งที่ 1 > 10 มกราคม – 14 กุมภาพันธ์ 2562 รับเพิ่ม นาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บสุดเท่!!
  • Early Bird ครั้งที่ 2 > 15 กุมภาพันธ์ – 15 มีนาคม 2562 รับเพิ่มของเล่น Ultraman Truck

และสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เคยร่วมประสบการณ์วิ่ง Rider x Rangers Run (ที่เคยลงทะเบียนทาง Shop.DEXclub.com/Riderrangersrun) และ DEX member รับเพิ่มส่วนลด 10% พร้อมนาฬิกาข้อมืออุลตร้าแมนออร์บ เมื่อซื้อแพ็กวิ่งตั้งแต่วันนี้ – 8 กุมภาพันธ์  2562

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!