Connect with us

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม Google ประเทศไทยได้เชิญสื่อมวลชนเพื่อเข้าพบและพูดคุยกับคุณ Ben King, Google Thailand Country Head ผู้บริหารกูเกิ้ลคนใหม่ที่เข้ามาดูแล Google ไทยหลังคุณอริยะ พนมยงค์ย้ายไป LINE ประเทศไทย ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่คุณ Ben King ได้มาพบกับสื่อหลังจากเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา

เป้าหมายหลัก 4 ประการของ Google ประเทศไทย

คุณเบน คิงเริ่มแสดงวิสัยทัศน์ของกูเกิ้ลประเทศไทยโดยมองว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องผลักดันคือ

1. ให้ประสบการณ์ออนไลน์ที่ดี

Google เป็นบริษัทออนไลน์ เพราะฉะนั้นเรื่องประสบการณ์การใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้เกิดผู้ใช้มากที่สุด ในปี 2015 มีคนเข้าถึงโลกออนไลน์ 3 ร้อยล้านคน ซึ่งคนกลุ่มนี้ก็มีลักษณะคล้ายกัน คือเป็นคนรุ่นใหม่ มีประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว มีอุปกรณ์พกพาที่ดีในการเข้าถึงข้อมูลอยู่แล้ว คนจึงต้องการเข้าถึงข้อมูลได้เร็ว ตอนนี้ Google จึงมี Search Lite ที่ใช้ข้อมูลน้อยลง 10 เท่า เข้าถึงเร็วขึ้น 33% พร้อมเจาะจงเข้าหาข้อมูลนั้นจากหน้าค้นหาเลย

Google_SearchLite

Youtube offline ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่กูเกิ้ลทำมาเพื่อขยายฐานผู้ใช้เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีในประเทศที่ยังมีปัญหาเรื่องความเร็วอินเทอร์เน็ตอยู่ โดยโหลดวิดีโอจาก Wifi มาเก็บไว้แล้วเรียกดูภายหลัง นอกจากนี้ยังร่วมกับผู้ให้บริการมือถือเพื่อสร้าง Video Data plans อีกด้วย ให้ดูวิดีโอเท่าไหร่ก็ได้ในแพ็กเกจ

2. สร้างสรรค์เนื้อหาท้องถิ่น

เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้ในไทย Google ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่จำเป็นในการสร้างเนื้อหาท้องถิ่น ตอนนี้ Google มีทีม content partner ในกรุงเทพ เพื่อช่วยพัฒนาเนื้อหาสำหรับไทย ซึ่งในไทยมีผู้สร้างเนื้อหาขึ้น Youtube เป็นล้านๆ รายแล้ว และ Google ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภาษาไทยได้ 45 ตัวแล้ว เช่น Voice search

3. ให้ภาคการศึกษาเข้าถึงดิจิทัล

สร้างสรรค์เนื้อหาได้ มีการเทรนในมหาวิทยาลัยเพื่อให้ใช้เครื่องมือของกูเกิ้ลได้ ซึ่งความท้าทายใหญ่คือทำยังไงให้นักเรียนสามารถสร้างสรรค์สื่อออนไลน์ได้ ที่จะช่วยให้สามารถรองรับงานในโลกอนาคตได้

4. ให้ธุรกิจเข้าถึงดิจิทัลได้

เรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ ภารกิจหลักของ Google ประเทศไทยเลยเพื่อให้ SME สามารถออนไลน์ได้ ธุรกิจกลุ่มนี้สร้าง GDP ให้ประเทศประมาณ 40% และคุณเบนบอกว่าธุรกิจที่ออนไลน์ได้จะสร้างโอกาสได้มากขึ้น 80%

devices

กูเกิ้ลจึงมีผลิตภัณฑ์อย่าง Google My Business (GMB) เพื่อให้ธุรกิจสามารถใส่ตำแหน่ง ใส่รายละเอียดให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเจอในระบบของกูเกิ้ล เช่น Google Maps ได้ อย่างร้าน Balloon art to go ที่ก่อนจะออนไลน์มีเพียง 2-3 ออเดอร์ต่อวันเท่านั้น แต่หลังจากใช้ GMB และ Adwords (จ่ายวันละ 450 บาท) ทำให้ออเดอร์เพิ่มขึ้น ในช่วงเทศกาลสามารถมีออเดอร์ได้สูงถึง 500 ออเดอร์ต่อวัน แถมได้รับงานจากต่างประเทศด้วย ซึ่งกูเกิ้ลมองว่าช่วงเวลาที่ผู้ใช้ต้องการ และค้นหามันจนได้ผลที่ปรารถนานี้คือ Micro Moment

Micro Moment ช่วงเวลาเล็กๆ ที่กูเกิ้ลสนใจ

Micro moment ช่วงเวลาตัดสินใจว่าจะซื้อ ช่วงเวลาที่ต้องการสิ่งนั้น ต้องการหาสถานที่ไหน (I want to do moment) ซึ่งตอนนี้

  • คนไทยเข้าถึงสมาร์ทโฟน 64%
  • ไทยถือว่าใช้มือถือมากกว่า PC 37% สูงกว่าทุกประเทศในโลก
  • คนซื้อของก็มาจากมือถือ 31% สูงกว่าอเมริกาที่ซื้อแค่ 10% และอังกฤษที่ 7%
  • 40% ของคนที่ใช้สมาร์ทโฟนดูวิดีโอเพื่อเรียนรู้อะไรใหม่ๆ
  • 69% ของผู้ใช้ Smartphone ศึกษาของออนไลน์ เพื่อซื้อ
  • ผู้ใช้ 29% ค้นหาธุรกิจจากโมบาย เพื่อใช้บริการ

Google จึงช่วยธุรกิจกับ Micro moment ด้วย 5 เรื่อง

  1. ระบุ Moment ที่ผู้ใช้กำลังต้องการ
  2. ทำให้ของที่ผู้ใช้ต้องการไปอยู่ตรงหน้าผู้ใช้
  3. วัดผลเพื่อศึกษาว่าช่องทางไหนได้ผลดีที่สุด
  4. ช่วยเนื้อหาที่ผู้ใช้ต้องการ
  5. สร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้

ถ้าธุรกิจสามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้ ก็จะสามารถเจาะเข้าถึงลูกค้าและสร้างรายได้ที่ดีได้ โดยตอนนี้กูเกิ้ลรุกกลุ่ม SME โดยมีเอเจนซี่เข้าถึงลูกค้า ให้ความรู้ และมีการเปรียบเทียบสิ่งที่ลงเม็ดเงินไปแล้วจะได้อะไร

BEN KING7

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น