Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“ช้อปพลัส ไทยแลนด์ เปิดตัว “ช้อปพลัส” สุดยอดแอพพลิเคชั่นผู้ช่วยร้านค้าโซเชียลขายสินค้า”

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ช้อปพลัส ไทยแลนด์ แถลงข่าวเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด “ช้อปพลัส” จาก ไอคาลา บริษัทสตาร์ทอัพชั้นนำผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาเทคโนโลยี เอไอ เพื่อใช้ในงานการตลาดจากไต้หวัน เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ประกาศมั่นใจ “ช้อปพลัส” ที่มีเทคโนโลยี เอไอ จะช่วยบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ ให้เจ้าของร้านค้า “เหนื่อยน้อยลง แต่ขายของได้มากขึ้น” ด้วย 3 บริการหลัก บริการฟรีแชทบอท สามารถตอบโต้ สื่อสารกับลูกค้าได้ดั่งใจ บริการช่วยเก็บทุกออร์เดอร์อัตโนมัติ ทำให้ร้านค้าไม่พลาดทุกการซื้อขาย และบริการจัดการขนส่งสินค้าแบบพรีเมี่ยม รับ-ส่งถึงหน้าประตู

จุดแข็งของแอพพลิเคชั่น ช้อปพลัส ถูกออกแบบและพัฒนาจากประสบการณ์เชิงลึกของผู้ใช้ชาวไทย เพื่อชาวไทยโดยเฉพาะ โดยวสามรถดาวโหลดแอพพลิเคชั่นได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งเป้าช้อปพลัส เป็นตัวช่วยพัฒนาธุรกิจร้านค้าโซเชียลในประเทศไทยที่กำลังเติบโตตามตามกระแสตลาดโลกในปัจจุบันให้แข็งแกร่ง พร้อมเล็งลงทุนเต็มที่หวังช่วยพัฒนาธุรกิจร้านค้าโซเชี่ยลในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันต่อไป

มร. เซกะ เชง ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอคาลา กรุ้ป ผู้นำธุรกิจสตาร์ทอัพในทวีปเอเชีย ด้านการพัฒนาเทคโนโลยี เอไอ เพื่อใช้ในงานด้านการตลาดกล่าวว่า การเปิดตัว ช้อปพลัส ในวันนี้ ถือเป็นก้าวแรกในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศของ ไอคาลา โดยจากรายงานการตลาดล่าสุดพบว่า ธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีการเติบโตมากกว่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 ซึ่งเท่ากับ 5 เท่าของตลาดอีคอมเมิร์ซทั้งหมด ทั้งนี้ช้อปพลัส ถือเป็นการลงทุนระยะยาวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบริษัทซึ่งรวมถึง ประเทศไทย และเวียดนาม โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีระบบพื้นฐานอินเตอร์เน็ตที่พร้อมที่สุดในภูมิภาคนี้

ด้าน มร. แดนนี่ ลิน รองประธาน ช้อปพลัส ประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ช้อปพลัส นั้นเกิดมาจากความตั้งใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยขายสินค้าบนตลาดออนไลน์โซเชียลให้เหมาะสมกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ จึงทำให้เกิด ช้อปพลัส โดยช้อปพลัส นั้นถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ค้าออนไลน์อย่างแท้จริง มีการนำข้อมูลเชิงลึกตลอดจนปัญหาที่ผู้ค้าออนไลน์พบเจอด้วยตนเอง มาพัฒนาเทคโนโลยี เอไอ ในช้อปพลัส ให้ช่วยบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ในโซเชียลมีเดียได้อย่างครบวงจร สร้างความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งาน ทั้งนี้ ช้อปพลัส สามารถใช้งานผ่าน เว็บบราวเซอร์ และดาวโหลดแอพพลิเคชั่นผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าจัดการออร์เดอร์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

“ช้อปพลัส”พร้อมยกระดับธุรกิจอีคอมเมิร์ซประเทศไทยสู่อีกขั้นแห่งการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี เอไอ จาก ช้อปพลัส สุดพิเศษ สอดคล้องตลาดโซเชียล คอมเมิร์ซ ในประเทศไทยที่มียอดการค้าออนไลน์บนโทรศัพท์เคลื่อนสูงเป็นอันดับ ของโลก

ช้อปพลัส เปิดให้ดาวโหลดฟรีแล้ววันนี้

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

AIS ผนึก Samsung ให้บริการใหม่ “WiFi Hotspot 2.0” เชิงพาณิชย์ครั้งแรกของไทย!!

Published

on

AIS รุกสร้างมาตรฐานใหม่ ให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไปอีกขั้น ประกาศความร่วมมือกับ Samsung นำเทคโนโลยีใหม่ WiFi Hotspot 2.0 มาเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ เป็นรายแรกและรายเดียวในไทย ใช้งานได้จริงอย่างแพร่หลาย ทั่วประเทศกว่า 100,000 จุด ต่อยอดศักยภาพเครือข่าย AIS NEXT G รวมความเร็วของเครือข่าย WiFi และ 4G เข้าด้วยกัน ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงการใช้งาน AIS NEXT G ได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น มอบประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิมให้กับลูกค้าและคนไทยในยุคดิจิทัล

นวัตกรรม WiFi Hotspot 2.0 เป็นเทคโนโลยีเครือข่ายที่ฝังมาในเครื่องสมาร์ทโฟน จุดเด่น คือ

  • ทำให้สมาร์ทโฟนสามารถเชื่อมต่อเครือข่าย WiFi โดยอัตโนมัติ
  • โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเลือกเครือข่ายและใส่ Username และ Password ใด ๆ เหมือนเช่นที่ผ่านมา

โดย AIS และ Samsung ได้ร่วมกันพัฒนาให้สมาร์ทโฟน Samsung กว่า 70 รุ่น สามารถจดจำเครือข่าย AIS SMART Login และทำการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ เมื่ออยู่ในพื้นที่ให้บริการของ AIS SUPER WiFi

AIS มีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับคนไทย ซึ่งนอกจากการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย Mobile แล้ว ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่าย WiFi อย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จาก Milestones ที่ผ่านมา เป็นรายแรกที่บุกเบิกและยกระดับนวัตกรรมเครือข่าย WiFi ในมิติต่าง ๆ มาโดยตลอด ปัจจุบันครอบคลุมแล้วกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ในส่วนของ WiFi Hotspot 2.0 นี้ ถือเป็นเทคโนโลยีระดับโลกที่มีการกล่าวถึงแล้วทั่วโลก มีการใช้งานบ้างแล้วในบางประเทศ แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีการนำมาให้บริการได้จริงในไทย จึงได้ทำงานร่วมกับ Samsung อย่างเข้มข้น จนสามารถนำมาให้บริการเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของประเทศ และทำให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน WiFi ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้า AIS กว่า 5 ล้านราย ที่ใช้สมาร์ทโฟน Samsung รุ่นที่รองรับเทคโนโลยี WiFi Hotspot 2.0 รวมกว่า 70 รุ่นในท้องตลาด

และ Samsung ในฐานะที่ได้คิดค้นฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้สมาร์ทโฟนมาโดยตลอด รวมถึงการบรรจุเทคโนโลยี WiFi Hotspot 2.0 ลงในดีไวซ์ของเราด้วย แต่การใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าว จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากขาดการสนับสนุนจากผู้ให้บริการเครือข่าย จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับ เอไอเอส จนประสบความสำเร็จ และสามารถนำเทคโนโลยี WiFi Hotspot 2.0 มาให้คนไทยได้ใช้งานจริงแล้ว

  • ลูกค้าที่มีแพ็กเกจ AIS SUPER WiFi ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนใช้เครือข่าย AIS SMART Login สามารถใช้บริการ WiFi Hotspot 2.0 ได้โดยอัตโนมัติทันที โดยไม่ต้องสมัครบริการ และไม่ต้องล็อกอินใด ๆ เพียงเปิดฟังก์ชั่น WiFi ไว้
  • ส่วนลูกค้าที่เคยล็อกอินใช้งานผ่านเครือข่าย AIS SMART Login แล้ว ก็สามารถใช้ WiFi ได้ตามปกติ

**ส่วน ลูกค้า AIS ที่ยังไม่มีแพ็กเกจ AIS SUPER WiFi สามารถสมัครใช้บริการได้ง่าย ๆ เพียงเดือนละ 99 บาท ใช้งานได้ไม่อั้น นาน 30 วัน สมัครกด 777*384# โทรออก

มือถือ Samsung รุ่นที่รองรับ WiFi Hotspot 2.0 รวมกว่า 70 รุ่น สามารถใช้งานได้ทันที อาทิ Samsung Galaxy รุ่น A, C, E, J, S, NOTE, TAB A, TAB S เป็นต้น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

OPPO จับมือ Ericsson ร่วมลงนามทำข้อตกลงสิทธิบัตร

Published

on

OPPO และ Ericsson ได้ประกาศการลงนามทำข้อตกลงสิทธิบัตรระดับโลก ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน โดยข้อตกลงดังกล่าวได้ครอบคลุมถึงการออกใบอนุญาตใช้สิทธิบัตร และการร่วมมือกันในโครงการธุรกิจต่าง ๆ ด้วย ข้อตกลงนี้จะช่วยวางรากฐานสำหรับการทำงานร่วมกัน ของทั้งสองบริษัทให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในยุค 5G

OPPO ให้ความสำคัญกับสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาอยู่เสมอ และหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับ Ericsson เพื่อผลักดันนวัตกรรมที่ล้ำสมัยทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และบริการ

Ericsson คือ หนึ่งในผู้ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารชั้นนำของโลก (ICT) โดย ข้อตกลงที่สำคัญนี้ เป็นการยืนยันถึงคุณค่าของสิทธิบัตรที่พวกเรามีอยู่ และโปรแกรมการอนุญาตใช้สิทธิที่แข็งแกร่งของ Ericsson FRAND ซึ่ง Ericsson ได้ลงนามในข้อตกลงสิทธิบัตรมากกว่า 100 ฉบับ และยินดีที่จะลงนามข้อตกลง ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับ OPPO

ด้าน OPPO ให้ความสำคัญกับสิทธิบัตรและการเก็บสะสมสิทธิบัตรอยู่เสมอ เมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัทได้ยื่นคำขอสิทธิบัตรมากกว่า 33,000 ฉบับ ทั่วโลก และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรอีกมากกว่า 8,000 ฉบับ ซึ่งข้อตกลงกับ Ericsson นี้ เป็นข้อตกลงสิทธิบัตรฉบับล่าสุดระหว่าง OPPO กับพันธมิตรอุตสาหกรรมโทรคมนาคมชั้นนำ ได้แก่ Qualcomm, Dolby และ Nokia นอกจากนี้ OPPO จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอุตสาหกรรมชั้นนำ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุดมอบให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลกด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

เพิ่มความเร็วรับส่งข้อมูลที่เหนือกว่า ด้วย “SSD” แบบพกพาจาก Transcend

Published

on

ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เเมชัน อิงค์, (Transcend) ผู้นำอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์มัลติมีเดีย เผย SSD แบบพกพา รุ่น ESD250C ตัวเคสทำจากโลหะที่มีความทนทาน และเคลือบด้วยโทนสีเทา ใช้อินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen 2 ในรูปแบบของ USB Type-C พร้อมการฟอร์แมตมาจากโรงงานในรูปแบบ exFAT ทำให้พร้อมใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS ไดรฟ์ ESD250C ไม่เพียงแต่ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์เดสสก์ท็อปและคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊กได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ขยายพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลให้กับอุปกรณ์แบบพกพารวมถึงเครื่องเล่นเกมคอนโซลได้อีกด้วย

  • เพิ่มประสิทธิภาพด้วย USB 3.1 Gen 2 และ UASP
    • ESD250C ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากอินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen 2 ให้ความเร็วในการถ่ายโอนที่สูงถึง 520MB/s ยังรองรับ UASP (USB Attached SCSI Protocol) ซึ่งทำให้ ESD250C สามารถเพิ่มความเร็วในการถ่ายโอนได้เร็วกว่าอินเทอร์เฟส USB 3.0 แบบดั้งเดิม เมื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ที่เปิดใช้งาน UASP
  • ดีไซน์ที่เพรียวบางพกพาง่าย
    •  ESD250C มีขนาดเล็กพอ ที่จะใส่ลงในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าถือได้ ด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและความหนาเพียง 7.5 มม. ไดรฟ์ ESD250C พกพาได้สะดวก มีความทนทานในขณะที่เฉดสีเทา ทำให้ตัวไดรฟ์ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจในสไตล์มินิมัลลิสต์

  • เข้ากันได้กับทุกอุปกรณ์
    •  ESD250C มีพอร์ต USB Type-C เข้ากันได้ดีกับเครื่องเดสก์ท็อป, โน้ตบุ๊ก, อุปกรณ์พกพา และเครื่องเล่นเกมคอนโซล มาพร้อมกับสาย USB Type-C และสายแบบ USB Type-C to Type-A สำหรับการเชื่อมต่อที่ราบรื่นกับอุปกรณ์ USB Type-C รุ่นล่าสุด หรือพีซีทั่วไปที่มีพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-A
  • ซอฟต์แวร์ Transcend Elite
    • Transcend Elite คือชุดของซอฟต์แวร์ ที่มีความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS ที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี ซอฟต์แวร์นี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถบริหารจัดการข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน คุณสมบัติของซอฟต์แวร์ Transcend Elite ประกอบไปด้วยการสำรองข้อมูล, การเข้ารหัสข้อมูล และการสำรองข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์ ช่วยให้ผู้ใช้จัดเก็บและจัดการไฟล์ได้อย่างปลอดภัยและอัปเดตอยู่เสมอ

การรับประกัน

  • SSD แบบพกพารุ่น ESD250C มีความจุให้เลือกใช้สองขนาดคือ 240GB และ 480GB พร้อมรับประกันโดยทรานส์เซนด์เป็นเวลาสามปี
  • หมายเหตุ : ก่อนใช้งานร่วมกับอุปกรณ์แบบพกพา โปรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ของคุณรองรับการทำงานของ USB OTG ด้วย
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!