Connect with us

ข่าววงการไอที

วิเคราะห์เจาะลึก การ์ดจอตัวใหม่จาก NVIDIA ซีรี่ส์ RTX แรงกว่าเดิมถึง 25 เท่าจริงหรือ ??

Published

on

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยครับ สำหรับซีรี่ส์การ์ดจอใหม่จากค่ายเขียว NVIDIA RTX พร้อมกันทั้ง 3 รุ่นไล่ไปตั้งแต่ 2080Ti, 2080, 2070 พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆมากมายพร้อมด้วยราคาเปิดตัวที่โครตแพง RTX 2080Ti เริ่มต้นที่ 45,000 บาท และ RTX 2080 เริ่มต้นที่ 32,000 บาท ข้อมูลจาก JIB

แน่นอนว่าด้วยราคาที่แพงขึ้นอย่างมาก ย่อมมาพร้อมกับความสามารถที่เพิ่มขึ้น เจ้า GTX 1080Ti ที่เคยเป็นการ์ดจอที่ทรงพลังที่สุด ก็ต้องถูกโค่นด้วยการมาของ RTX 2080Ti ในงานเปิดตัว Nvidia ได้พูดถึงเทคโนโลยีใหม่ ที่จะเข้ามาพลิกโฉมกราฟิคเกมไปตลอดการอย่าง Ray Tracing ด้วยความสามารถของ RTX นั้นจะทรงพลังมากกว่าซีรี่ส์เก่าอย่าง GTX ถึง 25 เท่า !!

แน่นอนว่าหลายๆคน รวมถึงผมก็ตกใจว่าอะไรมันจะแรงเวอร์ถึงขนาดนั้น และก็ยังงงๆว่าไอ่ Ray Tracing มันคืออะไรฟระ ผมจึงไปค้นข้อมูลมา และนำมาอธิบายให้ท่านผู้อ่านฟังให้เข้าใจง่ายๆ มากที่สุดในวันนี้ครับ

ซึ่งจากข้อมูลที่ศึกษามา ก็ชี้ชัดเลยครับว่า เจ้า RTX นั้นไม่ได้แรงกว่า GTX 25 เท่าครับ นั้นหมายถึงไม่ว่าจะเป็นส่วนของ CUDA Core เอง หรือ Clock Speed, Memory ทั้งหมดห่างกับซีรี่ส์เก่าไม่มากเท่าไรเลย (ถ้าเทียบกับราคาที่สูงขึ้นมาก) แต่ไอ่ที่ว่าแรงกว่า 25 เท่า นั้นคือในส่วนของ Ray Tracing นั้นเองครับ เนื่องจากว่า ซีรี่ส์ RTX นั้นจะใช้สถาปัตยกรรมแบบใหม่ ที่จะมีความสามารถในการ Real Time Process Ray Tracing มากกว่าสถาปัตย์ Pascal (GTX 1000) 25 เท่า

หรือจะเข้าใจกันง่ายๆว่า ไอ่เจ้า RTX 2000 มันถูกออกแบบมาให้รองรับเทคโนโลยีการแสดงผลกราฟฟิคแบบใหม่ Ray Tracing นั้นล่ะครับ จะแตกต่างกับเจ้า GTX 1000 ที่ไม่ได้ถูกออกแบบให้รองรับแต่แรก

แล้ว Ray Tracing มันคืออะไร ?

Ray Tracing เทคโนโลยีการแสดงผลใหม่ ที่จะถูกใส่เพิ่มเข้าไปในเกมนั้นๆ เช่นเดียวกับพวก Nvidia Hair Work, AMD TressFX, FXAA, TXAA หรืออะไรก็ว่ากันไป โดยเจ้า Ray Tracing จะทำให้กราฟิกภายในเกมสวยขึ้นผ่านแสงสะท้อน และเงาภายในเกม เพิ่มความสมจริงไปอีกขึ้น และต้องยอมรับว่ามันสวยมากจริงๆ

และก็นั้นล่ะครับ Ray Tracing ที่ RTX จะสามารถทำงานได้ดีกว่า GTX ถึง 25 เท่า ก็คือแสงเงาสะท้อนต่างๆภายในเกมนั้นเอง ตัวการ์ดเองมันไม่ได้แรงกว่า GTX ซีรี่ส์ 1000 ถึง 25 เท่าเลย ตรงนี้เรามาดูถึงสเปคของ RTX ซีรี่ส์ 2000 ทั้ง 3 รุ่นกันก่อนครับ

ตรงนี้ผมจะเอาเจ้าตัว RTX 2080Ti มาเปรียบเทียบกับ GTX 1080Ti เป็นหลัก โดยข้อมูลจะอ้างอิงจากเว็บไซด์ของ NVIDIA โดยตรง

จากตรงนี้หากเรานำการ์ดรุ่นสูงสุดของทั้งสองซีรี่ส์มาวัดสเปคกันจะเห็นว่า RTX 2080Ti มีความสามารถมากกว่า GTX 1080Ti ประมาณ 27% แต่ในขณะเดียวกัน หากเรานำ RTX 2080 และ 2070 มาเปรียบเทียบกับ GTX 1080Ti ผลจะชี้ชัดเลยว่าเจ้า GTX 1080Ti มีความสามารถสูงกว่า หากเรานำเอาเพียงแค่ตัวเลขมาวัด แต่เจ้า RTX ก็มาพร้อมกับ Memory แบบ GDDR6 เช่นกันอยู่ดี

นั้นจึงทิ้งคำถามเอาไว้ว่า แล้วทำไม GTX 1080Ti ถึงจะใช้ Ray Tracing ไม่ได้ ?

คำตอบของคำถามนี้ทั้งหมดอยู่ที่ NVIDIA เองครับ เนื่องจากว่า RTX เป็นการ์ดจอที่มีสถาปัตย์ใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ Ray Tracing และ GTX เองก็ไม่ใช่ว่าจะ Run Ray Tracing ไม่ได้ แต่เพียงแค่ RTX มันทำงานได้ดีว่า 25 เท่าแค่นั้นเอง แต่ถ้าหากเราลองนำเอา Performance ของเกมอื่นๆ ที่ไม่ได้เปิด Ray Tracing มาเปรียบเทียบกัน ผลที่ออกมา อาจจะไม่ต่างกันมากเท่าไรก็เป็นได้

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่มีใครรู้จนกว่าการ์ดจอจะวางจำหน่าย และก็ยังไม่มีผลเทสออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าหากเรายังจำกันได้ ไม่ว่าจะเป็น Nvidia Hairwork ก็ดี หรือ AMD TressFX ก็ดี ทั้งหมดเปรียบเสมือนเป็น Luxury Item ของการ์ดจอค่ายนั้นๆ ที่ค่อนข้างส่งผลมากต่อ Performance เจ้า Ray Tracing เองก็อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น ก็เป็นได้ ….

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

Razer เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ้ค Blade 15 มาพร้อมพัดลมที่ใหญ่กว่าเดิม และราคาที่ถูกลง สนนราคาเริ่มต้นที่ 52,000 บาท

Published

on

Razer Blade 15

เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับเกมมิ่งโน้ตบุ้คดีไซน์เพรียวบางอย่าง Razer Blade 15 ซึ่งคราวนี้เป็นรุ่นปลายปี 2018 โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรุ่นก่อนๆ อย่าง Razer Blade Pro มากพอสมควร ทั้ง HDD เก็บข้อมูลตัวที่ 2, AC Adapter ที่เล็กกว่าพกพาง่าย รวมไปถึงพัดลมระบายความร้อนที่ใหญ่กว่าเดิม และราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่ารุ่นก่อนๆ อีกด้วย

Razer Blade 15

สิ่งที่ต่างไปจากรุ่นแรก นั่นคือ HDD ที่แถมมาให้อีกลูกเพิ่มเติมจาก SSD นอกจากนี้ ยังได้การเชื่อมต่อความเร็วสูงแบบ Gigabit แม้ว่าตัวเครื่องจะหนากว่ารุ่นเก่า แต่สิ่งที่ได้กลับมาแทนคือน้ำหนักที่บางเบา เพียงแค่ 2.3 กิโลกรัมเท่านั้น

Razer Blade 15

ในส่วนของสเปค ใช้ซีพียูจาก Intel Core i7-8750H, การ์ดจอ GeForce GTX 1060 Max-Q, RAM 16 GB DDR4 และระบบระบายความร้อนแบบ Heat Pipe (ส่วนรุ่นที่ใช้ SSD อย่างเดียวจะเป็น GeForce GTX 1070 Max-Q และระบายความร้อนด้วย Vapor Chamber แทน)

Razer Blade 15

สำหรับ Blade 15 รุ่นปลายปี 2018 สนนราคาเริ่มต้นที่ประมาณ $1,599 (ประมาณ 52,000 บาท) และวางจำหน่ายแล้วในวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมานั่นเองครับ

 

ที่มา : NotebookCheck

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

Samsung เปิดตัว Galaxy Book 2 : จัดเต็มขุมพลัง Snapdragon 850 และเชื่อมต่อ LTE ระดับกิกะบิต

Samsung Galaxy Book 2 สเปคดี ดีไซน์เยี่ยม ชิปล่าสุด และ Windows 10

Published

on

Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Book 2 อย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับการดีไซน์เรียบหรูพร้อมประสิทธิภาพการทำงานระดับสูง และอาจเป็นคู่แข่งสำคัญของ Surface Pro ของ Microsoft ได้ แต่เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ต Qualcomm แทน

Samsung Galaxy Book 2 ได้ใช้ขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 850 โดยมาพร้อมหน้าจอทัชสกรีน Super AMOLED สุดคมชัด ขนาด 12 นิ้ว ความละเอียดถึง 2160 x 1440 พิกเซล พร้อมด้วยแรม 4 GB ความจุ 128 GB, ได้รับการติดตั้งชิปเโมเด็ม X20 และรองรับการเชื่อมต่อ LTE ความเร็วระดับ “กิกะบิต” เลยทีเดียว

นอกจากนี้ได้รับการติดตั้งกล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และลำโพง AKG คู่ ระบบเสียง Dolby Atmos โดยได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 ใน S Mode และมาพร้อม ปากกา S Pen และคีย์บอร์ด

หน้าจอ AMOLED 12.0 นิ้ว ความละเ้อียด FHD+ (2160 x 1440 พิกเซล)
ชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 850 (4 คอร์ 2.96 GHZ + 4 คอร์ 1.7 GHz)
การเชื่อมต่อ LTE โมเด็ม Snapdragon X20 LTE Cat.18 5CA, 4X4 MIMO
หน่วยความจำ/ความจุ 4 GB / 128 GB
กล้อง หลัง 8 ล้านพิกเซล / หน้า 5 ล้านพิกเซล
พอร์ต USB Type-C จำนวน 2 พอร์ต, microSD Card, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
เซ็นเซอร์ Accelerometer, Gyro Sensor, Geomagnetic Sensor, Light Sensor และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
การเชื่อมต่อไร้สาย 802.11 a/b/g/n/ac 2.4+5GHz, VHT80 MIMO
ขนาด / น้ำหนัก 11.32 x 7.89 x 0.30 นิ้ว / 1.75 ปอนด์
แบตเตอรี ใช้ได้สูงสุด 20 ชั่วโมง (S Mode)
ระบบปฏิบัติการ Windows 10
อุปกรณ์เสริม ปากกา S Pen, คีย์บอร์ด
รองรับวิดีโอ MP4, M4V, 3GP, WMV, ASF, AVI, MKV
รองรับเสียง MP3, M4A, AAC, WAV, WMA, FLAC

Samsung Galaxy Book 2 จะเริ่มวางจำหน่ายออนไลน์วันที่ 2 พฤศจิกายน 2018 ผ่านทาง AT&T (ในสหรัฐอเมริกา), Microsoft Store และ Samsung.com โดยมีราคาอยู่ที่ 999.99 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 32,600 บาท)

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการไอที

Apple อาจเปิดตัว iPad Pro และ Mac รุ่นใหม่ 30 ต.ค. นี้ บัตรเชิญมาแล้ว!

Apple เริ่มส่งบัตรเชิญร่วมงานอีเวนท์ในวันที่ 30 ต.ค. นี้

Published

on

Apple เตรียมจัดอีเวนท์ในวันที่ 30 ตุลาคม 2018 นี้ ณ Brooklyn Academy of Music ที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทาง Apple ได้ปล่อยภาพทีเซอร์เชิญร่วมงาน ดังที่ปรากฏด้านล่างนี้

 

หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iPhone XS, XS Max, XR และ Apple Watch Series 4 ไปแล้วนั้น ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Apple อาจเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีด้วยกัน 2 รุ่น, รองรับ Face ID, ไม่มีปุ่มโฮม แตัวตัวเครื่องบางเฉียบ

ภาพเรนเดอร์ iPad Pro รุ่นใหม่ปี 2018

นอกจากนี้ Apple ยังอาจเปิดตัว MacBook Air รุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีราคาไม่สูงมากนัก, Mac Mini รุ่นใหม่ และหูฟัง AirPods รุ่นใหม่ ภายในงานอีเวนท์ดังกล่าวนี้ด้วย

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!