ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
windows 10

Microsoft ปล่อยอัปเดต Windows 10 แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยถึง 111 จุดพร้อม 13 ช่องโหว่ที่มีความร้ายแรง

Table of Content

วันนี้ Microsoft ได้ปล่อยอัปเดตแพตช์อัปเดตความปลอดภัยสำหรับ Windows 10 ประจำเดือนพฤษภาคมที่แก้ปัญหาด้านความปลอดภัยมากถึง 111 จุดของระบบเลยทีเดียว

แพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนพฤาภาคม 2020, Microsoft ได้แก้ปัญหาช่องโหว่ทั้งหมด 111 จุด ประกอบด้วย

  • ช่องโหว่ที่มีความร้ายแรง 13 จุด
  • ช่องโหว่ที่มีความสำคัญ 91 จุด
  • ช่องโหว่ระดับปานกลาง 3 จุด
  • ช่องโหว่ระดับต่ำ 4 จุด

สำหรับเดือนนี้ไม่มีช่องโหว่ Zero-day ที่ถูกพบใน Windows 10 เลยสักช่องโหว่เดียว โดยผู้ใช้งานควรอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยทันทีเมื่อ Microsoft ปล่อยอัปเดตมาถึงทุกคน (อาจไม่ได้อัปเดตพร้อมกันทีเดียว) เพื่ออุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้น

ช่องโหว่ที่สำคัญของ Microsoft Edge ทั้งหมดสามรายการถูกแก้ไขโดย Microsoft ในอัปเดตความปลอดภัยเดือนพฤาภาคม ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวอาจทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลได้โดยหลอกให้ผู้ใช้เข้าชมเว็บไซต์ที่ออกแบบมาใช้โจมตีโดยเฉพาะ ประกอบไปด้วย

ช่องโหว่ที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างอยู่ใน Color Management Module (ICM32.dll) ที่อนุญาตให้แฮกเกอร์สามารถเรียกใช้รหัสระยะไกลโดยการหลอกให้ผู้ใช้เข้าสู่เว็บไซต์สำหรับโจมตีได้

รายการอัปเดตความปลอดภัยจากบริษัทอื่น ๆ

สำหรับรายการอัปเดตเต็ม ๆ สามารถดูได้จากแหล่งที่มาครับ

อ้างอิง Bleepingcomputer

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

วิจัยชี้คนกรุ๊ปเลือด A อาจเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองมากกว่ากรุ๊ปอื่น

21/07/2026
Read More

เวลานอนหายไปแค่วันละ 80 นาที ก็ทำให้อ้วนขึ้นได้

21/07/2026
Read More

แดนซ์สนั่น ! “True AF 2026” ระเบิดความมันด้วยโจทย์เพลง “EDM PARTY” ก่อนส่ง “V12 แจ็คกี้” ลากกระเป๋ากลับบ้าน

21/07/2026
Read More

Multitasking ได้ เพราะสมองดีกว่าจริงไหม ?

21/07/2026
Read More

เจาะลึก “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์” พร้อมเทคโนโลยี “True SkyBridge” พลิกโฉมโลจิสติกส์สาธารณสุขไทย ประเดิมบินโดรนส่งเลือด-เวชภัณฑ์ อ. ปัว จ. น่าน

17/07/2026
Read More

เทียบชัด ! ‘ของสด’ vs ‘แช่แข็ง’ แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่า ?

17/07/2026
Read More

Related Content