Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว CREA ผู้ช่วยในการวางกลยุทธ์แบรนด์ออนไลน์ในตลาด E-Commerce จากผู้ก่อตั้งลาซาด้า

CREA องค์กรอิสระผู้ดำเนินธุรกิจแบบ B2B เพื่อให้บริการแบบครบวงจร บุกโลกออนไลน์หรือดิจิทัลคอมเมิร์ซ ได้เปิดตัวธุรกิจอย่างเป็นทางการ เพื่อเจาะตลาดของธุรกิจออนไลน์ที่กำลังเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในทวีปเอเชีย ซึ่งเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจของผู้ก่อตั้ง ลาซาด้า อย่าง นายไอโมเน ริพา ดิ มีอานา และ นายอเล็กแซนดรอ บิสชินี ทำให้ CREA เป็นแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นผลักดันแบรนด์ผ่านดิจิทัล คอมเมิร์ซ ในการเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่บริโภคสื่อและข่าวสารบนโลกออนไลน์อย่างกลุ่ม มิลเลนเนียล และ เจเนอเรชั่น ซี ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการนำเสนอบริการแบบครบวงจร สำหรับลูกค้าในการดำเนินงานผ่านช่องทางต่างๆ บนโลกดิจิทัล เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไลน์ ลาซาด้า และ ช้อปปี้

จากด้านซ้าย: ไอโมเน ริพา ดิ มีอานา และ อเล็กแซนดรอ บิสชินี ผู้ก่อตั้ง CREA

แรงผลักดันที่อยู่เบื้องหลังการก่อตั้งบริษัท CREA สืบเนื่องมาจาก ความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ค้าขายในระบบดิจิทัลคอมเมิร์ซ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะเปลี่ยนจากการค้าขายแบบดั้งเดิม ไปสู่ระบบโซเชียลคอมเมิร์ซและอีคอมเมิร์ซ นอกจากนี้เศรษฐกิจอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยยังมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงถึง 43 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2568 ดังนั้น CREA จึงตั้งเป้าหมายที่จะเกาะกระแสของการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในโลกดิจิทัลนี้ โดยการให้บริการแบบเจาะลึกถึงแก่นและครบวงจร ผ่านความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของผู้ก่อตั้งทั้งสองท่าน ในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในวงการดิจิทัลคอมเมิร์ซที่มีการแข่งขันสูง

CREA ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนสถาบันการเงินระดับโลก ผู้มองเห็นถึงโอกาสแห่งการเจริญเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของตลาดดิจิทัลคอมเมิร์ซ ผ่านประวัติการลงทุนล่าสุดในภูมิภาค เช่น Angel Capital Management (ACM), Picus Capital และ Founders Fund Pathfinder ซึ่งฐานนักลงทุนดังกล่าวนี้เปิดโอกาสให้บริษัท CREA สามารถเข้าถึงแบรนด์ต่างๆ พันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และบุคลากรที่มีคุณภาพจากทั่วโลก เพื่อที่จะสร้างพอร์ตโฟลิโอให้กับแบรนด์และมอบคุณภาพการบริการในมาตรฐานระดับโลก

นายไอโมเน ริพา ดิ มีอานา หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท CREA และ อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ ลาซาด้า กรุ๊ป ที่สิงคโปร์ ได้เผยว่า บริการที่มีในตลาดปัจจุบัน มักมุ่งเน้นจุดสนใจไปที่การขนส่งและการใช้บริการภายนอก แทนที่จะเน้นไปทางอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่ที่ CREA เราเชื่อว่าความเชี่ยวชาญระดับลึกในทุกรายละเอียดทั้งประเภทสินค้าและบริการ เป็นปัจจัยสำคัญในการนำเสนอบริการที่ตรงจุดให้กับแบรนด์ เพื่อที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลคอมเมิร์ซ และความเชี่ยวชาญทางด้านประเภทดังกล่าวนี้ยังช่วยส่งเสริมทักษะเฉพาะและทักษะทางเทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่ามากอีกด้วย

ภายใน 12 เดือนข้างหน้า CREA จะให้ความสนใจไปที่อุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอางเป็นหลักในประเทศไทย เนื่องจากหมวดหมู่นี้มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเจริญเติบโตถึง 7.5% ต่อปี นอกจากนี้มากกว่า 1% ของ GDP ต่อหัวในประเทศไทยยังอยู่ในหมวดของอุตสาหกรรมความงามและเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นจำนวนสูงกว่าสองเท่าของเกาหลี ทำให้ประเทศไทยจัดเป็นตลาดที่น่าดึงดูดที่สุดสำหรับแบรนด์สินค้าที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ทั้งหมดนี้ ทำให้ CREA คาดหวังที่จะขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคภายในระยะเวลา 12-24 เดือนและพัฒนาพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ภายใต้การจัดการขององค์กรไปในเวลาเดียวกัน

ทางด้านนายอเล็กแซนดรอ บิสชินี หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ CREA และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ลาซาด้า ประเทศไทยและอินโดนีเซีย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของ CREA อยู่ที่ประสิทธิภาพที่มั่นคงและแข็งแกร่งในการนำเสนอบริการที่เจาะกลุ่มประเภทสินค้าและยึดความต้องการของผู้บริโภคเป็นหัวใจหลัก ทั้งยังเกาะกระแสตามเทรนด์ของโซเชียลมีเดียและดิจิทัลคอมเมิร์ซ เราเชื่อในการนำเสนอบริการให้กับแบรนด์เพื่อช่วยสานสัมพันธ์โดยตรงกับผู้บริโภค ผ่านเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง ซึ่งประกอบไปด้วยวิดีโอและการถ่ายทอดสด รวมถึงยกระดับการดำเนินงานร้านค้าโดยเพิ่มทราฟิกในการเข้าชมของผู้บริโภคให้มากที่สุดในแต่ละวัน นอกจากนี้เรายังเชื่อมั่นในการให้บริการแบรนด์ครอบคลุม ผ่านทุกช่องทางบนโลกดิจิทัลของแต่ละแบรนด์

CREA ดำเนินการผ่านหกบริการหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. กลยุทธ์แบรนด์ออนไลน์: CREA ช่วยวางตำแหน่งแบรนด์บนดิจิทัลคอมเมิร์ซ
  2. การดำเนินงานบนมาร์เกตเพลซ ของแต่ละแพลตฟอร์ม: CREA นำเสนอความรู้ในการดำเนินงานเชิงลึกและการทำงานของระบบต่างๆ เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ตรงกับเป้าหมายจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
  3. โซเชียลคอมเมิร์ซ: CREA นำเสนอโซลูชันที่สามารถต่อยอดได้ เพื่อการดำเนินการค้าขายโดยตรงกับผู้บริโภคบนโซเชียลมีเดีย ทั้งยังส่งเสริมการสื่อสารกันระหว่างแบรนด์และลูกค้า พร้อมเพิ่มผลตอบแทนการลงทุน
  4. บริการสร้างแบรนด์ และบริการเชิงสร้างสรรค์: CREA ช่วยสร้างและกำหนดเนื้อหาให้เข้ากับตลาดในแต่ละท้องที่สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล ร่วมกับการใช้ผู้นำความคิดหลัก หรือว่า KOL (Key Opinion Leaders) ของเอเชีย เพื่อที่จะดึงดูดและชักชวนกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  5. ข้อมูลเชิงลึกจากสถิติ: CREA นำเสนอข้อมูลและสถิติเพื่อช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าจากแบรนด์ และคู่แข่งที่เกี่ยวข้องภายในหมวดหมู่สินค้าและบริการ เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถปรับเปลี่ยนได้ตรงตามจุดประสงค์ของแต่ละตลาด
  6. การตลาดบนระบบดิจิทัล: CREA สามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนที่เหนือกว่าได้จากการบริการแบบครบวงจร และเทคโนโลยีล้ำสมัย

ในขณะที่โลกของดิจิทัลคอมเมิร์ซยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง CREA มุ่งมั่นที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคและแบรนด์ ผ่านนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อยกระดับประสบการณ์ช็อปปิ้งออนไลน์ ด้วยบริการค้าขายในโลกดิจิทัลที่เหนือกว่าจาก CREA

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!