youtube

YouTube ลดคุณภาพสตรีมวิดีโอในยุโรปตาม Netflix รับมือการกักตัวที่บ้านหลบ COVID-19

หลังจาก COVID-19 แพร่ระบาดในยุโรปจนได้มีมาตรการกักบริเวณเพื่อลดการแพร่ระบาด ดังนั้นผู้คนต้องปรับตัวทำงานอยู่ที่บ้านและเด็ก ๆ ต้องเรียนผ่านทางไกลบนออนไลน์โดยใช้ Skype หรือ Zoom ที่ต้องใช้แบนด์วิดท์อย่างมหาศาลจนไม่เพียงพอ

วันพุธที่ 18 มีนาคม Reed Hastings ประธานของ Netflix เปิดเผยว่าได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ Thierry Breton กรรมาธิการการตลาดและการบริการภายในของสหภาพยุโรปที่หารือกันเกี่ยวกับวิธีทำให้อินเทอร์เน็ตทำงานได้อย่างราบรื่น ในระหว่างที่ไวรัสโคโรนากำลังระบาดทำให้กิจกรรมประจำวันย้ายมาอยู่บนออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม Netflix ได้นำมาตรการลดบิตเรตหรือคุณภาพของวิดีโอลงมา 25% ใช้ในทวีปยุโรปนาน 30 วัน ซึ่ง Thierry Breton ได้กล่าวยกย่อง Netflix ว่าทำตามคำขอได้รวดเร็วมาก ซึ่งใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่โทรศัพท์หารือกัน นอกจาก Netflix แล้ว Thierry Breton ยังได้พูดคุยกับ Sundar Pichai ซีอีโอของ Alphabet และ Susan Wojcicki ซีอีโอของ YouTube ด้วย

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม YouTube ได้ลดคุณภาพการสตรีมในยุโรปเพื่อลดแบนด์วิดท์บนอินเทอร์เน็ตที่หนาแน่นตาม Netflix มาติด ๆ โดยแถลงการณ์ว่า “เรามุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนการรับส่งข้อมูลในสหภาพยุโรปทั้งหมดด้วยความคมชัดในระดับมาตรฐานเป็นการชั่วคราว” ในเวลานานถึง 30 วันและจะลดคุณภาพวิดีโอที่อังกฤษด้วย ซึ่งขอย้ำว่าความคมชัดในระดับมาตรฐานนั้นก็คือความคมชัดที่น้อยกว่าระดับ HIGH DEF

มากกว่านั้น Alphabet ยังเปิดฮับใน 16 ประเทศที่อุทิศตนเพื่อตรวจสอบข่าวสารเรื่องราวข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เพราะในช่วงของโรคระบาดที่ผู้คนต่างตกอยู่ในความกลัว ได้มีข่าวปลอมและวิดีโอหลอกลวงออกมาอย่างมากมาย ซึ่งยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีอย่าง YouTube, Facebook, Microsoft และ Twitter ต่างพยายามกำจัดเนื้อหาและข้อมูลผิด ๆ เหล่านี้

เช่นเดียวกันที่ฝรั่งเศสได้ขอให้ Disney ชะลอการเปิดตัว Disney+ เพื่อลดโหลดในโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นไปได้ว่าเด็ก ๆ ที่อยู่กับบ้านอาจจะมีความสุขบนหน้าจอทั้งวัน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม BT ในอังกฤษกล่าวว่าผู้คนที่ทำงานจากที่บ้านในระหว่างที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ซึ่งมีปริมาณการรับส่งข้อมูลในกลางวันเพิ่มขึ้นถึง 60% แต่เพียงแค่ประมาณครั้งหนึ่งของค่าเฉลี่ยสูงสุดในช่วงเย็น ซึ่งใกล้ 17.5 Tb/s ที่ระบบเครือข่ายยังสามารถรับมือได้

ที่มา : engadget

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แสดงความคิดเห็น