Connect with us

ข่าววงการมือถือ

เจาะลึกข้อมูล Huawei P20 และ P20 Pro ระบบกล้องพร้อม AI ถือถ่าย 8 วินาทีภาพไม่สั่น!

Huawei เปิดตัว P20 และ P20 Pro สมาร์ทโฟนเรือธง (รุ่นรองจาก Mate) อย่างเป็นทางการ ที่ความสามารถด้านกล้องจัดเต็มจนคนซื้อต้องถามแบรนด์อื่นว่า ตัวท็อปราคาแสนแพง ถ่ายรูปได้อย่าง Huawei P20 รึเปล่า

ดีไซน์ของ Huawei P20 และ P20 Pro

Huawei P20 Pro สี Twilight

ถ้าเราไม่เคยเห็นภาพหลุดมาก่อน อาจจะร้องว้าวกับดีไซน์ใหม่ของ Huawei P20 ได้บ้างเพราะฉีกจาก P10 เดิมไปมาก แต่พอดีว่าภาพหลุดออกมานั้นตรงก้บดีไซน์จริงของ P20 เลย เราเลยไม่ว้าวเท่าไหร่

จุดเด่นสุดของดีไซน์ Huawei P20 และ P20 Pro คือสีสันของเครื่องแบบ Gradient หรือการไล่เฉดสีที่ฝาหลังโดยทำสีอยู่ด้านหลังกระจกอีกทีหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ของโลกที่ทำสีแบบนี้ได้ โดยสีที่ขายในไทยจะมีดังนี้

  • Huawei P20 มีสีเด่นคือ Pink Gold ที่ไล่เฉดสีชมพู แล้วก็สีปกติที่ไม่ได้ไล่เฉดคือสีน้ำเงิน Midnight Blue และสีดำ
  • Huawei P20 Pro สีเด่นคือ Twilight ที่ไล่เฉดจากม่วงไปเขียว (สวยมว้าก) และสีปกติคือ Midnight Blue และสีดำเช่นกัน

นอกจากนี้ Huawei P20 ยังเก็บปุ่มโฮมด้านหน้าไว้เหมือน P10 แต่ขยายความยาวหน้าจอเป็น 18.7:9 ทำให้จอด้านบนขึ้นไปชิดขอบ เลยทำให้ต้องทำจอแหว่งเพื่อเหลือพื้นที่ให้กล้องหน้าและช่องหูฟัง แต่ผู้ใช้ก็สามารถปิดรอยแหว่งนี้โดยเข้า Setting แล้วสั่งถมสีดำลงไปข้างรอยแหว่ง เท่านี้ก็ดูไม่มีรอยแหว่งให้เห็นรำคาญใจแล้ว (แก้กันง่ายๆ แบบนี้ ทำให้แบรนด์อื่นคิดไม่ได้ แม่ะ 555)

ส่วนขนาดหน้าจอนั้นมีความแตกต่างกันระหว่าง Huawei P20 กับ P20 Pro ครับ

  • Huawei P20 ใช้หน้าจอ LED-RGBW ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2244 x 1080 pixel
  • Huawei P20 Pro ใช้หน้าจอ OLED ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 2244 x 1080 pixel

Huawei P20 มาพร้อมกล้องบ้าพลัง คิดด้วย AI

กล้องหลังของ Huawei P20 Pro

Huawei P20 และ P20 Pro นั้นมีกล้องที่แตกต่างกันดังนี้

  • Huawei P20 มาพร้อมกล้อง 2 ตัวแบบสีและขาว-ดำ ความละเอียด 20 และ 12 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์ Leica Summilux
    • โดยเลนส์สีจะมีรูรับแสงที่ f/1.8 และเลนส์ขาวดำจะมีรูรับแสงที่ f/1.6
    • พร้อมขยายเซนเซอร์ให้ใหญ่ขึ้น มีขนาดพิกเซลที่ 1.55 μm (Micrometre) ซึ่งใหญ่กว่ากล้องสมาร์ทโฟนทั่วไป ทำให้รับแสงดีขึ้น
  • Huawei P20 Pro มาพร้อมกล้อง 3 ตัว คือ
    • เลนส์สีให้ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/1.8 มีขนาดพิกเซลที่ 2 μm (ใหญ่กว่า P20)
    • เลนส์ขาวดำให้ความละเอียด 20 ล้าน f/1.6
    • เลนส์ตัวใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือเลนส์ Telephoto ซูม 3 เท่า ให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4
    • สรุป P20 Pro ครอบคลุมความยาวโฟกัส 27 – 80 mm และสามารถซูมดิจิทัลแบบไม่แตกได้ที่ 5 เท่า (โดยนำรายละเอียดของภาพ 40 ล้านพิกเซลมาคำนวณร่วมกับภาพที่ได้จากเลนส์ซูม 3 เท่า)
  • สเปกอื่นๆ ของกล้องคือดัน ISO ได้สูงสุด 51,200 และสามารถถ่ายวิดีโอ Slow Motion ได้ 960 fps ที่ความละเอียด 720p
  • ทั้งคู่มีกล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นครั้งแรกของหัวเว่ยที่ใส่กล้องหน้าละเอียดขนาดนี้

กล้องหลังของ Huawei P20

ระบบป้องกันการสั่นไหว AIS!

นอกจากสเปกกล้องสุดโหดโดยเฉพาะใน P20 Pro แล้ว ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังนำ AI เข้ามาช่วยในการถ่ายภาพอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะระบบป้องกันภาพสั่นไหว AI Image Stabilization หรือเรียกย่อๆ ว่า AIS (ไม่เกี่ยวกับผู้ให้บริการมือถือในไทยแต่อย่างใด) ที่เป็นนำระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วยซอฟต์แวร์ (EIS) มาพัฒนาให้เก่งขึ้นโดยใช้ AI ช่วยประมวลผลว่าจะชดเชยการสั่นไหวของภาพอย่างไร ทำให้การถ่ายวิดีโอ หรือการถ่ายแบบซูมภาพเยอะๆ ทำได้นุ่มนวล ไม่สั่นมากเหมือนแต่ก่อน

แต่ตัวอย่างสุดโหดที่น่าจะใช้งานจริงได้บ่อยๆ คือ Huawei P20 ทั้ง 2 รุ่นสามารถถ่ายภาพในโหมด Night Shot เปิดหน้ากล้องนาน 6 วินาทีโดยไม่ต้องใช้ขาตั้ง! แถมได้ภาพออกมาคมชัดไม่สั่น (ยกเว้นวัตถุในภาพที่เคลื่อนไหวนะ ถ้าจะถ่ายคนโหมดนี้ ก็ต้องอยู่นิ่งๆ กัน 6 วินาที) เก็บแสงได้ครบทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง ซึ่งมันอเมซิ่งมาก

เทียบกันเห็นๆ ว่าซูมแล้วไม่แตกเมื่อเทียบกับมือถืออื่นๆ

แล้ว Huawei P20 ยังมีความสามารถ Studio Light ที่สามารถเลือกตำแหน่งที่แสงเข้าสู่ใบหน้าได้อย่างอิสระ เหมือนกำลังจัดแสงในสตูดิโออยู่เลย

นอกจากนี้ AI ยังเข้ามาช่วย Huawei P20 ด้านการถ่ายภาพอีกหลายอย่างดังนี้

  • ตรวจสอบว่าภาพที่ถ่ายนั้นคืออะไร เช่นถ่ายบุคคล ถ่ายเด็ก ถ่ายแมว ถ่ายวิว และปรับค่าการถ่ายให้เหมาะสมกับการถ่ายวัตถุนั้น ซึ่งสามารถแยกได้ทั้งหมด 19 รูปแบบ (เทียบกับ Mate 10 ที่แยกได้ 13 รูปแบบ)
  • AI 4D Prefocus เจ้าปัญญาประดิษฐ์จะคาดการณ์ล่วงหน้าว่าวัตถุจะเคลื่อนไหวอย่างไร เพื่อเดาว่าควรโฟกัสไปรับอย่างไร ทำให้ถ่ายวัตถุเคลื่อนที่หรือถ่ายวิดีโอได้ดีขึ้น
  • AI สามารถช่วยแนะนำการจัดองค์ประกอบภาพให้สวยงามได้

แต่เราไม่ชอบหน้าตาแอปกล้องตัวใหม่ของ Huawei เลย ต้องปัดๆ เหมือน iPhone ของเก่ามันใช้ง่ายกว่านี้นะ

ตัวอย่างภาพจาก Huawei P20

ตัวอย่างภาพจาก Huawei P20 Pro

ซึ่งเดี๋ยวถ้าแบไต๋เราได้จับทดสอบ Huawei P20 Pro ตัวจริง จะเอาภาพมาฝากกันอีกครั้งว่าเจ๋งจริงอย่างที่ว่าไหม แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ Huawei P20 กวาดคะแนน DxO ไปสูงลิบ ได้คะแนนภาพนิ่งที่ 107 คะแนน และวิดีโอที่ 94 คะแนน ได้คะแนนรวมที่ 102 สูงกว่า Huawei Mate 10 Pro ไปเยอะเลย

ISO บ้าพลังที่ 51,200 และปรับได้สูงสุดที่ 102,400 หลังอัปเดทเฟิร์มแวร์

สเปกของ Huawei P20 และ P20 Pro ใกล้เคียงกับ Mate 10

ปิดท้ายกันด้วยเรื่องของสเปกดังนี้ครับ

  • CPU: HiSilicon Kirin 970 8 แกน (2.36 GHz + 1.84 Ghz) พร้อมหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ NPU (ชิปตัวเดียวกับ Mate 10)
  • RAM: Huawei P20 ได้แรม 4 GB ส่วน P20 Pro ได้แรม 6 GB
  • หน่วยความจำ: 128 GB ไม่มีช่อง MicroSD
  • หน้าจอ:
    • Huawei P20 5.8″ RGBW 2244 x 1080 px 18.7:9
    • Huawei P20 Pro 6.1″ OLED 2244 x 1080 18.7:9
  • กล้อง:
    • Huawei P20 กล้องหลังคู่ความละเอียด 20 + 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Leica Summilux f/1.8 (กล้องสี) และ f/1.6 (กล้องขาวดำ)
    • Huawei P20 Pro กล้องหลัง 3 ตัว : 40 + 20 + 8 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายภาพสี, ขาวดำ และซูม 5x ตามลำดับ
  • แบตเตอรี่: Huawei P20 มีแบต 3400 mAh ส่วน P20 Pro มีแบต 4000 mAh (เท่า Mate 10 Pro)
  • ไม่มีช่องหูฟัง
  • ป้องกันน้ำ IP67 สำหรับรุ่น Pro และ IP53 สำหรับรุ่นธรรมดา
  • Android 8.1 ครอบทับด้วย EMUI 8.1
  • ระบบเสียงสำโพงสเตอริโอ รองรับ Dolby Atmos รองรับมาตรฐาน Codec Bluetooth ตัวใหม่เรียกว่า HWA

ราคาเปิดตัวของ Huawei P20 ในฝรั่งเศส

  • Huawei P20 ราคา 649 Euro หรือประมาณ 25,000 บาท (RAM 4 GB Rom 128 GB)
  • Huawei P20 Pro ราคา 899 Euro ประมาณ 35,000 บาท (RAM 6 GB Rom 128 GB)

ส่วนราคาไทยรออีกนิด แต่น่าจะถูกกว่าที่ประกาศในต่างประเทศครับ อย่าง Mate 10 Pro เปิดตัวที่ราคา 799 ยูโร (31,000 บาท) แต่ขายจริงในไทย 27,900 บาท แต่จากราคาที่ประกาศก็น่าจะเดาได้ว่า Huawei P20 Pro จะแพงกว่า Mate 10 Pro เสียอีก!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น