นีล โมฮาน (Neal Mohan) ซีอีโอคนใหม่ YouTube ได้ออกมาสรุปแนวทาง และลำดับความสำคัญที่จะส่งผลต่อแพลตฟอร์ม YouTube ในปี 2023

หลังจากการก้าวลงจากตำแหน่งของอดีตซีอีโอ YouTube ที่ทำงานมาอย่างยาวนานถึง 9 ปี ของ ซูซาน วอยชิคกี้ (Susan Wojcicki) ผู้บริหารใหม่อย่างโมฮานก็กำลังได้รับความท้าทายอันยิ่งใหญ่ และเข้ามาอยู่ในจุดเริ่มต้นที่ไม่ดีนักจากกระแสตอบรับการเปลี่ยนแปลงของ YouTube ในช่วงที่ผ่านมา

ในวันนี้โมฮานก็ได้ออกมาพูดคุยเกี่ยวกับทิศทางต่อไปของ YouTube ที่เขานั้นได้หวังว่าจะเห็นการเติบโตต่อไป สิ่งที่กำลังจะมาในไม่ช้าคือ ฟีเจอร์เครื่องมือใหม่ ๆ และขับเคลื่อนไปด้วยพลังของ AI ที่จะมาช่วยเชิงสร้างสรรค์ของผู้สร้างทุก ๆ คน

ทางโมฮานก็ยังไม่บอกอะไรไม่ได้มากเกี่ยวกับเครื่องมือนี้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่ทางบริษัทก็กำลังมองหาเครื่องมือที่จะมาช่วยผู้สร้างสรรค์สร้างฉากพื้นหลังแบบกำหนดเองจากความสามารถของ AI

YouTube Shorts

ตัดมาที่เทรนด์ของวิดีโอสั้นที่กำลังมาแรงมาก ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโมฮานก็ได้ให้สัญญาว่าจะมีฟีเจอร์ใหม่ให้กับ YouTube Shorts ภายในปีนี้ โดย YouTube จะเปิดตัวฟีเจอร์ช่วยสร้างให้กับผู้ใช้งานที่สามารถบันทึกวิดีโอสั้นในรูปแบบใกล้เคียงกับวิดีโอ YouTube หรือวิดีโอสั้นที่มีอยู่แล้ว ซึ่งก็ไปคล้ายคลึงกับ TikTok Duets ที่เป็นรู้จักอย่างมากของ TikTok ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2018 จนทางคู่แข่งโดยตรงอย่าง Instagram ก็ได้เปิดเวอร์ชันของตัวเองอย่าง Reels ในปี 2021 ในชื่อว่า “Reels Remix”

YouTube TV NFL SUNDAY TICKET 2023

สำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ YouTube TV จะย้อนกลับสู่การรับชมทีวีแบบดั้งเดิมของ YouTube ในเดือนธันวาคมที่จะมาถึงคือ การจำหน่าย NFL Sunday Ticket โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ฤดูกาล NFL ของปี 2023 และโมฮานยังได้เปิดเผยอีกหนึ่งฟีเจอร์คือ ผู้ชมจะสามารถรับชมเกมได้หลายเกมพร้อมกัน

ในช่วงหลัง Alphabet บริษัทแม่ของ YouTube ได้รายงานว่า รายได้จากโฆษณาในส่วนของ YouTube ลดลงไป 8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับรายปีในช่วงไตรมาสวันหยุดที่ผ่านมา และยังถูกวิจารณ์เรื่องของการตรวจสอบ และปราบปรามคำสบถในช่วงสัปดาห์ที่ผ่าน โดยผู้สร้างก็ได้ตอบกลับเรื่องหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับคำหยาบคาย และเนื้อหาใหม่ที่คลุมเครือรุนแรงที่มากจนเกินไป

ดูแล้วเรื่องทั้งหมดที่โมฮานได้ประกาศออกมา และต้องกลับไปแก้ไขจัดการปัญหาต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ๆ พวกเราคนดู และผู้สร้างก็ต้องจับตามองดูว่าแพลตฟอร์ม YouTube นี้จะเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใดในอนาคต

ที่มา AndroidPolice, The Verge, YouTube Official Blog

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส