Connect with us

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

Facebook หาคู่ให้!! เปิดตัวฟีเจอร์ “Dating” ฟีเจอร์จับคู่กับคนที่มีความชอบและความสนใจคล้ายกัน!!

Published

on

Facebook Dating ฟีเจอร์จับคู่จาก Facebook เปิดตัวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย และประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย และแห่งที่สองในโลก ที่สามารถใช้งานฟีเจอร์ใหม่นี้ได้แล้ว

Facebook Dating ฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีความสนใจร่วมกัน ได้พบและพูดคุยกันบนแพลตฟอร์มที่สามารถควบคุมได้ มีความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น Facebook Dating คือฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชั่น Facebook ที่ได้ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้คนสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายด้วยตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถจับคู่กับบุคคลที่มีความชื่นชอบและความสนใจคล้ายกัน ผ่านหน้าโปรไฟล์ Dating ซึ่งอยู่ในแอป Facebook

นาธาน ชาร์ป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook Dating … หัวหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่ม People Discovery

Facebook Dating ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดผ่าน 4 องค์ประกอบหลัก :

  1. จับคู่จากสิ่งที่สนใจตรงกัน : คุณจะเห็นรายชื่อแนะนำซึ่งคัดเลือกมาจากความชอบและความสนใจของคุณ รวมถึงกิจกรรมของคุณบน Facebook ซึ่งจะช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับผู้อื่นที่มีความสนใจ ตรงกันกับคุณ
  2. เลือกคนที่จะเห็นโปรไฟล์ Dating ของคุณได้ : ภายในฟีเจอร์ Facebook Dating จะมีเพียง ผู้ที่อยู่ในรายชื่อแนะนำของคุณและผู้ที่มีคุณอยู่ในรายชื่อแนะนำเท่านั้น ที่สามารถเข้าดูโปรไฟล์ Dating ของคุณ เราจะไม่แนะนำเพื่อนปัจจุบันที่อยู่บน Facebook ของคุณและคนที่คุณบล็อคบน Facebook ให้แก่คุณ
  3. เลือกเข้าร่วม Events หรือ Groups เพื่อดูบุคคลที่ใช้งาน Facebook Dating คนอื่น ๆ (ซึ่งเลือกเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้) : คุณสามารถเลือกเข้าดูโปรไฟล์ Facebook Dating ของผู้อื่น ซึ่งมีความสนใจในกิจกรรม (Events) เดียวกันหรือเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ (Groups) เหมือนกัน และเมื่อ คุณเลือกที่จะดูว่ามีใครอยู่ในกิจกรรมหรือกลุ่มเหล่านี้ พวกเขาก็จะสามารถมองเห็นคุณได้เช่นกัน
  4. ควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ดียิ่งขึ้น : คุณสามารถเลือกที่จะให้ระบบแสดงหรือซ่อนเพื่อนของเพื่อนจากรายชื่อแนะนำได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถรายงานหรือบล็อคโปรไฟล์อื่น ๆ ได้ทุกเมื่อ หากคุณรู้สึกไม่สบายใจ

การทำงานของฟีเจอร์

  • คุณสามารถเลือกเปิดใช้งาน Facebook Dating ได้ ซึ่งมีอยู่ในแอปพลิเคชั่น Facebook ปกติ และเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย

การสร้างโปรไฟล์ Dating

  • เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Facebook เวอร์ชั่นล่าสุด จากนั้นไปที่เมนู “ดูเพิ่มเติม” (More) และมองหา “เครื่องหมายรูปหัวใจ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Facebook Dating ในลิสต์ “สำรวจ” (Explore) และเริ่มสร้าง โปรไฟล์ของคุณด้วยการเพิ่มรูป เลือกความต้องการในการมองหาคู่เดทของคุณ และอื่น ๆ อีกมากมาย

นาธาน ชาร์ป ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook Dating … หัวหน้าผลิตภัณฑ์กลุ่ม People Discovery

จัดการโปรไฟล์และความเป็นส่วนตัวได้อย่างง่ายดาย

  • ฟีเจอร์ดังกล่าวได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ผู้คนได้สร้างบทสนทนาและพูดคุยกันได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง และอยู่บนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือมากที่สุด
  • ด้วยเหตุนี้โปรไฟล์ของ Dating และ Facebook จึงเชื่อมโยงกัน แต่เพื่อความเป็นส่วนตัว เราจะไม่แนะนำเพื่อนปัจจุบันและบุคคลที่คุณบล็อคบน Facebook แก่คุณ
  • นอกจากนี้ Facebook Dating ยังออกแบบมาเพื่อให้คุณสามารถตั้งค่าการควบคุมได้ดีมากกว่าเดิม รวมถึงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว โดยสามารถเลือกให้เห็นเฉพาะรายชื่อบุคคลที่คุณไม่ได้มีเพื่อนร่วมกันเท่านั้น 3
  • และหากคุณรู้สึกไม่สบายใจ คุณสามารถรายงานหรือบล็อกคู่สนทนาได้ทุกเมื่อ เช่นเดียวกับ การใช้งานบน Facebook ปกติ

เริ่มบทสนทนา

  • ผู้คนสามารถเริ่มบทสนทนากับบุคคลที่สนใจบน Dating ด้วยการแตะที่ปุ่ม “สนใจ” (Interested) เพื่อส่งข้อความ โดยจะสามารถส่งได้เพียงหนึ่งข้อความเท่านั้น ในการเริ่มบทสนทนา เมื่อคู่สนทนาตอบข้อความกลับมา ทั้งคู่จะสามารถพูดคุยกันต่อได้ผ่านทางกล่องข้อความ
  • หากไม่สนใจบุคคลในรายชื่อแนะนำ คุณสามารถกดปุ่ม “ผ่าน” (Pass) และโปรไฟล์ของบุคคลนั้นจะไม่ปรากฏในรายชื่อแนะนำอีก
  • ฟีเจอร์ Dating เริ่มเปิดให้ใช้งานบนระบบ Android ในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน เป็นต้นไป และจะทยอยติดตั้งบนระบบ iOS โดยฟีเจอร์นี้จำกัดให้สามารถใช้งานได้สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

ATSI ปักหมุดเป็น Change Agent ขับเคลื่อนซอฟต์แวร์ไทยให้เติบโต!!

Published

on

สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ ATSI ส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมดิจิทัล สู่ ATSI Change Agent ที่มุ่งเน้น Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce ยกระดับการขับเคลื่อนบุคลากรในองค์กรธุรกิจ และภาคการศึกษาในระดับชาติให้มากขึ้น โดยร่วมทำงานกับพันธมิตรอย่างใกล้ชิด พร้อมประกาศจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

จุดประสงค์การจัดงาน “Thailand Software Fair 2018” เพื่อแสดงผลงานซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ ในกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายของภาครัฐ และอุตสาหกรรมทั่วไป โดยเป็นการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ให้มีข้อมูลเพื่อการใช้ซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการธุรกิจเพื่อเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยได้มีเวทีนำเสนอผลงานต่อกลุ่มเป้าหมาย และองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

ในวันจัดงานที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน 2561 โดยได้รับเกียรติจาก ท่านพลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ  “พลังซอฟต์แวร์ไทย ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล” ร่วมด้วยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ

  • คุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนและประธานโรงเรียนมีชัยพัฒนา กล่าวถึง “เส้นทางสายใหม่ของการศึกษาไทยในชนบท และความร่วมมือของ ATSI ด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ประยุกต์”
  • คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  และประธานมูลนิธิอมตะ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “วิสัยทัศน์ อมตะ คอร์ปอเรชั่น ต่ออุตสาหกรรม 4.0”
  • ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวถึง “depa กับการพัฒนากำลังคนของประเทศ เพื่อรองรับศตวรรษ21”
  • คุณนวชัย เกียรติก่อเกื้อ Head of Enterprise Marketing Management Unit Enterprise Marketing Management บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด กล่าวถึง “SME Digital Transformation by AIS”
  • คุณเจษฎา วานิชสัมพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจซอฟต์แวร์บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง “บทบาท E-Tax Invoice กับ Business Transformation –  ของ SMEs ไทย” และ
  • คุณเกรียงไกร สุทธินราธร กรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย กล่าวถึง “การเลือกและลงทุนด้านซอฟต์แวร์แบบเจาะลึก !! (ROI/TCO) พร้อม Business ROI Showcase in action”

งาน “Thailand Software Fair 2018” ได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวบรวมเทคโนโลยีซอฟต์แวร์พื้นฐานเพื่อธุรกิจทุกระดับ และนวัตกรรมเด่น ผลงานโดยคนไทย มาแสดงในงาน อาทิ

  • Digital Transformation Solution สำหรับ SMEs by AIS
  • บทบาท E-TAX Invoice กับ Business Transformation ของ SMEs ไทย โดยบริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด
  • ทางออกเรื่องเงินทุนสำหรับ SME ด้วยโครงการเงินกู้ พร้อมดอกเบี้ยพิเศษเป้ารวม 100 ล้านบาท จาก ธพว. หรือเอสเอ็มอี ดีแบงค์
  • SMEs รับสิทธิส่วนลดสำหรับการซื้อซอฟต์แวร์มูลค่าสูงสุด 10,000 บาท ในโครงการ depa Mini-Transformation Voucher จำนวน 400 ทุน มูลค่ารวม 4 ล้านบาท
  • ยังมีตัวอย่างความสำเร็จของการปรับตัวเข้าสู่การเป็น Leadership Digital Entrepreneur อีกด้วย

นับจากนี้ไป ATSI  จะทำงานอย่างมุ่งมั่น ในทิศทางของการก้าวไปสู่การเป็น Change Agent ที่มุ่งสร้าง Ecosystems, People Transformation, Digital Workforce เพื่อขับเคลื่อนองค์กรต่าง ๆ ในระดับชาติมากขึ้น โดยทำงานร่วมกับสมาชิก และพันธมิตรภาคธุรกิจด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ผนวกกับโมเดลธุรกิจแบบใหม่ เพื่อผลักดันและส่งเสริมให้ทุกธุรกิจเปลี่ยนตนเองเป็นธุรกิจดิจิทัล ให้สำเร็จภายใน 2 ปีข้างหน้า”

พบกันในงาน “Thailand Software Fair 2018” ซึ่งจะจัดขึ้นใน วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.30 – 18.00 น. ณ C-Asean ชั้น 10 อาคาร CW ถ.รัชดาภิเษก (อาคาร Cyber World เดิม , สถานี MRT ศูนย์วัฒนธรรม)  

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

#NARIT ชวนชมและถ่ายภาพฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” คืนเสาร์ 17 พย.นี้

Published

on

สาวกดวงดาวห้ามพลาด ! คืนเสาร์ 17 พย ตั้งแต่ตีสองจนถึงย่ำรุ่งเช้า 18 พย นี้ มีโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ “ราชาแห่งฝนดาวตก” ทั่วทั้งประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชม “ฝนดาวตกลีโอนิดส์ – ราชาแห่งฝนดาวตก” หลังเที่ยงคืนวันที่ 17 พ.ย. 61 เวลาประมาณตี 2 เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 18 พ.ย. 61 อัตราการตกสูงสุดเฉลี่ย 10-15 ดวงต่อชั่วโมง ช่วงดังกล่าวปราศจากแสงจันทร์รบกวน เหมาะแก่การสังเกตการณ์อย่างยิ่ง ดูได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสิงโต

“ฝนดาวตกลีโอนิดส์” หรือ “ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต” เป็นฝนดาวตกที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เกิดจากสายธารเศษฝุ่นของดาวหาง 55พี เทมเพล-ทัตเทิล (55P Tempel-Tuttle) ตัดผ่านวงโคจรของโลก เมื่อเศษฝุ่นของดาวหางเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก จึงเกิดการเผาไหม้เป็นแสงสว่างวาบคล้ายลูกไฟวิ่งพาดผ่านท้องฟ้า ผนวกกับทิศทางวงโคจรของเศษฝุ่นนั้นสวนทางกับทิศทางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เม็ดฝุ่นที่เข้ามาเสียดสีกับบรรยากาศโลกมีความเร็วสูงถึง 71 กิโลเมตรต่อวินาที แสงวาบที่เห็นจึงสว่างสุกสกาว เป็นที่มาของฝนดาวตกที่มีความสว่างมากที่สุด จนได้สมญา “ราชาแห่งฝนดาวตก” นั่นเอง

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า แม้คืนดังกล่าวเป็นคืนข้างขึ้น แต่ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 01.30 น. เมื่อไร้อิทธิพลของแสงจันทร์รบกวน ช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการรับชมฝนดาวตกจึงเป็นเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นต้นไป แนะชมในที่มืดสนิทจะเห็นชัดยิ่งขึ้น สำหรับการถ่ายภาพฝนดาวตก เนื่องจากฝนดาวตกกระจายทั่วท้องฟ้า ไม่สามารถระบุทิศทางได้ ช่างภาพจึงต้องอาศัยการคาดเดาและการกะจังหวะเปิดหน้ากล้องค้างไว้

นักล่าดาวทั้งหลายเตรียมตัวและอุปกรณ์ให้พร้อม พกโชคอีกสักหน่อย แล้วไปลุ้นเก็บภาพฝนดาวตกงวดนี้กัน ไม่ได้ภาพก็ขอให้เห็นดาวตกสักสี่ห้าดวงอย่างเต็มตาก็แล้วกัน เพี้ยง!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ประชาสัมพันธ์-กิจกรรม

“MVL , โอมิเซะโก” ร่วมมือ ดัน “เทคโนโลยีบล็อกเชน” สู่การคมนาคมขนส่งและการชำระเงิน

Published

on

บริษัท MVL Foundation จํากัด  และ บริษัท โอมิเซะโก จํากัด (OmiseGO) ประกาศความร่วมมือพัฒนา Proof of Concept (POC) รวมถึงร่วมพัฒนาในเชิงเทคนิค และการค้นคว้าวิจัยเกียวกับบล็อกเชน

MVL เป็นโปรโตคอลบล็อกเชนซึ่งพัฒนาขึนเพือสนับสนุนธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านการคมนาคมขนส่งโดยเฉพาะ ปัจจุบันมีการใช้โปรโตคอลกับ TADA ธุรกิจที่ให้บริการแบบร่วมเดินทางหรือ ride hailing ทีมีการนําเอาบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้เข้ากับแพลตฟอร์มเป็นรายแรกในสิงคโปร์ ส่วนโอมิเซะโกเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการชําระเงินบนอีทีเรียม (Ethereum)

ทั้งสองมีแผนที่จะนําเทคโนโลยีมาประสานและประยุกต์ใช้ร่วมกันเพือพัฒนาเป็น Proof of Concept การทํา Proof of Concept นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบและยืนยันประสิทธิภาพการทํางานของ OMG Network ซึ่งทาง MVL มีแผนที่จะนําไปใช้เพื่อเป็นระบบฐานข้อมูล สําหรับจัดเก็บข้อมูลสําคัญต่าง ๆ ของบริการร่วมเดินทาง TADA

บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง MVL และ โอมิเซะโก ครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาเชิงเทคนิคด้วย รวมไปถึงการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการนําบล็อกเชนมาใช้ในธุรกิจของ TADA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มบริการร่วมเดินทางที่กําลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสิงคโปร์ ทั้งสองบริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านบล็อกเชน รวมถึงฐานธุรกิจในประเทศไทยที่มีอยู่ในขณะนี้ได้ คาดว่าจะสามารถสร้างกรณีศึกษาจากธุรกิจของ TADA ซึ่งจะอนุญาตการชําระเงินด้วยสกุลดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มโอมิเซะโก

โอมิเซะโก มีความตั้งใจอยู่เสมอที่จะผลักดัน นําเทคโนโลยีบล็อกเชนไปใช้กับธุรกิจในปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรมและแพร่หลายยิ่งขึ้น ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พัฒนากรณีศึกษา เพื่อสร้างความรู้รวมถึงแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีที่โอมิเซะโกกําลังพัฒนาขึ้น และยังจะได้ร่วมงานกับองค์กรที่สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง ความโปร่งใส่ ผ่านโครงสร้างการทํางานแบบ incentive-based ที่จะทําให้เกิดระบบนิเวศน์ที่มีการร่วมจัดเก็บข้อมูลและแชร์ทรัพยากรระหว่างกัน”

TADA ถือเป็นธุรกิจรายแรก ๆ ของโลกที่มีระบบซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยบล็อกเชน ที่เปิดให้บริการแก่มวลชนหมายความว่าบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและเรียกใช้บริการได้ นอกจากจะช่วยยกระดับการทํางานของระบบและส่งเสริมธุรกิจ TADA ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดทางและช่วยสร้างการยอมรับในผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ที่อยู่บนบล็อกเชนด้วย!!

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!