Connect with us

ข่าววงการมือถือ

Google แก้เกม EU : เตรียมเรียกเก็บค่าใช้แอป Google สูงสุดถึง 40 เหรียญ ต่อสมาร์ทโฟนในยุโรป 1 เครื่อง

ลองจินตนาการถึงสมาร์ทโฟน Android ที่ใช้ Google Play Store ไม่ได้สิ… จะวิกฤติขนาดไหน

Published

on

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Google ได้ประกาศจะปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ Android ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area : EEA) หลังจากที่ถูกคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) สั่งปรับมูลค่าสูงถึง 4.34 พันล้านยูโร หรือราว 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.63 แสนล้านบาท)

ทางคณะกรรมาธิการยุโรปได้มองว่ามองว่าการที่ Google ให้สมาร์ทโฟนระบบ Android ติดตั้ง Google Search เป็นเครื่องมือค้นหาและ Google Chrome เว็บเบราว์เซอร์พื้นฐานของระบบนั้น เป็นการผูกขาดทางการค้า

นั่นทำให้ Google ออกมาอธิบายว่า จะเริ่มเรียกเก็บค่าบริการสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบ Android ในการใช้ชุดแอปพื้นฐานของ Google รวมถึง Google Play Store ด้วย เพื่อชดเชยรายได้ของ Google ที่ต้องเสียไป (Google มีรายได้จากการใช้บริการผ่านแอปพื้นฐานเหล่านี้) แต่ยังมิได้เปิดเผยอัตราค่าบริการแต่อย่างใด

ล่าสุด The Verge ได้รายงานข้อมูลจากเอกสารที่หลุดออกมาว่า Google จะเรียกเก็บค่าบริการตามหลักเกณฑ์ 3 ประการ ดังต่อไปนี้

  1. ประเทศที่ขายอุปกรณ์นั้น ๆ
  2. อุปกรณ์นั้น ๆ เป็นสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต
  3. ความหนาแน่นของพิกเซลบนหน้าจออุปกรณ์นั้น ๆ

ต้องจ่ายเท่าไร ?

Google จะเรียกเก็บค่าใช้แอปพื้นฐานของ Google สำหรับอุปกรณ์ระบบ Android ที่ขายในสหราชอาณาจักร, สวีเดน, เยอรมนี, นอร์เวย์ และเนเธอร์แลนด์ ดังนี้

  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจอที่ 500 ppi หรือมากกว่านั้น : 40 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,300 บาท) ต่อเครื่อง
  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจออย่างน้อย 400 ppi แต่ถึง 500 ppi : 20 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 650 บาท) ต่อเครื่อง
  • ความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจอน้อยกว่า 400 ppi : 10 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 325 บาท) ต่อเครื่อง

ยกตัวอย่างเช่น Samsung Galaxy Note 9 ซึ่งมีความหนาแน่นของพิกเซลหน้าจออยู่ที่ 516 ppi จะถือว่าเป็นอุปกรณ์ระดับพรีเมียม ซึ่งจะถูกเรียกเก็บค่าบริการ 40 เหรียญสหรัฐฯ ส่วน Nokia 7.1 ที่มีควมหนาแน่นของพิกเซลหน้าจออยู่ที่ 432 ppi จะถือว่าเป็นอุปกรณ์ระดับกลาง ซึ่งจะถูกเรียกเก็บค่าบริการ 20 เหรียญสหรัฐฯ

ส่วนแท็บเล็ตนั้นใช้เกณฑ์ที่ต่างออกไป โดยเรียกเก็บค่าบริการสูงสุดที่ 20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเครื่อง

ค่าบริการสำหรับแอปอะไรบ้าง ?

ค่าบริการดังกล่าว เป็นการเข้าใช้บริการ Google Mobile Service (GMS) ซึ่งประกอบไปด้วยชุดแอปพื้นฐานของ Google ที่ปรากฏให้เห็นในสมาร์ทโฟนระบบ Android ส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Google Maps, Google Drive, Google Photos และรวมถึง Google Play Store ด้วย แต่ยังไม่รวม Google Chrome และ Google Search

นั่นหมายความว่า ถ้าไม่มีแอปเหล่านี้ (ที่สำคัญคือ Google Play Store) ผู้ใช้ก็จะต้องหาวิธีติดตั้งแอปแบบ Third Party ในอุปกรณ์ของตนเอง หรือใช้วิธีการดาวน์โหลดแบบผิดกฏหมาย และดำเนินการติดตั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต

ถ้าผู้ผลิตไม่ยอมจ่ายล่ะ ?

ในปัจจุบัน ผู้ผลิตอุปกรณ์มีรายได้บางส่วนมาจากการที่ผู้ใช้อุปกรณ์ระบบ Android ใช้ Google Chrome หรือ Google Search โดยในโมเดลธุรกิจใหม่นี้ หากผู้ผลิตสามาถเลือกที่จะไม่ติดตั้งแอปดังกล่าวก็จะไม่ถูกตัดรายได้ในส่วนนั้นออกไป ซึ่งเป็นโน้มน้าวให้ผู้ผลิตยังคงติดตั้งชุดบริการ Google Mobile Service, Google Chrome และ Google Search ในอุปกรณ์ระบบ Android ทุกเครื่องได้

จริงอยู่ที่ผู้ผลิตสามารถเลือกที่จะแชร์รายได้จากเสิร์ชเอนจิน Third Party อื่น ๆ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมาธิการยุโรปต้องการ แต่ก็เป็นการยากที่จะขายสมาร์ทโฟนระบบ Android ที่ไม่มีแอปพื้นฐานของ Google หรือแม้กระทั่งเข้าใช้ Google Play Store ไม่ได้เลย

จะทำให้ราคาสมาร์ทโฟน “แพงขึ้น” หรือไม่ ?

เนื่องจากการที่ผู้ผลิตต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มขึ้น 40 เหรียญสหรัฐฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาของสมาร์ทโฟนที่จะวางจำหน่ายในยุโรปนั้น จะสูงขึ้นตามไปด้วย

แต่อย่างไรก็ดี นโยบายใหม่นี้จะเริ่มใช้ในช่วงต้นปี 2019 จึงยังไม่ชัดเจนว่าสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่จะวางจำหน่ายในปี 2019 นี้ จะมีราคาเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงไร

ข้อมูลอ้างอิง : androidauthority

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

ภาพสิทธิบัตรล่าสุด เน้นย้ำ! สมาร์ทโฟน Samsung ปี 2019 อาจใช้ดีไซน์จอเต็ม Infinity-O จริงๆ : รวมถึง Galaxy S10 ด้วย

Published

on

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Samsung Galaxy S10 ที่จะเปิดตัวในเดือนมกราคม 2019 นี้ จะมีดีไซน์ต่างจาก Galaxy S8 และ S9 อย่างชัดเจน โดยอาจเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์จอเต็ม Infinity-O ที่มีรูสำหรับติดตั้งกล้องบนหน้าจอ (Samsung ได้เปิดตัวจอแบบ Infinity-U, V, O และ New Infinity ภายในงาน Samsung Developer Conference 2018 เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา)

ล่าสุด เว็บไซต์ LetsGoDigital ได้เปิดภาพสิทธิบัตรของ Samsung ที่ได้ยื่นต่อ WIPO (World Intellectual Property Office : สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญา) ได้เปิดเผยดีไซน์สมาร์ทโฟนในอนาคตที่จะใช้จอเต็มแบบ Infinity-O อย่างจริงจัง ซึ่งอาจรวมถึง Galaxy S10 ด้วย

หลายดีไซน์ที่ปรากฏด้านล่างนี้ มีรูบนหน้าจอที่มุมซ้าย โดย Model A นั้น มีมุมจอคล้ายกับ Galaxy Note 9 ส่วน Model B นั้น คล้ายกับ Galaxy S9

สำหรับ Model C, E, F และ J นั้น เป็นจอโค้ง และมีขอบจอที่ต่างกัน และยังมีดีไซน์จอเต็มที่มีส่วนเว้าบนหน้าจอด้วยอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า Samsung Galaxy S10 จะติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วแบบ “อัลตราโซนิค” บนหน้าจอ และมีกล้องหลัง 3 ตัว (เลนส์มาตรฐาน, มุมกว้าง และเทเลโฟโต้)

อย่างไรก็ดี เราคงต้องรอดูว่า Samsung จะเลือกดีไซน์จอแบบ Infinity เหล่านี้สำหรับสมาร์ทโฟนที่จะเปิดตัวในปี 2019 นี้หรือไม่ และจะมีรุ่นใดบ้าง

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

Apple อาจออกแบบโมเด็มของตนเอง สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ด้วย

Published

on

เนื่องจาก Apple ได้เติบโตอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี และได้พยายามลดอัตราการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิต Third Party ด้วยการออกแบบ CPU และ GPU ของตนเอง

ล่าสุดมีรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า Apple อาจเปิดตัวโมเด็มของตนเองในเร็ว ๆ นี้

ในช่วงที่ผ่านมา Apple ได้โพสต์รายชื่องานที่รับสมัครผ่านเว็บไซต์กว่า 10 ตำแหน่งงาน ทั้งวิศวกรฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการพัฒนาอุปกรณ์ไร้สายจำนวนมากที่ซานดิเอโก

และล่าสุดดูเหมือนว่า Apple กำลังมองหาผู้ที่มีประสบการณ์ในด้าน LTE และ Bluetooth เป็นสำคัญ ที่อาจเกี่ยวโยงถึงเทคโนโลยีที่รองรับเครือข่าย 5G ในอนาคตด้วย ซึ่งบ่งชี้ถึงการพัฒนาโมเด็มให่สำหรับ iPhone รุ่นต่อไปในอนาคต

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า iPhone จะรองรับ 5G ในปี 2020 โดยใช้ชิปโมเด็มของ Intel แต่ถ้า Apple สามารถพัฒนาชิปโมเด็มของตนเองได้สำเร็จ ก็อาจเปลี่ยนมาใช้ชิปของตนเองก็เป็นได้

ทั้งนี้จะช่วยให้ Apple ลดการที่ต้องพึ่งพาบริษัทอื่นในการออกแบบและผลิตอุปกรณ์ลงได้

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

HMD เตรียมจัดอีเวนท์เปิดตัว Nokia ใหม่ 3 รุ่น ในวันที่ 5 ธ.ค. นี้

Published

on

HMD Global ได้เตรียมจัดอีเวนท์ในวันที่ 5 ธันวาคม 2018 นี้ ที่ประเทศดูไบ ซึ่งจากภาพโปสเตอร์ได้อ้างถึงการเปิดตัวสมาร์ทโฟน Nokia ใหม่ จำนวน 3 รุ่น ด้วยกัน

ถ้าหากิจารณาจาก #ExpectMore นั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่างานอีเวนท์นี้อาจมีเซอร์ไพรซ์ด้วย

Boosting the brightness of the image shows that the left and center phones have notches, the one on the right does not. A Nokia 8.1 is expected with a notch and the Nokia 7.1 Plus is still to make its way west (currently, it’s available as the X7 in China). There’s also a Nokia 2.1 Plus on the horizon (likely to sport a notch as well).

เมื่อเร่งความสว่างของโปสเตอร์ขึ้น จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนเครื่องกลางและด้านซ้ายนั้นมีส่วนเว้าด้านบนหน้าจอจึงอาจเป็น Nokia 8.1 ที่คาดว่าจะมีส่วนเว้าด้านบนหน้าจอ และ Nokia 7.1 Plus ที่จะเปิดตัวสำหรับตลาดในฝั่งตะวันตก

ส่วนรุ่นที่ไม่มีส่วนเว้าด้านบนหน้าจอนั้น อาจเป็น Nokia  9 ก็เป็นได้

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!