ทุกวันนี้การโพสต์ข้อความสั้น ๆ เพื่อบอกความคิด ความรู้สึก หรืออัปเดตเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ กลายเป็นเรื่องปกติของของผู้คนในยุคปัจจุบัน แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน แนวคิดนี้ยังถือเป็นเรื่องใหม่ และได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มที่คนทั่วโลกรู้จักในชื่อ Twitter
วันที่ 15 กรกฎาคม 2006 ถือเป็นวันสำคัญของ Twitter เพราะเป็นวันที่แพลตฟอร์มเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถสมัครใช้งานได้อย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านั้นเปิดให้ทดลองใช้งานเฉพาะภายในบริษัทและกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนจำกัด
จุดเริ่มต้น Twitter จากบริษัทพอดแคสต์ที่กำลังเผชิญวิกฤต
Twitter ได้ถือกำเนิดขึ้นภายใต้บริษัท Odeo ซึ่งก่อตั้งโดย อีวาน วิลเลียมส์ (Evan Williams) ในช่วงที่บริษัทกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มด้านพอดแคสต์ อย่างไรก็ตาม หลังจาก Apple เปิดตัว iTunes Podcasts ในปี 2005 ธุรกิจของ Odeo ได้รับผลกระทบอย่างมาก ทีมงานจึงเริ่มระดมความคิดเพื่อสร้างบริการใหม่ที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากกว่าเดิม
หนึ่งในไอเดียที่ได้รับความสนใจมาจาก แจ็ก ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ซึ่งเสนอแนวคิดของบริการที่ให้ผู้คนสามารถส่งข้อความสั้น ๆ เพื่อบอกว่า “ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่” ให้เพื่อนหรือผู้ติดตามได้รับรู้แบบเรียลไทม์ โดยได้รับการร่วมพัฒนาจาก อีวาน วิลเลียมส์, บิซ สโตน (Biz Stone) และ โนอาห์ กลาส (Noah Glass) ก่อนจะกลายเป็นบริการที่ใช้ชื่อว่า twttr ในช่วงแรก
ทวีตแรกของโลก
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2006 แจ็ก ดอร์ซีย์ ได้โพสต์ข้อความแรกบนแพลตฟอร์มว่า
“just setting up my twttr” ข้อความดังกล่าวได้รับการยกย่องว่าเป็น “ทวีตแรกของโลก” และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ Twitter
ในช่วงแรก Twitter จำกัดความยาวของข้อความไว้เพียง 140 ตัวอักษร เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากข้อจำกัดของการส่งข้อความผ่านระบบ SMS ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารยอดนิยมในยุคนั้น
ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม 2006 Twitter ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปสมัครใช้งานอย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้แพลตฟอร์มเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ก่อนจะเติบโตอย่างรวดเร็วหลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกจากงานประชุมและเทศกาลดนตรี SXSW 2007
แม้ในวันเปิดตัวจะยังไม่มีใครคาดคิดว่า Twitter จะเติบโตจนมีผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้านบัญชีทั่วโลก และกลายเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่แนวคิดของการสื่อสารแบบสั้น กระชับ และรวดเร็ว ก็ได้เปลี่ยนรูปแบบการติดตามข่าวสารของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง
ต่อมา Twitter ได้เพิ่มฟีเจอร์สำคัญอย่าง Hashtag, Retweet และ Trending Topics จนกลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักสำหรับการติดตามเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ ก่อนที่จะรีแบรนด์เป็น X ในปี 2023
ภายใต้การบริหารของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ชื่อ “Twitter” อาจจะกลายเป็นอดีต แต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2006 ยังคงเป็นวันที่โลกโซเชียลมีเดียได้รู้จักแพลตฟอร์มที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการสื่อสารของผู้คนทั่วโลกอย่างแท้จริง
แม้ปัจจุบันแพลตฟอร์มจะใช้ชื่อ X แต่สำหรับผู้ใช้งานจำนวนมาก “Twitter” ยังคงเป็นชื่อที่คุ้นเคย และยังถูกเรียกติดปากในชีวิตประจำวัน สะท้อนให้เห็นว่าอิทธิพลของแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้อยู่แค่ชื่อหรือโลโก้ หากแต่อยู่ที่บทบาทในการเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารของผู้คนทั่วโลกตลอด 20 ปีที่ผ่านมา













