Apple ภูมิใจนำเสนอสิทธิบัตรตัวใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับการแชร์ไฟล์ระหว่าง Apple Watch ด้วยกันง่ายๆ แต่เพียง “จับมือ” เท่านั้นครับ
6a0120a5580826970c01bb08498f28970d-800wixxx
เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ที่งาน WWDC ของ Apple นั้น Craig Federighi ได้ขึ้นไปเปิดตัวเทคโนโลยีในการแชร์ไฟล์อย่าง “AirDrop” ซึ่งสามารถใช้แชร์ไฟล์แบบไร้สายและใช้งานได้กับอุปกรณ์ Apple device เกือบทุกตัว

ซึ่ง Federighi เองก็แอบมีเหน็บๆ Samsung บ้างว่า เทคโนโลยี NFC นั้น จำเป็นต้องนำสมาร์ทโฟน 2 เครื่องมาแตะกัน ถึงจะทำการส่งข้อมูล หรือรูปภาพให้กันได้ (แต่ AirDrop นั้นไม่จำเป็นต้องยกโทรศัพท์ไปแตะกัน)

และล่าสุด Apple เองก็ได้เปิดตัว smartwatch ตัวแรกของค่ายอย่าง Apple Watch ซึ่งอย่างที่รู้ๆกันว่า หน้าจอของมันก็มีขนาดเล็ก (กว่าพวกสมาร์ทโฟน) ครั้นจะให้ใส่พวก interface ต่างๆเพื่อให้ใช้งานกับ iPhone คงจะเป็นเรื่องยาก . . . ด้วยเหตุนี้นี่เอง ทาง Apple จึงคิดวิธีการแชร์ไฟล์ระหว่าง Apple Watch ด้วยกันด้วย gesture สุดเก๋ ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องสัมผัสหน้าจอเพื่อทำการกดส่งเลยด้วยซ้ำ

6a0120a5580826970c01bb08498f3b970dxxx
ซึ่งวิธีการสุดกิ๊บเก๋ที่ว่านั้น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีในการส่งไฟล์ ไม่ว่าจะเป็น NFC , Bluetooth หรือว่าจะเป็น Wi-Fi ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาทำงานร่วมกับตัวเซนเซอร์ที่สามารถจับวิธี gesture ของผู้ใช้งาน Apple Watch ได้

(จากรูป) วิธี gesture ก็ยุ่ง และไม่วุ่นวายเลย โดยที่ผู้ใช้งาน Apple Watch สามารถทำการส่งไฟล์หากันโดย

  • จับมือ
  • แปะมือ (Hi Five!)
  • หรือ เอากำปั้นมาชนกัน

เพียงแค่นี้ ก็สามารถจะส่งไฟล์ระหว่าง Apple Watch ด้วยกันได้แล้ว

6a0120a5580826970c01bb08498f54970d-800wixxx
เจ้าสิทธิบัตรตัวดังกล่าวนั้นทำอะไรได้มากกว่าแค่การจับมือแล้วแชร์ไฟล์ระหว่าง Apple Watch ด้วยกัน เช่น มันสามารถจะเลือกประเภทของไฟล์จากท่าทางของการ gesture ได้

นอกจากนี้ มันยังไม่ต้องเอาตัว Apple Watch มาสัมผัส หรือแตะกันแบบเทคโนโลยี NFC เลย ซึ่งสิทธิบัตรตัวนี้ จะมีระยะการแชร์ไฟล์ที่ไม่ต้องชิดกันขนาดนั้น (ระยะการแชร์ไฟล์สามารถจะห่างออกมาหน่อยได้) ยกตัวอย่างเช่น คน 2 คนโค้งคำนับ หรือ โน้มตัวเพื่อแสดงความเคารพ หรือ ทำความรู้จักรู้จักกัน มันก็สามารถใช้แลกเปลี่ยนนามบัตรกันได้แล้ว หรือ การชนกำปั้นระหว่างเพื่อนกันในกลุ่ม ก็สามารถสามารถใช้ในการส่งข้อมูลระหว่างกลุ่มเพื่อนด้วยกันได้ เช่น รูปถ่าย หรือข้อมูล Social Media เป็นต้น

สำหรับรายละเอียดของสิทธิบัตรนี้ สามารถเข้าไปดูได้เต็มๆจาก ที่นี่ เลยครับ 🙂
ที่มา : patentlyapple
รูปจาก : geek