จับได้แล้วมือแฮกเว็บศาลรัฐธรรมนูญ จากหลักฐาน IP Address

หลังจากกรณีที่เว็บของศาลรัฐธรรมนูญถูกแฮก และเปลี่ยนหน้าเว็บเป็นเพลงของ Dead Grips และเปลี่ยนชื่อเว็บเป็น Kangaroo Court จนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปิดเว็บและเข้าถึงไม่ได้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งต่อมาชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้กล่าวว่ารู้ตัวผู้กระทำผิดแล้ว

ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้แถลงว่าสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว คือนายวชิระ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ที่บ้านพักในอ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งต่อมานายวชิระได้สารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง

โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของหลายส่วนคือ 

  • กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  • สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช)
  • DSI
  • ฝ่ายเทคโนโลยีของศาลรัฐธรรมนูญ
  • บริษัทผู้ดูแลเว็บ

ซึ่งได้มีการติดตาม IP Address ที่ชี้ตัวผู้กระทำความผิด และได้มีวิเคราะห์เครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเจาะเพื่อหาวิธีการเจาะเข้ามา จนได้ตัวผู้ต้องสงสัยคือนายวชิระ และได้ยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของนายวชิระเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป (ภาพประวัติการท่องเว็บของนายวชิระ ที่เป็นหนึ่งในหลักฐานการกระทำความผิดก็ได้มาจากขั้นตอนนี้ ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนการกระทำความผิดได้)

ความผิดจากการแฮกครั้งนี้ เบื้องต้นคือผิดตามมาตรา 5, 7 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท และจะมีความผิดเพิ่มตามมาตรา 9 ถ้าพบว่ามีการทำให้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นเสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,00 บาท 

ประเทศไทยมีการเก็บบันทึกข้อมูลการเข้าถึงและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตชัดเจนตามข้อกำหนดของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่บังคับให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทยต้องเก็บข้อมูลที่สามารถตามตัวได้ว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคนนั้นๆ เป็นใคร ตำรวจจึงสามารถตามตัวผู้กระทำความผิดได้ไม่ยากครับ

อ้างอิง: มติชน

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส