ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read
huawei zte

กสทช. สหรัฐฯ มุ่งวางกฎการเปลี่ยนอุปกรณ์สื่อสารของ Huawei และ ZTE ออกจากเครือข่าย

Table of Content

คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) หรือ กสทช. ของสหรัฐฯ ได้ลงคะแนนเสียง 5 – 0 ในการพิจารณาจัดทำรายการอุปกรณ์ที่ห้ามใช้ในเครือข่ายเพราะเป็นภัยต่อความมั่นคง เพื่อเดินหน้าสู่การวางกฎบังคับให้บริษัทโทรคมนาคมในสหรัฐฯ เปลี่ยนอุปกรณ์ของ Huawei และ ZTE ออกจากเครือข่าย

ที่ทราบกันดีคือ อุปกรณ์ของจีนมีราคาถูกและมีประสิทธิภาพจึงเป็นที่นิยมใช้ในตลาดโทรคมนาคม ดังนั้นการสั่งถอดเปลี่ยนอุปกรณ์จะทำให้บริษัทมีต้นทุนเพิ่มขึ้นทั้งค่าอุปกรณ์และค่าแรงของพนักงาน

ดังนั้น FCC ยังได้จัดตั้งโครงการคืนเงินให้กับผู้ให้บริการขนาดเล็ก (มีลูกค้า 2 ล้านคนหรือน้อยกว่า)  ที่ทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติออกไปจากเครือข่ายแล้วแทนที่ด้วยอุปกรณ์การสื่อสารที่ปลอดภัย โดยจะขอให้สภาผ่านงบอย่างน้อย 1,600 ล้านดอลลาร์เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ให้บริการที่รับผลกระทบตามกฎหมายการสื่อสารที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ 2019 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ปีที่แล้วร่างกฎหมายนี้ได้ห้ามมิให้ใช้เงินของรัฐบาลกลางอุดหนุนแก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ใช้อุปกรณ์การสื่อสารหรือบริการที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติในเครือข่ายการสื่อสารของสหรัฐฯ

สหรัฐฯ มีกองทุนบริการสากล (Universal service fund : USF) เพื่อให้เงินอุดหนุนบริษัทโทรคมนาคมใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ในเครือข่ายและปี 2019 ได้ขยายการให้บริการไปสู่โรงเรียน พื้นที่ในชนบทและผู้ใช้ปลายทางในต่างประเทศ

สรุปง่าย ๆ ว่าบริษัทใดที่เข้าร่วมโครงการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงตามบัญชีรายชื่อที่ FCC กำหนดไว้ คือ Huawei และ ZTE ก็จะได้เงินชดเชยจากองทุนบริการสากลนั่นเอง

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา FCC ได้ปฏิเสธคำร้องขอจาก Huawei เพื่อให้พิจารณาการกำหนดบริษัทอยู่ในรายการเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ FCC ยังได้ลงมติเริ่มกระบวนการเพื่อพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตของ China Telecom ในการให้บริการโทรคมนาคมในประเทศและระหว่างประเทศภายในสหรัฐอเมริกาหรือไม่ เนื่องจากกังวลว่าเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ

หลังจากนี้เดือนมกราคม สหรัฐฯ จะบริหารโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งจะต้องติดตามดูกันต่อไปว่านโยบายความมั่นคงทางไซเบอร์จะเข้มข้นและดุเดือดเหมือนประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์หรือไม่

ที่มา : engadget

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

คุณลุงวัย 94 ! ใช้ ‘AirPods Pro 2’ เป็นเครื่องช่วยฟัง สะดวกกว่าเครื่องหลักหมื่น

01/09/2026
Read More

ส่องเงื่อนไข AiPASS เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจลงทะเบียนใช้งานฟรี

01/09/2026
Read More

จอห์น เทอร์นัส เริ่มงาน CEO แอปเปิลวันแรก ! รับไม้ต่อจากทิม คุก

01/09/2026
Read More

แกร็บ เตรียมขยาย “Grab Quick Cash” ทั่วประเทศ ไตรมาส 3 นี้ หลังผล 4 เดือนแรก คนเมืองตอบรับดี ชูพฤติกรรมกู้เท่าที่จำเป็น

01/09/2026
Read More

ดีเดย์ 1 พ.ย. ยิงแอดโซเชียลต้องสแกนหน้ายืนยันตัวตน 

01/09/2026
Read More

โควิด-19 ระลอกใหม่ ? ไทยติดเชื้อสะสมเกือบแสนราย ส.ค. เดือนเดียวพุ่ง 5.7 หมื่น กรมควบคุมโรคชี้โรคประจำถิ่น ไม่น่าตกใจ

01/09/2026
Read More

Related Content