Ethereum 2.0 จะรวมร่างกับเวอร์ชันแรก ให้เหลือแค่ชื่อ Ethereum เท่านั้น

ดูเหมือนว่าการใช้ Proof of Stakes แทน Proof of Work จะ 'เวิร์ค' แฮะ

หลังจากที่ผู้สร้าง Ethereum คริปโทเคอร์เรนซีชื่อดัง ประกาศเปลี่ยนวิธีการรับคริปโทเคอร์เรนซี จากที่เป็นการขุดผ่าน Proof of Wrok ไปเป็นการสุ่มเลือกตามจำนวนคริปโทเคอร์เรนซีที่มี ด้วย Proof of Stakes แทน ก็ได้ประกาศสร้าง Ethereum 2.0 แทน ล่าสุด ในบล็อกของ Ethereum ได้ประกาศรวมร่างระหว่าง Ethereum 1.0 และ Ethereum 2.0 และจะกลายไปเป็น Ethereum เฉย ๆ แล้ว !

โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ นอกจากจะเป็นการรวมร่างแล้ว ยังประกาศให้เลิกใช้คำว่า Ethereum 1.0 และ Ethereum 2.0 ทั้งคู่แล้ว โดยเปลี่ยนไปใช้ ‘Execution Layer’ หรือ ชั้นปฏิบัติการ และ ‘Consensus Layer’ หรือ ชั้นฉันทามติ แทน

ซึ่งหลังจากที่ทาง Ethereum ได้เปิดตัว Beacon Chain (ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่ใช้งานระบบ Proof of Stakes ในการตรวจสอบธุรกรรม) เพื่อใช้เป็นตัวตรวจสอบธุรกรรมหลัก และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่จะอัปเกรดในอนาคต พวกเขาก็มั่นใจเลยว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าระบบนี้จะสมบูรณ์ได้ เพราะต้องรื้อระบบการตรวจสอบธุรกรรมแบบเดิม ๆ ที่ใช้ Proof of Work ใหม่หมด เพราะต้องพัฒนาให้ทันกับการเติบโตของตัวเหรียญ

ซึ่งพอเหรียญเติบโตมามากแล้ว การที่เหรียญยังเป็น Proof of Work อยู่ จะยิ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมมาก (ตามที่ได้อธิบายเอาไว้แล้วในบทความเกี่ยวกับ Proof of Stakes) และการพัฒนา Beacon Chain เสร็จก่อนที่กำหนดเอาไว้มาก เลยทำให้มีการเสนอเพื่อ ‘ควบรวมเหรียญก่อนเวลา’ ขึ้นมา ข้อเสนอนี้จะเปิดตัว EVM chain ที่มีอยู่เป็น ‘Shard 0’ ของระบบ Ethereum 2.0 สิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะเร่งการย้ายไปสู่การตรวจสอบธุรกรรมด้วย Proof of Stakes แต่ยังทำให้การเปลี่ยนแปลงสำหรับแอปพลิเคชันราบรื่นขึ้นมาก เนื่องจากการย้ายไปใช้ Proof of Stakes นั้นอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีการโยกย้ายใดๆ ในฝั่งของแอปพลิเคชันเลย

ไม่นานหลังจากข้อเสนอนี้ได้ถูกเสนอออกมา แดนนี ไรอัน นักวิจัยของมูลนิธิ Ethereum ได้สำรวจว่าทาง Ethereum จะรวมทั้งสองอย่างนี้ให้สำเร็จได้อย่างไรโดยใช้ประโยชน์จากไคลเอนต์ Eth1 ที่มีอยู่ในโพสต์เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับลูกค้า Eth1+Eth2 ของเขา สิ่งนี้จะลดงานการพัฒนาที่จำเป็นอย่างมากในการปล่อยระบบหลังการรวมและใช้ประโยชน์จากไคลเอนต์ที่มีอยู่ ซึ่งผ่านการทดสอบอย่างหนักหน่วงบน Mainnet มาหลายปีแล้ว ในเวลาเดียวกัน การวิจัยเกี่ยวกับโรลอัป (Rollups Research) เป็นวิธีที่ได้ผลและปลอดภัยในการขยายขนาด Ethereum และเพิ่มจำนวนบล็อก ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีแนวโน้มไปในทางที่ดี แทนที่จะรอโซลูชันการปรับสเกลที่ซับซ้อนและไม่แน่นอนในอีกหลายปี เราอาจเปลี่ยนโฟกัสไปที่การปรับขนาดผ่านการโรลอัปแทนการดำเนินการด้วย Shard ปกติ

แล้วการเปลี่ยนแปลง รวบรวมครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับตัวเหรียญ Ethereum หรือโรดแมปของเหรียญไหม ?

ทาง Ethereum ให้คำตอบไว้ว่า ไม่เลย เพราะสุดท้ายแล้ว ถึงแม้จะมีการรวมอะไรต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แต่ที่จริงแล้วในแง่ของการใช้งาน ก็เป็นแค่การเปลี่ยนชื่อ หรือการเปลี่ยนคำศัพท์ที่มีไว้ใช้เรียกศัพท์เฉพาะต่าง ๆ เท่านั้นเอง รวมถึงโรดแมปของการอัปเกรดตัวเหรียญ Ethereum ทั้งในแง่ของการเป็นสกุลเงิน แอปพลิเคชัน หรือการทำสัญญาต่าง ๆ ก็จะยังคงเหมือนเดิมอยู่ ลองดูภาพประกอบด้านล่างประกอบได้เลย

แผนการอัปเกรดของ Ethereum และการเปลี่ยนระบบตรวจสอบจาก Proof of Work ไปเป็น Proof of Stakes ภายในปีนี้

โดยทางเว็บไซต์ ethereum.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์หลักของผู้พัฒนาเหรียญ Ethereum จะเลิกใช้ศัพท์คำว่า eth1 และ eth 2 อย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา และเปลี่ยนไปใช้ โดยเปลี่ยนไปใช้ ‘Execution Layer’ หรือ ชั้นปฏิบัติการ และ ‘Consensus Layer’ หรือ ชั้นฉันทามติ แทน โดยคาดหวังจะให้ผู้ใช้คนอื่น ๆ ใช้คำศัพท์ใหม่นี้แทนในอนาคตต่อไป ซึ่งจะทำให้มีความชัดเจน ความเข้าใจ และต่อเนื่องมากขึ้นในการอธิบาย และใช้เหรียญ Ethereum เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนมากขึ้นไปได้ในอนาคต

มีมของทาง Ethereum เพื่ออธิบายสรุปการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้โดยย่อ

อ้างอิง

Ethereum

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save