Connect with us

ข่าววงการไอที

งานเข้า Facebook ต่อเนื่อง! มีคนค้นพบว่าบันทึกข้อมูลการโทร ส่งข้อความบนมือถือ Android แบบละเอียดยิบ

เกิดเรื่องฉาวอีกแล้ว สำหรับ Facebook ด้านความเป็นส่วนตัว เมื่อชาวนิวซีแลนด์คนนึง ได้ตรวจสอบข้อมูลที่ดึงมาจากระบบเก็บข้อมูลของ Facebook (Archive) ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาไว้ดูได้ผ่านทางเมนูตามภาพ กลับพบว่า Facebook เก็บข้อมูลการโทรออก / รับสาย บน Android อย่างละเอียดมาก

ข้อมูลการโทรที่พบว่า Facebook เก็บไว้

โดยเขาได้รายงานเองผ่านทาง Twitter ของเขาและมีคนอื่นๆ เข้ามาแสดงความเห็นว่าโดนเหมือนกัน ทั้งนี้ทางโฆษกของ Facebook ได้กล่าวว่า “ส่วนสำคัญที่สุดของแอพพลิเคชันและบริการต่างๆ ที่ต้องทำการเชื่อมต่อกับเบอร์โทรศัพท์และเข้าถึงสมุดรายชื่อ/การโทรในมือถือ คือการทำให้คนที่คุณต้องการเชื่อมต่อติดต่อคุณได้ง่ายขึ้น และเป็นวิธีการที่แพร่หลายใน App Social Media, App แชทต่างๆ” (ซึ่งจริงๆ แล้ว Facebook ก็ขอเราแล้วตอนขอเข้าถึงการโทรเพื่อใช้ในการแนะนำเพื่อน ก็จริงตามที่โฆษกพูด แต่พอดูข้อมูลจริง โหน่ากลัวมาก!)

โฆษกชี้ให้เห็นว่าการอัปโหลดรายชื่อติดต่อเป็นตัวเลือกไม่จำเป็นต้องทำและทุกครั้งการติดตั้ง App จะขออนุญาตเข้าถึงที่อยู่ติดต่ออย่างชัดเจน และผู้ใช้สามารถลบข้อมูลที่อยู่ติดต่อจากโปรไฟล์ของตนโดยใช้เครื่องมือที่สามารถเข้าถึงได้ผ่านเว็บเบราเซอร์

Facebook ใช้ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการแนะนำเพื่อน บนแอปพลิเคชัน Messenger สำหรับแอนดรอยด์และ Facebook Lite ในเวอร์ชันล่าสุดมีการร้องขอให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบันทึกการโทรและบันทึก SMS บนอุปกรณ์ Android และ Facebook Lite ได้อย่างชัดเจน แม้ว่าผู้ใช้ไม่ได้ให้สิทธิ์ดังกล่าวกับ Messenger แต่อาจเป็นเพราะพวกเขาได้ใช้แอป Facebook บนอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นเวลาหลายปีมาแล้วเนื่องจาก Android ในรุ่นก่อน 4.1 จะเปิดโอกาสให้เข้าถึง SMS โดยตรงได้ด้วย แต่รุ่นใหม่กว่านั้นไม่สามารถเข้าถึง SMS ได้โดยตรงแล้ว

Twitter จากคุณ Dylan McKay ต้นเรื่อง

สุดท้ายทีมงานแบไต๋ขอแนะนำ

[แบไต๋ทิป] วิธีตั้งค่า Facebook และ Messenger บน Android ไม่ให้เข้าถึง SMS, การโทร, รายชื่อผู้ติดต่อ

อ้างอิง: Arstechnica

ภาพประกอบ: Pixabay

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

สหรัฐรายงานการตรวจสอบ Huawei ข้อหาขโมยความลับทางการค้า

Published

on

ปัญหาระหว่างสหรัฐและ Huawei ยืดเยื้อมาร่วมเดือนแล้ว และดูเหมือนว่าจะทวีความรุงแรงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด The Wall Street Journal รายงานว่า ทางการสหรัฐกำลังสอบสวนกรณี Huawei ขโมยความลับทางการค้าจากบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ในสหรัฐอเมริกาไป

WSJ เผยว่า Huawei ขโมยเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนซึ่งกำลังทดสอบอยู่ชื่อว่า Tappy จาก T-Mobile ผู้ให้บริการเครือข่ายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจมีการยื่นฟ้องเร็วๆ นี้ แต่ ณ ตอนนี้การสอบสวนยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการ

ด้าน Huawei เองได้ออกมาปฏิเสธว่าบริษัทไม่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลจีนในการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานส่งกลับไปยังรัฐบาลจีน และระบุว่าบริษัทเคลื่อนไหวเป็นอิสระจากรัฐบาล และทำตามกฏหมายอย่างเข้มงวดในประเทศที่ Huawei ให้บริการสินค้า

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มีเพียงข่าวที่รายงานกันออกมาเสียส่วนใหญ่ ยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานอย่างเป็นรูปธรรมออกมาอย่างชัดเจนหาก Huawei ทำผิดจริงรวมถึงการร่วมมือกับรัฐบาลจีนด้วย

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

Nike เปิดตัว Adapt BB : รองเท้าปรับกระชับผ่านแอปสมาร์ทโฟน

Nike เปิดตัวรองเท้าบาสเก็ตบอลปรับระดับความกระชับผ่านแอปในสมาร์ทโฟนได้

Published

on

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2019 ที่ผ่านมา Nike ได้เปิดตัว Adapt BB รองเท้าบาสเก็ตบอลที่สามารถปรับกระชับกับรูปทางของเท้าผ่านการเชื่อมต่อกับแอปบนสมาร์ทโฟนได้ โดยมี เจย์สัน เททัม นักบาสเก็ตบอลดาวรุ่งจากทีม บอสตัน เซลติกส์ เป็นพรีเซนเตอร์

Adapt BB มาพร้อมมอเตอร์และอุปกรณ์ที่ช่วยคำนวณความกระชับที่เหมาะสมต่อรูปทรงของเท้า และจะช่วยปรับโดยอัตโนมัติทันทีที่ผู้ใช้สวมใส่

นอกนจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปรับระดับความกระชับได้ด้วยตนเองผ่านแอป Nike Adapt หรือกดปุ่มที่ด้านข้างรองเท้าได้

ทาง Nike เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า FitAdapt

Nike Adapt BB ได้ร้บการทดสอบร่วมกับนักบาสเก็ตบอลชั้นนำหลายคน หนึ่งในนั้นคือ เจย์สัน เททัม นักบาสเก็ตบอลดาวรุ่งจากทีม บอสตัน เซลติกส์ ที่ World Headquarters ของ Nike ที่รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตัวรองเท้าช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ในการคลายความกระชับในช่วงพักระหว่างเกม และกลับมากระชับก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มอีกครั้ง ได้อย่างสะดวกสบาย

ในอนาคต แอปจะได้รับการอัพเดตให้ผู้สวมใส่ Nike Adapt BB สามารถเลือกตั้งค่าความกระชับได้หลากหลายมา และยังสามารถเปลี่ยนสีของปุ่มที่อยู่ด้านข้างรองเท้าได้อีกด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

5 ปัญหาของ iPad Pro 2018 นอกจากงอง่ายแล้วมีอะไรอีกบ้าง!

Published

on

iPad Pro นับเป็น iPad ที่ดูจะดีที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา ย้อนกลับไปใช้ดีไซน์คล้าย iPhone 5 เครื่องแรงงระดับเดสก์ท็อป เทคโนโลยีหน้าจอที่ทันสมัย รองรับ Face ID พร้อมกับ Apple Pencil อัปเกรด ชาร์จแบบแม่เหล็ก แต่ก็ใช่ว่าทุกอุปกรณ์จะเพอร์เฟ็กเสมอไป ตัว iPad Pro 2018 เองก็มีปัญหากวนใจอยู่พอสมควรครับ

1. ต่อความจุฮาร์ดดิสก์นอกไม่ได้

iPad Pro 2018 ไม่รองรับการต่อกับฮาร์ดดิสก์อื่นๆ อย่างเช่น External Harddisk หรือ Flash drive เพื่ออ่านข้อมูลอื่นๆ ภายในอุปกรณ์ได้ แต่จะเห็นไฟล์ที่เป็นรูปภาพเท่านั้น ด้วยการที่ Apple โปรโมทว่า iPad Pro ก็คือพอมพิวเตอร์นั้นก็ออกจะขัดๆ หน่อยที่แม้แต่ฮาร์ดดิสก์ยังอ่านไม่ได้

2. ไม่รองรับเมาส์

iPad Pro 2018 ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับเมาส์ใดๆ ก็ตามไม่ว่าจะเป็น wireless หรือเป็นแบบ Bluetooth ถึงแม้ว่า iPad Pro จะสามารถต่อออกจอนอกได้ และใช้หน้าจะเป็นเหมือน Trackpad ก็ยังต้องมีบางจังหวะที่ต้องกลับมาโฟกัสที่ตัว iPad Pro ระหว่างการใช้งาน

หาก iPad Pro สามารถเชื่อมต่อเมาส์ได้ก็จะดูเป็นคอมพิวเตอร์มากขึ้น เพราะสามารถย้ายไฟล์หรือจัดการไฟล์ต่างๆ ได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น

3. ไม่มีช่องเสียบหูฟังแล้ว

นับว่าเป็น iPad เครื่องแรกของ Apple ที่ถอดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม ออก ยังไม่มั่นใจว่าด้วยเหตุผลอะไร (น่าจะต้องการเรื่องความบาง) แต่แม้แต่ MacBook จนไปถึง MacBook Pro ที่ใช้งานระดับโปรก็ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม อยู่เลยครับ

หากคุณเป็นสายดนตรีที่ต้องใช้งานเสียงบ่อยๆ หากไม่ใช้อุปกรณ์ไร้สายอย่างหูฟังไร้สายก็ต้องซื้อฮับ USB-C มาต่อเพิ่มเพิ่อใช้หูฟัง 3.5 มม เอาล่ะครับ

4. แรงขึ้น เปลืองแบตมากขึ้น

iPad Pro 2018 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Apple A12X ที่แรงขึ้นกว่า iPad Pro 2017 ถึง 2 เท่าเมื่อทดสอบแบบ Multi core แต่การที่ใช้ชิปประมวลผลแรงขึ้นย่อมกินแบตเตอรี่มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

จริงๆ ในแง่การใช้งานทั่วๆ ไปเราสามารถแยกได้ออกระหว่าง iPad Pro 2018 และ iPad Pro 2017 แต่หากคุณเป็นคนที่ต้องการใช้งานหนักอย่างเช่น แต่งรูป เรนเดอร์ไฟล์วิดีโอ iPad Pro 2018 ถือว่าแรงดีมาก ใช้เวลาน้อยลงครึ่งๆ เมื่อเทียบกับ iPad Pro 2017

5. ความจุและราคาที่สูงขึ้น

iPad Pro 2018 เปิดตัวที่ความจุ 64GB ซึ่งหากใครที่เก็บข้อมูลในเครื่องระยะยาว (ใช้ทำงาน) ตัวเลือก 64GB อาจจะน้อยเกินไปมากแล้ว และหากกระโดดไปอีกความจุหนึ่งคือ 256GB ก็ต้องเพิ่มราคาขึ้นไปอีก $150 หรือ $350 สำหรับรุ่นความจุ 512GB และหากเป็นรุ่น Cellular หรือใส่ซิมก็ต้องเพิ่มเยอะกว่านี้อีก

แต่ปัญหานี้จะหมดไปหากผู้ซื้อไม่มีปัญหาเรื่องเงินแม้แต่น้อย

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!