Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ผลวิจัย PayPal , อิปซอสส์ 2016 เผย ไทยใช้สมาร์ทโฟนช้อปออนไลน์ข้ามประเทศเป็นอันดับ 2 รองจากจีน

Published

on

PayPal หนึ่งในผู้นำด้านการชำระเงินแบบดิจิทัลระดับโลก และอิปซอสส์ (Ipsos) นำเสนอรายงานการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกปี 2016 โดยสำรวจพฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของผู้บริโภคกว่า 28,000 คน ใน 32 ประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยจำนวน 800 คน เผยโอกาสใหม่สำหรับผู้ค้าออนไลน์ชาวไทยที่ต้องการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ

การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ยอดใช้จ่ายออนไลน์ทั้งหมดของนักช้อปชาวไทยคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์ จากปี 2559 ตามที่ประเมินไว้ที่ประมาณ 325.6 พันล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 376.8 พันล้านบาท ในปี 2560 สำหรับยอดการช้อปออนไลน์ของประเทศไทยที่มาจากการซื้อของผ่านเว็บไซต์ในประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 84 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2560 จากยอดการซื้อสินค้าประมาณ 60.3 พันล้านบาทในปี 2560 ที่ผ่านมา

จากการสำรวจพบว่านักช้อปออนไลน์ในประเทศไทยจำนวน 55 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 และจากกลุ่มนักช้อปเหล่านั้น ราว 82 เปอร์เซ็นต์เห็นว่า ความสะดวกสบายของการช้อปออนไลน์น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาหันมาช้อปด้วยวิธีนี้มากขึ้น 37 เปอร์เซ็นต์มองว่าการส่งของที่รวดเร็วเป็นอีกปัจจัยหลัก  และ 35 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าทำให้ประหยัดเงินได้มากกว่า ซึ่งเหตุผลดังกล่าวล้วนเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ และคาดว่าในปี 2560 นี้ พวกเขาจะหันมาใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้น

ผู้บริโภคหันมาใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซเพื่อทำกิจธุระประจำวันมากขึ้น

ผลวิจัยระบุว่าในประเทศไทย ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากจำนวนผู้บริโภคที่ช้อปออนไลน์ข้ามประเทศ 54 เปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะช้อปสินค้าหมวดหมู่ประเภทแฟชั่นมากที่สุด อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า และ เครื่องประดับ  ตามมาด้วยสินค้าในหมวดหมู่การศึกษาและสื่อบันเทิง (40 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (39 เปอร์เซ็นต์) ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยระบุว่าผู้บริโภคคาดการณ์ว่าในปีนี้ในประเทศไทย จะเปลี่ยนมาใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซในชีวิตประจำวันมากขึ้น สินค้า 3 ประเภทที่คาดว่าจะมีการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 ได้แก่ ของใช้ในครัวเรือน (เติบโต 24 เปอร์เซ็นต์) สินค้าบริโภค (เติบโต 20 เปอร์เซ็นต์) และ สินค้าสำหรับเด็ก (เติบโต 16 เปอร์เซ็นต์)

คุณสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการ PayPal ประจำประเทศไทย

เทรนด์การใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์มือถือของคนไทยกำลังเป็นที่นิยม

จากการสำรวจในหลายประเทศ พบว่า ประเทศจีนและประเทศไทย เป็นนักช้อปข้ามประเทศที่นิยมซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์มือถือมากที่สุด โดยกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อปชาวจีนที่ซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ เลือกช้อปผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ส่วนเหล่านักช้อปจากประเทศไทยถึง  46 เปอร์เซ็นต์ นิยมซื้อสินค้าข้ามประเทศผ่านอุปกรณ์มือถือ ทั้งนี้จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด โดยเฉลี่ยจะมีนักช้อปข้ามประเทศที่ซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์มือถืออยู่ที่ 37 เปอร์เซ็นต์ ซื่งเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟนถึง 27 เปอร์เซ็นต์

เหตุผลดังกล่าวเนื่องมาจากจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย และ PayPal คาดการณ์ว่าในปี 2560 นี้ ยอดการซื้อขายออนไลน์ผ่านอุปกรณ์มือถือ (mobile-commerce) จะเพิ่มเป็นจาก 141.7 พันล้านบาทในปี 2559 เป็น 173.6  พันล้านบาท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนอุปกรณ์มือถือที่เพิ่มมากขึ้น ผนวกกับเทคโนโลยีเกี่ยวกับอุปกรณ์มือถือใหม่ๆ ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การซื้อขายออนไลน์ผ่านอุปกรณ์มือถือเป็นทั้งประสบการณ์ และโอกาสทางธุรกิจทั้งสำหรับผู้ซื้อและผู้ค้าออนไลน์

“อินเตอร์เน็ตและการใช้อุปกรณ์มือถือที่เพิ่มมากขึ้น กำลังปฏิวัติรูปแบบการค้าปลีกแบบเดิมๆ ทำให้การซื้อขายนั้นไร้พรมแดนมากขึ้น และนี่คือโอกาสครั้งใหญ่ของธุรกิจไทยในการส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลก ข้อมูลจากผลสำรวจ PayPal พบว่าช่องทางในการเติบโตนั้นยังมีอีกมากในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลกโดยปราศจากต้นทุนที่สูง เหมือน การขยายสาขาแบบดั้งเดิม” นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการ PayPal ประจำประเทศไทย กล่าว

ความคุ้มค่าเป็นสิ่งสำคัญต่อนักช้อป

แม้การช้อปข้ามประเทศจะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง โดย 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้สำรวจทั้งหมดระบุว่า ค่าขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักช้อปไม่สามารถซื้อของข้ามประเทศได้บ่อยครั้งเท่าที่ควร ปัจจัยรองลงมาคือ การจ่ายค่าภาษีศุลกากร (44 เปอร์เซ็นต์) และความชัดเจนของอัตราภาษีศุลกากร (42 เปอร์เซ็นต์)

ดั้งนั้นร้านค้าควรจะหาช่องทางที่จะแก้ไขหรือบรรเทาความกังวลของผู้ซื้อในประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมั่นใจและกล้าซื้อสินค้ามากขึ้น ทั้งนี้ PayPal มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความมั่นใจในการช้อปด้วย Refunded Returns หรือ การคืนเงินค่าจัดส่งให้สูงสุด 15 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสินค้าที่เข้าร่วม เพื่อช่วยให้นักช้อปมั่นใจในการช้อปออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ PayPal ยังมีบริการ Buyer Protection หรือบริการคุ้มครองผู้ซื้อ เพื่อให้นักช้อปมั่นใจทุกครั้งในการช้อป และก้าวข้ามข้อจำกัดในการตัดสินใจที่จะซื้อในแต่ละครั้ง นโยบายนี้ครอบคลุมการซื้อในกลุ่มสินค้าที่จับต้องไม่ได้ อาทิ ตั๋วอิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ ไฟล์เพลงดิจิตอล อีบุ๊ค เกมส์ และการโหลดซอฟท์แวร์และยังมีนโยบายคุ้มครองผู้ขายที่เรียกว่า Seller Protection ที่คุ้มครองผู้ขายจากการถูกหลอกลวงด้านธุรกรรมออนไลน์อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

KKday แพลตฟอร์มการท่องเที่ยว ได้รับเงินทุน 10.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการร่วมมือกับ H.I.S.

Published

on

เคเคเดย์ (KKday) แพลตฟอร์มเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอเชีย สามารถเรียกเงินระดมทุนได้ถึง 10.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นอย่าง เอช.ไอ.เอส (H.I.S.) และนักลงทุนรายเก่าอย่าง มายด์เวิร์ก เวนเจอร์ (MindWorks Ventures) ซึ่งความร่วมมือและการระดมทุนในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยให้เคเคเดย์สามารถขยายธุรกิจไปในส่วนภูมิภาค และเพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมและสินค้าราคาประหยัดมาให้กับนักเดินทางได้

ใช้ Big Data พัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยว

เคเคเดย์ เป็นหนึ่งใน บริษัทอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยรวบรวมสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยวไว้กว่า 10,000 ชนิดจาก 500 เมืองใน 80 ประเทศทั่วโลก ในแต่ละเดือนเคเคเดย์ดึงดูดผู้ใช้งานกว่า 4 ล้านคน และให้บริการนักท่องเที่ยวกว่าแสนคน

จากผลการวิจัยของ โฟคัสไรท์ (Phocuswright) แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจอุตสาหกรรมทัวร์และกิจกรรมท่องเที่ยวจะสามารถขยายไปได้ถึง 183 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2020 จาก 135 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 ด้วยตลาดที่มีขนาดใหญ่ เคเคเดย์ได้ดำเนินการตามกลยุทธ์ แบบ globalized โดยการจัดหาและมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวราคาประหยัดคุณภาพดีมาให้กับนักเดินทางทั่วโลก ดังนั้นเคเคเดย์จึงเป็น บริษัทอีคอมเมิร์ซ startup เพียงไม่กี่บริษัทที่สามารถดึงดูดได้ทั้งตลาดภายในภูมิภาคและตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ทางบริษัทยังนำการวิเคราะห์ big data มาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจและปรับเปลี่ยนสินค้าที่มีในปัจจุบัน เพื่อจัดหาประสบการณ์ลูกค้าที่ดีที่สุด และด้วยการเติบโตทางรายได้ที่มั่นคงและคำวิจารณ์ในเชิงบวก

เอช.ไอ.เอส. คือผู้นำระดับโลกในธุรกิจอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยว มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว และสำนักงานมากมายตั้งอยู่ในกว่า 130 เมืองทั่วโลก เอช.ไอ.เอส.มีเครือข่ายที่กว้างขวางและทรัพยากรข้อมูลจำนวนมหาศาล นายหมิง เฉิน (Ming Chen) CEO ของเคเคเดย์ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “เอช.ไอ.เอส.ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ลงทุนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ลงทุนในเชิงกลยุทธ์อีกด้วย ด้วยการนำทรัพยากรทั่วโลกของเอช.ไอ.เอส.มาบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์การตลาดอันแข็งแกร่งและโปรแกรม big data ของเคเคเดย์ เราจะสามารถเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการของการท่องเที่ยวในท้องถิ่นได

สร้างความสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยี

“เราจะมุ่งเน้นไปที่คุณภาพของสินค้าและความสัมพันธ์อันดีกับผู้ให้บริการของเรา เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น” การลงทุนร่วมกันในครั้งนี้จะสร้างโอกาสทางความร่วมมือต่าง ๆ ได้มากมาย “เคเคเดย์ จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ (suppliers) ของเราให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ทั้ง 2 ข้อนี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก คุณไม่สามารถพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าได้หากคุณไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ให้บริการ เพราะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้นมีส่วนประกอบสำคัญหลายส่วน การจัดการโซ่อุปทาน (supply chain) จึงเป็นความท้าทายที่ใหญ่มาก

นี่จึงเป็นเหตุผลให้เคเคเดย์มุ่งเน้นไปที่การพัฒนา ระบบ SCM (Supply Chain Management) ที่จะทำให้ผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะรายใหญ่หรือรายเล็ก สามารถติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น และจัดการคำสั่งซื้อได้โดยไม่ต้องมีการลงทุนด้าน IT ซึ่ง ระบบ SCM ของเคเคเดย์ประกอบไปด้วยการใช้ QR โค้ด ในการแลกรับ และการผสานรวมเอา API ของผู้ให้บริการทัวร์รายใหญ่เข้าสู่แพลตฟอร์มของเคเคเดย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานของผู้ใช้ ด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือเสร็จสรรพนี้ ทำให้ลูกค้าได้รับเอกสารยืนยันการจองและอัพเดตต่างๆ ตามเวลาจริง ในขณะที่ผู้ให้บริการสามารถบริหารจัดการธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ” การทำงานร่วมกับ เคเคเดย์ ทำให้ผู้ให้บริการสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จากทั่วทั้งเอเชีย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความผันผวนในช่วงฤดูกาลและเทศกาลได้

แผนการขยายธุรกิจ: เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และไกลออกไป

นอกเหนือจากการขยายตลาดไปทั่วเอเชียแล้ว เคเคเดย์ จะพัฒนาและขยายตลาดเข้าสู่ประเทศจีน รวมไปถึงตลาดการท่องเที่ยวเอเชียในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และเคเคเดย์จะพัฒนาสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน เสนอแผนการเดินทางที่ปรับเปลี่ยนเองได้ และพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าแบบ end-to-end ด้วยเงินทุนใหม่และการสนับสนุนจากเอช.ไอ.เอส. และ มายด์เวิร์ค เวนเจอร์ เคเคเดย์จะสามารถครองตำแหน่งการเป็นแพลตฟอร์มการจองประสบการณ์ท่องเที่ยวชั้นนำสำหรับนักเดินทางทั่วโลกได้ต่อไป

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Huawei Mate 10 Pro แบตเตอรี่อึด ชาร์จเร็วทันใจ สื่อดังฝั่งอังกฤษและอเมริกายืนยัน

Published

on

Huawei Mate 10 Pro สุดยอดสมาร์ทโฟนจาก หัวเว่ย ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ที่ฝังอยู่บนชิพเซ็ตเป็นครั้งแรกของโลก  หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยไปแล้วเมื่อตอนปลายปี  แต่กระแสความแรงและความชื่นชมในตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดจากแบรนด์หัวเว่ยยังคงกระแสความแรงต่อเนื่องข้ามปี   ด้วยการเดินสายกวาดรางวัลและคำชื่นชมจากสื่อไอทีชั้นนำต่าง ๆ บนเวทีระดับโลกอย่าง Consumer Electronics Show (CES) 2018 เมื่อต้นเดือนมาราคมที่ผ่านมา ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา หลังจาก ในฝั่งของสื่อดังจากฝั่งอังกฤษและอเมริกาเองชื่นชมไม่ขาดปาก  วันนี้เรานำรีวิวบางส่วนจากสื่อต่างชาติมาให้ชมกัน

  • เริ่มจาก เว็บไซต์ android authority แหล่งข้อมูลข่าวสารชั้นนำในทุกเรื่องของแอนดรอยด์ ให้การอย่างแข็งขันว่า “Huawei Mate 10 Pro ใช้งานท่องอินเทอร์เน็ตได้ยาวนานต่อเนื่องอย่างลื่นไหลถึง 13 ชั่วโมง แม้ในความเป็นจริงแล้วคงไม่มีใครใช้นานขนาดนั้นในช่วงเวลาหนึ่งวัน  แถมชาร์จเร็วสะใจไปถึงระดับ 30% ในเวลาเพียง 15 นาที หรือเทียบเท่ากับ 43.956 mAh per minutes ซึ่งถือว่าเร็วมาก
  • ส่วน phandroid.com อีกหนึ่งเว็บโปรดของแฟน ๆ ชาวแอนดรอยด์ ได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบสมาร์ทโฟนตัวท็อปหลายแบรนด์อย่างละเอียดแล้วเผยว่า ความเร็วในการชาร์จแบตจาก 0 – 100% ของ Mate 10 Pro อยู่ที่เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 43 นาทีเท่านั้น ถือว่าเร็วอย่างน่าพอใจสำหรับแบตเตอรี่ไซส์ใหญ่ขนาด 4,000 mAh
  • สื่อยอดนิยมเก่าแก่จากแดนผู้ดี theguardian.com ได้พาดหัวชัดเจนว่า Mate 10 Pro มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ถึง 2 วันเต็ม หรือประมาณ 50 ชั่วโมง
  • มากันที่ techradar เว็บข่าวสารและรีวิวเทคโนโลยีจากอังกฤษ ก็ยืนยันอีกเสียงว่า แบตเตอรี่ของ Mate 10 Pro มีความอึดอยู่ในระดับหัวแถวของบรรดาสมาร์ทโฟนแฟล็กชิพ
  • T3 สื่อรีวิวผลิตภัณฑ์ไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำของอังกฤษอีกเช่นกัน ก็ฟันธงว่าแบตเตอรี่ที่ยาวนาน และชาร์จได้เร็วทันใจคืออีกหนึ่งเหตุผลที่ชวนให้ซื้อ Mate 10 Pro

  • เว็บไซต์จากแดนผู้ดี Techadvisor ก็ปลื้มกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของ Mate 10 Pro กับระบบ SuperCharge ที่เร่งอัดได้ถึงระดับ 60% ในเวลาเพียง 15 นาที
  • ส่วน Tom’s guide ที่ปรึกษาออนไลน์ในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ก็ยกย่องว่า Mate 10 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ระดับตำนาน ใช้งานท่องเน็ตผ่านเครือข่าย 4G ได้นานถึง 14 ชั่วโมงกว่า ๆ แถม SuperCharge ก็เร็วสะใจ วิ่งพรวดไปที่ 60% ในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง
  • TrustedReviews สื่อรีวิวที่รับประกันได้เรื่องความน่าเชื่อถือ เผยว่าได้ลองใช้งาน Mate 10 Pro ทั้งในการทำงานและเล่นสนุกได้ถึง 1 วันครึ่ง ขณะที่สมาร์ทโฟนอื่น ๆ จะไปได้แค่ 1 วันเต็มเท่านั้น
  • สื่อไอร์แลนด์อย่าง irishtimes.com ลงบทรีวิว Mate 10 Pro ที่มีความโดดเด่นในเรื่องแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้หนึ่งวันเต็ม หรืออาจไปได้ถึง 2 วันสบาย ๆ
  • ฝั่งอเมริกาอย่าง Digitaltrend ก็ล้ำไปอีกด้วยพาดหัวเผยเคล็ดลับการยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 1 สัปดาห์เต็ม ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าเป็นโหมด Power Saving หรือ Manage Automatically หรือ Optimize

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ไพโอเนียร์ เปิดตัวไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1 สำหรับการอัปเกรดพีซี

Published

on

ไพโอเนียนร์ (Pioneer) ผู้นำนวัตกรรมและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงอุปกรณ์ภาพและเสียงที่มีชื่อเสียงระดับโลกเปิดตัว ไดร์ฟ SSD APS-SL2 และ APS-SM1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ด้านไอทีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป

สำหรับ ไดร์ฟ SSD ทั้ง 2 รุ่น

  • มาพร้อมกับหน่วยความจำ TLC NAND flash ที่ดีที่สุด
  • และเทคโนโลยีแคช SLC ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลแบบต่อเนื่องได้สูงถึง 500MB/s และ 400MB/s ตามลำดับ  หากเทียบกับฮาร์ดดิสก์ทั่วไป
  • นอกจากนี้ SSD แบบติดตั้งภายในของไพโอเนียร์  (Pioneer) สามารถทำความเร็วได้สูงกว่าถึง 4 เท่า ทั้งการอ่านและการบันทึกข้อมูล เพิ่มความเร็วในการบูตเข้าสูงระบบ รวมไปถึงความรวดเร็วในการเรียกแอปพลิเคชันขึ้นมาทำงาน
  • มีความจุให้เลือกใช้ 2 ขนาด คือ 120GB และ 240GB สามารถอัปเกรดให้กับคอมพิวเตอร์เดกส์ท็อปและโน้ตบุ๊กได้ง่าย
  • ด้วยไดร์ฟที่มีขนาดมาตรฐานแบบ 2.5 นิ้ว (APS-SL2) และ แบบมาตรฐาน M.2 2280 (APS-SM1)

ทั้งนี้ ไดร์ฟ ทั้งสองรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อ

  • ความน่าเชื่อถือสูง และ
  • การใช้พลังงานต่ำ
  • พร้อมด้วย ระบบป้องกันการกระแทก
  • และป้องกันการสั่นสะเทือน
  • รวมถึงการสนับสนุนคุณสมบัติ S.M.A.R.T. (Self-Monitoring, Analysis and Reporting Technology)
  • นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการจัดเรียงพื้นที่
  • และการตรวตจสอบข้อมูลขั้นสูงแบบ LDPC ที่ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลความปลอดภัยและมั่นคง
  • พร้อมรับประกัน 3 ปี

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!